<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 20:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 20:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บริการสุขภาพเชิงท่องเที่ยวขยับตัว ธุรกิจอสังหาฯโดดร่วมวง เปิดตัว&quot;รักษ &quot;@ บางระเจ้า  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Global Wellness Institute รายงานว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของประเทศไทยติดอันดับ 13 ของโลก สามารถสร้างรายได้มากกว่า 9.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ The International Healthcare Research Center (IHRC) ระบุว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ของประเทศไทยติดอันดับ 6 ของโลก โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ร้อยละ 38 ของจำนวนนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ในภูมิภาคเอเชียทั้งหมด และตลาดมีแนวโน้มเติบโตราวร้อยละ 14 ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้อยู่ในสถานการณ์การระบาดของโควิด -19 &amp;nbsp;แต่กลับเป็นโอกาสบางอย่างสำหรับธุรกิจบริการทางการแพทย์และการท่องเที่ยว &amp;nbsp;ซึ่งล่าสุดรัฐบาลมีนโยบายให้ต่างชาติ ที่เป็น&amp;quot;นักท่องเที่ยวกลุ่มพิเศษ&amp;quot;สามารถเข้าประเทศได้ แต่ต้องกักตัว 14 วัน และสามารถพำนักในประเทศไทยได้นานถึง 9เดือนหรือ 270 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยมุมมองในเรื่องของโอกาสการบริการทางการแพทย์และสุขภาพ ที่ประเทศไทยมีชื่อเสียงระดับโลก &amp;nbsp;ทำให้บริษัท มั่นคง เคหะการ จำกัด(มหาชน) บริษัทที่ดำเนินธุรกิจ ด้านอสังหาริมทรัพย์ มายาวนาน60ปี &amp;nbsp;เบนเข็มหันมาทำธุรกิจภาคบริการด้านสุขภาพ โดยจับมือร่วมกับศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ &amp;nbsp;ผู้นำด้าน Medical &amp;amp; Wellness Tourism &amp;nbsp;พร้อมกับ บริษัท ไมเนอร์ โฮเทล์ ผู้นำระดับโลกด้านการให้บริการโรงแรม ที่พัก &amp;nbsp;เปิดตัวบริการใหม่&amp;quot; ไวทัลไลฟ์ @บางกระเจ้า&amp;quot; &amp;nbsp;หรือ&amp;quot;โครงการรักษ &amp;quot;ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวมแห่งแรกในเอเชีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทมั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK กล่าวว่า เมื่อบริษัท มีการเปลี่ยนแปลงทีมผู้บริหารในช่วง5ปีที่ผ่านมา ทำให้เปลี่ยนมุมมองการหารายได้ ว่าควรกระจายการหารายได้ ไปที่ธุรกิจด้านการเช่าและบริการมากขึ้นนอกเหนือจากธุรกิจอสังหาฯ และธุรกิจภาคบริการสุขภาพ มีความน่าสนใจมาก เนื่องจากประเทศไทยมีศักยภาพและจุดแข็งด้านการแพทย์และสุขภาพ ระดับแนวหน้าในเอเชียเมื่อนำมาผนวกกับด้านการท่องเที่ยว จึงถือว่ามีจุดแข็งอย่างมาก ซึ่งบริษัทฯตั้งเป้าให้โครงการ&amp;quot; ไวทัลไลฟ์ @บางกระเจ้า&amp;quot; &amp;nbsp;หรือ&amp;quot;โครงการรักษ &amp;quot;เป็นระดับเวิลดิ์คลาส ซึ่งการเป็นระดับโลกได้ ต้องมีพาร์ทเนอร์ที่เป็นระดับโลกด้วยเช่นเดียวกัน และเราได้ไมเนอร์ ที่เป็นจุดแข็งธุรกิจบริการด้านดูแลแขกและที่พักระดับโลกมาเป็นพาร์ทเนอร์โครงการ และได้ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ &amp;nbsp;ผู้นำด้าน Medical &amp;amp; Wellness Tourism &amp;nbsp;มาเป็นหุ้นส่วนสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บริษัทเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจสุขภาพค่อนข้างมาก เนื่องจากมีแผนส่งเสริมจากภาครัฐที่ชัดเจน ตลอดจนเรามียุทธศาสตร์ที่จะพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืน ในด้านธุรกิจเพื่อเช่าและบริการ ในสัดส่วนกำไร 50/ 50 เมื่อเทียบกับกำไรในธุรกิจทั้งหมด ซึ่งโครงการรักษ (รัก-ษะ) &amp;nbsp;ถือว่าเป็นจิ๊กซอว์ ชิ้นสุดท้ายตอกย้ำวิสัยทัศน์ของเราที่ตั้งเป้าไว้เมื่อ 5ปีก่อน&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวดุษฎี ตันเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มั่นคงไลฟ์ จำกัด ผู้พัฒนาโครงการรักษ กล่าวว่า โครงการรักษะ ตั้งอยู่ในพื้นคุ้งที่บางกระเจ้า จ.สมุทรปราการ ความโดดเด่นของรักษ อยู่ที่ เป็นการให้บริการทางการแพทย์เชิงป้องกันแบบองค์รวม ครอบคลุมในทุกศาสตร์ ทุกมิติ ผสมผสานการแพทย์สมัยใหม่ในมาตรฐานสากล ร่วมกับศาสตร์การแพทย์แบบองค์รวม ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรามีโปรแกรมดูแลสุขภาพ ตั้งแต่การเช็คสุขภาพ แพ็กเกจการดูแลสุขภาพแบบ 3วัน จนถึง14 วัน เพื่อตอบโจทย์สุขภาพแต่ละบุคคล ด้วยโปรแกรมหลากหลาย เช่น การดูแลสุขภาวะระบบทางเดินอาหาร การเสริมภูมิคุ้มกัน การดูแลน้ำหนัก การผ่อนคลายความเครียด หรือการดูแลด้านสุขภาพและความงาม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภญ. อาทิรัตน์ CEO บำรุงราษฎร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภก.หญิงอาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ผู้อำนวยการด้านบริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า การร่วมผนึกกำลัง ของมั่นคงเคหะการ ไมเนอร์ และไวทัลไลฟ์ ของบำรุงราษฎร์ ถือเป็นอีกก้าวของความสำเร็จในการริเริ่มโครงการขนาดใหญ่ระดับประเทศและเอเชีย ซึ่งการจะทำโครงการแบบนี้ได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรที่ดีเยี่ยม และมีวิสัยทัศน์ในทิศทางเดียวกัน เพื่อนำพาการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพของไทยไปสู่ระดับสากล &amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายระดับประเทศ &amp;nbsp;ที่ต้องการยกระดับให้ไทยกลายเป็น Medical &amp;amp; Wellness Resort of the World ซึ่งในช่วง10ปีที่ผ่านมาประเทศไทยเติบโตตัวเลขระดับสองหลักมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรามีหัวใจหลัก3ประการ &amp;nbsp;คือ 1. TOTAL PERSONALIZATION คือ การดูแลสุขภาพโดยออกแบบโปรแกรมเฉพาะบุคคล เพื่อความแม่นยำในการดูแลรักษาและฟื้นฟูสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เนื่องจากแต่ละคนมีพันธุกรรม มีสภาพร่างกาย รวมถึงไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน 2. SCIENTIFIC BASED คือ การยึดหลักทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้ อธิบายถึงที่มาที่ไปได้ ในกระบวนการรักษา และการดูแลสุขภาพ และ 3. TRUSTWORTHY PARTNERSHIP คือ เป็นพันธมิตรที่วางใจได้ ทั้งหมดนี้ เราพัฒนาต่อยอด เพื่อสร้างความแตกต่าง ภายใต้ชื่อบริการใหม่ว่า &amp;ldquo;ไวทัลไลฟ์ @บางกระเจ้า&amp;rdquo; เพื่อให้เป็น Medical &amp;amp; Wellness Retreat แห่งแรกในประเทศไทย ที่ผสมผสานระหว่างการแพทย์ตะวันออกและแพทย์ตะวันตก รวมถึงผสมผสานระหว่าง medical และ lifestyle modification เข้าด้วยกันอย่างลงตัว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การให้บริการเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ บางกระเจ้า และผู้อำนวยการด้านปฏิบัติการ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ให้รายละเอียดว่า ขอเปรียบเทียบสุขภาพของมนุษย์เรากับต้นไม้ เริ่มจากทุกคนจะมีเมล็ดพันธุ์ของตัวเอง และมีพันธุกรรมที่แตกต่างกัน บางคนมีพันธุ์ของโรคต่างๆ บางคนมีพันธุ์ของโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคไขมัน โรคหัวใจ ซึ่งส่วนนี้จะอยู่ในพันธุกรรมอยู่แล้ว และเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งจากเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ กว่าจะเติบโตขึ้นมานั้น จำเป็นจะต้องมีน้ำ มีดิน มีปุ๋ย ที่ใส่เติมเข้าไป เปรียบได้กับร่างกายของเรา สิ่งที่เราเติมเข้าไป มี 2 ส่วน คือ Lifestyle factor และ External factor&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ. นรินทร สุรสินธน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยในส่วน Lifestyle factor ก็คือเรื่องของอาหาร สารอาหาร หรือวิตามินต่างๆ ที่เรากินนั้น การออกกำลังกาย การพักผ่อนนอนหลับที่เหมาะสม การจัดการกับความเครียด ซึ่งก็เปรียบเหมือนปุ๋ย ที่จะใส่เข้าไปในเมล็ดพันธุ์ และอีกด้านหนึ่งก็คือ External factor เปรียบได้กับ ดิน น้ำ ที่อาจมีสารพิษปะปน มีโลหะหนัก มี PM 2.5 หรือแม้กระทั่งโรคระบาด อย่างโรคโควิด-19 ก็ถือเป็นปัจจัยภายนอก ซึ่งจะเข้ามาทำให้ภายในร่างกายของเราเกิดการเปลี่ยนแปลง และอาจส่งผลกระทบถึงพันธุกรรมของเราได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.นรินทรกล่าวต่อว่า ในส่วนเมล็ดพันธุ์ที่จะงอกเติบโต &amp;nbsp;ก็ต้องหมั่นดูแล เปรียบได้กับเรื่องของฮอร์โมน การกำจัดสารพิษ การดีท็อกซ์ร่างกาย ระบบทางเดินอาหาร &amp;nbsp;ความจำ สมอง ความอ่อนล้า เรื่องของกระดูก ข้อต่อ กล้ามเนื้อ และเรื่องภูมิคุ้มกัน เป็นต้น &amp;nbsp;ซึ่งจะมีหน้าที่เข้ามาช่วยปรับปรุงฟังก์ชั่นภายในก่อนที่จะเกิดอาการหรือสัญญาณเตือนต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บางคนมองว่า การที่ท้องผูกหรือท้องเสียนิดหน่อย เป็นเรื่องปกติ หรือบางคนมองว่าการเป็นไมเกรน ไม่สามารถแก้ไขได้ หรือบางคนมักมีอาการง่วงตอนบ่ายๆ รู้สึกอ่อนเพลีย เป็นเรื่องปกติ ซึ่งจริงๆ แล้ว เป็นเรื่องที่ไม่ปกติ และสามารถจัดการดูแลได้ ด้วยวิธีการดูแลเชิงป้องกัน ซึ่งเป็นเทรนด์การดูแลสุขภาพในปัจจุบันและในอนาคต ซึ่งมีความคุ้มค่ามากกว่าการรักษาตัวจากอาการเจ็บป่วยในภายหลัง&amp;quot;นพ.นรินทร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากคอนเซ็ปต์นี้ ไวทัลไลฟ์ ได้พัฒนา 9 โปรแกรมในการดูแลสุขภาพ อาทิ โปรแกรมการดูแลทางเดินอาหาร หรือโปรแกรม Gut Health Program สำหรับคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับทางเดินอาหาร อาหารไม่ย่อย ท้องอืด ขับถ่ายไม่ดี, โปรแกรม Immune Booster สำหรับคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือคนที่ติดเชื้อบ่อยๆ รวมถึงคนที่เป็นภูมิแพ้, โปรแกรม Detox ที่จะทำการตรวจหาว่ามีโลหะหนัก มีสารพิษในร่างกาย มีการอักเสบของร่างกาย ซึ่งเป็นต้นเหตุของความแก่ชรา และโรคภัยต่างๆ โดยจะสามารถกำจัดสารพิษเหล่านี้ออกไปได้ หรือโปรแกรม Mobility สำหรับคนที่มีอาการปวดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระดูก ข้อต่อ กล้ามเนื้อ ถูกดีไซน์ขึ้นมาเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดี ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเรื้อรัง โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน ความดัน ไขมัน หัวใจ หรือโรคต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายังมีไลฟ์สไตล์โค้ช ให้คำปรึกษาแนะนำในการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ รวมถึงให้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของสุขภาพตนเองมากยิ่งขึ้น &amp;nbsp;อันดับแรกคือ เรื่องของอาหาร ทางรักษจะเป็นฝ่ายจัดเตรียมตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบอาหารที่ปลอดสารพิษ รวมถึงมีเชฟและนักโภชนาการ มาร่วมให้คำแนะนำในทุกมื้อ ซึ่งแค่เพียงยารักษาโรค หรือการฟื้นฟูร่างกายเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้ จึงจำเป็นที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของตัวเอง&amp;quot;นพ.นรินทรกล่าว
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พันธมิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77557</URL_LINK>
                <HASHTAG>#รพ.บำรุงราษฎร์, ดุษฎี ตันเจริญ, นพ. นรินทร สุรสินธน, บริษัทมั่นคงเคหะการจำกัด(มหาชน), วรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์, อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์, ไวทัลไลฟ์ @บางกระเจ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f60be7d92672.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2019 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2019 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“บางกระเจ้า” นำร่องติดตั้ง BOOM  แก้ขยะลอยน้ำทะลักสู่ทะเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่บางน้ำผึ้ง หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ท่าเรือแลพระนคร&amp;nbsp;ติดตั้งทุ่นกักขยะ(BOOM)&amp;nbsp;ที่เป็นมาตรฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การเผชิญปัญหาบริหารจัดการขยะไม่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่งผลให้เกิดขยะตกค้างจำนวนมหาศาลไหลบ่าจากแม่น้ำสู่ทะเลถือเป็นวาระสำคัญต้องต่อสู้เพื่อลดปริมาณขยะออกสู่ท้องทะเลไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยะที่ลอยทะลักมาตามแม่น้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วิกฤตนี้กำลังเกิดขึ้นในแม่น้ำเจ้าพระยาสะท้อนผ่านผลการศึกษาจากสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน พบว่า ปากแม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณขยะไหลผ่านถึง&amp;nbsp;&amp;nbsp;1,425&amp;nbsp;ตันต่อปี&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ตอกย้ำไทยติดอันดับ6&amp;nbsp;ของโลกที่ปล่อยขยะพลาสติกลงสู่ท้องทะเลมากที่สุดเป็นอันดับที่ไม่น่าภาคภูมิใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปากแม่น้ำเจ้าพระยาในฐานะทางออกของมวลขยะลงสู่ทะเลเกิดโครงการนำร่องในการบริหารจัดการขยะลอยน้ำจากการขับเคลื่อนของภาครัฐภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อลดปริมาณขยะลดผลกระทบของขยะทะเลที่ส่งผลเสียต่อระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงสัตว์ทะเลหายาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีพิธีลงนามความร่วมมือ(MOU)&amp;nbsp;โครงการจัดการขยะลอยน้ำด้วยทุ่นกักขยะ(BOOM)&amp;nbsp;บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ตำบลบางน้ำผึ้งหมู่ที่ 1 หมู่ที่ 2&amp;nbsp;และหมู่ที่ 3&amp;nbsp;จ.สมุทรปราการ ระหว่างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมการท่องเที่ยว สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสมุทรปราการ องค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำผึ้ง และบริษัท มั่นคงเคหะการจำกัด (มหาชน)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตลอดจนพิธีมอบเรือยนต์เก็บขยะและทุ่นกักขยะเมื่อวันก่อน ณ อบต.บางน้ำผึ้ง จ.สมุทรปราการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5&amp;nbsp;องค์กรผนึกกำลังแก้ปัญหาขยะลอยน้ำปากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลลงสู่ทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ขยะทะเลมีผลต่อการตายของสัตว์หายากทั้งพันตามตัวของสัตว์ทะเลและจากการกินเพราะเข้าใจผิดว่าเป็นอาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งยังกระทบระบบนิเวศปะการังป่าชายเลน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชายหาดอีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของสัตว์ทะเลและมนุษย์รวมถึงได้รับสารพิษจากขยะและไมโครพลาสติกด้วยไทยติดอันดับต้นๆปล่อยขยะพลาสติกลงทะเลผ่านทางแม่น้ำสายหลักซึ่งขยะทะเลส่วนใหญ่มาจากบนบกลงสู่ทะเลผ่านทางแม่น้ำลำคลองทช.&amp;nbsp;จึงมีโครงการติดตั้งทุ่นกักขยะบริเวณแม่น้ำลำคลองกว่า700&amp;nbsp;แห่งดำเนินการมาแล้วใน10&amp;nbsp;จังหวัดชายทะเล ทั้ง ระยอง ฉะเชิงเทรา สมุทรสาคร เพชรบุรี สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;สงขลา ปัตตานี พังงา ภูเก็ตและสตูล ล่าสุดได้ขยายพื้นที่ติดตั้งทุ่นกักขยะเพิ่มเติมบนพื้นที่คุ้งบางกระเจ้าปากแม่น้ำเจ้าพระยาลดขยะลอยน้ำที่จะไหลลงสู่ทะเล&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp;การติดตั้งทุ่นกักขยะเป็นการช่วยแก้ปัญหาขยะกลางทางและลดปริมาณขยะไหลลงสู่ทะเลปัจจัยความสำเร็จของโครงการขึ้นกับทิศทางการไหลของน้ำจุดพิกัดติดตั้งที่สำคัญคือความร่วมมือของชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผลศึกษาพบขยะที่ทุ่นกักได้เป็นขยะพลาสติกร้อยละ80&amp;nbsp;ฉะนั้นท้องถิ่นจะเปลี่ยนขยะพลาสติกให้มีมูลค่าได้อย่างไรต้องสร้างนวัตกรรมที่ยั่งยืนซึ่งที่บางน้ำผึ้งจะมีศึกษาประสิทธิภาพของทุ่นกักขยะการใช้ประโยชน์จากขยะพลาสติกผลักดันให้เป็นต้นแบบ&amp;ldquo;&amp;nbsp;ปิ่นสักก์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เรือยนต์เก็บขยะและทุ่นกักขยะบนพื้นที่บางกระเจ้า&amp;nbsp;จ.สมุทรปราการ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขยะล้นชายฝั่งกลายเป็นปัญหาสุขภาวะและทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวพื้นที่คุ้งบางกระเจ้าที่ได้รับการยกย่องเป็น&amp;ldquo;โอเอซิสเมืองที่ดีที่สุดในเอเชีย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำเนาว์ รัศมิทัตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำผึ้ง กล่าวว่า พื้นที่คุ้งบางกระเจ้ามีสภาพเป็นป่าชายเลนทรัพยากรธรรมชาติมีความหลากหลาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถือเป็นปอดของคนกรุงเทพฯประกอบด้วย6&amp;nbsp;ตำบลซึ่งตำบลบางน้ำผึ้งเป็นหนึ่งในนั้นลักษณะพื้นที่เป็นคุ้งน้ำขนาดใหญ่คล้ายกระเพาะหมูโอบล้อมด้วยแม่น้ำเจ้าพระยากว่า15&amp;nbsp;กิโลเมตรมีเนื้อที่กว่า 12,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัญหาขยะที่เกิดขึ้นในคุ้งบางกระเจ้านายกอบต.บางน้ำผึ้งอธิบายว่าส่วนใหญ่เป็นขยะลอยมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นการระบายน้ำจากคลองบางนาบริเวณวัดบางนานอกคลองบางอ้อคลองพระโขนงและขยะจากเรือลากจูงทรายเรือขนส่งที่มาจอดหยุดพักรอน้ำขึ้น-น้ำลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;บริเวณ ต.บางน้ำผึ้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก่อนจะลอยทะลักเข้ามาในแม่น้ำจนบ้านเรือนที่อยู่รอบแม่น้ำเจ้าพระยาต้องทำตาข่ายกันขยะไม่ให้มุดเข้าใต้ถุนบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านเรือนรอบแม่น้ำเจ้าพระยาทำตาข่ายป้องกันขยะไม่ให้มุดเข้าใต้ถุนบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp;จุดที่ขยะพัดเข้ามาติดมากที่สุดคือพื้นที่หมู่ที่1&amp;nbsp;หมู่ที่2&amp;nbsp;และหมู่ที่3&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถ้าหัวน้ำขึ้นขยะจะลอยเป็นสายและเข้ามากองชายฝั่งอบต.บางน้ำผึ้งเห็นว่าทช.มีโครงการติดตั้งทุ่นกักขยะที่เป็นมาตรฐานบริเวณปากแม่น้ำก็ประสานขอรับการสนับสนุนบางน้ำผึ้งเป็นพื้นที่แรกทดลองนำร่องถ้าได้ผลจะขยายในพื้นที่คุ้งบางกระเจ้าส่วนแนวทางจัดเก็บขยะที่ทุ่นกักขยะอบต.บางน้ำผึ้งจะเป็นผู้ดำเนินการจัดเก็บขยะและคัดแยกขยะสัปดาห์ละ3&amp;nbsp;ครั้งพิจารณาจากปริมาณขยะทั้งยังบันทึกข้อมูลขยะที่คัดแยกตามแบบของกรมฯด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp;สำเนาว์ กล่าวระหว่างพาไปสถานที่ติดตั้งทุ่นกักขยะหมู่ที่3&amp;nbsp;ตำบลบางน้ำผึ้งท่าเรือแลพระนครระยะวางทุ่นประมาณ100&amp;nbsp;เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บนกระเพาะหมูคุ้งบางกระเจ้ามีพื้นที่ติดตั้งทุ่นกักขยะหมู่ที่1&amp;nbsp;บริเวณร้านBangkok Tree House&amp;nbsp;ระยะวางทุ่น100&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; หมู่ที่2&amp;nbsp;บริเวณด้านล่างศาลาประชาคมระยะวางทุ่นประมาณ60&amp;nbsp;เมตรและหมู่ที่3&amp;nbsp;ท่าเรือแลพระนครหวังจะลดปริมาณขยะทะเลจากแหล่งต่างๆทั้งชุมชนชายฝั่งการประมงการท่องเที่ยวและกลุ่มวิสาหกิจเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำรวมถึงสร้างจิตสำนึกลดขยะทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากร่วมมือตั้งทุ่นกักขยะแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วปัจจุบันอบต.บางน้ำผึ้งเดินหน้าจัดการขยะมูลฝอยรวมถึงขยะจากกิจกรรมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งคุ้งบางกระเจ้าวันนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวใกล้กรุงยอดฮิตของชาวไทยและต่างชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำเนาว์ รัศมิทัต&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำผึ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายก อบต.บางน้ำผึ้งบอกว่าในพื้นที่ต.บางน้ำผึ้งมีตลาดน้ำบางน้ำผึ้งเปิดให้บริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์มีนักท่องเที่ยวกว่าหมื่นคนมาเที่ยวตลาดน้ำและชมธรรมชาติพื้นที่คุ้งบางกระเจ้าหากไม่มีการจัดการขยะที่ดีขยะจะล้นเมืองและลงแม่น้ำลำคลอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;อีกทั้งอบต.จะมีภาระค่าใช้จ่ายจัดการขยะสูงมากนำมาสู่แผนจัดการขยะแบบครบวงจรโดยขอความร่วมมือร้านค้าผู้ประกอบการตลอดจนชุมชนที่พักอาศัยริมคลองให้คัดแยกขยะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เริ่มดำเนินการจริงจังเมื่อปี2560&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp;ร้านค้าหรือบ้านเรือนแยกขยะเศษอาหารใส่ถุงท้องถิ่นจัดการโดยนำขยะเปียกมาหมักอัดเป็นปุ๋ยภายใน24&amp;nbsp;ชั่วโมงจะได้น้ำอีเอ็ม(EM)&amp;nbsp;แล้วยังหมักเศษอาหารทำก๊าซชีวภาพใช้ในโรงเรียน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนตะกอนที่ตกก้นถังนำมาตากแห้งทำปุ๋ยเม็ดสำหรับใช้ในการเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ค่าบริหารจัดการขยะเฉลี่ยแล้ววันละ1,000&amp;nbsp;กว่าบาททั้งที่มี11&amp;nbsp;หมู่บ้านประชากรกว่า5,000&amp;nbsp;คนมีตลาดน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปีนี้จะทำงานระดับครัวเรือนให้ครบทุกหมู่บ้านและขยายไปสู่โรงเรียนทำธนาคารขยะนำร่องที่โรงเรียนวัดบางน้ำผึ้งนอกและโรงเรียนวัดบางน้ำผึ้งใน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปลูกจิตสำนึกลดขยะกับเด็กเยาวชนส่วนแนวทางจัดการขยะพลาสติกมีแผนจัดหาเครื่องย่อยเศษถุงพลาสติกเปลี่ยนเป็นกระถางต้นไม้สวยงาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำเนาว์กล่าวและฝากว่าการแก้ปัญหาขยะอย่าโทษกันไปมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ควรหาวิธีลดขยะที่แหล่งกำเนิดคุ้งบางกระเจ้านำร่องด้วยวิธีการจัดการขยะหลากหลายรวมถึงติดตั้งทุ่นกักขยะแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อรักษาแม่น้ำลำคลองให้สะอาดดูแลบางกระเจ้าปอดของกรุงเทพฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคเอกชนที่ร่วมมือจัดการขยะลอยน้ำ ดุษฎี ตันเจริญ กรรมการผู้จัดการบริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด(มหาชน)&amp;nbsp;กล่าวว่าบริษัทฯให้ความสำคัญในการดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อมอันเป็นพื้นฐานของการมีสุขภาวะที่ดีหรือWell-being&amp;nbsp;โดยได้สนับสนุนโครงการจัดการขยะลอยน้ำบริเวณปากแม่น้ำโดยทุ่นกักขยะ ณ อบต.บางน้ำผึ้ง โครงการนี้มีส่วนช่วยลดปริมาณขยะที่ล่องลอยจากฝั่งออกสู่ท้องทะเลและช่วยสัตว์ทะเลที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการกินขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp;บริษัทฯได้ตระหนักถึงปัญหาขยะที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นได้สนับสนุนทุ่นกักขยะพร้อมติดตั้งในพื้นที่อบต.บางน้ำผึ้งหมู่ที่ 1&amp;nbsp;และหมู่ที่ 3&amp;nbsp;พร้อมสนับสนุนเรือยนต์จัดเก็บขยะจำนวน 1&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;มอบให้อบต.บางน้ำผึ้งใช้เป็นสาธารณะประโยชน์ของส่วนรวมในการบริหารจัดการขยะช่วยลดปริมาณขยะลอยน้ำลงสู่ทะเลและพื้นที่บางกระเจ้าและเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยรักษาสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้นอีกด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp;ดุษฎี ผู้บริหารบริษัท มั่นคงฯ กล่าวในท้ายถึงความมุ่งมั่นร่วมลดขยะทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39241</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.), ขยะทะเล, จ.สมุทรปราการ, ดุษฎี ตันเจริญ, ทุ่นกักขยะลอยน้ำ, ทุ่นกักขยะลอยน้ำบางกระเจ้า, บริษัทมั่นคงเคหะการจำกัด(มหาชน), ปิ่นสักก์สุรัสวดี, สำเนาว์ รัศมิทัต, อบต.บางน้ำผึ้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190623/image_big_5d0f3207b0cf1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
