<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2019 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2019 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>’สุริยะ’ ระบุให้มากกว่า บุกจีบนักลงทุนต่างชาติจากเวียดนาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย. 2562 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายในโอกาสนำคณะผู้บริหารและคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน พบปะภาคเอกชน สถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยในเวียดนาม ที่สถานกงสุลใหญ่ประจำประเทศเวียดนาม ว่าที่ประชุมได้มีการรับฟังบรรยายสรุปและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมและมาตรการส่งเสริมการลงทุนระหว่างไทย-เวียดนาม ได้รับรู้ว่านักลงทุนต้องการอะไรบ้าง หรือได้รับสิทธิประโยชน์อะไรบ้างในการเข้าไปลงทุนที่เวียดนาม เพื่อเป็นแนวทางให้ไทยนำไปกำหนดสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ตอบโจทย์ตรงกับความต้องการนักลงทุน โดยไทยจะให้มากกว่าแบบมาตรการต่อมาตรการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แม้เวียดนามมีจุดแข็งเรื่องอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำถูก มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เติบโตประมาณ 6-7% มีทรัพยากรธรรมชาติยังสมบูรณ์ ต้นทุนค่าไฟฟ้าอยู่ในระดับ มีการเปิดการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป(อียู) แต่ก็มีจุดอ่อนที่กฎหมายการลงทุนบางข้อเขียนไว้คลุมเครือ ขณะที่ยอมรับว่าไทยมีจุดอ่อนเรื่องค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำแพงกว่าเวียดนาม ซึ่งไทยคงสู้ไม่ได้ แต่ไทยยังมีจุดแข็งเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานครบวงจรสามารถอำนวยความสะดวกรองรับการค้าการลงทุน แรงงานไทยมีทักษะฝีมือสูง มีความชัดเจนเรื่องกฎหมายต่างๆ มากกว่า ต่างชาติมีสิทธิ์ถือครองที่ดิน และมาตรการภาษีใช้ได้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนตัวเชื่อว่าเราจะสามารถดึงดูดต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยได้มากขึ้น โดยปัจจุบันพบนักลงทุนเกาหลีเข้ามาลงทุนในเวียดนามสูงสุดเป็นอันดับ 1 ประกอบกับไทยยังเห็นโอกาสที่จะดึงดูดนักธุรกิจของเวียดนามที่มีเงินทุนสูงและศักยภาพพร้อมออกไปลงทุนยังต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนในไทยได้เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งเบื้องต้นมอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) กลับไปสรุปสถานการณ์และผลการหารือครั้งนี้ทั้งหมดเพื่อเป็นแนวทางกำหนดแผนดึงดูดการลงทุนเข้าไทยก่อนนำเสนอให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พิจารณาภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อเสนอเป็นนโยบายต่อรัฐบาลต่อไป&amp;rdquo;นายสุริยะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพล รังสิตพล ผู้อำนวยการสศอ. กล่าวว่า แม้ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำของเวียดนามจะอยู่ในระดับต่ำกว่าไทย แต่สิ่งที่นักลงทุนไม่รับรู้ก่อนลงทุนคือ ค่าแรงงานขั้นต่ำดังกล่าวยังไม่ได้บวกค่าสวัสดิการต่างๆ ที่ต้องนำมานับรวมเป็นต้นทุนของผู้ประกอบการด้วย โดยเฉพาะข้อกำหนดที่เวียดนามระบุให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีส่งเสริมการลงทุนนั้นมีโควต้าจำกัด เมื่อผู้ประกอบการตัดสินใจลงทุนในเวียดนาม กลับไม่ได้สิทธิประโยชน์จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทางสถานทูตไทยประจำประเทศเวียดนาม ได้รายงานตัวเลขการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศของเวียดนามในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย.) อยู่ที่ &amp;nbsp;20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 6 แสนล้านบาท) ขณะที่ไทยมีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศประมาณ 7.5 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตามไทยยังคงดำเนินนโยบายส่งเสริมการลงทุนสองทางทั้งการดึงดูดเม็ดเงินเข้ามาลงทุนในไทย และการส่งเสริมผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพออกไปลงทุนยังต่างประเทศเพื่อนำส่งรายได้กลับเข้าประเทศ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44793</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดึงนักลงทุนต่างชาติ, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, เวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190809/image_big_5d4d691b224d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44233</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2019 17:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2019 17:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลยันมีแผนรับมือสงครามการค้า เร่งดึงดูดนักลงทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค. 2562 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี​ เปิดเผยว่า สงครามการค้าที่เกิดขึ้นนั้นนำไปสู่ผลกระทบทั้งด้านบวกและลบซึ่งรัฐบาลนับแต่เข้าบริหารประเทศได้มีการดำเนินการหลายอย่างไปแล้วเพื่อรองรับการหันเหทางการค้าและการลงทุน ด้านการค้าที่จะเป็นผลด้านบวกคือสืนค้าไทยมีโอกาสส่งออกไปทดแทนสินค้าสหรัฐในจีน หรือสินค้าจีนที่ส่งออกไปสหรัฐ ถือเป็นโอกาสสำหรับสินค้าเกษตรและอาหาร

อย่างไรก็ตามกลุ่มสินค้าที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตของสินค้าจีน เช่น ชิ้นส่วนเครื่องไฟฟ้า แผงวงจรไฟฟ้า จะได้รับผลกระทบ ในเรื่องนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการ 1)ตั้งทีมวอร์รูม (War Room) ทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์สงครามการค้าและเสนอแนวทางรับมืออย่างทันท่วงที มีคณะทำงานร่วมภาครัฐและเอกชนด้านพาณิชย์เพื่อจะได้ผลักดันการส่งออกเป็นรายกลุ่มสินค้าและรายตลาด 2)ทำRoad show สินค้าไทยต้องทำอย่างมีเป้าหมายเพื่อเจาะตลาดสหรัฐและจีน รวมถึงขยายตลาดใหม่ไปยังอินเดีย ตะวันออกกลางและอาเซียน 3)บูรณาการการทำงานของทูตพาณิชย์และทูตเกษตร นับเป็นครั้งแรกที่สองหน่วยงานจะขับเคลื่อนการส่งออกสินค้าเกษตรไปพร้อมๆกัน 4)ขับเคลื่อนการเจรจาการค้าทั้งในระดับพหุภาคีและทวิภาคี อีกประการหนึ่ง การหันเหทางการค้าอาจนำไปสู่การทะลักของสินค้าเข้าไทย กระทรวงพาณิชย์ได้มีการเตรียมความพร้อมที่จะรับมือกับเรื่องนี้แล้วโดยจะใช้กลไกพ.ร.บ.การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนสินค้าจากต่างประเทศเป็นเครื่องมือในการดูแลผู้ประกอบการไทย

ในส่วนของการหันเหทางการลงทุน คาดว่าจะเป็นผลกระทบด้านบวกต่อไทย เพราะจะมีนักลงทุนที่คิดย้ายฐานการผลิตออกจากสหรัฐและจีน โดยเฉพาะนักลงทุนที่จะย้ายออกจากจีน เช่นนักลงทุนสหรัฐ จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น ณ เวลานี้ มีจำนวน10รายที่ตัดสินใจจะมาลงทุนในไทย เช่น บริษัท Ricoh บริษัท Delta และคาดว่าจะมีเพิ่ม เพื่อดึงดูดนักลงทุนกลุ่มนี้ รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ได้มอบหมายให้BOIไปดูแล ซึ่งจะดำเนินการสามเรื่องคือ 1) ออกมาตราการที่มากกว่าสิทธิพิเศษด้านภาษีเพื่อดึงการลงทุนมาไทย 2)ตั้งทีมเฉพาะกิจดึงนักลงทุนต่างประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าโดยตรง 3)จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในจีน สหรัฐ ญี่ปุ่น ยุโรป โดยให้ภาคเอกชนและสถาบันการเงินเข้าร่วม เพื่อสนับสนุนแหล่งเงินทุน และเพิ่มความคล่องตัวในการอนุมัติ

ที่กล่าวมานี้เป็นการดำเนินการของส่วนงานหลักที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบสงครามการค้าโดยตรง ยังมีงานด้านอื่นๆที่รัฐบาลขับเคลื่อนคู่กันไป เช่น การเสริมศักยภาพและการลดต้นทุนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมและเกษตร รวมถึงการส่งเสริมทักษะแรงงานและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการลงทุนที่จะเข้ามาเพิ่ม แม้จะมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก แต่แนวทางที่ได้ทำและที่จะทำต่อไปจะนำไปสู่โอกาสเพิ่มศักยภาพในการส่งออก ยกระดับฐานการผลิต ส่งเสริมการถ่ายโอนความรู้ และเพิ่มการจ้างงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44233</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดึงนักลงทุนต่างชาติ, น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, ปัญหาสงครามการค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5d09452af70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43224</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2019 19:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2019 19:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสั่งติดตามปัญหาเศรษฐกิจโลก ห่วงกระทบไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11ส.ค. 2562 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นห่วงถึงผลกระทบของสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและสงครามการค้า และกำชับให้รายงานข้อมูลผลกระทบดังกล่าว เพื่อเตรียมการหารือใน ครม เศรษฐกิจการส่งออกของไทยได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงและสถานการณ์ของสงครามการค้าตั้งแต่ต้นปี 2561 ทำให้มูลค่าการส่งออกสินค้าช่วง 5 เดือนแรกของปี หดตัวลงร้อยละ 2.7 แต่ยังถือว่าหดตัวต่ำกว่าประเทศอื่นๆ เช่น อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ ที่มีอัตรามูลค่าการส่งออกช่วง 5 เดือนแรกของปีหดตัวลงร้อยละ 8.7 และร้อยละ 7.4 ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจในประเด็นข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน คาดจะอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากมีผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบ ผลกระทบทางลบ คือ กลุ่มสินค้าที่สหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีกับทุกประเทศทั่วโลก เช่น แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ส่วนผลกระทบทางบวก คาดว่าจะมาจากการส่งออกสินค้าที่ไทยสามารถคว้าโอกาสทดแทนในตลาดจีน เช่น กลุ่มสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมเกษตร และในตลาดสหรัฐฯ เช่น กลุ่มสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมเกษตร ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ยางและพลาสติก และเคมีภัณฑ์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผลกระทบจากความตึงเครียดทางการค้า ยังอาจส่งผลให้เกิดการย้ายการลงทุนจากจีนมาไทย เพราะจีนเป็นแหล่งเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่สำคัญอันดับ 7 ของไทยในปี 2561 โดยมีมูลค่าคงค้าง 5,012 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 2.12 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2.0 ในปีก่อนหน้า และขยับสูงขึ้นมาเป็นอันดับที่ 2 ในไตรมาส 1 ปี 2562 โดยจีนขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไทยถึง 38 โครงการ มีมูลค่ารวม 9,072 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านนายกฯ จึงได้มอบหมายให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาหาแนวทางรองรับผลกระทบทางลบ และปรับเปลี่ยนมาตรการที่ระดับโครงสร้างเพื่อให้ไทยเราได้รับประโยชน์จากผลกระทบทางบวกให้ได้มากที่สุด โดยจะได้นำเรื่องเหล่านี้เข้าสู่การพิจารณาใน ครม. เศรษฐกิจต่อไป ท่านนายกฯ กำชับว่าการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ จะต้องดูแลเศรษฐกิจทั้งสามระดับ คือ บน กลาง และ ล่าง เน้นให้เกิดการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43224</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดึงนักลงทุนต่างชาติ, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190806/image_big_5d498be857f02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41678</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2019 09:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2019 09:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตฯคุยเอกชนต่างชาติหาโอกาสดึงดูดนักลงทุนที่เตรียมหนีจากจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค. 2562 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังประชุมผู้บริหารระดับสูงเพื่อมอบนโยบายว่า เบื้องต้นมีกำหนดการหารือกับองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) เพื่อหารือทิศทางและนโยบายส่งเสริมการลงทุนภาคอุตสาหกรรมของไทย ภายในเดือนก.ค.นี้ และมอบหมายให้นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม จัดกำหนดการพบปะนักธุรกิจทั้งในและต่างประเทศให้มีความชัดเจนภายใน 1 สัปดาห์ โดยเฉพาะการหารือกับนักลงทุนจากจีนและญี่ปุ่นเป็นเรื่องเร่งด่วนลำดับแรก เพื่อรับฟังความคิดเห็น รวมทั้งข้อดี/ข้อเสียนำมาปรับปรุงนโยบายและหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการส่งเสริมการลงทุนของไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังนิตยสารนิเคอิ เอเชียน รีวิว เปิดเผยผลสำรวจแนวโน้มการลงทุนล่าสุดพบว่านักลงทุน 4 บริษัทมีแนวโน้มตัดสินใจเข้ามาลงทุนในไทย ได้แก่ คาสิโอ ผู้ผลิตนาฬิกา, ริโก้ ผู้ผลิตอุปกรณ์สำนักงานอัตโนมัติและเครื่องใช้สำนักงาน, ซิตี้ เชน วอช ผู้ผลิตนาฬิกา และไซ หลุน ไทร์ ผู้ผลิตยางล้อรถยนต์ และมีนักลงทุนอีกหลายรายเตรียมย้ายฐานการผลิตจากจีนไปลงทุนประเทศเวียดนาม เม็กซิโก ไต้หวัน เช่น แอปเปิ้ล, สเกตเชอร์, มิตซูบิชิ, ซูมิโตโม, เอซุส เป็นต้น ไทยจึงควรใช้โอกาสนี้ในการดึงนักลงทุนที่จะย้ายฐานออกจากจีนมาลงทุนในไทย โดยเร็วๆ นี้มีแผนเดินทางชี้แจงข้อมูลการลงทุนในต่างประเทศ (โรดโชว์) อาทิ จีน เป็นเรื่องเร่งด่วน เชื่อว่าหลังรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว จะสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้มากขึ้น&amp;rdquo;นายสุริยะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) เร่งจัดทำแผนดึงดูดนักลงทุนที่เตรียมย้ายฐานการผลิตจากจีนหลังได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ ให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ ประกอบกับกระทรวงอุตสาหกรรมจะหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เพื่อรับฟังความคิดเห็น ปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการธุรกิจ ทั้งยังต้องทำงานแบบบูรณาการร่วมกับกระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ทบทวนสิทธิประโยชน์ในการลงทุนเพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนภาคอุตสาหกรรม เกิดการจ้างแรงงานที่มีทักษะและได้รับประโยชน์จากการถ่ายทอดองค์ความรู้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41678</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดึงนักลงทุนต่างชาติ, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, มาตั้งโรงงาน, รมว.อุตสาหกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190719/image_big_5d3198ae58ee6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
