<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2018 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2018 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&quot;ป้องคสช.สองมาตรฐานไฟเขียวแค่&#039;สามมิตร&#039;เดินสาย โทษสื่อหาว่าดูดนักการเมืองทำให้กระเทือนใจคนอื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 ส.ค.61- นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินการของกลุ่มสามมิตร ว่า การดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามหลักเกณฑ์ โดยที่ผ่านมานายดร งามธุระ ที่ปรึกษากฎหมายกลุ่มสามมิตรได้ตอบคำถามสื่อมวลชนไปหมดแล้วว่าสามารถทำอะไรได้แค่ไหนและอย่างไร ตนเป็นผู้ปฏิบัติคนหนึ่งก็เชื่อในแนวทางของนักกฎหมาย&amp;nbsp; ส่วนที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มสามมิตรต่างๆเดินสายลงพื้นที่นั้น เรามีเจตนาที่บริสุทธิ์ เพื่อไปรับฟังปัญหาของชาวบ้าน เพราะปกติทุกพรรคการเมืองก็ปฏิบัติแบบนี้กันอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่ได้เป็นข่าว&amp;nbsp; แต่กลุ่มสามมิตรอาจจะเป็นข่าวบ่อย อาจจะทำให้เป็นที่รำคาญของคนที่ยังทำอะไรไม่ถูกและไม่ได้ออกมา หากไปไหนมาไหนแล้วไม่ได้ผิดกฎเกณฑ์อะไรต่างๆ ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ว่าอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงการที่บอกว่าลงพื้นที่แต่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไปดูดนักการเมือง นายสมศักดิ์&amp;nbsp; กล่าวว่า สื่อมวลชนเขียนให้ว่ากลุ่มสามมิตรทำงานมีผลงานในลักษณะแบบนั้น แต่เราก็ไม่ได้บอกว่าเราไปดูดเขา อาจทำให้กระทบกระเทือนใจการเมืองอื่นๆได้ ส่วนที่พรรคการเมืองต่างๆมองว่าทหารไฟเขียวให้กลุ่มสามมิตรมากเกินไปในการทำกิจกรรมนั้น เขาอาจจะมองแบบนั้น แต่ความจริงไม่ใช่ เพราะทุกพรรคการเมืองทำงานเหมือนกันหมด แต่อาจจะไม่เป็นข่าวเหมือนกับกลุ่มสามมิตรเวลาเคลื่อนไหวต่างๆ ที่ผ่านมาเราพยายามดูกฎเกณฑ์ระเบียบทั้งหมดให้อยู่ในกรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้เรายังไม่มีพรรคการเมือง ส่วนอนาคตทางการเมืองนั้น ผมเป็นนักการเมืองที่ไม่เคยบอกว่าจะหยุดเล่นการเมือง เพราะเป็นนักการเมืองตั้งแต่อายุ 25 ปีจนตอนนี้อายุ 60 กว่าปีแล้ว&amp;nbsp; และไม่เคยบอกว่าจะหยุดเล่นการเมือง แต่จะไปเรื่อยๆจนกว่าจะไม่มีประโยชน์ก็เลิกตอนนั้น ส่วนกลุ่มสามมิตรจะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช เป็นนายกรัฐมนตรีต่อหรือไม่ ผมไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ในกลุ่มสามมิตร&amp;rdquo; นายสมศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงแผนการดำเนินงานปลายทางของกลุ่มสามมิตร แกนนำกลุ่มสามมิตร&amp;nbsp; กล่าวว่า จุดยืนของเราอยากสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรและชาวบ้าน โดยเฉพาะราคาสินค้าทางการเกษตร ส่วนที่มีคนมองว่าการที่กลุ่มสามมิตรยังไม่มีการประกาศจุดยืนชัดเจนเพราะต้องการเรียกเรตติ้งให้ตัวเองมีราคานั้น กลุ่มสามมิตรมีคนทำหน้าที่แตกต่างกัน ตนมีหน้าที่พูดคุยรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้าน เราไม่ได้เรียกเรตติ้ง สิ่งใดที่เหมาะสม และเปิดโอกาสให้เราทำได้เราก็จะทำไปเรื่อยๆ ส่วนความเป็นไปได้ระหว่างกลุ่มสามมิตรกับพรรคพลังประชารัฐเรายังไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดเลย และไม่ได้ปิดกั้นอะไรทั้งสิ้น เรื่องพรรคการเมืองเรายังไม่อยากพูดถึง เพราะพูดถึงเขาจะเดือดร้อนกันไปเปล่าๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าคนในกลุ่มสามมิตรเองก็เคยอยู่พรรคไทยรักไทยมาก่อนและวันนี้มาตั้งกลุ่มสามมิตร จะเกิดรอยร้าวกับพรรคเพื่อไทยหรือนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า พวกเราเป็นนักคิด และเป็นเรื่องนโยบายที่จะทำให้เกิดประโยชน์สังคม เราก็ทำตามแนวทางที่วางไว้ และมีแนวทางบางอย่างในอดีตที่คิดไว้แต่ยังไม่ได้ทำ เราก็อยากนำเสนอให้รัฐบาลรับไปทำ และบางอย่างที่เราคิดไว้รัฐบาลชุดนี้ก็นำไปทำแล้ว เราก็ไปถามดูว่าเป็นไปตามแนวทางที่เราคิดไว้หรือไม่ หรือมีอะไรที่ต้องต่อยอดให้ได้ประโยชน์มากขึ้นหรือไม่ เราก็อยากทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เดิมทีเราเคยอยู่พรรคไทยรักไทย ทุกคนมีความเก่งและมีนโยบายหลายอย่าง&amp;nbsp; แต่วันนี้คนที่คิดนโยบายไม่ได้อยู่ร่วมกันแล้ว ต่างคนต่างแยกย้าย เมื่อผมมาอยู่ตรงนี้ก็คิดว่ายังทำประโยชน์ให้กับสังคมชนบทได้ เพื่อสร้างความเข้มแข็ง โดยเฉพาะปัญหาเรื่องหนี้กองทุนหมู่บ้าน ที่ตอนนี้เป็นหนี้กันสามกองทุนส่วนที่บางคนคิดว่ากลุ่มสามมิตรจะกรุยทางให้พรรคพลังประชารัฐ เพราะมีความสนิทสนมกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ นั้น ผมก็ไม่รู้ว่าสนิทแบบไหน เพราะเจอนายสมคิดเมื่อเดือนธ.ค.ปี 61 และล่าสุดผ่านมา 6 เดือนเพิ่งมาเจอกันอีก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าคิดอย่างไรกับนักการเมืองคนรุ่นใหม่ เช่น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ถ้าเป็นคนหนุ่มนายธนาธร ก็มาแรง แต่ถ้าจะเป็นถึงนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น ตนก็ไม่ทราบ แต่ครั้งนี้เราไม่ได้สนับสนุนนายธนาธร ส่วนเด็กปั้นหน้าใหม่ของกลุ่มสามมิตรยอมรับว่าตอนนี้มีหลายคน ที่เป็นคนใหม่ เปรียบเสมือนเป็นดาวฤกษ์ ที่มีแสงในตัวเอง เราจะเน้นดาวฤกษ์แม้เป็นดวงเล็ก มีอายุมากหรือน้อยก็พิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนช่วงเวลาที่จะตัดสินใจเดินหน้าทางการเมืองอย่างเป็นรูปธรรมนั้น นายสมศักดิ์ บอกว่า ความพร้อมอยู่ที่ว่าเรากำหนดวันเลือกตั้งเมื่อใด เพราะตอนนี้ทางรัฐบาลและคสช. ยังไม่ได้ปล่อยให้พรรคการเมืองเดินหน้าไป เราต้องดูกฎหมาย และตอนนี้พรรคการเมืองยังทำกิจกรรมไม่ได้ กลุ่มสามมิตรจะตัดสินใจเดินหน้าเมื่อถึงเวลาสมบูรณ์แล้ว เราจะไม่ผลีผลามเพราะตอนนี้ถือว่าเรามีความคล่องตัวมากกว่า เพื่อไปรับฟังปัญหา แต่เราไม่ได้สัญญาว่าจะให้ และช่วยรัฐบาลบ้าง แต่จะช่วยนำเสนอนโยบายที่ดีๆเพื่อต่อยอดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามองการทำงานของพล.อ.ประยุทธ์ อย่างไร นายสมศัก ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม ะบุแค่ว่า จะไปวิพากย์วิจารณ์ ผู้ใหญ่ได้อย่างไร&amp;quot; เมื่อถามต่อว่าอ่านใจนายทักษิณ ชินวัตรออกหรือไม่นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ท่านรักประชาชน ดังนั้นท่านต้องปล่อยให้ตนทำงาน เพราะประชาชนยังมีหนี้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15585</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มสามมิตร, ดร งามธุระ, ดูดนักการเมือง, ทักษิณ ชินวัตร, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พล.อ .ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180723/image_big_5b55e8d0419aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12896</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2018 07:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘วิษณุ’ท้าเปิดหลักฐานดูด ยุทธศาสตร์20ปีฉลุยเงียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;บิ๊กเจี๊ยบ&amp;rdquo; ปัดไม่รู้ข้อมูล &amp;ldquo;บิ๊กทหาร&amp;rdquo; ดูดนักการเมืองเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ เชื่อทหารในราชการไม่ทำเช่นนั้น ถ้ามีต้องปราม &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; แนะใครมีหลักฐานเสนอประโยชน์แลกดูด ส.ส.ให้ไปยื่น กกต. &amp;quot;เพื่อแม้ว&amp;quot; ฉะอดีต ส.ส.ย้ายพรรคเหมือนกะหรี่ย้ายซ่อง ขู่อัดคลิปไว้แฉแน่ถ้าไม่เลิก &amp;ldquo;ขวัญชัย&amp;quot; พ้นคุกเรือนจำอุดรฯ แล้ว เสื้อแดงต้อนรับคึกคัก สนช.ผ่านยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีฉลุย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยอ้างถึงนายทหารระดับสูงสังกัดกองทัพบกเคลื่อนไหวดึงนักการเมืองจังหวัดนครราชสีมามาร่วมพรรคพลังประชารัฐว่า ตนไม่ทราบ โดยปกติทางทหารก็ไม่มีใครทำเช่นนั้นอยู่แล้ว เชื่อว่านายทหารในราชการไม่มีการไปเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะเป็นนโยบายของกองทัพ ซึ่งในเรื่องนี้ไม่ทราบในรายละเอียดจริงๆ ถ้ามีตนก็ต้องปราม และในการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) วันนี้ ได้สั่งการไปว่าทหารต้องอยู่ในจุดที่เหมาะสมในการทำหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคเพื่อไทยอ้างว่ามีคลิปการดูดอดีตส.ส.เข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐว่า ตนไม่ทราบ ไม่เกี่ยว และไม่รู้จักพรรคพลังประชารัฐ ส่วนการเดินสายหาสมาชิกพรรคการเมืองขณะนี้ จริงๆ แล้วทุกพรรคสามารถทำได้ ไม่มีอะไรผิดปกติ กระบวนการหาสมาชิกไม่ได้ยุ่งยาก เดินคุยกันก็ไม่มีปัญหา แต่ที่บอกว่าพรรคการเมืองหาสมาชิก ไม่ได้หมายถึงนำมาสู่การรับจดทะเบียนเป็นสมาชิก ซึ่งตรงนั้นต้องประชุมใหญ่พรรค วันนี้เขาประชุมไม่ได้จึงมีปัญหา ถ้าจะหาเตรียมไว้มันหาได้ ไม่เช่นนั้นจะจดทะเบียนตั้งพรรคได้อย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หมายความว่าการชวนมาร่วมพรรคถือว่าไม่ผิด นายวิษณุกล่าวว่า ตนไม่ได้ตอบถึงขนาดนั้น บอกว่าหากคุณทำลักษณะเหมือนสมาคมปกติ มันไม่แปลกอะไร เพราะเรายอมรับความจริงใช่ไหมว่าใครที่สนใจตั้งพรรคการเมืองก็ไปขอจดทะเบียนชื่อพรรคได้ แล้วเขาให้คนเรียกประชุม โดยขออนุญาต คสช.ได้ แสดงว่าคุณต้องหาสมาชิก จึงไม่แปลกอะไร เราสนับสนุนให้ทำด้วย ไม่เช่นนั้นจะเกิดพรรคการเมืองขึ้นได้อย่างไร ส่วนการเสนอเงินการช่วยเหลือคดีเพื่อดูดอดีต ส.ส.ตามที่เป็นข่าว เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หาหลักฐานชัดๆ แล้วไปถาม กกต.แล้วกัน ส่วนจะกระทบต่อการตั้งพรรคหรือไม่ ถ้า กกต.บอกว่ากระทบก็กระทบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ย้ำว่า ยังมีการใช้ระดับแม่ทัพใหญ่ แม่ทัพน้อย ติดต่อและประสานกับอดีต ส.ส.นครราชสีมาของพรรคอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเสนอค่าตอบแทนให้จำนวนมาก แว่วว่าถ้าเป็น ส.ส.เกรดเอก็ได้ 30 ล้านบาท แต่ถ้ามาเป็นพวงก็อาจได้ถึง 100 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอให้มาร่วมกันแบ่งเขตเลือกตั้งได้เอง การันตีว่าไม่มีแพ้ อดีต ส.ส.ที่ไม่คิดจะย้ายออกไปจากพรรคเพื่อไทย ก็ใช้วิธีโทรศัพท์กดดันเขาเช้าเย็น แถมข่มขู่ว่าถ้าไม่ย้ายออกมาจะมีปัญหา อ้างว่าขนาดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยังโดนดำเนินคดีจำนวนมาก แต่ไม่มีใครกลัวหรอก ยิ่งเอาแกนนำ คสช.มาอ้างด้วย ยิ่งไม่มีใครกลัว ทุกคนตัวเท่ากันหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ผมบอกว่าจะมีคลิปแฉนั้น ตอนนี้ยังไม่ได้มีการถ่ายหรืออัดคลิปไว้ หากพูดกันรู้เรื่องก็ไม่มีอะไร แต่ถ้าผู้มีอำนาจยังไม่หยุดใช้วิธีรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของอดีต ส.ส.ของพรรค ก็อาจจะมีคลิปเสียงออกมา และถ้าพวกท่านยังไม่เลิก ก็อาจจะมีคลิปภาพตามมาอีกด้วย&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตอนนี้กระแสดูดอดีต ส.ส.เข้าพรรคการเมืองที่สนับสนุนเผด็จการยิ่งรุนแรง ใช้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทั้งสีกากีและสีเขียวไปโน้มน้าวอดีต ส.ส. ซึ่งดูดโดยผลประโยชน์ ใครไม่ยอมก็ข่มขู่ ในพื้นที่ จ.นครราชสีมาถึงขั้นมีคำพูดกับคนที่ไม่ยอมเข้าร่วมว่า &amp;ldquo;เดี๋ยวได้เจอดีกัน&amp;rdquo; หลังจากนั้น 2-3 วันก็มีหมายมาที่บ้าน ใครไม่ยอมเข้าร่วมแล้วมีคดีอะไรติดตัวจะเจอเช่นนี้กันหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวว่า นับวันภาพของผู้มีอำนาจในการวางกลไกทุกอย่างเพื่ออยู่ในอำนาจต่อยิ่งชัดขึ้นเรื่อยๆ วันนี้มีกระแสข่าวพลังดูดเกิดขึ้นทุกวัน แต่เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยคงไม่หวั่นไหว เพราะทุกคนล้วนมาจากประชาชน และคงได้ยินเสียงของประชาชนแต่ละพื้นสะท้อนว่าอย่างไร สิ่งที่จะชนะพลังดูดได้ก็คือพลังประชาชน ทั้งนี้ เชื่อว่ากลไกต่างๆ ที่ผู้มีอำนาจสร้างไว้เพื่อสืบทอดอำนาจจะถูกทำลายลง ไม่ใช่ด้วยนักการเมือง แต่คือเสียงของประชาชนที่รักประชาธิปไตย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชินวัฒน์ หาบุญพาด อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง โพสต์เฟซบุ๊กว่า อยากถามพี่น้องว่าวันนี้การเดินสายดูด ส.ส.กันมากมายเพื่อเอาเข้ามาเสริมทัพหวังชิงอำนาจจากประชาชน พฤติกรรมอย่างนี้หรือที่เรียกว่า &amp;quot;ปฏิรูปการเมือง&amp;quot; นี่คือการถอยหลังไปเมื่อ 30 ปีก่อน แต่เชื่อว่าพี่น้องประชาชนคิดเองเป็นว่าเขาจะเอาพรรคการเมืองแบบไหน ที่ผ่านมาเกือบ 5 ปีมีอะไรดีบ้าง เศรษฐกิจ สังคม การเมืองเละตุ้มเป๊ะ และนักการเมืองที่ไปสนับสนุน (ถูกดูด) ฝ่ายโน้นนั้นเขาเคยทำอะไรให้บ้านเมืองบ้าง เพียงแต่เขาหวังประโยชน์ทางธุรกิจและประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้น และแต่ละคนเท่าที่เห็นหน้า ก็เป็นพวกยาหมดอายุทั้งนั้น คนพวกนี้เห็นประโยชน์ที่ไหนก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่ต่างอะไรกับโสเภณี (กะหรี่) ย้ายซ่องหรอก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. คนที่ 1 เป็นประธานการประชุมพิจารณาร่างยุทธศาสตร์ชาติ ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยคณะกรรมาธิการฯ ไม่ได้แก้ไขร่างยุทธศาสตร์ชาติแต่อย่างใด โดยที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ 179 คะแนน เห็นชอบกับร่างดังกล่าว และหลังจากนี้นายกรัฐมนตรีจะนําขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายภายใน 20 วัน เพื่อมีพระบรมราชโองการประกาศใช้เป็นยุทธศาสตร์ชาติ อันจะมีผลใช้บังคับเป็นระยะเวลา 20 ปี ตาม พ.ร.บ.จัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2560 อย่างไรก็ตาม เมื่อมีพระบรมราชโองการประกาศใช้ยุทธศาสตร์ชาติแล้ว ให้คณะกรรมการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติแต่ละด้านจัดทําแผนแม่บทเพื่อบรรลุเป้าหมายตามที่กําหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ เสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวภายหลัง สนช.มติเอกฉันท์ผ่านร่างยุทธศาสตร์ ว่า ตนเคยอภิปรายคัดค้านแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีมาโดยตลอดในสมัยเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ว่าจะสร้างปัญหาใหญ่ เพราะยาวนานเกินไป ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ อีกทั้งยังได้เข้าไปเสนอต่อกรรมการ ป.ย.ป. โดยให้ปรับเป็นกรอบแนวทางของประเทศที่สามารถแก้ไขได้ทุก 5 ปีหรือเท่าที่จำเป็น เมื่อแผนดังกล่าวผ่าน สนช. ตนก็รู้สึกเบาใจ เพราะได้เปลี่ยนกรอบยุทธศาสตร์ 20 ปี โดยมีการปรับปรุงแก้ไขได้ทุกๆ 5 ปี หรือในยามคับขันก็สามารถแก้ไขได้โดยรัฐสภา แต่ก็ยังติดใจในอำนาจการแก้ไขตามกฎหมายที่มีแต่เฉพาะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเท่านั้นที่ทำได้ ถ้าผู้เขียนใจไม่กว้างพอที่แก้ในสิ่งที่ตนเองเขียน การปรับปรุงจะไม่เกิดขึ้นจริง จึงควรให้ภาคส่วนอื่นมีส่วนร่วมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.อุดรธานี เมื่อเวลา 08.00 น. ที่สถานีวิทยุชุมชนคนรักอุดร 97.5 เมกะเฮิรตซ์ หมู่ 11 ต.สามพร้าว อ.เมืองฯ จ.อุดรธานี นายขวัญชัย สาราคำ อายุ 64 ปี ประธานชมรมคนรักอุดร หรือแกนนำคนเสื้อแดงภาคอีสาน ได้พ้นโทษหลังต้องคดีทำร้ายร่างกายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จ.อุดรธานี ที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม เขตเทศบาลนครอุดรธานี เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2559&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยบรรยากาศรอบสถานีวิทยุคนรักอุดร ได้มีนายนิสิต สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด และแกนนำ นปช. นักการเมืองท้องถิ่น ชาวบ้าน และคนเสื้อแดงจำนวนมาก ที่ทราบข่าว เดินทางมาให้การต้อนรับนายขวัญชัย ด้วยการผูกข้อมือเรียกขวัญตามประเพณีอีสาน ซึ่งนายขวัญชัยมีหน้าตาสดใส สุขภาพแข็งแรง โดยมีนางอาภรณ์ สาราคำ ภรรยา ซึ่งเป็นอดีต ส.ว.อุดรธานี นั่งอยู่เคียงข้างด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายขวัญชัยเปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่มีพี่น้องมาต้อนรับจำนวนมาก ตนอยู่ในเรือนจำครบ 2 ปี ขณะอยู่ในเรือนจำไม่ได้รักษาอาการบาดเจ็บจากการถูกยิงอย่างต่อเนื่อง แต่ถือว่ายังดีที่ไม่เจ็บป่วยรุนแรง อย่างมากแค่เป็นไข้หวัดเท่านั้น วันนี้ของดพูดเรื่องการเมือง เพราะยังไม่มีแผนเกี่ยวกับการเมือง ขอรักษาอาการบาดเจ็บเรื้อรังจากการถูกยิงให้หายดีก่อน เพราะแขนซ้ายยังสั่น เมื่อถึงฤดูการเลือกตั้ง ค่อยว่ากันใหม่.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12896</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขวัญชัย สาราคำ, ชินวัฒน์ หาบุญพาด, ดูดนักการเมือง, บิ๊กเจี๊ยบ, พรรคพลังประชารัฐ, วรชัย เหมะ, วิษณุ เครืองาม, หนังสือพิมพ์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, เพื่อแม้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180706/image_big_5b3f727e974ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคตั้งใหม่ ในสถานการณ์พลังดูด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พลังดูด โดยพรรคทหาร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทำดีล-มีคุยกันไว้แล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผ่านพ้นช่วงให้สมาชิกพรรคการเมืองเก่าหรือพรรคการเมืองที่จัดตั้งก่อนการประกาศใช้ พ.ร.บ.พรรคการเมือง ฉบับปัจจุบัน พ.ศ.2560 มายืนยันการเป็นสมาชิกพรรคไปแล้วเมื่อ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา&amp;nbsp; โดยทุกพรรคพบว่ายอดสมาชิกมายืนยันตัวลดลง บางพรรคยอดยืนยันเมื่อเทียบกับจำนวนเดิมพบว่าหายไปจำนวนมาก ขณะเดียวกันตอนนี้ก็มีความเคลื่อนไหวการเมืองว่าด้วย เรื่องการดูดอดีต ส.ส.-ดูดนักการเมือง เพื่อให้ย้ายพรรค เปลี่ยนค่ายกันมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในมุมวิเคราะห์ของพรรคการเมืองใหม่ที่ยื่นขอจัดตั้งพรรคใหม่ต่อสำนักงาน กกต. อย่าง พรรคพลังธรรมใหม่ ซึ่งเป็นการรีเทิร์น-รีแบนด์พรรคเดิม พรรคพลังธรรม ที่ตั้งโดยพลตรีจำลอง ศรีเมือง และเคยเป็นพรรคที่ ทักษิณ ชินวัตร เคยเป็นนายทุนและหัวหน้าพรรคมาแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวี มาศฉมาดล ผู้ก่อตั้งพรรคพลังธรรมใหม่ ซึ่งชื่อนี้ไม่ใช่ชื่อใหม่ทางการเมืองแต่อย่างใด เพราะมีประสบการณ์การเมืองทั้งในพรรคการเมืองและการเมืองภาคประชาชนมาหลายสิบปี ตั้งแต่ยุค 6 ตุลาคม 2519 และเริ่มเข้าสู่การเมืองกับพรรคพลังธรรมตั้งแต่ยุคแรกๆ บทบาทการเมืองล่าสุด คือเป็นหนึ่งในแนวร่วม กปปส.-อดีตแกนนำกองทัพประชาชนและเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย ซึ่ง นพ.ระวีได้วิเคราะห์ทิศทางการเลือกตั้ง-การเมืองในช่วงต่อจากนี้ โดยเฉพาะความพยายามของเครือข่าย คสช.ในการตั้ง พรรคทหาร และเส้นทางการเมืองของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มองว่ามีโอกาสกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีสูงมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวี-ผู้ก่อตั้งพรรคพลังธรรมใหม่ พูดเข้าประเด็นเลยว่า ปรากฏการณ์การดูดนักการเมืองให้ย้ายพรรคเวลานี้ ชัดเจนว่าเป็นปรากฏการณ์น้ำเน่าทางการเมือง และยังสวนทางกับรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง เพราะคนที่ไปดูดมา มีคำถามจากคนในสังคมว่าคุณจะปราบโกงหรือจะแบ่งเค้กกันแน่ สวนทางกับเส้นทางปฏิรูปที่ คสช.วางไว้ว่าบิ๊กตู่จะมาปฏิรูป แต่ตอนนี้ที่มีการดูดกันทางการเมืองมันสวนทางกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นพ.ระวี ให้มุมมองว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับว่ามองในมุมใด หากมองในแง่ร้ายก็เหมือนกับที่นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แกนนำพรรค ปชป.พูดว่าตอนนี้ไข้เลือดออกกำลังระบาดในเมืองไทย สิ่งที่ คสช.ทำมันคือน้ำเน่าทางการเมือง เมื่อมีน้ำเน่าก็เกิดยุงลายไปกัดพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อไทย พรรคเครือข่ายเพื่อไทย เกิดไข้เลือดออกจากพรรคเหล่านี้ ไหลมาที่พรรคทหารที่กำลังจะตั้งขึ้น แต่หากมองในแง่ดี เป้าหมายของบิ๊กตู่คือต้องการรีเทิร์นกลับมาเป็นนายกฯ ตอนนี้บิ๊กตู่เหมือนเป็นผู้ร้าย แต่หากเขาเกิดได้เป็นรัฐบาลกลับมา แล้วมาทำปฏิรูปจริงจัง เขาก็เป็นพระเอกตอนท้าย แต่หากเขาไม่ปฏิรูปจริงจัง ก็เป็นผู้ร้ายตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นพ.ระวี กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นตามที่ประกาศไว้คือ ก.พ.ปีหน้า จะเป็นการปะทะกันดุเดือดที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เงินจะเดินสะพัดนับแสนล้านบาท เพราะมี 2 พรรคที่มีความพร้อม ในอดีตมีแค่เพื่อไทยพรรคเดียวที่มีความพร้อม เลือกตั้งกี่สมัยก็หยุดไม่ได้ ในอดีตพวกนายทหารที่ทำพรรคการเมือง เช่น สมัยพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ สมัยพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ลงเลือกตั้งไม่กี่ครั้งหรือครั้งเดียวก็หายไปแล้ว แต่รอบนี้พรรคทหารที่จะตั้งขึ้น คงไม่หายไปง่ายๆ เพราะมีการเตรียมการตั้งพรรคไว้เพื่อไม่ให้ยุติไปโดยง่าย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;..ทำให้การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นดุเดือดที่สุด เพราะสำหรับทักษิณ ชินวัตร จะเป็นการเลือกตั้งที่เป็นสงครามครั้งสุดท้าย ต้องไม่ลืมว่าถึงตอนเลือกตั้ง เพื่อไทยหยุดการเป็นรัฐบาลมา 4 ปีกว่า แต่ถึงตอนนั้นทักษิณก็อายุจะ 70 ปีแล้ว หากเลือกตั้งรอบนี้ทักษิณแพ้ บิ๊กตู่ได้เป็นนายกฯ แล้วรัฐบาลอยู่โดยราบรื่น คงไม่ได้อยู่กันแค่ปีเดียว จะต้องวิ่งอยู่ต่อไปเรื่อยๆ อีก 4-5 ปี ถึงตอนนั้นทักษิณก็อายุมากแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;...ทักษิณต้องทุ่มสุดๆ เป็นสงครามครั้งสุดท้าย ในทางการลงทุน หากทักษิณไม่จ่ายตอนนี้ อนาคตไม่มีโอกาสจ่าย ขณะเดียวกันฝ่าย คสช. บิ๊กตู่ ก็ต้องพยายามเอาชนะทักษิณให้ได้ ไม่ว่าทักษิณมาไม้ไหน บิ๊กตู่ต้องทุ่มทุกด้าน เพื่อเอาชนะให้ได้ ศึกครั้งนี้จึงใหญ่หลวง ทำให้การเมืองจะปะทะดุเดือด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;...แล้วครั้งนี้เพื่อไทยไม่ได้รบพรรคเดียว แต่มาเป็นทีม มีแนวร่วม ไม่ใช่พรรคเสียบ แต่เป็นแนวร่วมเพื่อไทยเลย มีหลายพรรค ขณะเดียวกันฝ่าย คสช.ก็ไม่ได้มีแค่พรรคทหาร พลังประชารัฐ พรรคเดียว แต่มีพรรคแนวร่วมด้วย เช่น ฝ่าย กปปส.-พรรคประชาชนปฏิรูปของไพบูลย์ นิติตะวัน หรือพรรคพลังชาติไทย ของ พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ และอีกหลายพรรค &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคเสียบ มีทั้งพรรคเก่า และพรรคใหม่ พวกนี้หากฝ่ายไหนได้เปรียบก็จะขอเสียบ ขออยู่ด้วยทันที ในอดีตเพื่อไทยสู้กับประชาธิปัตย์ แต่รอบนี้ไม่ใช่ จะมีพรรคแนวร่วมด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;...การเมืองไทยที่จะเกิดในอนาคต มองว่าอาจจะมีปัญหา เพราะมีพรรคเล็กพรรคน้อยมากมาย อาจจะมีพรรคได้ ส.ส. 1-3 คน จำนวนมาก ก็อาจจะถูกดึงไปร่วมตั้งรัฐบาล ทำให้เมื่อไปร่วมรัฐบาล มองเห็นภาพได้ว่า แม้จะเป็นเรื่องดี ที่จะมีพรรคซึ่งเป็นตัวแทนคนกลุ่มหนึ่งเข้าไปเป็นรัฐบาล แต่ก็จะเกิดสภาพที่เวลามีการโหวตเรื่องสำคัญ จะต้องมีการลงทุน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หมอระวี วิเคราะห์การเมืองและการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น โดยโฟกัสไปที่พรรคการเมืองแต่ละพรรคเวลานี้ เริ่มจาก พรรคเพื่อไทย ที่เขาประเมินวิเคราะห์ว่า สำหรับพรรคเพื่อไทยต้องบอกว่าเมื่อผมมาทำพรรคพลังธรรมใหม่ ผมเดินสายมาแล้ว 51 จังหวัด ผมเห็นเลยว่ากระแสนิยมพรรคเพื่อไทยสูงมาก เป้าหมายของเพื่อไทยผมมองว่าต้องให้ได้ 230 เสียง ที่จะเป็นตัวเลขชี้ขาดชัยชนะเพื่อไทย หากทำได้ตามเป้า แล้วพรรคแนวร่วมของเพื่อไทยทำได้ตามเป้าอีก จนรวมกันจัดตั้งรัฐบาลได้เกิน 250 เสียง โอกาสเกิดนายกฯ คนนอกก็เป็นศูนย์ ดับฝันประยุทธ์ โดยเพื่อไทยก็ต้องพยายามทำให้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ทำได้ตามยอดที่เคยได้ในอดีต เช่น ที่เคยได้ตอนเลือกตั้งรอบที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ 49 เปอร์เซ็นต์ ก็จะได้ ส.ส.ตามเป้า 230-240 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เพื่อไทยจะเดินเกม โดยในระบบเขตเพื่อไทยจะต้องส่งตัวจริงลงเต็มทุกพื้นที่ อย่างรอบที่แล้วบางพื้นที่เช่นภาคใต้ เพื่อไทยเขาไม่เอาเลย ทั้งที่ในภาคใต้เสื้อแดงมีประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ เช่นประชากร 180,000 ซึ่ง 10 เปอร์เซ็นต์ก็ประมาณ 18,000 คน ทำให้เมื่อไม่สู้ เพื่อไทยก็ได้แค่บางเขต 1-2 พันคะแนน แต่รอบนี้เพื่อไทยคงลงมาสู้จริง เพราะที่ผ่านมาอย่างภาคใต้ลงไปยังไงก็แพ้ คะแนนก็หายไป แต่คราวนี้เพื่อไทยคงส่งตัวจริงลงสู้แล้วอัดเงินลงไป หากทำได้สัก 20,000 ต่อเขต ภาคใต้มี 49 เขต ก็ได้มาล้านกว่าคะแนน นอกจากนี้ในเขตพรรคการเมืองเครือข่ายเพื่อไทย หากเขตไหนที่ไม่ได้ไปตกลงกับเพื่อไทย ทางเพื่อไทยจะส่งคนลงไปบี้หมด หากไม่ตกลงกับเขาก่อน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สุพรรณบุรี บุรีรัมย์ ก็ส่งลงไปบี้หมด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;...350 เขต คูณด้วย 30 ล้านต่อเขต ก็ระดับหมื่นล้านเท่านั้นเอง เขาบี้เพื่อเอาคะแนนสัดส่วนขึ้นมา หากทำได้ตามเป้า คือให้ได้เท่าเดิมสัก 49 เปอร์เซ็นต์ แม้ต่อให้จะมีพรรคเล็กพรรคน้อยมาแย่งคะแนน หากเพื่อไทยทำได้ตามเป้า บิ๊กตู่จบเลย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นเพื่อไทยก็จะทุ่มแหลก ที่มีการบอกกันว่า รธน.ที่ใช้ระบบจัดสรรปันส่วนผสม นับทุกคะแนนเสียง แล้วจะทำให้พรรคเพื่อไทย ดูแล้วอาจไม่ใช่ เพราะหากเขาทำคะแนนสัดส่วนให้ได้ถึงครึ่ง พรรคก็จะได้ ส.ส.เกินกึ่งหนึ่งของสภา ที่ก็จะครองเสียงข้างมาก ต่อให้ผู้สมัคร ส.ส.เขตของพรรคแพ้บ้างก็ไม่เป็นไร เพราะ รธน.บัญญัติให้พรรคการเมืองได้ ส.ส.ตามคะแนนที่ได้จากทั่วประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อไทยก็จะรบเต็มพื้นที่ ประชาธิปัตย์ก็จะมีคะแนนลดลงเมื่อเจอศึกนี้เข้า ในภาคใต้ แม้ประชาธิปัตย์จะได้ ส.ส.เขต แต่คะแนนที่ได้ก็จะลดลง หากเพื่อไทยสู้เต็มที่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ที่บอกว่าเดินสายไปหลายสิบจังหวัด พบว่าคะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยยังสูงมาก เป็นเพราะอะไร? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเดินสายไปคุยหลายจังหวัด อย่างภาคเหนือคนยังเชื่อว่า ทักษิณ ชินวัตร ยังทำงานได้ 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน ที่เคยทำแล้วรัฐบาลทำตอนนี้ คนก็บอกว่าไปเดินตามก้นเขา แล้วหลายที่รวมถึงกองเชียร์ คสช.เขาก็บอกว่า รัฐบาลตอนนี้ไม่ปฏิรูปจริง ไม่ทำจริง 4 ปีที่ผ่านมา คนเปิดโอกาสให้ แต่กลับทิ้งโอกาสทอง หากบิ๊กตู่ทำดี ผมจะตั้งพรรคการเมืองทำไม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หากเพื่อไทยรวบรวมเสียง ส.ส.จัดตั้งรัฐบาลได้เกิน 300 เสียง ถามว่าบิ๊กตู่จะมาใช้เสียง ส.ว. 250 เสียง มาบีบเพื่อไทยไม่ให้จัดตั้งรัฐบาล ก็ไม่มีความชอบธรรม แต่หากว่าเพื่อไทยได้ 200 กว่าเสียง ยังอาจพอไล่บี้ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พรรคทหารกับพลังดูด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวี-อดีตแกนนำเครือข่าย กปปส. กล่าวต่อไปถึงการเกิดขึ้นของ พรรคทหาร ว่า เคยวิเคราะห์ไว้หลายเดือนก่อนหน้านี้ว่า บิ๊กตู่ต้องตั้งพรรคทหาร เพราะทางเดินที่สวยที่สุดของบิ๊กตู่ก่อนหน้านี้คือ กลับมาเป็นนายกฯ คนนอก โดยบอกว่าพวกคุณนักการเมืองตกลงกันไม่ได้ ต้องไปเชิญบิ๊กตู่เข้ามาเป็นนายกฯ คนนอก แต่มันเป็นความเพ้อฝัน อย่างที่ผมวิเคราะห์คือ หากพรรคเพื่อไทยได้เกิน 250 เสียง ปิดทางเลยนายกฯ คนนอก ตอนนี้บิ๊กตู่ทำเพื่อให้ตัวเองกลับมาเป็นนายกฯ เขาก็ต้องตั้งพรรคทหาร ซึ่งผมเคยวิเคราะห์เรื่องนี้ไว้เมื่อหลายเดือนที่แล้ว ว่าจะมีการตั้งพรรคทหารแล้วบิ๊กตู่ต้องมาเส้นทางนายกฯ คนใน ซึ่งวันนี้ชัดแล้ว ตั้งพรรคทหาร เพราะหากพลาด เพื่อไทยได้เสียงข้างมาก ที่บิ๊กตู่รอจะเป็นนายกฯ คนนอก ทุกอย่างสูญเลย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ปัญหาก็คือ หากบิ๊กตู่จะเป็นนายกฯ คนใน จะอยู่พรรคไหน หากไปไล่เรียงดู ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังชาติไทย ของพลตรีทรงกลด พรรคประชาชนปฏิรูปของไพบูลย์ หรือพรรค กปปส. ทั้งหมดดูแล้ว บิ๊กตู่คงไปอยู่กับพรรคพวกนี้ไม่ได้ จากเหตุผลเรื่องนโยบาย บุคลิก อีกทั้งเสี่ยงเกินไป เพราะ 3 พรรคดังกล่าว อาจไม่ได้ ส.ส.ถึง 25เสียง ดังนั้นบิ๊กตู่มีทางเดียว ต้องตั้งพรรคทหาร และต้องได้ ส.ส.อย่างน้อย 50 คน แต่ก็เชื่อว่าเขาคงตั้งเป้าจริงๆ เกิน 100 เสียง เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;hellip;ส่วนการทำให้ได้ ส.ส.เกิน 50 เสียงจะทำอย่างไร ก็คือสาเหตุที่ต้องมีการ ดูด แล้วก็ใช้เงินเกินดุลเพื่ออัดลงไปในโครงการต่างๆ เช่น กองทุนหมู่บ้าน เพื่อหาเสียงพูดง่ายๆ แล้วก็ทำงานเป็นระบบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคทหารมีนักยุทธศาสตร์ นักยุทธวิธี เขาคิดแล้วว่าจะชนะพรรคเพื่อไทยได้ยังไง คือทำให้เพื่อไทยได้ ส.ส.ไม่เกิน 200 เสียง ที่หากทำได้ บิ๊กตู่กลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบ ซึ่งยุทธศาสตร์ที่ฟังก์ชั่นที่สุด ก็คือการ ดูด ที่ก็ต้องเน้นไปที่พรรคเพื่อไทย ส่วนประชาธิปัตย์ก็ดูดเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งถ้าเป็นผม ผมก็เชื่อว่าบิ๊กตู่คงตั้งเป้าดูดอดีต ส.ส.เพื่อไทย ไม่ต่ำกว่า 150 คน โดยหากพรรคทหารได้ ส.ส.เกิน 100 เสียง การเป็นนายกฯ ของบิ๊กตู่ หลังเลือกตั้งก็สง่างาม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคทหาร บวกประชาธิปัตย์ บวกพรรคแนวร่วม และบวกพรรคเสียบ โดยมีพรรคทหารที่มี ส.ส.ระดับเกิน 100 เสียงขึ้นไป ก็สง่างามสำหรับบิ๊กตู่ที่จะกลับมาเป็นนายกฯ หรือแม้แต่พรรคทหาร ถึงหากได้สัก 50 เสียง ก็ยังโอเคอยู่ หากรวมคนได้ แต่พรรคเพื่อไทยต้องได้ ส.ส.ต่ำกว่า 200 เสียง แค่นี้บิ๊กตู่ก็ได้เป็นนายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นพ.ระวี วิเคราะห์อีกว่า การดูดก็อาจแยกเป็น 2 กลุ่ม คือหนึ่ง ดูดพวกที่มีศักยภาพเข้มแข็ง เช่นพวกคนของเพื่อไทยหรือแนวร่วมพรรคเพื่อไทย ที่เป็นกลุ่มคนซึ่งมั่นใจว่าดูดเข้ามาแล้ว จะทำให้พรรคได้ ส.ส.ในการเลือกตั้ง สู้กับฝ่ายเพื่อไทยได้ เช่น กลุ่มสะสมทรัพย์ กลุ่มชลบุรี และกลุ่มอื่นๆ ที่จะดูดมา เช่น กลุ่มสมศักดิ์ เทพสุทิน กลุ่มสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ที่เป็นกลุ่มซึ่งมีศักยภาพในพื้นที่ กลุ่มที่สอง คือดูดคนของเพื่อไทย ที่ดูดมาแล้ว อาจจะแพ้เลือกตั้ง คือไปดูดอดีต ส.ส.เพื่อไทยมา แล้วเพื่อไทยส่งคนอื่นลงแทน แล้วสู้กัน คนที่พรรคทหารไปดูดมา อาจเกิดพลิกล็อกแพ้คนของเพื่อไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;...อย่างไรก็ตาม ต่อให้แพ้ แต่ก็คุ้ม เพราะเมื่อดูดมาได้ คะแนนสัดส่วนของเพื่อไทยก็จะลดลง เช่น หากไปดูอดีต ส.ส.อีสานหรือภาคเหนือของเพื่อไทยออกมา โดยมีฐานคะแนนอยู่ที่ 80,000 คะแนน แล้วเพื่อไทยส่งคนใหม่มาลงแทน เช่น เป็นอดีต ส.จ. นายกฯ อบจ. ซึ่งต่อให้คนใหม่ของเพื่อไทยชนะ คะแนนก็จะไม่มาก อย่างมากก็ 60,000 คะแนน เพราะจะมีพรรคอื่นไปตัดคะแนนอีก คะแนนจาก 80,000 เหลือ 60000 คะแนน หายไป 20,000 คะแนน ถ้าร้อยคน หายไป 20,000 ก็เท่ากับ 2 ล้านคะแนนแล้ว ส่วนคนของพรรคทหาร แม้แพ้เลือกตั้ง แต่เมื่อมีการทุ่มหลายอย่างลงไป ก็อาจได้มา 40,000 คะแนน หากแม้แพ้สัก 100 คน ก็เท่ากับ 4 ล้านเสียงแล้ว นี่คือพลังดูด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวี วิเคราะห์พรรคทหารที่กำลังเคลื่อนไหวต่อจากนี้ว่า ครั้งนี้เป้าหมายของเขาจะง่ายกว่าเพื่อไทย เพราะเขามี ส.ว. 250 เสียง แล้วหากบวกเสียง ส.ส.พรรคทหาร บวกประชาธิปัตย์และพวกพรรคแนวร่วมที่หากพรรคเหล่านี้ได้ ส.ส.รวมกันเกิน 250 เสียง บิ๊กตู่ก็เป็นยาวเลย เพราะมี ส.ว.หนุน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ปชป.ได้ ส.ส.ต่ำกว่า 100 เสียง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พรรคประชาธิปัตย์ ทาง นพ.ระวี-ผู้ก่อตั้งพรรคพลังธรรมใหม่ วิเคราะห์ไว้ว่า สำหรับ ปชป. ทำนายว่าต่ำกว่า 100 เสียงแน่นอน จากปัจจัยต่างๆ เช่น เรื่องของกระแสนิยม แล้ว ปชป.ไม่เกิดสิ่งใหม่ๆ รวมถึงเพราะจะมีการเกิดขึ้นของพรรค กปปส.มาแย่งเสียง ยกเว้นแต่พรรค กปปส.ไม่ลงสนามเลือกตั้ง สุเทพ เทือกสุบรรณ เปลี่ยนใจ ไม่ตั้งพรรค ถ้าแบบนี้ ปชป.ก็อาจได้ ส.ส.เกิน 100 เสียง แต่หากสุเทพตั้งพรรค ประชาธิปัตย์จะถูกแย่งทั้ง ส.ส.เขตและสัดส่วน ทำให้ ปชป.ยากที่จะได้ ส.ส.เกิน 100 เสียง อย่างตอนนี้ยังไม่เห็นข่าว จะมีคนดีๆ เข้าสังกัดพรรค &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;...อย่างไรก็ตาม ปชป.จะเป็นตัวแปรสำคัญ จะเป็นพรรคหลัก คือ ปชป.ไปอยู่กับขั้วไหน ฝ่ายนั้นเป็นรัฐบาลเลย เช่น หาก ปชป.ได้ ส.ส. 80-90 เสียง หาก ปชป.เลือกจะไปอยู่กับพรรคไหน เช่น ถ้าเลือกเพื่อไทย คนเพื่อไทยก็เป็นนายกฯ หากเลือกอยู่กับฝ่ายบิ๊กตู่ พลเอกประยุทธ์ก็ได้เป็นนายกฯ ปชป.จะเป็นตัวหลัก พวกแกนนำพรรค ปชป.นั่งรอได้เลย แต่ก็อาจเกิดปัญหาขึ้นในพรรคใน 2 ช่วงสำคัญคือ ตอนเลือกตำแหน่งต่างๆ ในกรรมการบริหารพรรค และตอนเข้าร่วมรัฐบาล แล้วต้องหาคนไปเป็นรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;...แต่โอกาสที่ประชาธิปัตย์จะเลือกอยู่กับเพื่อไทยมีน้อยมาก เพราะจะเสีย ก็ต้องเลือกบิ๊กตู่ มองดูแล้ว ปชป.จะเป็นพรรคที่มีราคาทางการเมืองสูง แม้ ส.ส.จะลดน้อยลง ผมคิดว่ายุทธศาสตร์เพื่อไทยคือพยายามจะดึง ปชป.มาเข้าร่วม แล้วก็อาจให้คนของ ปชป.เป็นนายกฯ พยายามทอดสะพานให้ เพราะเป็นยุทธศาสตร์เดียวที่มั่นใจว่าจะสามารถสกัดบิ๊กตู่ได้ ทำให้พรรค ปชป.นอนมา เป็นพรรคเดียวที่ชัวร์ที่สุดว่าเป็นรัฐบาลแน่นอน จะได้เก้าอี้รัฐมนตรีหลายสิบตำแหน่ง กับการมี ส.ส.ประมาณ 80-90 เสียง แต่หากยอมเข้ากับเพื่อไทย คนของ ปชป.ขึ้นเป็นนายกฯ เลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;...เหตุเพราะเพื่อไทยไม่มีทางเลือกอื่น ส่วน ปชป.จะมาหรือไม่มา ก็อยู่ที่การตัดสินใจของ ปชป. ผมก็คงไม่ไปก้าวล่วงเขา แต่หากเขาตัดสินใจอย่างไร ในทางการเมือง ก็คงจะหาเหตุผลมาอ้างได้ แต่ผมก็มองว่าเขาก็คงเลือกฝ่ายบิ๊กตู่มากกว่า เพราะหากไปเลือกอยู่กับเพื่อไทย ปชป.ก็ตอบคำถามสังคมยาก ยกเว้นมีกรณีพิเศษ เช่น เกิดความไม่ลงตัว มีความปั่นป่วนในสภาฯ แล้วเกิดความผิดพลาดของพลเอกประยุทธ์ แบบนี้ก็อาจเกิดความชอบธรรมที่จะอ้าง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีสมาชิกพรรค ปชป.กลับมายืนยันตัวเองน้อย แค่ 9 หมื่นจากยอดเดิม 2 ล้านกว่า ผมว่าปชป.เขาปล่อยไปตามธรรมชาติ เพื่อดูว่าจะมากน้อยแค่ไหนที่จะเอาด้วยกับพรรค ปชป. เพราะยังไงหลังปลดล็อกก็ยังให้สมาชิกกลับมาสมัครใหม่ได้ ก็เลยปล่อยตามธรรมชาติแล้วบอกว่า ปชป.โดนกลั่นแกล้ง ทำให้สมาชิกพรรคต้องลุกขึ้นสู้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวี กล่าวอีกว่า สำหรับพรรคอื่นๆ เช่น พรรคภูมิใจไทย, ชาติไทยพัฒนา, พลังชล กลุ่มนี้ต้องแยกเป็นสองส่วน เช่นบางกลุ่มก็อาจพยายามดูดเข้าไปเลย เช่นพลังชล เพราะเป็นการสร้างความมั่นคงให้ ส่วนพรรคที่เหลือก็พร้อมที่จะเสียบเมื่อมีความพร้อม อย่างภูมิใจไทยก็เคยร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้ทักษิณไม่พอใจ ก็ทำให้ภูมิใจไทยมีแนวโน้มที่จะเลือกอยู่กับฝ่ายบิ๊กตู่มากกว่าเพื่อไทย แต่อนาคตเราก็ไม่รู้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับพรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา ก็คาดว่าการตัดสินใจของพรรคเหล่านี้ก็น่าจะได้รับการติดต่อจากทั้งสองฝ่าย แต่ก็อยู่ในช่วงการตัดสินใจว่าจะอยู่ข้างไหนดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มันไม่ใช่แค่การดูดด้วยกำลังเงินอย่างเดียว แต่ดูดด้วยเหตุว่าการเมืองหลังเลือกตั้งพรรคไหนจะได้เป็นรัฐบาล ส.ส.พรรคไหนเป็นฝ่ายค้านก็อาจอดอยากปากแห้ง คือหากยังอยู่พรรคเดิมก็อาจได้เงินจากพรรคเดือนละแสน แต่ก็เท่านั้น แต่หากไปอยู่กับพรรคที่จะได้เป็นรัฐบาล มันไม่อดอยากปากแห้ง รวมถึงตำแหน่งด้วย อันนี้คือแฟกเตอร์ที่จะดูดกัน&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-โอกาสของพลเอกประยุทธ์ในการกลับมาเป็นนายกฯ รอบสอง?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หากดูตามช่องทางต่างๆ ผมว่ามีโอกาสเกินห้าสิบเปอร์เซ็นต์ เพราะมีหลายแฟกเตอร์มารวมกัน ไม่ว่าจะเป็นที่เห็นตอนนี้ทั้งการใช้พลังดูด หรือการเดินสายหาเสียงตลอดช่วงที่ผ่านมาหลายปี และยังมีเสียง ส.ว. 250 เสียงเป็นป้อมปราการ อีกทั้งมีพลังทางเศรษฐกิจที่ตุนไว้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคทหารที่จะตั้งขึ้นเป็นพรรคเดียวที่มีงบจะสู้กับทักษิณ ให้สู้ในการเลือกตั้งสามสมัยก็สู้ได้ หากเข้ามาเป็นนายกฯ แล้วมีปัญหาอะไรก็ยุบสภา ก็เลือกตั้งแล้วกลับเข้ามาใหม่ได้อีก ประเมินแล้วหากเกิดเป็นนายกฯ แล้วมีปัญหาอะไรขึ้นในสภาฯ นายกฯ เอาไม่อยู่ บิ๊กตู่ก็จะเลือกใช้วิธียุบสภาเป็นหลัก แล้วมีเลือกตั้งซึ่งพรรคไหนเงินไม่มากพอก็ตายเอง เพราะพรรคทหารมีความพร้อมด้านพลังทางเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคผมไปประชุมตามจังหวัดต่างๆ อาจมีมา 15-20 คน แต่บิ๊กตู่ตอนนี้ไปไหนมีคนมารอจำนวนมาก ผมจึงคาดว่าถ้าพรรคทหารได้ ส.ส.เกิน 50 เสียงขึ้นไป บิ๊กตู่ก็กลับมาเป็นนายกฯ แล้ว แต่ต้องบี้เพื่อไทยให้ได้ ส.ส.ต่ำกว่า 200 เสียง สิ่งที่พรรคทหารทำตอนนี้ก็คือการพยายามดูด แถมยังประกาศว่าการดูดเป็นวัฒนธรรม ซึ่งหากดูจากช่วงเวลานับจากนี้ไปจนถึงการเลือกตั้ง พวกพรรคการเมืองใหม่ที่ต้องการทำการเมืองจริงๆ ก็ประสบความยากลำบากไม่ใช่น้อย แต่พรรคทหารไม่ลำบาก ผมวิเคราะห์แล้วพรรคเราพร้อม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับแรงต้านบิ๊กตู่ มองว่าแรงต้านอย่างเดียวที่จะเกิดคือมีการเลื่อนโรดแมป ผมก็เชื่อว่าฝ่ายบิ๊กตู่มีทีมวิเคราะห์เส้นทางเดินทางการเมือง แต่หากพลาดทางการเมืองเขาก็ไป แต่ดูแล้วหากด่านแรกบิ๊กตู่ชนะ ทักษิณแพ้ พลังทักษิณจะทรุด เพราะมันจะยืดเยื้อยาวนานไปอีกหลายปี จึงเป็นเดิมพันสูงมาก&amp;nbsp; เพราะตอนนี้ก็ไม่ได้เป็นรัฐบาลมาจะ 4 ปีแล้ว กว่าจะเลือกตั้งเสร็จ รวมเวลาก็เกือบ 5 ปี หากบิ๊กตู่อยู่อีก 5 ปี เท่ากับฝ่ายทักษิณก็ไม่ได้เป็นรัฐบาลมาสิบปี กลุ่มทุนต่างๆ ก็ต้องไปอิงอำนาจใหม่ ฝ่ายทักษิณก็เติมไปข้างเดียว หากไม่ได้ร่วมรัฐบาลก็ไม่ได้ถอนทุนคืน ฝ่ายสนับสนุนฝ่ายทุนทักษิณก็ต้องเริ่มคิดแล้ว หากต้องเติมโดยไม่มีอนาคต เพราะนักธุรกิจก็คือนักธุรกิจ ต้องคิดว่าเติมแล้วต้องคุ้ม ก็อาจคิดว่าไปเติมฝ่ายบิ๊กตู่จะคุ้มกว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;- มีกระแสข่าวว่าคนในฝ่าย คสช.หรือมีคนบางกลุ่มเริ่มติดต่อ ทำดีลล่วงหน้ากับพรรคการเมืองต่างๆ ทั้งพรรคจัดตั้งใหม่และพรรคการเมืองเก่าเพื่อเป็นแนวร่วมหลังเลือกตั้ง?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อันนี้จริงเพราะพรรคทหารก็ต้องหาเครือข่าย หากพรรคไหนที่ดูแล้วเข้าท่าก็ต้องส่งคนมาคุย มาติดต่อ แต่พวกพรรคตั้งใหม่ เขาไม่ได้ดูด ก็ทำพรรคกันไป แต่หากเป็นพวกนักการเมืองพรรคเก่าเขาก็ดูดเช่นเดียวกัน พรรคเพื่อไทยเขาก็ทำเช่นนั้นเหมือนกัน ก็ติดต่อเพราะเขาต้องทำเพื่อหาพรรคแนวร่วม&amp;nbsp; บางพรรคก็อาจได้ทุนจากพรรคทหาร บางพรรคก็ได้ทุนจากเพื่อไทย ก็เป็นพรรคเครือข่าย ส่วนพรรคเสียบก็มีอิสระของตัวเอง เป็นแนวร่วมกัน จังหวะไหนดีก็โอเค ก็เริ่มติดต่อ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;- จากนี้ไปจนถึงช่วงเลือกตั้ง การดูดหรือการซื้อตัว ส.ส.จะมีมากขึ้นหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หากผมวิเคราะห์ ถ้าผมเป็นพรรคทหารต้องตั้ง 150 คน โดยเน้นดูดจากเพื่อไทย ถ้าดูดจากพรรคอื่นไม่ชนะ ถ้าจะชนะต้องดูดจากเพื่อไทย ส่วนปัจจัยที่จะทำให้ย้ายออกไปก็มีเช่นเรื่องเศรษฐกิจ รวมถึงพวก ส.ส.ก็ต้องคิดว่าอยู่ที่ไหนถึงจะปลอดภัย คือได้กลับมาเป็น ส.ส.แล้วต้องได้เป็น ส.ส.รัฐบาล อันนี้ผมวิเคราะห์ ซึ่งทางการเมืองอะไรที่คนมั่นใจก็ทำเลย แต่เรื่องไหนยังไม่มั่นใจก็ต้องรอจนถึงจังหวะ&amp;nbsp; เพราะหากดูดตอนนี้แล้วจ่ายเงินเลย พอรับเงินไปแล้วก็อาจมีปัญหาภายหลัง แล้วพอจะทำเช่นบอกจะให้ 30 ล้านบาท แต่พอทักษิณรู้บอกให้ 35 ล้านบาท เพราะฉะนั้นมันต้องมีจังหวะ แต่ในการเจรจาเขาคุยกันแล้ว. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พลังธรรมรีเทิร์น&amp;nbsp; อะไรคือจุดขาย? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;#39;เราจะเป็นแนวร่วมกับทุกพรรค&amp;#39;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นพ.ระวี-ผู้ก่อตั้งพรรคพลังธรรมใหม่ เปิดเผยว่าพรรคพลังธรรมใหม่จะมีการประชุมใหญ่ ผู้ร่วมจัดตั้งพรรคและสมาชิกพรรคในวันจันทร์ที่ 14 พ.ค. ที่มหาวิทยาลัยรังสิต ปทุมธานี โดยทิศทางการดำเนินงานของพรรคพลังธรรมใหม่ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะมองว่า ในภาวะตอนนี้การเมืองไทยไม่ว่าพรรคไหนขึ้นมา รวมถึงพรรคใหม่ที่จะตั้งขึ้นมา มันไม่เห็นอนาคตประเทศ มันยังวนเวียนอยู่ในวัฏจักรปัญหาแบบเดิมๆ จนตอนนี้ประเทศเพื่อนบ้านเราแซงหน้าประเทศไทยไปหมดแล้ว หากยังปล่อยให้เป็นแบบนี้ ก็จะเกิดวิกฤติการเมืองไทย จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องรีเทิร์นพรรคพลังธรรมสอง เพื่อหวังให้ได้การเมืองที่ดี คนดีเข้ามาทำงานการเมือง เพราะการเมืองไทยจะต้องมีพรรคการเมืองที่ซื่อสัตย์ ระบบการเมืองพรรคที่เข้มแข็ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;...พลังธรรมใหม่เราถือหลักปรัชญาที่ว่า ระบบดีทำให้ผีกลายเป็นคน ระบบไม่ดีทำให้คนดีกลายเป็นผี พรรคการเมืองในอดีต ผู้นำนักศึกษาหลายคนที่เข้าป่ามีอุดมการณ์ แต่พอมาเข้าการเมืองเจอระบบไม่ดี ทำให้คนดีๆ กลายเป็นผีไปหมด พรรคพลังใหม่จึงมุ่งสร้างระบบการเมืองที่ดี เพื่อให้ได้คนดีมาปกครองประเทศเพื่อแก้วิกฤติชาติ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งในสมัยแรกที่จะมีขึ้น เราก็ตั้งเป้าว่าต้องการมี ส.ส.เกิน 25 คน เพราะ รธน.บัญญัติว่าพรรคการเมืองที่มี ส.ส.เกิน 25 มีโอกาสเสนอคนเป็นนายกฯ ที่ก็คือพรรคพลังธรรมใหม่ต้องมีคะแนนเสียง 2 ล้านเสียงถึงจะได้ ส.ส.สัดส่วน 25 คน ก่อนหน้านี้ ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ คนเดียวยังเคยทำได้ล้านเสียงกับพรรคต้นตระกูลไทย พรรคพลังธรรมทั้งพรรคจะทำไม่ได้สองล้านเสียงให้มันรู้ไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;...การจะบรรลุเป้าหมายได้ต้องวางทุกอย่างให้เป็นระบบ ผมใช้เวลาสามปีในการทำงานการเมืองครั้งนี้ เรารวบรวมอดีตหัวหน้าพรรค อดีตเลขาธิการพรรค อดีต รมต. อดีต ส.ส. ซึ่งหลายคนผ่านประสบการณ์การเมืองมาหลายพรรค เช่น พลังธรรม พรรคการเมืองใหม่ พรรคพลังใหม่ มาร่วมคิดกัน เพื่อทำพรรคของประชาชนที่ไม่ใช่เงิน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;...การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นเราขอตั้งไข่ก่อน ซึ่งแนวทางพรรคก็จะมีการสืบทอดเจตนารมณ์จากพรรคพลังธรรมในอดีต คือคุณธรรมนำการเมือง ซื่อสัตย์สุจริต แต่ครั้งนี้ต้องเข้มยิ่งกว่าเดิม ต้องมั่นใจได้ว่าหัวหน้าพรรค นักการเมืองของพรรคที่ซื่อสัตย์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องมีระบบกำกับด้วย ไม่ใช่ดีแต่ปากพูด&amp;nbsp; เพราะสมัยนี้เงินทอนเป็นหมื่นล้าน เมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว กระทรวงเกรดเอที่คนของพลังธรรมเข้าไปดูแล&amp;nbsp; เงินใต้โต๊ะที่ปลัดกระทรวงให้ปีละ 1,500 ล้านบาท ปัจจุบันนี้งบประมาณเพิ่มขึ้นสิบเท่าตัว เงินทอนขึ้นเป็นหมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;...เรื่องนี้หากเราพูดปากเปล่า ผมไปแถลงอาจไม่มีใครเชื่อ เราก็สร้างระบบที่คนในพรรคต้องซื่อสัตย์สุจริตร้อยเปอร์เซ็นต์เขียนไว้ในระเบียบการพรรค เช่นหากพรรคพลังธรรมเป็นรัฐบาล มีคนในพรรคได้ตำแหน่งทางการเมือง ก็จะใช้ระบบหนึ่งตำแหน่งให้เข้าไปทำงานสามคน ไปทำงานเป็นทีม หากเป็นทีมมันกินยาก เช่นรัฐมนตรีหนึ่งคน พรรคส่งคนไปสามคน แต่ตำแหน่งทางการเมืองก็คนเดียว แต่อีกสองคนไปนั่งทำงานด้วยกัน แล้วที่ผ่านมาช่องทางการทุจริตของรัฐมนตรีจะทำผ่านตำแหน่งพวกเลขานุการรัฐมนตรีดังนั้น ทุกตำแหน่งการเมืองพรรคจะเป็นคนแต่งตั้งหมด รัฐมนตรีจะมาบอกเอาคนของตัวเองมาเป็นเลขานุการทำไม่ได้ ตำแหน่งการเมืองทุกตำแหน่งต้องตั้งโดยมติกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;...นอกจากนี้พรรคจะทำระบบปราบปรามการทุจริตภายใน โดยจะมีคณะกรรมการธรรมาภิบาลของพรรค ทำหน้าที่เหมือนกับเป็นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของพรรค โดยให้กรรมการมีอิสระ แยกการทำงานออกไปจากพรรคเลย ยกตัวอย่างหากมีกรณีเช่น คนของพรรคมีนาฬิกาหนึ่งเรือนโผล่มา กรรมการต้องไปสอบ หากมีมูลกรรมการสามารถมีคำสั่งปลด ส่งไปให้กรรมการบริหารพรรคภายใน 24 ชั่วโมง แล้วกรรมการบริหารพรรคต้องสั่งปลดทันที &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวี กล่าวต่อไปว่า พรรคพลังธรรมใหม่จะไม่สนับสนุนนโยบายประชานิยม จะค่อยๆ ลดประชานิยมเพราะหากปล่อยไว้แบบนี้ประเทศเสียหาย ที่สำคัญพลังธรรมใหม่จะสร้างพรรคแบบใหม่ที่เราเรียกว่า UTNO (United Thailand National Organization) หรือการทำพรรคแบบแนวร่วมประชาชาติ ที่พัฒนามาจาก UMNO ที่ ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเคยทำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;...แนวทาง UTNO คือพลังธรรมใหม่ จะเป็นแกนกลางรวบรวมคนดีทั่วประเทศ มีอุดมการณ์เดียวกันมาทำความดี มารวมอยู่ด้วยกัน เช่นคนที่ต้องซื่อสัตย์สุจริตร้อยเปอร์เซ็นต์ เราจะเป็นร่มธงให้คนดีเข้ามารวมกัน ภายใต้ระบบพรรคที่ดีและเข้มแข็ง เพราะหากระบบไม่เข้มแข็ง ทิศทางเรื่องความซื่อสัตย์อาจหายไปได้ ต้องทำให้ระบบเข้มแข็ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พรรคพลังธรรมใหม่เราชัดเจนว่าจะยุติความขัดแย้งเหลือง-แดง สร้างประเทศให้เป็นหนึ่งเดียว เพราะไม่เช่นนั้นไม่สามารถแก้ปัญหาประเทศได้ ดังนั้นพรรคพลังธรรมใหม่จะเป็นแนวร่วมทุกพรรค ไม่ว่าจะเป็นพรรคทหาร พรรค กปปส. พรรคประชาธิปัตย์ แม้กระทั่งพรรคเพื่อไทย และพรรคแนวร่วม เรายินดีจะเป็นแนวร่วม เราไม่ได้มองว่าใครจะเป็นศัตรูกับเรา เราต้องยุติความขัดแย้งเพื่อให้ประเทศเป็นหนึ่งเดียว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;...สิ่งนี้เป็นแนวคิดของพรรคพลังธรรมใหม่ที่สร้างแนวนโยบาย UTNO อย่างตอนนี้เราก็เริ่มพูดคุยกับหลายกลุ่มแล้ว บางพรรคที่ไปยื่นจัดตั้งกับ กกต. เขาก็อาจไม่ทำต่อ จะมาผนึกกับเราแล้ว หากเขาคิดว่าทำต่อไปแล้วอาจได้ 1-2 เสียงไม่เกิดประโยชน์ มาทำกับพลังธรรมใหม่ดีกว่า-ก็มี ตอนนี้กำลังคุยกันอยู่หลายกลุ่ม เราไม่ได้มองทุกพรรคเป็นศัตรู แต่มองทะลุไปถึงการเลือกตั้งอีก 2-3 สมัยข้างหน้า&amp;nbsp; โดยต้องมีระบบการกลั่นกรองให้คนเข้ามาร่วมงานเป็นคนดี เพราะเมื่อไม่เปิดช่องให้โกงก็โกงไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวี-อดีตแนวร่วม กปปส. ย้ำว่า ผมเคยเป็นแกนนำเสื้อเหลือง แต่ในวันนี้ผมเห็นแล้วว่าจะต้องแก้ปัญหา ผมออกจากภาคประชาชนมาอยู่ภาคการเมือง เพราะผมเห็นว่าทางเดียวที่จะแก้วิกฤติประเทศได้ต้องยุติความขัดแย้งเหลือง-แดง เราก็ต้องผนึกกำลังกัน อย่างแกนนำพรรคพลังธรรมใหม่เราบางจังหวัดก็เป็นเสื้อแดง บางจังหวัดแดงยกทีมเลย เราเอาทั้งเหลืองทั้งแดง เขาก็บอกว่าแบบนี้พรรคของประชาชนจริงๆ เขาไม่เคยเห็นระบบพรรคการเมืองเป็นแบบนี้ มีแบบนี้หลายจังหวัด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;...ผมก็รู้จักกับคนเพื่อไทยหลายคน เพราะหลายคนก็เป็นอดีตพรรคพลังธรรมเก่า อย่างคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์กับผมก็สนิทกัน หรือพวกประชาธิปัตย์ก่อนหน้านี้ไม่เคยคุยกัน ก็มารู้จักคุยกันตอนผมไปร่วมเคลื่อนไหวกับฝ่าย กปปส. ส่วนพรรคการเมืองที่ยื่นจัดตั้งพรรคใหม่ผมก็รู้จักเยอะ อนาคตพรรคใหม่ๆ เหล่านี้หากเขาไปได้ก็จะดี แต่หากไปไม่ได้ก็จะมารวมกับเรา เพราะเรายินดีจะเป็นแกนกลาง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวี กล่าวอีกว่า พรรคพลังธรรมใหม่จะทำการเมืองเพื่อทำให้พรรคเป็นสถาบันอยู่อย่างยั่งยืน&amp;nbsp; โดยต้องกระจายอำนาจภายในพรรคสู่ชนบท โดยการทำการเมืองต่อจากนี้จะให้ความสำคัญส่วนกลางกับภูมิภาคเท่ากัน โดยพรรคแบ่งโครงสร้างออกเป็นภาคๆ โดยหากภาคไหนมีความพร้อม คนจัดตั้งพรรคในภาคต่างๆ พื้นที่ไหนมีความพร้อมก็ให้ขึ้นมามีบทบาทในพรรค เช่นเป็นกรรมการบริหารพรรค&amp;nbsp; แม้จะเป็นคนโนเนมแต่คนเหล่านี้คือช้างเผือก ทำให้อำนาจการบริหารงานในพรรคมาจากประชาชน และมีส่วนร่วมทางการเมืองในพรรค เช่นการคัดเลือกคนลงสมัครรับเลือกตั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;...พรรคพลังธรรมใหม่สร้างพรรคไม่เหมือนพรรคการเมืองอื่น เช่นหากเป็นพรรคการเมืองอื่น หากจะส่งคนลงสมัครเลือกตั้งที่อุบลราชธานี แกนนำก็อาจไปที่อุบลราชธานี ไปพบนักธุรกิจ นักการเมืองท้องถิ่น ไปพูดคุยสอบถามว่าที่อุบลราชธานีมีใครมีชื่อเสียง หากจะส่งคนลง 8 เขต ก็หามา 8 คน แล้วก็พูดคุยเจรจา ต้องใช้เงินกี่ล้านบาทก็ว่ามา จากนั้นผู้สมัคร ส.ส.ก็ไปสร้างระบบหัวคะแนน เอาคนมาเป็นสมาชิกพรรค ทุกพรรคเป็นแบบนี้ แต่พรรคพลังธรรมใหม่จะสวนแนวทางเช่นนี้ เพราะพรรคจะไปสร้างกรรมการพรรคประจำจังหวัด โดยเมื่อมีการเลือกกรรมการประจำจังหวัดอย่างถูกต้อง พรรคก็จะมอบอำนาจทุกอย่างให้กรรมการประจำจังหวัด เช่นอำนาจในการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส. โดยส่วนกลางไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยว ส่วนกลางแค่ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย พูดง่ายๆ พรรคทำตามกฎหมายพรรคการเมืองเรื่องไพรมารีโหวต เพียงแต่ของพรรคอื่นทำไพรมารีโหวตโดยมีตัวผู้สมัครส่งชื่อไปแล้วทำไพรมารีว่าสมาชิกจะเลือกใคร แต่ของพรรคพลังธรรมใหม่เราเริ่มจากให้ปัญญาชน สมาชิกพรรคคัดเลือกเอาชื่อมาแล้วก็มาทำไพรมารีโหวต อันเป็นรูปแบบที่แตกต่างจากพรรคการเมืองอื่น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-การเลือกตั้งแต่ละครั้งต้องใช้เงินจำนวนมาก อย่างที่บอกตอนแรกว่าคาดจะมีเงินสะพัดร่วมแสนล้านบาทในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น แล้วพรรคพลังธรรมจะสู้ได้อย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาผมไปชี้แจงกับคนที่สนใจจะเข้าร่วมกับพรรคพลังธรรมว่าพรรคไม่มีเงินให้ อย่างตอนนี้หลังเปิดตัวพรรคมาก็มีสมาชิกพรรคแล้วประมาณสองพันกว่าคน ปรากฏว่าเวลาทำอะไร ทุกคนต้องออกเงินเองหมด พรรคไม่มีเงิน อย่างมากนัดประชุมคุยกันตามร้านกาแฟ ก็มีการเลี้ยงกาแฟให้ 40-50 บาท บางครั้งพรรคออกให้ แต่พอเจอกันครั้งต่อไปสมาชิกต้องออกเงินกันเอง พรรคไม่มีเงิน หรือผู้สมัคร ส.ส.ที่พรรคเริ่มคัดคนลงแล้ว พรรคก็บอกแต่แรกเลยว่าผู้สมัคร ส.ส.ทุกคนต้องพึ่งตนเอง บอกไว้ก่อนพรรคไม่มีเงินให้ แต่พรรคจะมีเงินให้ช่วงเข้าโหมดการเลือกตั้ง พรรคจะมีการระดมเงิน พอระดมเงินมาได้เท่าไหร่ พรรคจะนำ 350 ที่เป็นตัวเลขจำนวนเขตเลือกตั้งมาหาร เพราะพรรคจะส่งคนลงครบทุกเขต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;...เช่นหากพรรคระดมทุน หามาได้ 35 ล้านบาท พรรคก็นำ 350 หาร 35 ล้านบาท ก็จะเหลือเขตละแสน ทุกเขตจะได้เท่ากันหมด อย่างไรก็ตามพรรคจะไม่ได้โอนเงินให้ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อนำไปใช้หาเสียงแบบพรรคอื่น แต่โอนให้กรรมการประจำเขตเลือกตั้งของพรรคพลังธรรมใหม่ที่จะมีกรรมการครบ 350 เขต แต่หากพรรคหาเงินมาได้ 100 ล้านบาท ก็เท่ากับเขตละ 3 แสน พรรคก็โอนให้กรรมการประจำเขตไปสามแสนเพื่อใช้ในการเลือกตั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งหมดคือแนวทางการทำพรรคพลังธรรมใหม่ ที่ต้องดูกันว่าท้ายที่สุด แนวทาง-นโยบายพรรคที่ นพ.ระวีบอกไว้ข้างต้น จะได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนแค่ไหน ซึ่งต้องรอดูในช่วงเลือกตั้งที่จะมีขึ้นต่อไป. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรากฏการณ์การดูดนักการเมืองให้ย้ายพรรคเวลานี้ ชัดเจนว่าเป็นปรากฏการณ์น้ำเน่าทางการเมือง...คนที่ไปดูดมา มีคำถามจากคนในสังคมว่าคุณจะปราบโกงหรือจะแบ่งเค้กกันแน่...ถ้าพรรคทหารได้ ส.ส.เกิน 50 เสียงขึ้นไป บิ๊กตู่ก็กลับมาเป็นนายกฯ แล้ว แต่ต้องบี้เพื่อไทยให้ได้ ส.ส.ต่ำกว่า 200&amp;nbsp; เสียง สิ่งที่พรรคทหารทำตอนนี้ก็คือการพยายามดูด &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8569</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ดูดนักการเมือง, ทักษิณ ชินวัตร, นพ.ระวี มาศฉมาดล, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, ประชาธิปัตย์, พ.ร.บ.พรรคการเมือง, พรรคทหาร, พรรคพลังธรรมใหม่, พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์, พลังชาติไทย, พลังดูด, ส.ส., เพื่อไทย, แทบลอยด์, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180505/image_big_5aedb952183ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2018 14:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2018 14:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สรรเสริญ&#039;โต้เสียงดูด ยันแค่ต้องการคนทำประโยชน์เพื่อชาติ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.2561 - &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสวนดุสิตโพล ระบุว่า ประชาชนหนุนให้รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปลดล็อกให้กับพรรคการเมืองอย่างไม่มีเงื่อนไข ว่า โพลที่ว่าไปสอบถามจากใคร เพราะปัจจุบันโพลมีหลายโพลด้วยกัน ดังนั้นต้องไปดูว่าเขาไปสอบถามจากใครบ้าง ขณะนี้มีตารางอยู่แล้วว่ากำลังจะมีการเชิญหารือกันในช่วง มิ.ย.นี้ เมื่อมีการหารือเสร็จจะได้ข้อสรุปว่าตกลงจะทำอย่างไรกันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีโพลสะท้อนด้วยว่า การที่รัฐบาลดึงพรรคการเมืองและนักการเมืองเข้ามาร่วมทำงานในรัฐบาลเป็นการสร้างแนวร่วมการทางการเมืองในอนาคตเพื่อรองรับพรรคทหาร พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า เรื่องอย่างนี้ถือเป็นมุมมองทางการเมืองที่เราจะไปห้ามใครไม่ได้ บุคคลส่วนใหญ่ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ คือ พรรคการเมืองกลุ่มการเมือง นักการเมืองทั้งเก่าและใหม่ ดังนั้น เราไปห้ามเขาไม่ได้ว่าจะมีมุมมองอย่างไร แต่สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีชี้แจงต่อสื่อมวลชนไปแล้วคือ เป็นเรื่องของกระทรวงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้เสนอเข้ามา ดังนั้น การที่ให้ใครสักคนหนึ่งเข้ามาเป็นที่ปรึกษา อย่ามองเพียงว่าเป็นนักการเมืองหรือไม่ เพราะคนที่เชิญมาเขาคงไม่ได้มองแค่นั้น แต่ดูว่าใครที่มีความรู้ความสามารถ พอที่จะช่วยผลักดันประเทศชาติเดินไปข้างหน้าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลักการที่นายกฯ ให้คือ เราไม่ได้สนใจว่าเขาเป็นนักการเมืองหรือไม่ ขออย่างเดียวคือให้มีประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าย้อนกลับไปดูสมัยก่อนที่การเมืองยังปกติกันอยู่ ถามว่าพรรคการเมืองทั้งหลายมีปฏิบัติอย่างนี้กันหรือไม่ ย้ายจากพรรคนี้ไปพรรคนั้น จากพรรคนั้นโยกไปพรรคนี้ ก็มีอยู่ใช่หรือไม่ ฉะนั้น อย่าไปคิดให้ทุกอย่างเป็นการเมือง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7604</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดูดนักการเมือง, ปลดล็อก, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สวนดุสิตโพล, โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acd5ae1522e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2018 12:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2018 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘อลงกรณ์’ยกอดีตดูด ส.ส.มีแต่พาฉิบหาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.2561 - นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์แสดงความห่วงใยกรณีการเคลื่อนไหวจับขั้วการเมืองในขณะนี้ว่า ในอดีตมี 2 รัฐบาลที่เคยใช้โมเดลการรวมกลุ่มการเมืองและพรรคการเมืองต่างๆ จัดตั้งรัฐบาลแม้จะสำเร็จได้เป็นรัฐบาลแต่ได้สร้างระบบอุปถัมภ์ทางการเมืองและผูกขาดทำให้การพัฒนาประชาธิปไตยและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมล้มเหลว เพราะฐานการเมืองเหล่านั้นส่วนใหญ่ต้องใช้ทุนในการเลือกตั้ง จึงหาเงินด้วยการคอร์รัปชันพร้อมกับรับเงินและหากินกับทุนใหญ่ โดยผู้นำรัฐบาลต้องปิดตาข้างเดียวทำอะไรไม่ได้ เพราะต้องพึ่งพาเสียงสนับสนุนในสภา จึงเกิดระบอบประชาธิปไตยที่เป็นของกลุ่มการเมืองและกลุ่มนายทุนผูกขาดหาใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริงไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ระบบอุปถัมภ์รูปแบบนี้ที่มีมาอย่างยาวนานได้สร้างการผูกขาดทางเศรษฐกิจและการเมืองการปกครองโดยอาศัยอำนาจรัฐและความเป็นรัฐบาลทำให้ประเทศไทยไม่สามารถแก้ไขปัญหาความยากจนและการผูกขาดกลายเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำและการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงสูงมากเป็นสาเหตุของการรัฐประหารและวงจรอุบาทว์ถึง13 ครั้งนับแต่ พ.ศ.2475 ด้วยเหตุนี้การปฏิรูปการเมืองจึงเสนอแนวทางปฏิรูปเชิงโครงสร้างและระบบเพื่อสร้างระบบการเมืองใหม่สนับสนุนนักการเมืองและพรรคการเมือที่มีคุณภาพและคุณธรรมเพื่อให้เกิดระบอบประชาธิปไตยของประชาชนโดยประชาชนเพื่อประชาชน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอลงกรณ์กล่าวต่อไปว่า กว่า 20 ปีที่อยู่กับระบบการเมืองแบบนี้ จึงไม่เชื่อว่าการเมืองเก่าจะสร้างระบบการเมืองใหม่ได้ในระยะยาว ลองทบทวนความผิดพลาดในอดีตก็จะมองเห็นและเข้าใจโจทย์ใหญ่ข้อนี้ ประการสำคัญคือความสำเร็จของประเทศชาติควรเป็นเป้าหมายหลักไม่ใช่ความสำเร็จของผู้นำทางการเมืองบางคนบางพรรคเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเช่นบทเรียนของ 2 รัฐบาลในอดีต เราไม่ควรเดินหลงทางอีกต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7591</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอร์รัปชั่น, ดูดนักการเมือง, ปชป., พรรคประชาธิปัตย์, วงจรอุบาทว์, สปท., สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ, อลงกรณ์ พลบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adc1d46d12b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
