<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2019 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2019 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นั่งรถเข็นร้องเพลงกว่า 10 ปี ‘ชาย เมืองสิงห์’เตือนงดสูบบุหรี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เป็นนักร้องในตำนานที่อยู่ในความทรงจำของแฟนๆ หลายๆ คนสำหรับ ชาย เมืองสิงห์ ที่ตอนนี้ถึงแม้อาจะอายุเยอะแล้วแต่ก็ยังออกงานให้แฟนๆ ได้หายคิดถึงกันอยู่บ่อยๆ ล่าสุดเจ้าตัว ได้มาเปิดใจผ่านรายการ คุยแซ่บshow ถึงเรื่องสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ตอนนี้สุขภาพปกตินะ ไม่มีอะไรน่าห่วง เพราะว่ามะเร็งไม่มี เบาหวานไม่มี ความดันก็ขึ้นๆลงๆ วันไหนที่ไปหน้าเวทีแฟนเพลงให้มาลัยเยอะๆ ความดันมันก็ลดลง(หัวเราะ) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ &amp;nbsp;คือไปทำงานในต่างประเทศ เรียกว่าทำงานหนัก ก็อาจจะมีส่วนบ้าง เพราะว่าอากาศที่นู่นค่อนข้างต่างกับบ้านเรา แล้วก็เดินทางไปมาบ่อยๆ อีกส่วนหนึ่งก็มาจากการดื่ม แล้วการสูบบุหรี่ อันนี้คือสูบมาตั้งแต่เด็กๆ ตอนที่อยู่บ้านนอก ส่วนเรื่องการดื่มเหล้าสมัยเด็กๆไม่ค่อยได้ดื่มหรอก แต่มันมีช่วงเดินสายทำวงอันนี้ก็มีดื่มบ้าง เพราะครอบครัวมีปัญหา พ่อก็เป็นมะเร็งเสียชีวิตด้วยอะไรด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วินาทีที่ล้มป่วย วันนั้นก็วิ่งงานหลายงานอยู่เหมือนกัน จนมาจบที่งานของ สรพงษ์ ชาตรี ตอนนั้นมันเหนื่อยมาก เราก็ร้องเพลงเสร็จแล้วก็นั่งธรรมดาๆเลย วันนั้นสนุกกับเพลง &amp;quot;เมียพี่มีชู้&amp;quot; นี่แหละ เรียกว่าเราก็สนุกเกือบตกเวทีเหมือนกัน เสร็จงานก็ไม่มีอาการอะไรนะ ก็ขึ้นรถตู้นั่งรถกลับบ้าน ระหว่างทางก็หลับเพราะว่าเหนื่อยมาก จนมาถึงบ้าน ตื่นก็ตกใจทำไมร่างกายซีกซ้ายไม่มีความรู้สึก แต่ก็ไม่ได้ไปโรงพยาบาล มาคิดได้ตอนหลังว่าถ้าไปโรงพยาบาลตั้งแต่ตอนนั้นก็คงจะไม่หนักขนาดนี้ ก็ตกใจนะ คือตั้งแต่อยู่มาไม่เคยเข้าโรงพยาบาลเลย เพราะว่าอาเป็นทหารเสนารักษ์ ค่ายลพบุรีมาก่อน แต่พอมาเกิดกับตัวเอง ก็ไม่รู้ว่าโรคอะไร อย่างมากที่เราจะเป็นก็คือต่อมทอนซิลอักเสบ หรือเสียงแห้งแค่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ต้องนั่งรถเข็นเลย ก็ผ่านมา 10 ปีกับอีก 1 เดือนแล้ว ตั้งแต่ปี 2552 จริงๆที่เราจำได้แม่น ไม่ใช่เป็นคนช่างจำนะ แต่เป็นคนช่างจดด้วย เวลาอยู่บ้านก็ไม่ได้ทำอะไร มีสมุดก็เขียนไปเรื่อยๆ &amp;nbsp;วันหนึ่งต้องมาป่วยแล้วเดินไม่ได้ จริงๆอาเป็นคนลูกบ้าเยอะนะเวลาอยู่หน้าเวที เคยสนุกสนาน ได้เต้นด้วยอะไรด้วย พอมาอย่างนี้ เราก็รู้สึกอึดอัดเหมือนกัน แต่บางทีก็อดไม่ได้นะ ลุกขึ้นมา แฟนเพลงเขาก็เป็นห่วงว่าเราจะล้มเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ฝากถึงคนที่ดื่ม หรือสูบบุหรี่ ไม่ดูแลตัวเอง สมัยนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ มันสารพัดโรคแล้ว บุหรี่มันเป็นสิ่งไม่ดี ถ้าเลิกได้ก็เลิกซะ นักร้องถ้าเลิกได้ เสียงร้องก็จะดีขึ้นด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจากอินเตอร์เน็ต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30237</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาย เมืองสิงห์, ดื่มเหล้า, นั่งรถเข็น, ป่วย, สูบบุหรี่, เพลงชายเมืองสิงห์, โรคเส้นเลือดในสมองตีบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190301/image_big_5c78d8d14cde5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2018 17:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2018 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าถิ่นโหด!รัดคอยิงหัวซ้ำก่อนโยนศพหนุ่มบุรีรัมย์ทิ้งทะเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบศพคนงานก่อสร้างบ่อกุ้งถูกยิงที่ศีรษะ และใช้สายไฟรัดคอ ก่อยโยนศพทิ้งที่ปากท่อระบายน้ำริมทะเลสทิงพระ จ.สงขลา&amp;nbsp;คาดเมาพูดจาไม่เข้าหูเจ้าถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
20ส.ค.61- พ.ต.ท.อนุวัฒน์ เนาวรัตน์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.สทิงพระ จ.สงขลา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบศพชายนอนเสียชีวิตอยู่บริเวณปากท่อระน้ำระบายลงทะเล ริมถนนเลียบชายทะเล พื้นที่ ม.1 บ้านดอนแย้ ต.กระดังงา อ.สทิงพระ จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมประสานเจ้าหน้าศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 หน่วยกู้ภัยสทิงพระ และ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีท่งเซียเซี่ยงตึ๊งหาดใหญ่ ลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และชันสูตรศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุพบศพ นายสง่า ล้วนศิริภาพ อายุ 46 ปี ชาว ต.โคกย่าง อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ นอนตายจมกองเลือด สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดเข้าที่ขมับซ้าย 1 นัด กระสุนฝังใน และที่บริเวณลำคอยังถูกรัดด้วยสายไฟสีดำ โดยสวมกางเกงขาสั้นที่หลุดลุ่ย และเสื้อยืดถูกถอดออกไปวางกองอยู่ที่หน้าอก โดยบริเวณจุดเกิดเหตุไม่พบหลักฐานใดๆของคนร้าย มีเพียงรอยเท้าที่ย่ำไปในพื้นทรายบริเวณจุดที่พบศพเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนญาติให้การว่า ผู้ตายเป็นคนงานก่อสร้างบ่อกุ้งอยู่ในพื้นที่ ต.กระดังงงา อ.สทิงพระ ซึ่งเพิ่งลงใต้มาทำงานได้ไม่กี่เดือน และชอบดื่มสุรา รวมทั้งสติไม่ค่อยดี โดยได้หายออกไปตั้งแต่กลางดึกเมื่อคืนนี้ หลังจากที่ออกไปซื้อเหล้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า ผู้ตายน่าจะดื่มเหล้าจนเมา หรืออาจจะไปตั้งวงดื่มเหล้ากับเพื่อน หรือคนในพื้นที่ และพูดจาไม่เข้าหูกัน จนถูกรุมทำร้าย และใช้เชือกรัดคอจนหมดสติ ก่อนที่จะนำศพมาทิ้ง และจ่อยิงซ้ำอีก 1 นัด โดยตำรวจกำลังเร่งหาเบาะแสคนร้าย ซึ่งเชื่อว่าน่า จะอยู่ในละแวกเกิดเหตุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15772</URL_LINK>
                <HASHTAG>#บุรีรัมย์, คนงานก่อสร้าง, ดื่มเหล้า, บ่อกุ้ง, ยิงหัว, รัดคอ, สทิงพระ, สะทิงพระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180820/image_big_5b7a5f83b1412.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เส้นเลือดตีบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงนี้อากาศร้อนสลับฝนตกหนักเล่นงานหลายคนเป็นหวัดแถมไข้ ฉะนั้น ต้องดูแลสุขภาพให้แข็งแรงตลอดเวลา เมื่อมีอาการก็หายากินให้เรียบร้อย อย่าปล่อยให้ถึงขั้นต้องหามเข้าโรงพยาบาล เพราะไว้ใจเชื้อโรคเดี๋ยวนี้ไม่ได้ แปลกประหลาดขึ้นทุกวัน หากป่วยหนักเข้าโรงหมอทีหนึ่ง ระวังกระเป๋าเงินจะแหกไม่รู้ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากอากาศจะเป็นสาเหตุทำให้ไม่สบายแล้ว &amp;nbsp;โรคบางโรคเกิดจากพฤติกรรมการกินการอยู่ของเราเอง&amp;nbsp; เช่น &amp;ldquo;เส้นเลือดในสมองตีบ&amp;rdquo; โรคยอดฮิตที่มีผู้ป่วยจำนวนมาก โดยเมื่อสองเดือนที่แล้ว &amp;ldquo;อิสสระ สมชัย&amp;rdquo; อดีตรองหัวหน้าค่ายแม่พระธรณีบีบมวยผม ก็ป่วยด้วยโรคดังกล่าวเช่นกัน และปัจจุบันยังคงต้องรักษาตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด พ่อใหญ่อิสสระ ออกโรงโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;เส้นเลือดตีบในสมอง เกิดขึ้นทุก 4 นาที ภัยร้ายกับมนุษย์บนโลกนี้&amp;quot; แถมยังให้ความรู้เกี่ยวกับสัญญาณร่างกายเตือนให้ทราบว่ากำลังจะเป็นโรคร้ายด้วยว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;อาการที่ส่งสัญญาณ 1.อาการมึนหัว 2.อาการบ้านหมุน 3.อาจมีอาการอาเจียนร่วม 4.อาการร่วมอ่อนแรงที่แขน 5.การร่วมอ่อนแรงที่ขา และ 6.มีกลุ่มก้อนแข็งอุดตามคอ บ่า ไหล่ อาจส่งสัญญาณปวด ส่วนพฤติกรรมที่ส่งผล คือ 1.พักผ่อนน้อย 2.ดื่มน้ำน้อย 3.นอนดึก 4.ดื่มน้ำเย็นเป็นประจำ 5.ชอบทานอาหารมันๆ 6.ชอบดื่มเหล้า สูบบุหรี่ 7.ขาดการออกกำลังกาย 8.ไม่เคยปรับสมดุล ดูแลระบบหลอดเลือด และการไหลเวียนให้สมดุล 9.นั่งนาน 10.ยืนนาน 11.ทำงานหนัก และ 12.ชอบดื่มน้ำอัดลม เป็นต้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องฟิตร่างกายให้แข็งแรงเข้าไว้ วันไหน คสช.เป่านกหวีด จะกระโดดลงสนามเลือกตั้งได้ทันทีเด้อพ่อใหญ่ อิอิ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มินนี่เมาธ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11313</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, ดื่มเหล้า, มินนี่เมาธ์, สูบบุหรี่, อาการบ้านหมุน, อาการมึนหัว, อิสสระ สมชัย, เส้นเลือดตีบในสมอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 21:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผัวทิ้งเมียตาบอด ทนทุกข์กับลูกน้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาววัย 26 ตาบอดทั้งสองข้างมานานกว่า 7 ปี หลังไปทำงานโรงหลอมเหล็กที่ชลบุรี ไม่มีเงินรักษาต่อเนื่องจนต้องกลายเป็นคนพิการ ซ้ำสามีหนีไปบวช ทิ้งให้เลี้ยงลูกวัยขวบเศษลำพัง มีเพียงเบี้ยคนพิการและบัตรสวัสดิการคนจนประทังชีวิต ต้องอดมื้อกินมื้อ อาศัยเพิงสังกะสีเก่าซุกหัวนอน เผยเคยท้อถึงขั้นคิดอยากฆ่าตัวตาย แต่ก็สงสารลูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 มิถุนายนนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีหญิงสาวคนหนึ่งในหมู่บ้านกลันทา หมู่ 10 ต.กระสัง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ มีสภาพความเป็นอยู่ที่น่าเวทนาสงสาร พิการตาบอดทั้งสองข้าง อาศัยอยู่ในเพิงสังกะสีที่มีสภาพเก่าผุพังเป็นที่ซุกหัวนอน ต้องเลี้ยงลูกวัยชายวัย 1 ขวบเศษตามลำพัง เพราะสามีหนีไปบวชแล้วไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย ปัจจุบันอาศัยเพียงเบี้ยคนพิการเดือนละ 800 บาท และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนเดือนละ 300 บาท ซื้อข้าวสาร อาหารกินประทังชีวิต แต่ก็ไม่เพียงพอ ต้องอดมื้อกินมื้อ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ พบกับ น.ส.สุนิสา มุ่งรวยกลาง หรือยุ้ย อายุ 26 ปี สาวที่พิการตาบอดทั้งสองข้าง นั่งอุ้มลูกชายวัย 1 ขวบ 3 เดือน อยู่บริเวณเพิงเล็กๆ มุงด้วยสังกะสีเก่าผุพัง เป็นที่ซุกหัวนอนกับลูก ข้างกันมีเพิงที่ล้อมรอบด้วยสังกะสีอีกหลังซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของแม่และพ่อเลี้ยง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุนิสา หรือยุ้ย เล่าว่า เมื่อประมาณปี 2554 ได้ไปทำงานที่โรงงานหลอมเหล็กกับพ่อแม่และสามีที่ จ.ชลบุรี โดยตนเองทำหน้าที่โหลดเหล็กเข้าเตาหลอม แต่หลังจากทำได้แค่ 3 เดือน ก็ต้องลาออกจากงาน เพราะเริ่มมีอาการปวดหัวรุนแรงและแสบที่ดวงตา เชื่อว่าน่าจะเกิดจากผลข้างเคียงจากฝุ่นสนิมเหล็กเข้าตา หลังลาออกกลับมาอยู่บ้านสามีที่ อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา ได้ไม่นาน ตาเริ่มพร่ามัว จึงไปหาหมอที่ชุมพวง แต่หมอแนะนำให้กลับมารักษาที่ จ.บุรีรัมย์ เพราะมีสิทธิ์รักษาที่ จ.บุรีรัมย์ จึงตัดสินใจกลับมาตามที่หมอแนะนำ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงแรกหมอบอกว่าจอประสาทตาหลุดลอก ซึ่งช่วงนั้นตาทั้งสองข้างก็มองไม่เห็นแล้ว ต้องทำการผ่าตัด จึงทำเรื่องส่งตัวไปผ่าตัดที่โรงพยาบาล จ.ขอนแก่น แต่หลังจากผ่าตัดก็ยังมองไม่เห็น ซึ่งหมอบอกว่าจอประสาทตาเสื่อม อาจทำให้พิการมองไม่เห็น บอกให้ครอบครัวทำใจ แต่ก็ให้ความหวังว่าขอให้มาตรวจและรักษาต่อเนื่อง เผื่อมีโอกาส หรือวิวัฒนาการใหม่ที่สามารถช่วยรักษาได้ แต่ด้วยฐานะที่ยากจน ไม่มีค่าใช้จ่ายเดินทางไปรักษาได้อย่างต่อเนื่อง จึงต้องกลายเป็นคนพิการตาบอดทั้งสองข้างมาจนถึงทุกวันนี้เป็นเวลานานกว่า 7 ปีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุนิสาเล่าทั้งน้ำตาอีกว่า ช่วงที่ตนเองมองไม่เห็น ก็มีแม่คอยดูแล และสามีทำงานรับจ้างหาเลี้ยง ส่วนตัวก็พยายามฝึกทำอะไรด้วยตัวเอง แต่พอมีลูกสามีก็เริ่มเครียด ดื่มเหล้า บางวันมีเงินให้บ้าง ไม่ให้บ้าง กระทั่งต่อมาสามีบอกว่าจะไปบวช ซึ่งช่วงแรกก็ยังโทรศัพท์ติดต่อหาลูก และส่งเงินค่านมมาให้ แต่ล่าสุดหายไปนานกว่า 3 เดือนแล้ว ไม่สามารถติดต่อได้เลย ทิ้งให้ตนที่พิการตาบอดเลี้ยงลูกตามลำพัง ปัจจุบันก็อาศัยเบี้ยคนพิการเดือนละ 800 บาท และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนเดือนละ 300 บาท ซื้อข้าวสาร อาหารมาประทังชีวิต แต่ก็ไม่เพียงพอ เพราะต้องซื้อนมและอาหารเสริมให้ลูกกินด้วย ต้องอยู่อย่างยากลำบาก อดมื้อกินมื้อ บางครั้งท้อถึงขั้นคิดสั้นอยากจะฆ่าตัวตาย แต่ก็สงสารลูก &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอกล่าวว่า หากมีผู้ใจบุญช่วยเหลือ ก็อยากให้ช่วยรักษาตาให้มองเห็น เพราะอยากเห็นหน้าลูก ทั้งอยากทำงานหาเลี้ยงตัวเองและลูกได้โดยไม่เป็นภาระคนอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางตุ่ม สมบูรณ์ อายุ 51 ปี แม่ของ น.ส.สุนิสา บอกว่า หลังเห็นลูกสาวและหลานชายอยู่อย่างยากลำบาก ก็สงสารมาก แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง เพราะปัจจุบันตัวเองก็ไม่สามารถทำงานได้เหมือนเมื่อก่อน เพราะป่วยเป็นความดันสูง หน้ามืดบ่อยครั้ง ปวดเข่า ทำงานหนักไม่ได้ เพียงแค่รับจ้างเล็กๆ น้อยๆ กินไปวันๆ เท่านั้น บางครั้งไม่มีจะกินก็ไปหยิบยืมญาติพี่น้องมาให้ลูกสาวและหลานได้ซื้ออาหารกินประทังความหิวบ้าง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านใดใจบุญต้องการช่วยเหลือ สามารถบริจาคได้ที่ ชื่อบัญชี น.ส.สุนิสา มุ่งรวยกลาง หมายเลขบัญชี 308-0-61208-6 บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย สาขาบุรีรัมย์.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10595</URL_LINK>
                <HASHTAG>308-0-61208-6, คนพิการ, ดื่มเหล้า, ตุ่ม สมบูรณ์, ธนาคารกรุงไทย, บุรีรัมย์, สุนิสา มุ่งรวยกลาง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180603/image_big_5b13f3bf29f2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
