<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108269</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดุสิตธานี ยิ้มรับ ‘ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์’ ชี้ ก.ค.ยอดจองห้องพักแตะ 40% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 ก.ค. 2564 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต ได้เปิดรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากโครงการ &amp;ldquo;ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์&amp;rdquo; เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 โดยนักท่องเที่ยวชุดแรกที่เดินทางมาถึงเป็นชาวเนเธอร์แลนด์และชาวไทย โดยบินมาจากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งทางโรงแรมได้เตรียมการต้อนรับอย่างอบอุ่นภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย SHA Plus+ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว โดยจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่องแห่งแรกของประเทศไทยที่ดำเนินการตามมาตรฐาน SHA Plus+ โดยมีระบบ &amp;ldquo;ภูเก็ตต้องชนะ&amp;rdquo; &amp;nbsp;ที่สามารถใช้เป็นฐานข้อมูล Big Data ในการตรวจสอบประวัติและคำนวณอัตราการรับวัคซีนของบุคลากรผู้ให้บริการในสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยว ปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตมีสถานประกอบการที่ได้รับมาตรฐาน SHA Plus+ แล้วจำนวน 1,389 แห่ง แบ่งเป็นประเภทโรงแรมที่พัก จำนวน 882 แห่ง และโรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก่อนหน้าที่จะเริ่มต้นโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ทีมงานดุสิตธานีได้ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ได้ร่วมหารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเปิดประเทศอย่างเข้มข้นโดยมีจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่อง ซึ่งแน่นอนว่า จนถึงขณะนี้ก็ยังมีคำถามและมีความเป็นห่วงมากมาย แต่หลังจากการลงพื้นที่ สิ่งที่เราสัมผัสได้คือ ความมุ่งมั่นที่จะทำให้การเปิดประเทศใน &amp;ldquo;กล่องทราย&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;แซนด์บ็อกซ์&amp;rdquo; ครั้งนี้เป็นการนำร่องและนำไปสู่การเรียนรู้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดประเทศในเดือนตุลาคม มีการเตรียมขั้นตอนและกฏเกณฑ์ที่เข้มงวดเพื่อป้องกันความเสี่ยงอย่างเต็มที่ และก็ได้ระดมฉีดวัคซีนกันเกือบ 70% แล้ว โดยมีเป้าหมายจะเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีนขึ้นอีก ซึ่งจริงๆ แล้ว เดือนกรกฎาคมหรือตลอด 3 เดือนในไตรมาสที่ 3 เป็นช่วงโลว์ซีซั่น เพราะเป็นช่วงฤดูฝน ดังนั้น การที่จะหวังตัวเลขนักท่องเที่ยวในจำนวนมากคงเป็นไปได้ยาก แต่ชาวภูเก็ตก็ยอมจะเริ่มในช่วงเวลานี้ เพื่อที่เราจะได้เรียนรู้และเตรียมความพร้อมสำหรับช่วงไฮซีซั่นตอนปลายปี รวมถึงยังเป็นโมเดลขยายต่อไปยังพื้นที่อื่นๆ ด้วย&amp;rdquo; ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มดุสิตธานี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต นั้น จนถึงขณะนี้มียอดจองโรงแรมในเดือนกรกฎาคมเข้ามาแล้วราว 40% ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี โดยนักท่องเที่ยวมีทั้งจากในประเทศและต่างประเทศที่จองในนามรายบุคคล และการจองเดินทางแบบหมู่คณะ ทำให้ภาพรวมของการเดินทางและการเข้าพักจะเป็นลักษณะของการทยอยเดินทาง แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงการเริ่มต้นของธุรกิจท่องเที่ยวที่คาดหวังว่าแนวโน้มจะค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้นในอนาคต ซึ่งจากการประเมินของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดว่า จำนวนนักท่องเที่ยวในวันแรกของการเปิดโครงการจะอยู่ในราว 400-500 คน และในช่วง 3 เดือน ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคมถึง 30 กันยายน จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 1.29 แสนคน และจะเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 4 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กลุ่มดุสิตธานี ได้จัดทำโปรโมชั่นแพคเกจ Back to Paradise &amp;nbsp;รองรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ต้องการกลับมาเที่ยวภูเก็ต และนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ หรือนักธุรกิจที่เดินทางเข้าออกประเทศไทย ที่ต้องการกลับเข้าประเทศไทยแบบไม่ต้องกักตัว ด้วยการเข้าพักและท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตตามข้อกำหนด ก่อนจะเดินทางต่อไปในจังหวัดอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆ รองรับนักท่องเที่ยวที่หลากหลาย เช่น การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สัมผัสและสนับสนุนอาชีพของคนท้องถิ่น เช่น วิถีชีวิตชาวประมงชายฝั่ง &amp;nbsp; การจัดกิจกรรมเวิร์คช้อปแบบยั่งยืน เช่น การทำผ้ามัดย้อมธรรมชาติจากดอกไม้ การลองหัดทำอาหารพื้นบ้านจากสูตรดั้งเดิม พร้อมกับเรียนรู้แหล่งที่มาของวัตถุดิบพื้นถิ่นที่ปลอดสารพิษและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ &amp;nbsp;ตลอดจน การเรียนรู้ศิลปะวัฒนธรรมไทยแขนงอื่นๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp;และยังเพิ่มโปรแกรมดูแลสุขภาพกายและใจแบบองค์รวมที่หลากหลาย อาทิเช่น โยคะ Mindfulness ในชีวิตประจำวัน ดนตรีบำบัด กิจกรรมทางน้ำอย่าง Stand up paddle board รวมไปถึงกิจกรรมสนุกสนานสำหรับเด็กๆ อย่าง Kid&amp;rsquo;s Camp เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ คือ โอกาสในการเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน &amp;nbsp;แม้ว่าที่ผ่านมา เราจะมีประสบการณ์เรื่องการท่องเที่ยว เรื่องการบริการที่ดีเยี่ยม แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป มีความท้าทายมากขึ้น เราก็ต้องเริ่มต้นเรียนรู้ใหม่ ทดลองทำใหม่ และแน่นอนว่าในระหว่างทางอาจจะมีปัญหาหรืออุปสรรคเกิดขึ้น ซึ่งเราต้องร่วมมือร่วมใจกันแก้ไขปัญหา และค่อยๆ เรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน กลุ่มดุสิตธานีในฐานะของผู้ประกอบการ เรามุ่งมั่นและตั้งใจที่จะให้บริการที่ดีที่สุดภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย เพื่อสร้างความประทับใจและสร้างความไว้วางใจให้กับนักท่องเที่ยว เพราะเมื่อถึงเวลาที่สถานการณ์คลี่คลายและมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อยๆ เราจะได้พร้อมที่จะเดินหน้าได้อย่างเต็มที่กับสิ่งที่ได้ทดลองทำมาแล้วใน &amp;ldquo;กล่องทราย&amp;rdquo; &amp;nbsp;ซึ่งแน่นอนว่า จะทำให้การเดินหน้าครั้งใหม่เป็นไปได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&amp;rdquo; นางศุภจีกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108269</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดุสิตธานี, ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์, ยอดจองห้องพัก, ศุภจี สุธรรมพันธุ์, โรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d045db6bf29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มดุสิตฯเดินเครื่องอัดกิจกรรม-โปรโมชั่นรับ&#039;ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย. 64 - นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ดุสิตธานีมีความพร้อมรับกับโครงการ &amp;ldquo;ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์&amp;rdquo; ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีแผนให้จังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่นำร่องการเดินทางท่องเที่ยวโดยไม่กักตัวสำหรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบแล้ว โดยสามารถท่องเที่ยวพักอาศัยในจังหวัดภูเก็ตได้ 14 วัน ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มดุสิตธานีได้ดำเนินการปรับปรุงทั้งพื้นที่และกิจกรรมต่างๆ ของโรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต เพื่อรองรับกับโมเดลดังกล่าว และเพื่อพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป ตามไทม์ไลน์ของ ททท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้เตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวกับโครงการ &amp;ldquo;ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์&amp;rdquo; ทั้งในส่วนของที่พักและบุคลากร โดยโรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต เป็นสถานประกอบการที่ได้รับ SHA Plus Certificate&amp;nbsp; คือเป็นสถานประกอบการที่ได้รับสัญลักษณ์มาตรฐานความปลอดภัย SHA และบุคคลากรได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ครบ 100% แล้ว ในขณะที่พนักงานส่วนของอีลิธ เฮเวนส์ (Elite Havens) ที่ภูเก็ต สมุย และพังงา ก็ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 100 % เช่นเดียวกัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่และสร้างสรรกิจกรรมใหม่ๆ ในโรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต โดยรูปแบบกิจกรรมต่างๆ ที่เตรียมไว้รองรับนักท่องเที่ยว จะเป็นการนำเอาวัฒนธรรมประเพณีไทยและเอกลักษณ์ของท้องถิ่นมาตีความและออกแบบใหม่ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวในศตวรรษที่ 21 ที่มองหาประสบการณ์การพักผ่อนที่มีคุณค่า เข้าถึงความเป็นท้องถิ่นอย่างแท้จริง ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ททท.ได้จัดทำโครงการสำหรับเปิดรับนักท่องเที่ยวซึ่งตามแผนใหม่กำหนดไว้ 10 พื้นที่ โดยเริ่มจากจังหวัดภูเก็ตในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ เป็นจังหวัดแรก ซึ่งจะเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบแล้วเท่านั้น จะเดินทางเข้ามาได้โดยที่ไม่ต้องกักตัว โดย ททท.ประเมินว่า หากการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามเป้าหมาย จะทำให้ทั้งปีมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาได้ประมาณ 3-4 ล้านคน โดยในการเปิด &amp;ldquo;ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์&amp;rdquo; ช่วง 3 เดือน ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคมถึง 30 กันยายนนั้น จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 1.29 แสนคน และจะเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 4 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี กลุ่มดุสิตธานียังมีแผนที่จะจัดทำโปรโมชั่นแพคเกจ Back to Paradise&amp;nbsp; รองรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ต้องการกลับมาเที่ยวภูเก็ต และนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ หรือนักธุรกิจที่เดินทางเข้าออกประเทศไทย ที่ต้องการกลับเข้าประเทศไทยแบบไม่ต้องกักตัว ด้วยการเข้าพักและท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตตามข้อกำหนด ก่อนจะเดินทางต่อไปในจังหวัดอื่นๆ ในราคาเริ่มต้นสุทธิที่ 12,800 บาท โดยจะเปิดให้จองระหว่าง 25 มิถุนายน &amp;ndash; 30 กันยายน และเริ่มเข้าพักได้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม &amp;ndash; 30 กันยายน 2564 อีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107089</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดภูเก็ต, ดุสิตธานี, ธุรกิจโรงแรม, ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์, ลากูน่าภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d045db6bf29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2019 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2019 14:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โซเชียลฯแซวหนักมาก!&#039;อยากให้ลุงตู่ออกม.44 ห้ามลุงป้อมสัมภาษณ์สื่อ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค.62 - คำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ว่า &amp;quot;ไม่รู้สิ คงเห็นอาหารอร่อยมั้ง&amp;quot; หลังสื่อมวลชนตั้งคำถามว่าเหตุใดกลุ่มติดอาวุธอัลชาบับจากโซมาเลียเลือกก่อเหตุโรงแรมในเครือของประเทศไทย ที่ประเทศเคนย่า &amp;nbsp;ถูกสังคมออนไลน์นำไปวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้เพียงวันเดียว พล.อ.ประวิตร ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเช่นกัน เมื่อให้สัมภาษณ์ ถึงแนวทางการแก้ปัญหาฝุ่นละออง ในพื้นที่กทม.และปริมณฑล โดยระบุว่า&amp;quot;หากการก่อสร้างรถไฟฟ้าหลายสายเสร็จสิ้นในห้วง 2-3 ปี จะช่วยลดปัญหาฝุ่นละอองได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นอกจากการวิพากษ์วิจารณ์โจมตีอย่างหนักแล้ว ยังมีการหยิบกรณีคำให้สัมภาษณ์ของพล.อ.ประวิตร ไปหยอกล้อทางการเมืองด้วย เช่นมีผู้โพสต์ว่า &amp;quot;อยากให้ลุงตู่ออกม.44 ห้ามลุงป้อมสัมภาษณ์สื่อ&amp;quot; สร้างความครื้นเครงในสังคมออนไลน์.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26822</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดุสิตดีทู, ดุสิตธานี, บิ๊กป้อม, ปากไว, พล.อ.ประวิตร, สังคมออนไลน์, อาหารอร่อย, เคนย่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180509/image_big_5af2a7d1b6f5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2019 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2019 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลูกแหง่&#039;โยงบิ้มพระพรหมฯ-เรือล่มภูเก็ต-โจมตีดุสิตธานีที่เคนย่า 88 ศพสังเวยฝีปาก &#039;บิ๊กป้อม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค 62 - &amp;nbsp;นายพานทองแท้ &amp;nbsp;ชินวัตร ลูกชายนายทุกษิณ ชินวัตร &amp;nbsp;โพสต์ข้อความลงในทวีตเตอร์ Oak Panthongtae โดยระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ระเบิดพระพรหมฯตาย 20
&amp;gt;&amp;gt;ฝีมือขั้วอำนาจเก่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-เรือล่มภูเก็ตตาย 47
&amp;gt;&amp;gt;ทัวร์จีนทำกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ยิงถล่ม รร.ดุสิต ที่เคนย่าตาย 21
&amp;gt;&amp;gt;เพราะอาหารไทยอร่อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;88คน สังเวยฝีปาก
#ลุงตือเอาอีกล้าววว!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26819</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดุสิตดีทู, ดุสิตธานี, บิ๊กป้อม, ปากไว, พล.อ.ประวิตร, พานทองแท้, ลูกชายทักษิณ, เคนยา, โอ๊ค พานทองแท้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190114/image_big_5c3c926850b07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2019 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2019 14:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดุสิตธานี&#039;แถลงแสดงความเสียใจ กลุ่มหัวรุนแรงโจมตี&#039;รร.ดุสิตดีทู&#039;เคนย่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ม.ค.62 -&amp;nbsp;บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจถึงเหตุความรุนแรงกรณี กลุ่มกลุ่มหัวรุนแรงในประเทศโซมาเลีย อัล-ชาบับ ซึ่งเป็นพันธมิตรกับกลุ่มอัล-กออิดะห์ ได้บุกโจมตีโรงแรมดุสิตดีทู (DusitD2) ในเครือดุสิตธานี เขตเวสต์แลนด์ส กรุงไนโรบี เมืองหลวงของประเทศเคนยา เมื่อช่วงบ่ายวันอังคารที่ 15 ม.ค.ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้มีผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 15 ราย ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 30 คนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแถลงระบุว่า ตามที่ได้มีข่าวเหตุการณ์ก่อความไม่สงบในบริเวณดุสิต คอมเพล็กซ์ โรงแรมดุสิตดีทู ไนโรบี ประเทศเคนย่า เมื่อวันที่ 15 มกราคม เวลาประมาณ 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นในประเทศเคนย่า นั้น บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) (&amp;ldquo;บริษัทฯ&amp;rdquo;) ขอรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เข้าควบคุมดูแลพื้นที่และกำลังตรวจสอบสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซี่งบริษัทฯ ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยอย่างเต็มที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทฯ รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงานทุกคนของโรงแรมถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งบริษัทฯ จะดูแลอย่างเต็มความสามารถ และขณะนี้กำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่หน่วยต่างๆ สำหรับพนักงานไทยของบริษัทฯ นั้น ได้รับคำยืนยันจากสถานทูตไทยในประเทศเคนย่า ว่าทุกคนปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ โรงแรมหยุดให้บริการเป็นการชั่วคราว โดยทางโรงแรมฯ กำลังประสานงานในการนำแขกที่เข้าพักก่อนหน้านี้ และมีกำหนดจะเข้าพัก ส่งต่อไปยังโรงแรมอื่นในตัวเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงแรมดุสิตดีทู ไนโรบี ตั้งอยู่ที่ 14 Riverside, off Riverside Drive, P.O. Box 41596, 00100 Nairobi, Kenya มีห้องพักจำนวน 101 ห้อง เปิดบริการตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2558 และเป็นโรงแรมที่บริษัทฯ รับจ้างบริหาร.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26726</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อการร้าย, ดุสิตธานี, อัลชาบับ, เคนยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190116/image_big_5c3ee3402969f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2019 23:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2019 23:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัลชาบับถล่มโรงแรม &#039;ดุสิตดีทู&#039; ในเคนยา สถานทูตไทยยันคนไทยปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กลุ่มติดอาวุธอัลชาบับจากโซมาเลียก่อเหตุโจมตีโรงแรมดุสิตดีทูในเครือของดุสิตธานีและอาคารสำนักงานในกรุงไนโรบีของเคนยาเมื่อบ่ายวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น เบื้องต้นยังไม่ชัดเจนว่ามีคนบาดเจ็บล้มตายเท่าใด เว็บไซต์สถานทูตไทยยืนยันคนไทยทุกคนปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถยนต์ไฟลุกท่วมภายหลังการวางระเบิดโจมตีด้านหน้าคอมเพล็กซ์ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรมดุสิตดีทู ในกรุงไนโรบีของเคนยา เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 15 มกราคม 2562 กล่าวว่า กลุ่มติดอาวุธอัลชาบับซึ่งมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอัลกออิดะห์ประกาศว่าอยู่เบื้องหลังการวางระเบิดและยิงโจมตีหมู่อาคาร ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรมดุสิตดีทู โรงแรมหรูขนาด 101 ห้องนอนในเครือของดุสิตธานี และเป็นที่ตั้งของร้านอาหาร และสำนักงานหลายแห่ง ทั้งของเคนยาและบริษัทต่างชาติ สำนักงานของเอเอฟพีซึ่งอยู่ห่างออกมา 5 กิโลเมตรได้ยินเสียงจากแรงระเบิดที่เกิดขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวในเว็บไซต์ของบีบีซีกล่าวว่าเหตุการณ์โจมตีเริ่มขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันอังคาร ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับ 19.00 น.วันเดียวกันของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีที่เห็นเหตุการณ์พบเห็นว่ามีการอพยพผู้บาดเจ็บออกมา แต่ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่ามีบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเท่าใด หลังเหตุระเบิดผ่านพ้นมาเกือบ 4 ชั่วโมงสถานการณ์ก็ยังไม่สงบ ยังมีเสียงปืนดังอยู่เป็นระยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลว่า มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 1 คน และบาดเจ็บ 8 คน ตำรวจเคนยาเตือนว่าเหตุการณ์ &amp;quot;ก่อการร้าย&amp;quot; ยังไม่ยุติ และคนร้ายหลายคนยังอยู่ภายในคอมเพล็กซ์ 14 ริเวอร์ไซด์ แห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แซร์จ เมดิก ชาวสวิสที่เป็นเจ้าของบริษัทรักษาความปลอดภัยและเข้าไปช่วยอพยพพลเรือนออกจากสถานที่นั้นทันทีที่รู้ข่าวการโจมตี เล่าว่า แรงระเบิดทำลายประตูด้านหน้าของโรงแรม และเขาเห็นแขนมนุษย์ข้างหนึ่งตกอยู่บนถนน ตัวเขาเข้าไปในอาคารพร้อมตำรวจ 1 นายและทหาร 2 นาย แต่ทั้งหมดโดนยิงจึงต้องล่าถอย เขาเห็นระเบิดมือลูกหนึ่งอยู่ที่ล็อบบี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่เห็นเหตุการณ์บอกเล่ากันถึงภาพของผู้บาดเจ็บและการอพยพหนีตาย ไซมอน ครัมป์ พนักงานคนหนึ่งที่ทำงานที่นั่นบอกกับเอเอฟพีว่า พนักงานพากันขังตัวเองไว้ในออฟฟิศหลังได้ยินเสียงระเบิดดังหลายครั้ง และมีเสียงปืนดังมาจากหลายทิศทาง สุดท้ายตำรวจได้เข้ามาช่วยอพยพคนออกจากอาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์กล่าวว่า ตามข้อมูลในเว็บไซต์นั้น 14 ริเวอร์ไซด์คอมเพล็กซ์เป็นที่ตั้งของบริษัทข้ามชาติหลายแห่ง อาทิ บีเอเอสเอฟ, คอลเกตปาล์มโอลีฟ, เอสเอพี และโรงแรมดุสิตดีทู และฝั่งตรงข้ามกับคอมเพล็กซ์นี้เป็นที่ตั้งของสถานทูตออสเตรเลีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อับเดียซิส อะบู มูซับ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกฝ่ายปฏิบัติการทางทหารของกลุ่มอัลชาบับ ประกาศว่าพวกเขาอยู่เบื้องหลังการโจมตีที่ไนโรบีครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มอัลชาบับนี้คือกลุ่มเดียวกับที่ก่อเหตุโจมตีที่ห้างสรรพสินค้าเวสต์เกตในกรุงไนโรบีเมื่อปี 2556 สังหารเหยื่ออย่างน้อย 67 ราย และบุกโจมตีมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองการิซซา ทางภาคตะวันออกของเคนยา มีคนถูกฆ่าตาย 148 คนเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2558 อัลชาบับอ้างว่าพวกเขาโจมตีเคนยาเพื่อตอบโต้การส่งทหารเข้าสู่โซมาเลียเมื่อเดือนตุลาคม 2554&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไนโรบี ประกาศข่าว &amp;quot;เกิดเหตุระเบิดรถยนต์และการยิงกัน ที่ รร. Dusit D2&amp;quot; ความว่า &amp;quot;เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2562 เวลาประมาณ 16.00 น ได้เกิดเหตุระเบิดรถยนต์และการยิงกัน ที่ รร. Dusit D2 กลางกรุงไนโรบี เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเสียหายและจำนวนผู้บาดเจ็บ โดยกลุ่ม Al Shabaab ออกมาแสดงความรับผิดชอบว่าอยู่เบื้องหลังในการก่อเหตุครั้งนี้ ในชั้นนี้ สอท. ได้ประสานคนไทยที่ทำงานในโรงแรมดังกล่าวแล้ว ทุกคนปลอดภัยดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สามารถติดต่อ สอท. ณ กรุงไนโรบี ได้ที่หมายเลขฉุกเฉิน +254 799 33 22 43 หรือ +254 733 145 145 ตลอด 24 ชม.&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26685</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงไนโรบี, ก่อการร้าย, ดุสิตดีทู, ดุสิตธานี, อัลชาบับ, เคนยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190115/image_big_5c3e0b042c726.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 23:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดุสิตธานี แตกแบรนด์ผุด”อาศัย”เจาะกลุ่มไลฟ์สไตล์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดุสิตธานี โชว์แผนธุรกิจ ชู 3 กลยุทธ์หลักหวังสร้างการเติบโตระยะยาว ลุยขยายตลาด แตกแบรนด์ใหม่&amp;rdquo;อาศัย&amp;rdquo;เจาะลูกค้าระดับกลาง-บน คาดเปิดให้บริการได้ในปี 62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 เม.ย. 61-&amp;nbsp;นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล (DTC) เปิดเผยว่า ในปี 2561 นี้ บริษัทมีแผนการดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ที่มุ่งสร้างความแข็งแกร่งและผลตอบแทนที่ดีให้กับกลุ่มดุสิตธานีในระยะยาว ผ่านการดำเนินงานการใน 3 ด้าน ได้แก่ การขยายการเติบโตของธุรกิจหลัก การสร้างความสมดุลของธุรกิจ และ การกระจายความเสี่ยงในการลงทุน ล่าสุดบริษัทเดินหน้าขยายการเติบโตธุรกิจด้วยการเปิดตัวแบรนด์กลุ่มโรงแรมใหม่ภายใต้ชื่อ&amp;rdquo;อาศัย&amp;rdquo;ซึ่งจะบริหารงานโดย บริษัท อาศัย โฮลดิ้ง จำกัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แบรนด์โรงแรมอาศัย เป็นแบรนด์กลุ่มโรงแรมไลฟ์สไตล์ในราคาที่จับต้องได้ ที่ประมาณ 1,800 บาทต่อคืน เจาะกลุ่มนักเดินทาง กลุ่มไลฟ์สไตล์มิลเลนเนียม&amp;nbsp;โดยในปัจจุบันกลุ่มดุสิตธานี ได้มีการพัฒนาและอยู่ในช่วงของการเติบโตซึ่งบริษัทมีโรงแรมที่เปิดให้บริการภายใต้แบรนด์ดุสิต ได้แก่ ดุสิตธานี ดุสิตดีทู ดุสิตปริ๊นเซส และ ดุสิตเดวาราณา ครอบคลุมตลาดระดับกลางและระดับบน รวมทั้งสิ้น 27 แห่ง และมีแผนเตรียมเปิดให้บริการเพิ่มอีกกว่า 70 แห่งทั่วโลกภายใน 4 ปีข้างหน้า&amp;rdquo;นางศุภจี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโรงแรมภายใต้แบรนด์อาศัยที่จะมีการพัฒนาเป็นแห่งแรกจะอยู่ในพื้นที่ใจกลางตลาดนัดสวนจตุจักร ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ประมาณช่วงไตรมาสแรก ปี 2562 โดยบริษัท อาศัย โฮลดิ้ง จำกัด จะมีการดำเนินการบริหารกลุ่มแบรนด์อาศัย ในอีก 5 แห่ง ได้แก่ โรงแรมอาศัย 3 แห่งในประเทศฟิลิปปินส์ และ อีก 1 แห่งในประเทศเมียนมาร์ รวมถึงโรงแรมในย่านสาทร กทม. อย่างไรก็ตามด้วยแผนการเปิดโรงแรมทั้งหมดคาดว่าจะมีห้องพักรวม 1,000 ห้อง และคาดว่าจะเปิดการให้บริการได้ในปี 2562&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6368</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดุสิตธานี, ศุภจี สุธรรมพันธุ์, โรงแรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180403/image_big_5ac3477ce20eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
