<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33892</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2019 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2019 11:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คสช.สรุป 7 วันยึดรถ 7,282 คัน ทำผิด &#039;ดื่มไม่ขับฯ&#039;ปีนี้สถิติลดลงครึ่งหนึ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย.62 - พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)กล่าวว่า ​ตลอดระยะเวลา 7&amp;nbsp;วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันดูแล ประชาชนทั้งในเรื่องการสัญจร มาตรการป้องกันและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ จัดระบบอำนวยความสะดวกในสถานที่ท่องเที่ยว การดูแลภาพรวมในการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ตามชุมชนเมืองใหญ่ รวมทั้งการตั้งจุดบริการประชาชนในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ ซึ่งการดำเนินงานทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติและรัฐบาล ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกส่วนและจิตอาสาที่ทุ่มเทปฏิบัติงานตลอดช่วงวันหยุดยาวและขอขอบคุณประชาชนผู้ใช้เส้นทางที่ร่วมมือปฏิบัติ ตามมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทำให้ภาพรวมในปีนี้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางได้อย่างคล่องตัวและร่วมกิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์อย่างมีความสุข จึงขอให้ช่วยกันรักษาวินัยจราจรเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยในทุกโอกาสทุกเทศกาลไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​สำหรับในวันที่ 17&amp;nbsp;เมษายน 2562&amp;nbsp;ซึ่งเป็นวันสุดท้าย ตามมาตรการลดอุบัติเหตุและสร้างความปลอดภัย &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo; มีสถิติดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-รถจักรยานยนต์ พบการกระทำผิด 38,844&amp;nbsp;ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถไว้ 532&amp;nbsp;คัน และส่งดำเนินคดี 23,259&amp;nbsp;คน สำหรับรถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 26,860&amp;nbsp;ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบอนุญาตขับขี่ไว้ 2,942&amp;nbsp;ราย ยึดรถยนต์ 246&amp;nbsp;คัน ส่งดำเนินคดี 18,043&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถิติตามมาตรการ &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo;ในภาพรวม 7&amp;nbsp;วัน ระหว่างวันที่ 11&amp;nbsp;- 17&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;สรุปได้ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับจำนวน 388,854ครั้ง&amp;nbsp;ซึ่งสถิติลดลงจากปี61&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ 20&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับจำนวน 7,282&amp;nbsp;คัน สถิติลดลงจากปี 61คิดเป็นร้อยละ 55&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในปีนี้ มีทั้งหมด 271,657&amp;nbsp;คน สถิติลดลงจากปี 61&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ 12&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการดื่มไม่ขับจับยึดรถ เป็นมาตรการที่ช่วยป้องกันและลดความสูญเสียอันเกิดจากอุบัติเหตุที่เกิดจากพฤติกรรมของผู้ขับขี่ซึ่ง คสช. และรัฐบาลได้ดำรงความต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมา โดยประชาชนให้การตอบรับมาตรการนี้เป็นอย่างดี เพราะทำให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทางของทุกคน รวมทั้งประชาชนได้มีข้อเสนอแนะ ให้เพิ่มบทลงโทษผู้กระทำผิด &amp;nbsp;และการยืดระยะเวลาการเก็บรักษารถเอาไว้ รวมถึงอยากให้มีการบังคับใช้มาตราการนี้ในทุกวัน เพื่อการป้องกันอุบัติเหตุจากการดื่มสุราแล้วขับรถในชีวิตประจำวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสรุปบทเรียนและผลการปฏิบัติงาน นำไปบูรณาการ แผนการป้องกันอุบัติเหตุ การจราจร มาตราการบังคับใช้กฎหมาย ในการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและลดสูญเสียจากอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลให้ได้มากที่สุดต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33892</URL_LINK>
                <HASHTAG>7วันอันตราย, 7วันอันตรายสงกรานต์2562, คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.), ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ, สถิติอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์2562</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190223/image_big_5c70d148878b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2019 10:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2019 10:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดื่มไม่ขับจับยึดรถ&#039;สายแว้น&#039;ยังแรงจัด ทุบทุกสถิติสงกรานต์ด้านมืด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
16 เม.ย.62- &amp;nbsp;พันเอกหญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ระบุว่า มาตรการ &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo;พบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่เมื่อวานนี้(วันที่ 15 เมษายน 2562) ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​- รถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 45,508 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดไว้ 1,166 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​- รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 42,696 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 2,291 คน ยึดรถยนต์ 457 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​โดยตลอด 5วันที่ผ่านมา (11-15 เมษายน 2562) เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการ ดื่มไม่ขับไว้แล้ว 5,318 คัน (แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 3,907 คัน และรถยนต์ 1,411คัน ) และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด รถจักรยานยนต์ 104,279 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 73,139 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่าสถิติผู้ฝ่าฝืนมาตรการปลอดภัยมีจำนวนมากนั้น เนื่องจากในเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ผู้ใช้เส้นทางมีจำนวนมาก ประกอบกับเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มจำนวนจุดบริการ/จุดตรวจสอบมากขึ้น ทำให้ตรวจพบผู้ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับมากขึ้นเช่นกัน &amp;nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้ทั้งมาตรการทางนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ เน้นการสร้างความเข้าใจ ขอความร่วมมือ หรือการจัดส่งคนที่ดื่มกลับบ้าน เพื่อมุ่งหวังให้ประชาชนปลอดภัยเป็นสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรถที่ควบคุมไว้นั้น เจ้าหน้าที่ได้ดูแลและจัดหาสถานที่เก็บรักษาไว้อย่างเหมาะสม โดยผู้เป็นเจ้าของรถสามารถติดต่อขอรับคืนได้หลังเทศกาลตามเวลาที่กำหนด ยกเว้นรถที่อยู่ในระหว่างการดำเนินคดี ต้องรอให้กระบวนการทางคดีเรียบร้อยก่อน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33742</URL_LINK>
                <HASHTAG>-พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง, ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ, รองโฆษก คสช., สงกรานต์, สายแว้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190416/image_big_5cb54fb9a4162.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2019 10:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2019 10:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงกรานต์เมาขับจับยึดรถวันแรก202คันคสช.ย้ำจนท.อำนวยความสะดวกปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12เม.ย.62-พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวว่า ในวันแรกของเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวอย่างหนาแน่น ส่งผลให้การจราจรในหลายพื้นที่ติดขัดเป็นช่วงๆโดยเฉพาะเส้นทางสายหลักที่มุ่งสู่ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ตำรวจ ฝ่ายปกครองและจิตอาสา ได้ร่วมกันอำนวยความสะดวกประชาชน อำนวยการจราจรตามจุดบริการและจุดตรวจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่สถานีขนส่งหลัก ที่เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินรถ เช่น สถานีขนส่งประจำจังหวัด &amp;nbsp;สถานีขนส่งหมอชิต สายใต้ใหม่ เอกมัย โดยเจ้าหน้าที่ได้ออกตรวจและดูแลความเรียบร้อยในภาพรวม และป้องปรามอาชญากรรม เพื่อให้ผู้เดินทางได้รับความสะดวกเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากการขับขี่ยานพาหนะด้วยมาตรการ &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo; ที่ คสช.และรัฐบาลได้ใช้ในการดูแลประชาชนในช่วงเทศกาลมาตลอดนั้น สถิติในวันแรก (11 เมษายน 2562) เจ้าหน้าที่ตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทประมาท 2,344 ครั้ง จำเป็นต้องเก็บรักษารถไว้ 202 คัน (จักรยานยนต์ 158คัน และ รถยนต์ 44 คัน) &amp;nbsp;ยึดใบขับขี่รถจักรยานยนต์ 20 คน และยึดใบอนุญาตขับขี่รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ 121 คน &amp;nbsp;ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดีรวม 1,168 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ การคับคั่งของยานพาหนะที่มีเป็นช่วงๆในพื้นที่ผ่านชุมชนเมืองใหญ่ นั้น เจ้าหน้าที่ได้พยายามเร่งระบายรถที่ชะลอตัวหรือหยุดเป็นเวลานานอย่างเต็มที่ เพื่อให้การจราจรเลื่อนไหลไปได้อย่างเหมะสม อย่างไรก็ตามในห้วงนี้สภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อนจัดอาจส่งผลต่อสภาพยานพาหนะและการขับขี่ การพิจารณาพักรถเป็นระยะๆระหว่างการเดินทาง อาจช่วยให้การเดินทางราบรื่นและปลอดภัยยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33491</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สงกรานต์, -พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ, ทีมโฆษกคสช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190223/image_big_5c70d148878b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25550</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2019 11:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2019 11:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คสช.เข้ม ฉลองปีใหม่ 5วัน ดื่มแล้วขับจับยึดรถ 3,684 คัน ดำเนินคดี 164,980 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ม.ค.62- &amp;nbsp;พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. แถลงว่า ตลอดคืนที่ผ่านมา การจัดกิจกรรมส่งท้ายปี 2561 เพื่อเข้าสู่ปีใหม่ 2562 ในพื้นที่ต่างๆทั้ง การสวดมนต์ภาวนา งานเคาท์ดาวน์ และตามสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประชาชนได้ร่วมกิจกรรมกันอย่างมีความสุข ภาพรวมเป็นไปด้วยความงดงาม เรียบร้อย คณะรักษาความสงบแห่งชาติขอขอบคุณประชาชน ผู้จัดงาน และเจ้าหน้าที่ทุกส่วนที่ร่วมกันดูแลความปลอดภัยในทุกกิจกรรมได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในวันนี้ประชาชนได้เริ่มเดินทางกลับ การสัญจรในเส้นทางต่างๆ มีความหนาแน่นเป็นระยะ และคาดว่าจะหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าอำนวยการจราจรให้สะดวกและทันต่อสภาพการใช้รถใช้ถนน ทั้งในสายหลัก สายรอง และทางลัด เพื่อเร่งระบายรถตามเส้นทางให้คล่องตัวที่สุด ควบคู่ไปกับการเข้มงวดในมาตรการสร้างความปลอดภัย &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ยังได้เข้าดูแล ตรวจสอบตามสถานีขนส่ง ซึ่งมีประชาชนมารอขึ้นรถเดินทางกลับให้มีความเรียบร้อยในทุกด้านอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รองโฆษก คสช. เผยว่ามาตรการ&amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo; เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุในวันที่ 31 ธันวาคม 2561 พบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทดังนี้ รถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 39,708 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถไว้ 732 คัน และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 34,439 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 34,836 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 670 คน รถยนต์ 223 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 26,628 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอด 5 วันที่ผ่านมา ( 27 &amp;ndash; 31 ธ.ค.61 ) เจ้าหน้าที่ได้เก็บรักษารถที่ฝ่าฝืนมาตรการ ดื่มไม่ขับไว้แล้ว 3,684 คัน (แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 2,677 คัน และรถยนต์ 1,007 คัน) และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ในส่วนรถจักรยานยนต์ 97,679 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 67,301 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25550</URL_LINK>
                <HASHTAG>-พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง, 5วัน 3684 คัน, ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ, ปีใหม่, รองโฆษก คสช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181211/image_big_5c0f84fc42240.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25294</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2018 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2018 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คสช.เริ่มแล้ว!&#039;ดื่มไม่ขับ&#039;ปีใหม่ยึดรถวันแรก88คัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ธ.ค.61-พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เปิดเผยว่า ​​&amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo; หนึ่งในมาตรการดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนในช่วงเทศกาลและวันหยุดต่อเนื่อง ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 46/2558 เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาอันเกิดจาการขับขี่ยานพาหนะ ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ดำเนินการมาตลอด 4ปี สำหรับในห้วงเทศกาลปีใหม่ตั้งแต่ ๒๗ ธันวาคม 2561&amp;ndash; 2 มกราคม 2562 นี้ &amp;nbsp;พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มอบให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp; ฝ่ายปกครอง กระทรวงคมนาคม องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชนและประชาชนจิตอาสา ดำเนินมาตรการดังกล่าวอีกเช่นเคย โดยได้จัดตั้งจุดตรวจตามเส้นทางคมนาคม บนถนนสายหลัก สายรอง ทางตรงระยะยาว หรือจุดเสี่ยงจุดล่อแหลมที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้ใช้เส้นทางอย่างปลอดภัย เน้นป้องกันไม่ให้มีการดื่มสุราแล้วขับรถ ทั้งนี้ หากตรวจพบพฤติกรรมสุ่มเสี่ยง เจ้าหน้าที่จะใช้การชี้แจง แนะนำให้ยุติการใช้รถ ติดต่อญาติหรือผู้นำชุมชนมารับทราบเหตุ หากจำเป็นเจ้าหน้าที่จะนำรถไปเก็บรักษาไว้ก่อน ณ สถานที่ที่จัดเตรียมไว้พร้อมดูแลป้องกันความเสียหายของรถ เช่นการลงทะเบียน บันทึกภาพ ติดตั้งกล้องวงจรปิด ทั้งนี้เจ้าของรถสามารถติดต่อขอรับรถคืนได้หลังเทศกาล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​​โดยสถิติการดำเนินมาตรการ &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo; ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่ปี 2559&amp;ndash; 2561ปรากฏว่าผู้กระทำผิดและรถที่เจ้าหน้าที่เก็บรักษาไว้ตลอดเทศกาลมีจำนวนสูงขึ้นทุกปี ดังนี้ &amp;nbsp;ปี 2559 เจ้าหน้าที่นำรถไปเก็บรักษาไว้ 3,046 คัน แยกเป็นจักรยานยนต์ 2,477คัน และ รถยนต์ 569 คัน ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด 30,152คน
&amp;nbsp;ปี 2560 เจ้าหน้าที่นำรถไปเก็บรักษาไว้ 4,354คัน แยกเป็นรถจักรยานยนต์ 3,118คัน และ รถยนต์1,236 คัน ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด 66,783คน ปี 2561 เจ้าหน้าที่นำรถไปเก็บรักษาไว้ 6,326คัน แยกเป็นรถจักรยานยนต์ 4,823คัน และ รถยนต์ 1,503 คัน ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด245,356คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;​​&amp;quot;สำหรับในวันที่ 27ธันวาคม 2561ซึ่งเป็นวันแรกของมาตรการนี้ พบว่ามีผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาท 6,852ครั้ง ดำเนินคดี 4,443ราย เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องเก็บรักษารถไว้ 88คัน รถจักรยานยนต์ 63คัน และ รถยนต์ 25คัน) &amp;nbsp;ยึดใบขับขี่รถจักรยานยนต์ 95คน และยึดใบอนุญาตขับขี่รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ 34คน&amp;quot;
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25294</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ, พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, เทศกาลปีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181228/image_big_5c25c6abdba4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อเด้ง 3ผู้การฯเซ่น สงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดฉาก 7 วันอันตรายสงกรานต์ปี 61 สถิติสูงกว่าปี 60 หลังเกิดอุบัติเหตุรวม 3,724 ครั้ง เสียชีวิต 418 ศพ บาดเจ็บ 3,897 คน &amp;quot;คสช.&amp;quot; ยึดรถขี้เมาก็เพิ่ม 100% &amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; เต้น! เตรียมเชือด &amp;quot;3 ผู้การจังหวัด&amp;quot; หย่อนยานไม่สนองคำสั่งดูแล ปชช. พร้อมรับลูก &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; คุมเข้ม กม.จราจรต่อเนื่องทั้งปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 เม.ย.2561 นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานแถลงสรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 7 วัน ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย. ของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561 ในการรณรงค์ &amp;quot;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;quot; ช่วง 7 วันอันตราย ว่าเกิดอุบัติเหตุ 3,724 ครั้ง เสียชีวิต 418 ราย บาดเจ็บ 3,897 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือตายเป็นศูนย์ มี 4 จังหวัด ได้แก่ ระนอง สมุทรสงคราม หนองคาย และหนองบัวลำภู&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุธีกล่าวว่า จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 133 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 20 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 142 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 40.28 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 26.50 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 79.85 รถปิกอัพ 7.17 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 64.66, &amp;nbsp;ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 37.57, บนถนนกรมทางหลวงร้อยละ 37.51 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 28.65
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมช.มหาดไทยกล่าวว่า สำหรับอุบัติเหตุทางถนนเฉพาะวันที่ 17 เม.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรณรงค์ &amp;nbsp;เกิดอุบัติเหตุ 307 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 26 ราย ผู้บาดเจ็บ 336 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 27.69 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 25.73 และตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 18.89 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 82.35 รถปิกอัพ 8.05 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 66.45, &amp;nbsp;บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 42.35, ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 29.64 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 29.32&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนพบสาเหตุหลักยังคงเกิดจากการดื่มแล้วขับ และขับรถเร็ว รวมถึงผู้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นกลุ่มที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 79.85 ซึ่ง ศปถ.ได้ประสานจังหวัดบูรณาการสร้างความปลอดภัยทางถนนและต่อเนื่องตลอดทั้งปี ในรูปแบบการประสานพลังประชารัฐวางกลไกการบริหารจัดการอุบัติเหตุครอบคลุมทุกปัจจัยเสี่ยง ทั้งคน รถ ถนน และสิ่งแวดล้อม รวมถึงบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะพฤติกรรมเสี่ยงดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว การไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย และรถจักรยานยนต์ไม่ปลอดภัย&amp;quot; รมช.มหาดไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำหรับสถิติอุบัติเหตุทางถนนรวม 7 วันของเทศกาลสงกรานต์ปี 2560 (11-17 เม.ย.60) เกิดอุบัติเหตุรวม 3,690 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 390 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 3,808 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สรุปมาตรการ &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo; ตลอดช่วง 7 วัน ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.2561 ว่า ตรวจพบผู้ฝ่าฝืนมาตรการ 490,512 ครั้ง แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 280,631 ครั้ง, รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ 209,881 ครั้ง ซึ่งลดลงจากสถิติผู้กระทำผิดในปี 2560 ประมาณร้อยละ 38&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;​​&amp;quot;สำหรับการยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับในปี 2561 นี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 16,288 คัน แยกเป็นจักรยานยนต์ 11,768 คัน และรถยนต์ 4,520 คัน ซึ่งสถิติการยึดรถเพิ่มขึ้นคิดเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ จากมาตรการดื่มไม่ขับห้วงสงกรานต์ 2560 ยึดรถรวม 8,128 คัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก คสช.กล่าวว่า ในส่วนของการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในปีนี้ มีทั้งหมด 310,299 คน แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 196,613 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคคล 113,686 คน ซึ่งเป็นสถิติที่ลดลงจากปี 2560 คิดเป็นร้อยละ 35
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงยอดอุบัติเหตุทางถนนช่วง 7 วันอันตรายสงกรานต์เพิ่มขึ้นว่า รัฐบาลมีความห่วงใยประชาชน โดยให้ทุกส่วนของภาครัฐและเอกชน ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ร่วมกันหามาตรการ เอาบทสรุปของแต่ละปีมาเป็นตัวตั้ง ซึ่งมาตรการต่างๆ เราสามารถควบคุมได้ แต่วินัยผู้ขับขี่เป็นเรื่องสำคัญ ทั้งรถยนต์ จักรยานยนต์ ต้องปฏิบัติตามกฎจราจรเป็นเรื่องสำคัญมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ได้สั่งการให้ปฏิบัติแบบนี้ตลอดไปด้วยซ้ำ และให้ไปประชุมแต่ละภาค ให้สรุปแต่ละภาคจะมีมาตรการอย่างไรต่อ และให้ออกคำสั่งเน้นการบังคับใช้กฎหมายมากขึ้น ไม่เฉพาะเทศกาลต่างๆ เพราะยอดการเสียชีวิตจะอยู่ที่ถนนรอง และถนนชนบท ดังนั้นแต่ละภาคต้องร่วมประชุมหารือร่วมกัน&amp;quot; พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ตร.กล่าวว่า ในส่วนตำรวจในวันที่ 19 เม.ย. ตนจะมีคำสั่งให้ตำรวจระดับผู้บังคับการ 3 จังหวัด มาช่วยราชการ แต่จะตั้งกรรมการสอบหรือไม่ จะพิจารณาอีกที เพราะได้สั่งกำชับการปฏิบัติงานไปแล้วกลับไม่สนองตอบหรือหย่อนยานปล่อยปละละเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชีวิตประชาชนสำคัญ เป็นผู้การจังหวัด เป็นหัวหน้าหน่วย การดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่สำคัญ ซึ่งส่วนใหญ่เขาก็ทำงานอยู่ในพื้นที่ แต่มีส่วนน้อยเท่านั้นเอง&amp;quot; ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า หลังจากนี้จะนำปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นทั้งหมดมาปรับปรุงและแก้ไข เพื่อเพิ่มมาตรการในการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลอื่นต่อไป โดยเฉพาะในส่วนของการเกิดอุบัติเหตุบนถนนสายรองที่มีการสูญเสีย และเกิดการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุเป็นจำนวนมาก ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ มีแนวคิดจะเพิ่มด่าน จุดสกัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการปกครอง ศูนย์ความปลอดภัยทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเพิ่มมาตรการลดการสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนต่อไปในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. แถลงสรุปผลการปฏิบัติงานตามมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และโครงการประชารัฐร่วมใจ ดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 ว่า ห้วงวันที่ 11-17 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา มีประชาชนสนใจเข้าร่วมโครงการจำนวนทั้งสิ้น 8,348 หลัง คืนแล้ว 6,598 หลัง คงเหลือ 1,750 หลัง &amp;nbsp; โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นจากปี 2560 จำนวน 2,421 หลัง หรือคิดเป็นร้อยละ 40.8 อยู่ระหว่างการคืนบ้านให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลความปลอดภัย ไปจนกว่าจะคืนบ้านหลังสุดท้ายให้กับเจ้าของบ้าน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานจากสถานีตำรวจพื้นที่ที่รับผิดชอบตามโครงการว่ามีเหตุการณ์ไม่ปกติกับบ้านที่เข้าร่วมโครงการแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7392</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 วันอันตรายสงกรานต์ปี 61, การรณรงค์, ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร, ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ, นายสุธี มากบุญ, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด, เตรียมเชือด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad75c943150a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
