<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 22:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2020 22:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนง.จับตาแนวโน้มเศรษฐกิจส่อแววเลวร้ายกว่าเดิม  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มิถุนายน 2563 &amp;nbsp;นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย และเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจในระยะถัดไปยังมีความไม่แน่นอนสูงภายใต้สภาพแวดล้อมของเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลกในปัจจุบัน และมีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะหดตัวมากกว่าที่ประเมินไว้ และการประชุมกนง. ในครั้งก่อน คณะกรรมการฯ มีความกังวลต่อสถานการณ์เงินบาทที่อาจกลับมาแข็งค่าขึ้นและอาจกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ จึงเห็นควรให้ติดตามและดูแลสถานการณ์ในตลาดการเงินและตลาดอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดุลบัญชีเดินสะพัดล่าสุดเดือนเมษายน 2563 ขาดดุล 0.7 พันล้านดอลลาร์ สรอ. และหากไม่รวมทองคำ ดุลบัญชีเดินสะพัดจะขาดดุลสูงถึง 3.1 พันล้านดอลลาร์ สรอ. นับเป็นมูลค่าการขาดดุลสูงสุดในช่วงกว่า 2 ทศวรรษ โดยในระยะถัดไป คาดว่าราคาน้ำมันที่อาจปรับสูงขึ้นและข้อจำกัดในการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติจากการปิดประเทศจะทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลดลงต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดุลบัญชีเดินสะพัดต่อเดือนในช่วงที่เหลือของปีจะเข้าใกล้สมดุลมากขึ้นจนกว่าสถานการณ์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติจะฟื้นตัว ซึ่งลดลงจากที่เคยเกินดุลถึงประมาณ 3-4 พันล้านดอลลาร์ สรอ. ต่อเดือนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา&amp;rdquo; แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนทิศทางของดุลบัญชีเดินสะพัดและพลวัตของค่าเงินบาทที่เปลี่ยนแปลงไปหลังเกิด COVID-19 ซึ่งทำให้คาดว่าการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดจะไม่ใช่แรงกดดันค่าเงินบาทที่สำคัญในระยะถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการฯ จะเผยแพร่ประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ และดุลบัญชีเดินสะพัดใหม่ในการประชุมครั้งถัดไปวันที่ 24 มิถุนายน 2563&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67686</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.), ดุลบัญชีเดินสะพัด, ทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191106/image_big_5dc2d72f6bd80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2019 19:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2019 19:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“แบงก์ชาติ” ลุ้นเศรษฐกิจไตรมาส 2 ฟื้นจ่อปรับคาดการณ์จีดีพีใหม่!มิ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แบงก์ชาติ&amp;rdquo; ลุ้นเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/2562 ฟื้นตัวดีขึ้น ชี้การบริโภคในประเทศยังแกร่งช่วยหนุน ด้านส่งออกยังติดลบแต่น้อยลง พร้อมเกาะติดเครื่องชี้เศรษฐกิจใกล้ชิด ก่อนเขย่าตัวเลขคาดการณ์จีดีพีปีนี้ใหม่อีกรอบ ในเดือน มิ.ย. แนะรัฐเร่งเครื่องลงทุน หวังช่วยพยุงเศรษฐกิจ พ่วงเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรเพ็ญ สดศรีชัย ผู้อำนวยการเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/2562 จะขยายตัวได้ดีกว่าไตรมาสแรก เนื่องจากการส่งออกในเดือน เม.ย. 2562 ขยายตัวติดลบน้อยลง และการบริโภคในประเทศยังขยายตัวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่ง ธปท. ได้ติดตามเพื่อที่จะรายงานคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่จะประชุมในเดือน มิ.ย. นี้รับทราบ ซึ่งจะมีการปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยใหม่ จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 3.8% ภายใต้การส่งออกขยายตัวได้ 3%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การส่งออกของไทยในไตรมาสแรก ของปี 2562ขยายตัวติดลบ แต่การส่งออกเดือนเม.ย. ปรับตัวดีขึ้น มีการติดลบน้อยลง แต่ภาพรวมทั้งปีต้องขอรอดูตัวเลขการส่งออก พ.ค. ก่อน ซึ่งมีผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนรอบใหม่&amp;quot; น.ส.พรเพ็ญ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรเพ็ญ กล่าวอีกว่า ในส่วนของภาครัฐควรเร่งการลงทุน เพราะนอกจากพยุงเศรษฐกิจที่ขยายตัวลดลงได้แล้ว ยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไปด้วย สำหรับงบประมาณรายจ่ายปี 2563 ที่เริ่มใช้ช้าไป 3 เดือน จะมีผลกระทบของการใช้จ่ายงบลงทุนบ้าง แต่เห็นทางรัฐบาลได้เตรียมแก้ปัญหาไว้โดยการให้การเร่งทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างล่วงหน้า เมื่องบประมาณ 2563 มีผลบังคับใช้ ก็จะได้มีการเซ็นสัญญาเริ่มดำเนินโครงการได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ภาครัฐต้องเร่งการลงทุน เพราะช่วยทั้งเรื่องการพยุงเศรษฐกิจและปรับโครงสร้างเพิ่มประสิทธิภาพเศรษฐกิจของประเทศด้วย เพราะการพึ่งการส่งออกที่มีผลกระทบจากสงครามการค้าปัจจัยนอกประเทศ เป็นเรื่องที่ควบคุมได้ยาก&amp;quot; น.ส.พรเพ็ญ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเศรษฐกิจไทยในเดือน เม.ย. 2562 ขยายตัวจากเดือนก่อนจากอุปสงคในประเทศเป็นสําคัญ โดยเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่องในทุกหมวดการใช้จ่าย ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรม ขยายตัวสอดคล้องกัน ด้านการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากรายจ่ายลงทุน และเครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชน ขยายตัวเล็กน้อยจากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ขณะที่ภาคการส่งออกสินค้าหดตัวต่อเนื่อง ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปทรงตัวจากเดือนก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สําหรับอัตราการว่างงานที่ ปรับฤดูกาลเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อน ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลดลง ขณะที่ดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายขาดดุลสุทธิ สําหรับภาคการท่องเที่ยวกลับมาขยายตัว โดยจํานวนนักทองเที่ยวต่างประเทศขยายตัวที่ 3.3% จากระยะเดียวกันของปีก่อน ตามจํานวนนักท่องเที่ยวอาเซียนที่ขยายตัว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวมาเลเซียขยายตัวจากผลของฐานต่ำในระยะเดียวกันปีก่อน เนื่องจากการชะลอการท่องเที่ยวก่อนการเลือกตั้งในประเทศ ขณะที่จํานวนนักท่องเที่ยวจีนหดตัว ส่วนหนึ่ง เป็นผลของฐานสูงในปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงหลังจากการปราบปรามทัวร์ผิดกฎหมายคลี่คลาย ประกอบกับ นักท่องเที่ยวจีนบางส่วนเปลี่ยนเส้นทางการเดินทางไปประเทศอื่นในภูมิภาคตามการแข่งขันด้านการตลาดที่รุนแรงมากขึ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37326</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.), ดุลบัญชีเดินสะพัด, ธปท., ส่งออก, เศรษฐกิจ, แบงก์ชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181101/image_big_5bda5e6f7bfcb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
