<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51508</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2019 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2019 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ปธ.ญาติวีรชน35&quot; ชี้สัญญาณอันตรายการเมืองใกล้ลงถนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ธ.ค. 2562 นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;rsquo;35 และอดีตกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ ว่า บ้านเมืองยังวนเวียนอยู่ในความขัดแย้งทางความคิดของคนในชาติเหมือนเดิมและยังไม่เห็นหนทางสู่ความสงบเพราะผู้รับผิดชอบบ้านเมืองแก้ไขปัญหาผิดพลาดและกำลังหลงทางจึงมีแนวโน้มว่าจะเกิดความขัดแย้งขึ้นอีกและส่งผลกระทบแทบทุกด้านจึงขอแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์บ้านเมืองดังนี้


1.กรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ลาออกจากที่ปรึกษากรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯกลับไปอยู่กับประชาชนเพื่อรณรงค์ในเรื่องต่างๆเป็นสิทธิ์อันชอบธรรมเพราะตนเองมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคดีความทางการเมืองจึงขอให้กำลังใจสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ให้อดทนอดกลั้นรักษาแนวทางประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาด้วยอดุมคติที่มั่นคง แต่เป็นห่วงในการเคลื่อนไหวนอกสภาด้วยการปลุกมวลชนให้ลุกขึ้นสู้กับเผด็จการนั้นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษและอย่าให้ซ้ำรอยประวัติศาสตร์ ยิ่งสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ที่ประชาชนกำลังประสบความทุกข์ยากจากภาวะเศรษฐกิจหากมาร่วมผสมโรงกับเหตุทางการเมืองจะทำให้สถานการณ์ร้อนแรงขึ้น หากลงท้องถนนเมื่อไหร่ก็จะสร้างความเดือดร้อนและสุ่มเสี่ยงเกิดความรุนแรงขึ้นได้และคราวนี้จะควบคุมสถานการณ์ได้ยากหาก&amp;rdquo;เอาไม่อยู่&amp;rdquo;ใครจะรับเป็นผู้รับผิดชอบ


2.ความขัดแย้งทางการเมืองในช่วง10กว่าปีที่ผ่านมา องค์กรอิสระมีบทบาทสำคัญในการเข้ามาจัดการปัญหาความขัดแย้ง &amp;nbsp;ทางการเมืองซึ่งคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;rsquo;35ได้มีส่วนร่วมในการผลักดันให้เกิดองค์กรอิสระ9องค์กรตามรัฐธรรมนูญฉบับปี40 เป็นเหมือน&amp;rdquo;องค์กรสวรรค์&amp;rdquo;มีหน้าที่ปกปักรักษาชาติบ้านเมือง หรือคอยตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ แต่บัดนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าองค์กรอิสระต่างๆไม่ได้ทำหน้าที่ให้เป็นไปตามภารกิจของตนเอง โดยเฉพาะ&amp;rdquo;ตุลาการภิวัฒน์&amp;rdquo;ที่หลายฝ่ายเชื่อว่าจะเป็นกลไกในการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง กลับกลายเป็นเพียง&amp;rdquo;วาทกรรม&amp;rdquo;เท่านั้น เพราะคำวินิจฉัยในคดีความต่างๆไม่ได้ยึดเจตนารณ์ของรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริงกลับทำเหมือนองค์กรทั่วไป ถูกมองว่าปกป้องแต่กลุ่มผู้มีอำนาจจัดการฝั่งตรงข้ามไร้บรรทัดฐานไม่เป็นที่เชื่อถือ&amp;rdquo;2มาตรฐาน&amp;rdquo;แทนที่องค์กรอิสระจะเป็นกลไกคลี่คลายความขัดแย้งกลับซ้ำเติมความขัดแย้งเสียเอง ดังนั้นต้องทบทวนบทบาทหน้าที่ของตัวเองใหม่


3.บทบาทของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทำตัวเสื่อมลงทุกวัน ไม่ได้ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของสาธารณะ ส.ส.บางคนบุกรุกป่าก็เพิกเฉยไม่เคารพกฎหมายบ้านเมืองสำคัญตัวเองผิดคิดว่าได้รับเลือกตั้งมาแล้วมีอภิสิทธิ์ชนทำอะไรก็ไม่ผิดโดยมีรัฐบาลฝ่ายตัวเองคอยหาทางอุ้มให้พ้นผิด ในส่วนคณะกรรมาธิการโดยเฉพาะคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ก็ไม่รู้หน้าที่ของตัวเองในการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันซึ่งมีมากมาย อาทิ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือ อีอีซี ,โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ,รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน,การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 หรือ เทอร์มินอล 2 โครงการเหล่านี้มีการทุจริตเอื้อประโยชน์กลุ่มทุน และคนในรัฐบาลคนใดได้รับประโยชน์อย่างไรบ้างรวมทั้งการยื้อเวลาแบน3สารพิษ เพื่อรอให้หมดสต๊อกก่อน ใครได้ประโยชน์ ทำไมไม่ตรวจสอบ ดังนั้นขอให้ทำหน้าที่คุ่มค้าภาษีของประชาชนด้วยอย่าทำตัวเหมือนอยู่ใน&amp;rdquo;โรงเหล้าเถื่อน&amp;rdquo;


4.วิกฤติทางการเมืองที่ยังติดหล่ม เพราะผลพวงจากการรัฐประหารของคสช.ไม่ได้รักษาสัญญาประชาคมที่จะสร้างความสมานฉันท์สามัคคีและปฏิรูปประเทศทุกด้านร่างรัฐธรรมนูญมาสืบทอดอำนาจตัวเองตอนนี้เริ่มส่งผลกระทบแทบทุกด้าน ด้านการเมืองก็ยังวนเวียนอยู่ในวงจรอุบาทว์ กระบวนการยุติธรรมก็ไม่เป็นที่เชื่อถือยอมรับ ประชาชนไม่รับความยุติธรรมก็เพิ่งพาใครไม่ได้ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจก็ถึงทางตันประชาชนระดับล่างเดือดร้อนกันทั่วหน้า แต่กลุ่มทุนใหญ่รวยขึ้น ประชาชนทุกภาคส่วนทุกเสื้อสีกำลังอึดอัดกับสถานการณ์ เริ่มมีกระแสออกมาไล่รัฐบาล ดังนั้นขอให้เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่าเล่นเกมเตะถ่วง และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้อำนาจของหัวหน้าคสช. ตามมาตรา 44 เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการรัฐประหาร รวมทั้งปรับปรุงแก้ไขกฎหมายต่างๆให้สอดคล้องกับสถานการณ์ แล้วเริ่มต้นแก้ไขปัญหาให้ถูกทางมิเช่นนั้นบ้านเมืองจะเสียหายเกินกว่ารัฐบาลจะรับผิดชอบได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51508</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดึงการเมืองลงท้องถนน, นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์, ประธานญาติวีรชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191117/image_big_5dd153efe1573.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีดปาก‘ธนาธร-ช่อ’ พปชร.จวกพูดปลุกม็อบทำแตกแยกดึงการเมืองลงท้องถนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; โวไม่ต้องเตรียมตัวปมถวายสัตย์ปฏิญาณ ถามมาก็ตอบไปเท่านั้น &amp;rdquo;วิรัช&amp;rdquo; แพลมดูหน้างาน หากพ่นน้ำลายวนเวียนซ้ำซากก็อาจเสนอปิดอภิปราย ประธานวิปเผยเตรียมนำเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าที่ประชุมหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลหารือหลังประชุม ครม. พร้อมโยนเรื่องเข้าที่ประชุมพรรค &amp;nbsp;&amp;ldquo;เทพไท&amp;rdquo; ตีปี๊บพร้อมแจงข้อดีในที่ประชุม ปชป. ฝันตั้ง กมธ.จบในสมัยประชุมนี้ &amp;ldquo;ธนกร-ปารีณา&amp;rdquo; รุมดีดปาก &amp;ldquo;พ่อฟ้า-คุณช่อ&amp;rdquo; พูดปลุกปั่นสร้างม็อบ ดึงการเมืองสู่ท้องถนนย้อนอดีตทั้งที่ควรใช้เวทีสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันจันทร์ที่ 9 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวสั้นๆ หลังเป็นประธานเปิดการประชุมกองทัพบกกลุ่มประเทศภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก &amp;nbsp;ประจำปี 2562 ถึงการเตรียมตัวชี้แจงการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ประเด็นถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ในวันพุธที่ 18 ก.ย.ว่า &amp;quot;เอาเวลาไปแก้น้ำท่วม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวเรื่องนี้ว่า ประธานสภาบรรจุวาระเรื่องนี้แล้วหรือยังไม่ทราบ แต่การอภิปรายไม่สามารถข้ามไปถึงวันที่ 19 ก.ย.ได้ หากจะขยายต้องออกเป็นพระราชกฤษฎีกาใหม่ การอภิปรายจึงต้องจบภายในเวลา 24.00 น.ของวันที่ 18 ก.ย. และไม่คิดว่าจะมีประเด็นอะไรมากมาย ทราบว่ามีการเข้าชื่อกัน 20 คนเพื่อจะอภิปราย ซึ่งไม่มีปัญหาอะไรว่ากันไป ขณะที่คณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;(ครม.) ยังไม่ได้พูดคุยกันว่าจะให้ใครชี้แจง ส่วนวิปรัฐบาลไม่ทราบ แต่ไม่มีความจำเป็นอะไร เพราะไม่มีใครรู้และเข้าใจเรื่องเท่ากับรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ที่มีข่าวว่าฝ่ายค้านพุ่งเป้ามาที่นายกฯ และผมนั้นไม่เป็นไร ขอบคุณที่บอกให้รู้ล่วงหน้า วิธีเตรียมตัวคืออย่าไปไหน ให้ช่วยอยู่ และไม่รู้จะเตรียมตัวอย่างไร เพราะไม่รู้เขาจะถามอะไร ถ้าถามมาก็ตอบไป &amp;nbsp;ไม่มีปัญหาอะไร พร้อมหรือไม่พร้อมก็ต้องไปชี้แจง เพราะวัตถุประสงค์ของมาตรา 152 คือเป็นการสอบถามและให้คำแนะนำ ผมบอกเสมอมาว่าถ้าเขาถาม เรารู้เราก็ตอบ ถ้าไม่รู้ก็ตอบไปว่าไม่รู้ แต่ถ้าเป็นคำแนะนำแล้วรู้สึกว่ามีประโยชน์จะรับเอาไว้สำหรับปรับปรุงและดำเนินการต่อไป คงไม่มีอะไรยุ่งยากมาก &amp;nbsp;อย่าไปทำให้เป็นเรื่องตื่นเต้น เดี๋ยวคนจะตกใจกลัวเกมในสภา ซึ่งเกมในสภาเป็นกติกาตามปกติ&amp;rdquo; นายวิษณุย้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าในช่วงชี้แจงจะขอเป็นการประชุมลับหรือไม่ นายวิษณุตอบว่าไม่ทราบ อยู่ที่วิปรัฐบาล และอยู่ที่ว่าตอนนั้นพูดถึงเรื่องอะไรกัน ไม่เห็นน้ำไม่ควรไปตัดกระบอก ไม่เห็นกระรอกไม่ควรโก่งหน้าไม้ ให้รู้ว่าเขาถามอะไร และถ้ารู้สึกว่าถามแบบนี้มันละเอียดอ่อน ก็ขอประชุมลับเฉพาะตรงนั้น แต่หากไม่มีอะไรที่ละเอียดอ่อนและควรให้ประชาชนรู้เหมือนๆ กันก็ควรประชุมเปิดเผย เราเคยประชุมลับกันมาแล้วตั้งหลายครั้งเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ถึงเวลาใช้วิธีคิดเฉพาะหน้าได้
ส่วนนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์และนายวิษณุจะมาชี้แจงแน่นอน ซึ่งการอภิปรายจะนอกกรอบไม่ได้ โดยในส่วนของเวลาเห็นว่ามากพอสมควรและไม่ต้องจัดสรรเวลาเพิ่ม และจะเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านอภิปรายเต็มที่ เราคงไม่ทักท้วงอะไรมากหากอภิปรายอยู่ในกรอบ เชื่อว่าทุกคนมีวุฒิภาวะ แต่หากพูดกระทบไปถึงสถาบัน &amp;nbsp;บุคคลนั้นต้องรับผิดชอบตนเอง ไม่มีเอกสิทธิ์ ส.ส.คุ้มครอง ทั้งนี้การอภิปรายจะเป็นลักษณะเปิดเผย ดังนั้นคนพูดต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หากก้าวล่วงต้องรับผิดชอบเอง
&amp;ldquo;ถ้าอภิปรายซ้ำซ้อนเล็กน้อยคงไม่เป็นไร แต่ถ้าอภิปรายวกวนต้องพิจารณาหน้างานอีกครั้ง แต่ขอย้ำว่าจะเปิดโอกาสฝ่ายค้านเต็มที่ เพราะไม่เช่นนั้นจะถูกตำหนิได้ว่าวันอภิปรายน้อยแล้วยังจะให้เวลาน้อยอีก&amp;rdquo; นายวิรัชกล่าวตอบถามข้อถามที่ว่า ถ้าฝ่ายค้านอภิปรายซ้ำซ้อนวกวน ฝ่ายรัฐบาลจะเสนอปิดการอภิปรายหรือไม่ &amp;nbsp;
สำหรับความคืบหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น นายวิษณุกล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เสนอสภาให้ตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่สอดคล้องกับข้อเสนอพรรคฝ่ายค้านว่า เรื่องที่มีการเสนอในสภารัฐบาลจะนำมาหารือกับ ครม.ซึ่งไม่ทราบว่าจะหยิบยกขึ้นมาพูดคุยในที่ประชุม ครม.วันที่ 10 ก.ย.หรือไม่ แต่ตนเองคงไม่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นพูดคุย เพราะไม่รู้ ส่วนกรณีที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เมื่อฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาลเสนอสภา ท่าทีรัฐบาลจะเป็นอย่างไรนั้นคงต้องรอให้ ครม.เป็นผู้กำหนดท่าที และไม่ขอตอบว่าจังหวะเวลาที่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเหมาะสมหรือไม่ ขอให้ ครม.เป็นผู้พิจารณา
นัดหัวหน้าพรรคถก
เมื่อถามย้ำว่าจำเป็นที่รัฐบาลต้องเข้าไปเป็นตัวหลักดำเนินการ หรือเป็นหน้าที่ของสภา นายวิษณุตอบว่าไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับ ครม. เพราะรูปแบบ วิธีการ มีการพูดคุยในวันแถลงนโยบายรัฐบาลแล้วว่ามีหลายวิธี คือตั้งกรรมการข้างนอก ซึ่งจะดีหน่อยเพราะเอานักวิชาการเข้ามาได้ หรือตั้งกรรมการในสภา &amp;nbsp;ก็จะมีแต่สมาชิกสภา หรือร่วมกันทั้งในและนอกสภา แต่อันดับแรกคงต้องดูก่อนว่าจะศึกษาวิธีใด และนำไปสู่การดำเนินการอย่างไร ก็ขอให้ ครม.เป็นผู้พูด หากหยิบยกขึ้นมาหารือ
นายวิรัชกล่าวเรื่องนี้ว่า หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลจะหารือกันอย่างเป็นทางการหลังประชุม ครม.ในวันที่ 10 ก.ย.นี้ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เคยคุยกันไว้ว่าต้องเตรียมการเรื่องนี้ไว้อย่างไรบ้าง แต่เนื่องจากขณะนี้ทั้ง ปชป.และฝ่ายค้านที่เคยยื่นก่อนหน้านี้แล้ว เราก็นำมาดูเพื่อใช้เป็นแนวทางเดียวกันว่า หากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องแก้ไขส่วนใดบ้าง ซึ่งในอนาคตหากได้ข้อสรุปคงต้องเชิญวุฒิสภามาร่วมหารือด้วย และในวันที่ 10 ก.ย.จะมีการประชุม ส.ส.ของ พปชร.ก็จะหยิบยกเรื่องดังกล่าวหารือด้วย
นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป.ซึ่งเป็นผู้ยื่นญัตติด่วนตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญระบุว่า ในวันที่ 10 ก.ย.จะนำเสนอความเห็นเรื่องนี้ต่อที่ประชุม ส.ส.ของพรรค เพื่อให้วิปพรรคนำข้อเสนอดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมวิปรัฐบาล เพื่อความเป็นเอกภาพในการทำงานการเมืองของพรรคร่วมรัฐบาล และถ้าที่ประชุมวิปรัฐบาลเห็นด้วยจะได้มีมติยื่นเป็นญัตติด่วนในนามพรรคร่วมรัฐบาลในทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมต้องขอบคุณนายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนพรรค พปชร.ที่แสดงท่าทีเห็นด้วยต่อญัตติด่วนของพรรค ปชป. และพร้อมยื่นญัตติด่วนเพื่อตั้งคณะ กมธ.วิสามัญฯ ในสมัยประชุมสภาหน้า ซึ่งถ้าพรรค พปชร.เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าวแล้ว ควรยื่นญัตติด่วนในสมัยประชุมนี้ไปเลย จะได้สร้างความเป็นเอกภาพของพรรคร่วมรัฐบาลไปด้วยกัน&amp;rdquo; นายเทพไทกล่าวและว่า เชื่อว่าการเสนอตั้ง กมธ.วิสามัญฯ ในครั้งนี้นั้น เมื่อพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เสนอเป็นญัตติด่วนไปแล้ว และพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาลร่วมกันเสนอญัตติด่วนไปด้วย ก็จะเป็นนิมิตหมายที่ดีของการทำงานการเมืองในระบอบรัฐสภายุคนี้ และจะทำให้ความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นอยู่เพียงแค่เอื้อมเท่านั้นเอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวว่า การแก้รัฐธรรมนูญสามารถทำได้ &amp;nbsp;แต่ไม่ทราบว่าประเด็นหลักที่จะแก้ไขคืออะไร และไปถามความเห็นจากประชาชนแล้วหรือยัง เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติมา ดังนั้นต้องไปถามประชาชนส่วนใหญ่ว่าต้องการหรือไม่ หากเสียงส่วนใหญ่ต้องการแก้ไขก็ต้องทำมาตามขั้นตอน ผ่านสภาผู้แทนราษฎรขึ้นมายังวุฒิสภา ส่วนตัวได้รับทราบจากข่าวเท่านั้นจึงยังไม่ทราบว่าจะแก้กันในเรื่องใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ต้องการแก้ไขเป้าหมายหลักคือที่มาของ ส.ว.นั้น รัฐธรรมนูญนี้ที่มาของ ส.ว.มาจากบทหลักในมาตรา 107 และที่มาจากบทเฉพาะกาลในระยะ 5 ปีแรก หลังจากนั้นก็กลับไปใช้บทหลักที่ให้เลือกกันเอง ดังนั้นการไปแก้ไขเรื่องนี้ ส่วนตัวยังไม่เห็นว่า ส.ว.จะเป็นภาระหรือมีปัญหาอะไร เพราะบทเฉพาะกาลจะหมดอายุภายใน 5 ปี ซึ่งอะไรที่แก้แล้วเป็นประโยชน์ส่วนตัวสนับสนุนและเห็นด้วย แต่ถ้าแก้แล้วไปเข้าทางใครเฉพาะบุคคลใดบุคคลหนึ่งไม่เห็นด้วย&amp;rdquo; พล.อ.สิงห์ศึกกล่าวและย้ำว่า อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและส่วนร่วม ส.ว.คงไม่ขัดข้อง
ดีดปาก &amp;#39;ธนาธร-คุณช่อ&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันยังคงมีความต่อเนื่องกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) &amp;nbsp;และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค อนค.เดินสายปลุกกระแสแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่กลับพูดลักษณะปลุกปั่นและปลุกระดมให้ออกมายังท้องถนนอีกครั้ง โดยนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค พปชร.กล่าวว่า ไม่สบายใจอย่างมากที่นายธนาธรลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม แต่กลับพูดปราศรัยปลุกระดมสร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชน กล่าวหารัฐบาลในทำนองเอาเงินไปสร้างรถไฟฟ้าหลายหมื่นล้านบาท แต่ช่วยน้ำท่วมนิดเดียว ซึ่งเป็นวิธีคิดของคนรุ่นใหม่ที่อันตรายต่อชาติมาก เป็นการปลุกปั่นประชาชนด้วยข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เพราะการสร้างรถไฟฟ้าเป็นการสร้างความเจริญให้กับประเทศโดยรวม ไม่น่าเชื่อว่านายธนาธรจะมีกระบวนทัศน์แบบนี้ เพราะมีแต่จะสร้างความเกลียดชังแบ่งแยกประชาชน ที่ผ่านมาบ้านเมืองบอบช้ำมามากแล้ว อย่าหวนกลับไปสู่แบบเดิมเลย คนไทยต้องการความรักความสามัคคี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเคลื่อนไหวในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นสิทธิทำได้ แต่การที่ น.ส.พรรณิการ์บอกว่าประชาชนมีสิทธิเรียกร้องรัฐธรรมนูญบนท้องถนนนั้น บ้านเมืองจะกลับไปสู่วังวนความขัดแย้งเช่นเดิม &amp;nbsp;และจะเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนโดยรวม ผมเห็นด้วยกับการรณรงค์เวทีเสวนาต่างๆ &amp;nbsp;รวมทั้งเรื่องจะเสนอตั้งกรรมาธิการในสภา จึงไม่สมควรที่จะปลุกมวลชนเคลื่อนไหวตามท้องถนนอีก &amp;nbsp;บ้านเมืองสงบแล้วอย่าหวนกลับไปสู่ความขัดแย้งแบบเดิมอีกเลย ประเทศเสียหายมามากแล้ว ขอให้คิดอะไรใหม่ๆ ให้สมกับชื่อพรรคอนาคตใหม่ อย่าหวนไปสู่อนาคตเก่าที่จะทำให้บ้านเมืองวุ่นวายเลย บทเรียนในอดีตน่าจะสอนอะไรเราบ้าง การเมืองยุคใหม่ต้องนำปัญหาเข้าสู่การแก้ไขในสภา&amp;rdquo; นายธนกรกล่าว
น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.จังหวัดราชบุรี พรรค พปชร.โพสต์เฟซบุ๊กเช่นกันว่า ประเด็นนักการเมืองฝ่ายค้านพยายามปลุกระดมให้ประชาชนออกมาแสดงพลังใช้สิทธิข้างถนนเพื่อเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าอยากเป็นนักการเมืองที่ดี มีรัฐสภาต้องเล่นในสภา อยากเป็นนักการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยก็ต้องเล่นในสภา ไม่ใช่มาปลุกระดมเล่นกันข้างถนน ไม่อย่างนั้นเราจะเลือกตั้งมาทำไม&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การเรียกร้องสิทธิรัฐธรรมนูญข้างถนนเป็นบรรยากาศเก่าๆ ที่ผ่านมาก่อน พ.ค.2557 มีนักการเมืองกำลังเรียกร้องให้กลับไปอยู่จุดเดิม และเป็นนักการเมืองคนแรกของประเทศไทยที่ถูกร้องเรียนด้วยเรื่องการทำผิดจริยธรรมร้ายแรง หมิ่นเบื้องสูง&amp;rdquo; น.ส.ปารีณาโพสต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธันวา ไกรฤกษ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;ถึงคุณธนาธร..ตรรกะแบบนี้ระวังพาชาติ &amp;#39;ฉิบหาย&amp;#39; นะครับ เอาการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ไปเปรียบเทียบกับงบแก้ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งมันคนละเรื่องกันเลย รถไฟฟ้าแม้จะสร้างในกรุงเทพฯ แต่ก็ถือเป็นสมบัติของคนทั้งชาติ ลูกหลานคนจังหวัดไหนเข้ามาในเมืองก็ได้ใช้บริการทั้งนั้น แล้วจะมาสร้างวาทกรรม ยุยงปลุกปั่น ให้คนไทยแตกแยกเกลียดชังกันเองทำไม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าใช้ตรรกะแบบนี้ แล้วมีคนถามกลับว่าคนเมืองได้อะไร จากเงินที่เสียหายไปกว่า 8 แสนล้าน ในโครงการจำนำข้าว...คุณจะตอบยังไง? น่าผิดหวังครับ ยอมรับว่าเคยชื่นชมคุณในหลายๆ เรื่อง แต่มาวันนี้เห็นชัดเจนแล้วว่า พอหมดหนทางคุณก็เลือกสู้ด้วยวิธี &amp;#39;หมาจนตรอก&amp;#39; ไร้ซึ่งศักดิ์ศรีใดๆ&amp;quot;
นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป.กล่าวถึงกรณีที่นายธนาธรระบุว่า ในรอบกว่า 10 ปีมีคนไม่ได้รับความเป็นธรรม และหลายคนต้องติดคุกหรือโดนคดีในสิ่งที่ไม่ได้ทำ ว่านายธนาธรเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง เป็นคนรุ่นใหม่อนาคตไกล ไม่ควรพูดเหวี่ยงแหให้สาธารณชนเข้าใจผิดในองค์กรยุติธรรมต่างๆ แบบนี้ เพราะคนที่จะตัดสินให้คนถูกจำคุกได้นั้น คือศาลยุติธรรมและศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หากนายธนาธรจะกล่าวหาศาลว่าลงโทษจำคุกคนโดยไม่มีความผิด หรือตกเป็นจำเลยโดยที่ไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิดนั้น นายธนาธรต้องระบุให้ชัดเจนว่าเป็นคดีไหน จำเลยหรือนักโทษคนนั้นชื่ออะไร เพื่อขอความยุติธรรมจากศาลต่อไป ไม่ใช่กล่าวหาลอยๆ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจผิดในองค์กรยุติธรรม ดังนั้นการพูดของนายธนาธรจึงไม่สร้างสรรค์ ไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ และสร้างภาพลบให้ศาล&amp;nbsp;
&amp;quot;ถ้าหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่แน่จริง ให้ระบุข้อเท็จจริงให้ชัดเจนไปเลยว่าคนหลายคนต้องติดคุกหรือโดนคดีในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำนั้นชื่ออะไร กี่คน ศาลไหนลงโทษคนบริสุทธิ์บ้าง ไม่ใช่สร้างกระแสให้เยาวชนในมหาวิทยาลัยเข้าใจผิดในศาลแบบนี้ ทางที่ดีนายธนาธรควรให้ ส.ส.ตั้งกระทู้ถามในสภาหรือเสนอตั้งคณะ กมธ.วิสามัญศึกษาเรื่องนี้ หรือเสนอให้ กมธ.สอบสวนเรื่องนี้ว่ามีจริงอย่างที่นายธนาธรพูดหรือไม่ หรือเป็นเรื่องที่นายธนาธรขี้ตู่ยกเมฆขึ้นมา&amp;quot; นายวัชระกล่าว
วันเดียวกัน นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตหัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า ได้ไปยื่นเอกสารเพื่อแสดงเจตนาสมัครเป็นสมาชิกพรรค พปชร.ต่อนายทะเบียนพรรค พร้อมชำระค่าสมัครสมาชิกพรรคแบบตลอดชีพ 2,000 บาทแล้ว โดยได้รับใบเสร็จรับเงินจากพรรคและมีชื่อในทะเบียนของพรรคแล้ว ทำให้มีผลเป็นสมาชิกพรรคโดยสมบูรณ์แล้ว และยังได้ยื่นหนังสือต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภา เพื่อแจ้งถึงการเปลี่ยนแปลงพรรคที่สังกัด เพื่อให้สภาแก้ไขข้อมูลในทะเบียน ส.ส. เปลี่ยนเป็นสังกัดพรรค พปชร. และเปลี่ยนแปลงเพิ่มจำนวน ส.ส.ของพรรคจาก 116 มาเป็น 117 คน เพื่อประโยชน์ในการคำนวณสัดส่วน ส.ส.ของพรรคในสภาต่อไป
&amp;quot;ในวันที่ 10 ก.ย.จะเดินทางเข้ามาประชุมพรรค พปชร.ครั้งแรกเวลา 15.00 น. และในวันที่ 18 ก.ย.จะร่วมอภิปรายในนาม ส.ส.พรรค พปชร.ด้วย เนื่องจากได้ดำเนินการตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว&amp;quot; นายไพบูลย์กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45379</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดึงการเมืองลงท้องถนน, ปมถวายสัตย์, ปลุกม็อบทำแตกแยก, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วิษณุ เครืองาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายทั่วไป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190909/image_big_5d765e4e4648c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
