<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนคนเติมม็อบ ‘ป้อม’ปูดรู้หมด โวลั่นรับมือไหว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ลั่นนิสิต-นักศึกษาเป็นลูกหลาน ต้องดูแลความปลอดภัยเต็มที่ สั่งทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงเผชิญหน้า เตือนสติอย่าถูกโซเชียลฯ ปั่นกระแส &amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; โวรู้หมดจังหวัดไหนขนคนเติมม็อบ &amp;ldquo;ผกก.สันติบาล&amp;rdquo; เผยใช้กำลัง 300 นายดูแลทำเนียบฯ ไม่มีแผนพลิกตามหน้างาน &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; ส่งสมาชิกลงพื้นที่สังเกตการณ์ไม่ใช่คุมทิศทางม็อบ เล็งยื่นฎีกาหากมีรัฐประหาร &amp;ldquo;ศรีสุวรรณ&amp;rdquo; จ่อลุยสอบท่อน้ำเลี้ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอังคารที่ 15 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีการชุมนุมวันที่ 19 ก.ย. ถึงแนวทางของรัฐบาลในการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า หรือลดเงื่อนไขที่จะนำไปสู่ความรุนแรง โดยเฉพาะการป้องกันมือที่ 3 มือที่ 4 ว่าเรื่องนี้รัฐบาลหลีกเลี่ยงอยู่แล้ว ฝ่ายความมั่นคงหลีกเลี่ยง เจ้าหน้าที่พลเรือน ตำรวจทหารก็หลีกเลี่ยง เพราะฉะนั้นใครไม่หลีกเลี่ยงก็ต้องไปหามา การป้องกันมือที่ 3 มือที่ 4 เรื่องเหล่านี้สื่อก็ทราบดีทั้งหมด มีคำตอบอยู่แล้ว ซึ่งรัฐบาลยืนยันในเรื่องความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก และก็จะทำให้การบริหารราชการในช่วงนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เพื่อให้สอดคล้องกับวิกฤติต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเวลานี้ หลายประเทศก็ดำเนินการทำให้บ้านเมืองสงบสุขที่สุด รัฐบาลมีเสถียรภาพในการทำงาน ซึ่งก็คงกราบเรียนได้เท่านี้ &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ขอร้องกันทุกฝ่าย ทั้งแกนนำ ทั้งผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ช่วยกันสังเกต สอดส่อง ช่วยกันเป็นหูเป็นตาและดูแลลูกหลานของเราให้ปลอดภัย อย่าให้ตกไปเป็นเครื่องไม้เครื่องมือของใครก็ตาม และถ้าเป็นการชุมนุมที่บริสุทธิ์ ผมก็ไม่เคยมีปัญหากับใครทั้งสิ้น ส่วนที่ว่าจะเป็นการชุมนุมที่บริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ ก็ต้องไปสืบหากันต่อไปหลังจากนี้ ก็พอจะมีข้อมูลอยู่บ้าง&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
เมื่อถามถึงมีการเผยแพร่เอกสารปลอมทางราชการออกมาโจมตีรัฐบาลและกองทัพถึงการเตรียมกำลังปราบผู้ชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย. เป็นการปลุกระดมเพื่อเรียกมวลชนเข้าร่วมชุมนุมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ทุกคนก็ทราบดีอยู่แล้วว่าเป็นเอกสารปลอมและชี้แจงแล้ว ซึ่งวันนี้ปลอมกันได้ทุกอย่าง ทุกคนก็ทราบดีว่ามีการเจริญเติบโตทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล สามารถปลอมได้หมด ปากพูดก็พูดได้หมด อีกทั้งดัดแปลงเสียงดัดแปลงคำพูดจนถึงการลอกลายเซ็นมีทุกอย่าง จึงขอให้ทุกคนมีภูมิคุ้มกันตรวจสอบก่อนแชร์ ไม่เช่นนั้นก็จะมีปัญหาต้องถูกดำเนินคดีต่อไปในอนาคต ซึ่งไม่อยากวุ่นวายในเรื่องเหล่านี้ แต่ยืนยันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในการดูแลเจ้าหน้าที่ ดูแลเด็กและลูกหลานของเรา และทุกคนก็ต้องดูแลตัวเองด้วย โดยเฉพาะมาตรการต่างๆ ทั้งการตรวจสอบเรื่องอาวุธและการแพร่ระบาดต่างๆ ก็ต้องมีมาตรการที่เหมาะสมในการดูแล เพราะลูกหลานของท่านก็เหมือนลูกหลานของเรา
&amp;quot;ผมเป็นห่วงเรื่องการชุมนุมอะไรก็แล้วแต่ วันนี้มีหลายอย่างที่มันแพร่อยู่ตามสื่อโซเชียลต่างๆ ซึ่งทุกคนก็ต้องเช็กก่อนแชร์ ก่อนส่งต่อไปที่อื่นหรือไปขยายความ ซึ่งบางทีก็มีคนไม่หวังดีไปใช้ตรงนั้นในการปลุกระดมปลุกปั่นขึ้นมา ผมถามว่าถ้าบ้านเมืองไม่สงบแล้วมันเกิดอะไรขึ้น ตัวผมเองไม่ห่วงอยู่แล้วว่าจะอยู่หรือจะไป แต่เป็นห่วงว่ารัฐบาลจะอยู่ตรงไหน หลายๆ อย่างที่เป็นกลไกที่จะไปแก้ปัญหา ไม่ว่าจะแก้รัฐธรรมนูญอะไรก็แล้วแต่ใครจะทำ ก็ไปดูตรงโน้น ดังนั้นอย่ากดดันในเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ผมคิดว่าสังคมประชาชนส่วนใหญ่ทราบดี จึงขอแสดงความห่วงกังวล เพราะท่านก็รักลูกของท่าน ผมก็รักลูกของผม แต่ผมจำเป็นต้องรักลูกของท่านด้วย เพราะผมเป็นนายกฯ นั่นคือสิ่งที่ต้องดูแล จึงขอให้ทุกคนช่วยกันประคับประคองสถานการณ์ช่วงนี้ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี&amp;rdquo;พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญที่สุดรัฐบาลมีโครงการจ้างงาน ซึ่งกระทรวงแรงงานเตรียมการไว้แล้ว โดยจะจ้างงานนิสิตนักศึกษาที่ตกงานหรือยังไม่มีงานทำถึง 2.6 แสนคนในช่วงนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่จะตกงานหรือไม่มีงานทำ ซึ่งรัฐบาลต้องดูแลเป็นพิเศษ และไม่ใช่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม แต่เป็นเรื่องที่รัฐบาลวางแผนไว้อยู่แล้ว ซึ่งถามว่าหากวุ่นวายมีปัญหามากๆ บริหารราชการไม่ได้บริหารงบประมาณไม่ได้ แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งคนอีกกว่า 60 ล้านที่เสียประโยชน์แล้วจะทำอย่างไร ใครจะรับผิดชอบตรงนี้ ขอฝากไว้ด้วยแล้วกัน ขอให้ช่วยกันคิดช่วยกันทำและช่วยกันแก้ปัญหา
ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ากลุ่มผู้ชุมนุมยืนยันว่าจะใช้พื้นที่สนามหลวงให้ได้ พล.อ.ประยุทธ์หยุดฟังคำถามแต่ไม่ได้ตอบว่าอะไร &amp;nbsp;
ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงประเด็นการเปิดสนามหลวงให้ผู้ชุมนุมว่า ทุกอย่างทำตามกฎหมาย เพราะมีกรอบของกฎหมายอยู่ หากจะทำอะไรก็ต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ ส่วนแผนการดูแลที่ทำเนียบฯ เราดูแลเรียบร้อย ส่วนจะมีการกำหนดระยะห้ามผู้ชุมนุมเข้าใกล้ทำเนียบฯ เท่าใด ก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่
เมื่อถามว่า หากผู้ชุมนุมเดินทางมาทำเนียบฯ จะมีเวลาการชุมนุมหรือไม่ เพราะอาจอยู่ยาว พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่รู้ว่าเขาจะมาหรือเปล่า ส่วนจะเน้นการเจรจาทำความเข้าใจหรือไม่นั้น ทุกอย่างต้องทำตามกฎหมาย และไม่ให้เกิดการปะทะกัน
ถามว่าเป็นห่วงเรื่องมือที่ 3 หรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่าคุณเป็นมือที่ 3 หรือเปล่า
เมื่อถามต่อว่าทางการข่าวมีการแจ้งหรือไม่ว่าจำนวนผู้ชุมนุมที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด จะมาสมทบมีมากน้อยแค่ไหน พล.อ.ประวิตรยอมรับว่า รู้แล้วและรู้อยู่ และทราบว่าจะมีจังหวัดจะมาได้ แต่เชื่อว่ารับมือได้ ส่วนเรื่องการสกัดกั้นตรวจเรื่องอาวุธนั้น เจ้าหน้าที่ก็ทราบอยู่แล้วและก็ทำตามหน้าที่
300นายคุ้มทำเนียบฯ
พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ ทำเนียบฯ กล่าวถึงการเตรียมรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ได้เตรียมกำลังตำรวจสันติบาล 3 กับสันติบาลทำเนียบฯ รวม 2 กองร้อย หรือ 300 นาย ที่จะดูแลภายในทำเนียบฯ โดยเฉพาะตึกไทยคู่ฟ้าและตึกบัญชาการ 1 ซึ่งถือเป็นเขตหวงห้ามเด็ดขาด และได้แจ้งกำลังพลไปแล้วว่าหากมีผู้ชุมนุมพยายามบุกรุกเข้ามาในทำเนียบฯ เบื้องต้นให้เจรจาก่อนแล้วจึงใช้มาตรการขั้นต่อไป ส่วนภายนอกรั้วทำเนียบฯ จะอยู่ในการดูแลของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)
&amp;quot;นายกฯ สั่งการกำชับเป็นพิเศษคือ ถ้าเป็นไปได้ไม่อยากให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาบริเวณโดยรอบทำเนียบฯ ซึ่งตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ มีกำหนดไว้ว่าต้องมีระยะห่างจากทำเนียบฯ 50 เมตร คืออยู่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์&amp;quot; พ.ต.อ.วัชรวีร์กล่าวและว่า การดูแลความสงบเรียบร้อยภายในทำเนียบฯ จะทำตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 19-20 ก.ย. โดยจะใช้กำลังตำรวจเป็นหลัก ไม่ใช้กำลังเสริมจากทหารแต่อย่างใด ซึ่งมาตรการป้องกันทำเนียบฯ ไม่มีชื่อแผน แต่จะดูตามสถานการณ์มากกว่า
ด้านความคิดเห็นของฝ่ายการเมืองนั้น นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านไม่ได้หารือ เพียงแต่ติดตามสถานการณ์เหมือนประชาชนทั่วไปด้วยความเป็นห่วง เพราะมีทั้งกระแสต่อต้านและไม่ต่อต้าน ที่สำคัญที่สุดเชื่อว่าผู้ชุมนุมยังเดินตามกรอบกฎหมายอยู่ ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็ควรมองกันด้วยความเมตตา และดูกันไปก่อน เพราะความเห็นไม่ตรงกันเป็นเรื่องปกติ เราก็ต้องยอมรับว่ามีปัญหาอยู่จริง รวมทั้งปัญหาการเมือง ซึ่งไม่แปลกที่คนจะออกมาชุมชน เชื่อว่าหากเข้าใจหลักนี้ก็จะไม่มีอะไรรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในวันที่ 19 ก.ย. จะมี ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่ทำงานในอนุกรรมาธิการ (กมธ.) การปกครองไปดูแลผู้ชุมนุมให้เป็นไปตามกฎหมายและสิทธิขั้นพื้นฐานโดยไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยไปดูสถานการณ์ ไม่ใช่ไปบริหารสถานการณ์&amp;rdquo; นายสุทินกล่าว &amp;nbsp;
นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานติดตามการชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนของ กมธ.การปกครอง กล่าวว่า เห็นการปล่อยข่าวเรื่องกองทัพมีคำสั่งให้เตรียมกำลังเต็มอัตราศึกเพื่อรับมือกับการชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย. แล้วรู้สึกไม่สบายใจ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นการชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนที่ปราศจากอาวุธ ดังนั้นกองทัพจึงไม่จำเป็นต้องเตรียมกำลัง เพียงแต่ใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครของฝ่ายผู้ชุมนุมก็เพียงพอแล้ว เชื่อว่ามีคนทำหลักฐานปลอมเรื่องกองทัพสั่งเตรียมกำลังเพื่อปล่อยลงในโซเชียลฯ ให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัย ซึ่งจะมีผลต่อการที่ผู้ปกครองจะตัดสินใจปล่อยบุตรหลานมาชุมนุมเพราะกลัวจะเกิดอันตราย ซึ่งถือว่าโชคดีมากที่กองทัพออกมายืนยันแล้วว่าไม่เป็นความจริง เพราะฉะนั้นผู้ปกครองทุกท่านคงสบายใจได้ว่าลูกหลานจะปลอดภัย และการชุมนุมก็คงเรียบร้อยเหมือนกับทุกครั้ง
&amp;ldquo;จากการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเชื่อว่าจะมีผู้เข้าร่วมชุมนุมทุกเพศทุกวัยเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้ผู้จัดการชุมนุมและเจ้าหน้าที่รัฐประสานงานกันอย่างใกล้ชิด เพื่อกำหนดแนวทางการชุมนุมให้เรียบร้อยเป็นไปตามกฎหมาย และควรยังต้องคุมเข้มในมาตรการด้านสาธารณสุข เพราะสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิดก็ยังวางใจไม่ได้เสียทีเดียว&amp;rdquo; นายการุณกล่าว
ฎีกา!ห้ามรัฐประหาร
นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรค พท. กล่าวว่า หลังกลับจาก จ.ลพบุรี ทราบว่าทหารในพื้นที่กังวลและไม่เห็นด้วยหากจะมีการรัฐประหารอีกครั้ง ซึ่งหากเกิดการรัฐประหาร จะรวบรวมรายชื่อคนลพบุรียื่นถวายฎีกาต่อพระมหากษัตริย์ เพื่อไม่ให้พระองค์ทรงลงพระปรมาภิไธยรับรองรัฐประหาร เพราะถ้าไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย คณะที่ยึดอำนาจจะกลายเป็นกบฏทันที
&amp;nbsp;&amp;ldquo;มีคนเขาเล่าว่าจากงานเลี้ยงรุ่นทหารรุ่นหนึ่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เป็นรุ่นที่มีอำนาจสั่งการได้ บอกว่าพร้อม เขาจะตัดอำนาจก่อนวันที่ 19 ก.ย. ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นวันที่ 17 ก.ย. นอกจากนี้ในค่ายทหารในลพบุรียังเงียบผิดสังเกต หากมีการรัฐประหารจริงจะทำให้ก็ทำให้บ้านเมืองตายแน่&amp;rdquo; นายอุบลศักดิ์กล่าว
นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า กลุ่มปลดแอก กลุ่มแนวร่วม หรือกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มประชาธิปไตยทั้งหลาย พยายามจัดชุมนุมสาธารณะขึ้นในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในวันที่ 19 ก.ย.นั้น จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีกลุ่มผลประโยชน์หรือกลุ่มทุนอยู่เบื้องหลัง หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่าท่อน้ำเลี้ยง เพราะการจัดชุมนุมสาธารณะแต่ละครั้งจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการอย่างมากมาย ลำพังนักเรียน นักศึกษา ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่มีรายได้ ต้องแบมือขอเงินจากพ่อแม่ผู้ปกครองมาใช้ จะนำเงินมากมายมาใช้จ่ายเพื่อการจัดชุมนุมเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก
&amp;ldquo;การจัดชุมนุมที่ผ่านมาปรากฏว่ามีบุคคลต่างๆ ที่แสดงตนเป็นท่อน้ำเลี้ยง รวมทั้งกลุ่มต่างๆ ก็ยังได้เปิดบัญชีธนาคารรับบริจาคเผยแพร่ในสื่อออนไลน์มากมาย ซึ่งการชุมนุมสาธารณะที่ผ่านมาปรากฏชัดเจนว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายมากมาย จึงเข้าองค์ประกอบในความผิดมูลฐาน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งที่ผ่านมาพนักงานเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่ร่วมบริจาคหรือเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด ซึ่งถือได้ว่าเป็นตัวการร่วมตามประมวลกฎหมายอาญา สมาคมฯ จึงจะนำความไปร้องเรียนต่อ ปปง.ในวันพุธที่ 16 ก.ย. เพื่อดำเนินการไต่สวนสอบสวนเอาผิดต่อไป&amp;rdquo; นายศรีสุวรรณกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77572</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนคนเติมม็อบ, ดูแลความปลอดภัย, นิสิต-นักศึกษาเป็นลูกหลาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โซเชียล ปั่นกระแส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f60d578d2cfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขายอุปกรณ์ร่วมม็อบ คณะก้าวหน้าฉวยโอกาสโปรโมตสินค้าสุดพิเศษ‘ช่อ’อ้างทำได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลั่นม็อบคือลูกหลาน ไม่ต้องมีแผนรับมือแค่ดูแลความปลอดภัย บอกห้ามไปทำเนียบฯ ไม่ได้ ย้อนถามควรทำหรือไม่ &amp;quot;หน่วยมั่นคง&amp;quot; เชื่อ 19 ก.ย.แค่ชิมลางรอของจริงเดือน ต.ค. &amp;quot;สุชาติ&amp;quot; หวั่นหากเหตุการณ์เลวร้ายแบบฮ่องกงใครรับผิดชอบ &amp;quot;ทูตสหรัฐฯ&amp;quot; ยันไม่ยุ่งการเมืองไทย &amp;quot;คณะก้าวหน้า&amp;quot; โพสต์ขายอุปกรณ์ร่วมชุมนุม &amp;quot;ช่อ&amp;quot; เผยควง &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; ไปม็อบ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ยังหลบหลังอยู่ &amp;quot;พท.&amp;quot; ปลุกคนร่วมอุดมการณ์ไป มธ. &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ฉุนโดนเกรียนหาเปลี่ยนอุดมการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย.ที่ยืนยันจะจัดภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ว่า ก็เป็นเรื่องของเขาและคงไม่ต้องไปเตรียมรับมืออะไรกับลูกหลานของพวกท่าน&amp;nbsp; มีลูกหลานของสื่อด้วยหรือเปล่า ตนเองก็ต้องดูแลให้ทุกคนปลอดภัย และรัฐบาลยืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรให้เกิดความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ได้บอกเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานไปแล้วว่าต้องดูแลให้ทุกคนปลอดภัย อย่าให้ใครมาใช้ประโยชน์ในการชุมนุมไปในเรื่องอื่นๆ วันนี้ประเทศเราเจอปัญหาเยอะอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ แต่ตนก็ไปขัดแย้งอะไรกับเขาไม่ได้ ต้องไปดูว่าเจตนาเขามีอะไรตรงไหนอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การจะเข้าไปจัดกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นเรื่องของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่ใช่หรือ ผมไม่ไปก้าวล่วงอยู่แล้ว และถ้าเขาชุมนุมไม่ได้ เขามาที่ไหนผมก็ต้องดูแลอยู่ดี&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ถ้าจะเคลื่อนขบวนมาที่ทำเนียบรัฐบาลสามารถทำได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;แล้วจะไปห้ามได้หรือไม่&amp;quot; พร้อมย้อนถามสื่อว่า &amp;quot;ควรหรือไม่ มันควรทำไหม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สื่อก็ถามแบบรู้อยู่แล้ว จะมาถามให้เคลียร์อย่างไรในเมื่อทุกคนก็อ้างว่าเป็นการชุมนุมบริสุทธิ์ ไม่ผิดกฎหมายก็ทำไป แต่ถ้าผิดกฎหมายขึ้นมาแล้วมาบอกว่ารัฐบาลรังแกใช้กฎหมายไปกดทับ อย่างนี้ก็ไม่เป็นธรรมกับผม โอเค พอแล้ว&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากฝ่ายความมั่นคงประเมินสถานการณ์การชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย.ว่า เป็นเพียงการทดลองรวมตัวและเคลื่อนขบวนมาที่ทำเนียบรัฐบาล โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะต่อรองให้กลุ่มผู้ชุมนุมส่งตัวแทนเดินทางมายื่นหนังสือ แต่หากกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอมและจะเคลื่อนขบวนมาทั้งหมด ก็จะให้อยู่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ เนื่องจากตามกฎหมายการชุมนุมต้องอยู่ห่างจากทำเนียบรัฐบาล 50&amp;nbsp; เมตร และห่างจากเขตพระราชฐาน 150 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยความมั่นคงระบุถึงการตั้งข้อสังเกตว่าจะมีการใช้ยุทธการมัฆวานรังสรรค์ว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้มองผู้ชุมนุมเป็นศัตรู เพราะคำว่ายุทธการจะเอาไว้ใช้รบกับข้าศึกเท่านั้น ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะใช้พื้นที่สนามหลวงในการชุมนุมนั้น ขณะนี้พื้นที่สนามหลวงแบ่งออกเป็นสองส่วน โดยอีกด้านหนึ่งสามารถใช้ชุมนุมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การชุมนุมครั้งนี้เปรียบเสมือนเป็นการซ้อมใหญ่ก่อนที่จะมีการนัดชุมนุมจริงในช่วงเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่สภาจะมีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 4 ญัตติที่ฝ่ายค้านเสนอ หากพิจารณาดูรายละเอียดแล้วทาง ส.ว.โหวตคว่ำร่างไม่เอาด้วย ก็จะเข้าทางกลุ่มผู้ชุมนุมใน 1 เงื่อนไขทันทีที่ไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้อง&amp;quot; แหล่งข่าวด้านความมั่นคงระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงานและรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า เชื่อว่า ประชาชน 80-90% คิดถึง?การค้าขาย คิดถึง?ปากท้อง คิดถึง?การจ้างงานตามนโยบายของรัฐบาล รวมถึงการพลิกฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19 มากกว่า &amp;nbsp;
ทูตสหรัฐฯ ยันเป็นกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าการชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย.นี้จะส่งผลกระทบต่อปากท้องหรือความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า มีคนหลายล้านคนที่ไม่เห็นด้วย เรื่องนี้เป็นความเห็นต่างทางการเมือง ซึ่งเราก็ไม่ว่ากันเพราะมีความเป็นอิสระตามระบอบประชาธิปไตย ถือเป็นเรื่องที่สวยงาม แต่อย่าลืมว่าก็มีคนอีกหลายล้านคนที่มุ่งเน้นในการหางานทำ เพื่อจะได้มีรายได้ดูแลคุณพ่อคุณแม่ ครอบครัว หรือการใช้ชีวิตได้อย่างปกติโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แกนนำที่ชวนน้องๆ มาชุมนุมกันเพื่อให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้ ขอถามกลับว่าเป็นการทำเพื่ออะไร หรือเพื่อให้ใครได้ประโยชน์ตรงนี้หรือไม่ และถ้าเมื่ออยู่ไม่ได้ แล้วต่อไปจะทำอย่างไร ต้องการให้มีการเลือกตั้งใหม่ แก้รัฐธรรมนูญ แล้วจะเดินหน้าอย่างไร ใครจะมาสานงานตามนโยบายต่างๆ ที่กำลังทำอยู่ และถ้าเลวร้ายแบบประเทศฮ่องกง แล้วนโยบายที่ทำอยู่จะทำอย่างไร การจ้างงาน 1 ล้านตำแหน่ง จ้างงานเด็กจบใหม่ 2.6 แสนคน ใครจะรับผิดชอบอนาคตพวกเขา อยากถามไปถึงแกนนำว่าจะรับผิดชอบ?ได้หรือไม่ หากทำให้คนไทยที่กำลังจะมีงานทำต้องกลับมาตกงานตามเดิมและประเทศชาติเสียหาย&amp;quot; นายสุชาติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไมเคิล จอร์จ ดีซอมเบร เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย&amp;nbsp; เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นเวลา 1 ชั่วโมง จากนั้นนายอนุชาให้สัมภาษณ์ว่า นายไมเคิลได้นำเอาเอกสารและข้อเสนอมาให้พิจารณาเรื่องการค้าและการลงทุน ซึ่งท่านเป็นภาคเอกชนในรอบ 45 ปีที่ถูกแต่งตั้งเป็นเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย ดังนั้นจึงมีเจตนาทำการค้าและการลงทุนกับประเทศไทยให้มากขึ้น รวมไปถึงการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ด้วย โดยหลังจากนี้ตนจะนำข้อเสนอมาพิจารณาเพื่อไปสู่การปฏิบัติต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่านายไมเคิลได้แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์การชุมนุมของประเทศไทยหรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า นายไมเคิลได้แจ้งว่าได้ออกหนังสือแถลงการณ์ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้างหนึ่งข้างใด และไม่เคยสนับสนุนข้างหนึ่งข้างใด และไม่ได้ยืนสนับสนุนหรือยืนเคียงข้างฝ่ายใดเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แถลงการณ์ของสถานทูตสหรัฐอเมริกาเป็นสิ่งยืนยันของเจตนารมณ์ของประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ยังอยากเห็นประเทศไทยของเราสงบสุข อยากเห็นการแก้ปัญหาด้านการเมืองที่เป็นไปตามแบบของไทยเรา&amp;quot; นายอนุชากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เฟซบุ๊กคณะก้าวหน้าได้มีการประกาศขายอุปกรณ์ร่วมการชุมนุม โดยระบุว่า &amp;quot;สั่งด่วน! เตรียมตัวสู่ 19 ก.ย. กับเซ็ทสินค้าสุดพิเศษ &amp;#39;แคมป์ในเมือง&amp;#39; Urban Camping Set ใน 1 มีสินค้า 8 ชิ้น&amp;nbsp; พร้อมลดสูงสุด 60% เตรียมพร้อมไปม็อบ ทั้งเสื้อยืด กระติกน้ำ พัด หมวก ร่ม เป็นต้น ชุดเล็กราคา 499 ชุดใหญ่ 799 บาท โดยสั่งซื้อภายในวันจันทร์ที่ 14 ก.ย.นี้เท่านั้น และสินค้าจะถูกจัดส่งภายในวันอังคารที่ 15 ก.ย. เพื่อให้ท่านได้รับของทัน 19 ก.ย. #ถนนทุกสายมุ่งสู่ธรรมศาสตร์&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า กล่าวถึงการประกาศขายอุปกรณ์ร่วมการชุมนุมว่า การขายของไม่ได้เป็นเรื่องที่มีความผิดใดๆ สามารถทำได้ หากฝ่ายความมั่นคงจะมองว่าเป็นการเชื่อมโยงหรือสนับสนุนการชุมนุม และใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือจริง ก็เป็นเรื่องที่ต้องต่อสู้กันทางกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และดิฉันจะไปร่วมชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วย ส่วนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ยังไม่แน่ชัดว่าจะไปร่วมหรือไม่&amp;quot; น.ส.พรรณิการ์กล่าว &amp;nbsp;
พท.ปลุกร่วมม็อบ 19 ก.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ &amp;quot;เชิญมาร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ยุคใหม่ให้กับประเทศไทยของเราในการชุมนุมใหญ่ 19 กันยานี้ ที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์&amp;quot; โดยเนื้อหาระบุว่า &amp;quot;การนัดชุมนุมใหญ่ของคณะประชาชนปลดแอกซึ่งประกอบด้วย นักเรียน&amp;nbsp; นิสิต นักศึกษา และประชาชนทุกหมู่เหล่าในวันที่ 19 กันยานี้ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์&amp;nbsp; ถือเป็นการรวมตัวกันครั้งสำคัญของมวลชนฝ่ายประชาธิปไตย ที่ตื่นรู้ ที่ตาสว่าง ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน&amp;nbsp; เพื่อให้ได้มาซึ่ง สิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค ภราดรภาพ และประชาธิปไตย ของนักสู้ผู้ซึ่งไม่ยอมตกเป็นทาส ไพร่ ของเหล่าเผด็จการศักดินาล้าหลัง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนครระบุตอนหนึ่งว่า &amp;quot;เกือบศตวรรษที่ผ่านมาระบอบเผด็จการได้ร่วมกัน สมคบคิดกันทำรัฐประหารปล้นประเทศ ปล้นอำนาจของประชาชนสำเร็จไป 13 ครั้ง สร้างความทุกข์ยาก แร้นแค้นให้เกิดแก่ราษฎรมายาวนาน ที่สำคัญพวกเผด็จการทรราชได้จับกุม คุมขัง ทำร้าย ทำลายประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย ต้องบาดเจ็บ ล้มตาย สูญหายหลายร้อย หลายพันชีวิต โดยที่พวกเขาไม่เคยต้องรับผิดชอบ และพวกเขาจะได้รับการนิรโทษกรรมทุกครั้งที่ทำการรัฐประหารยึดอำนาจสำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยากให้มวลชนฝ่ายประชาธิปไตยทุกหมู่เหล่า ทั้งนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนได้ผสานพลังเป็นหนึ่ง ด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว ด้วยความเสียสละ มาร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ยุคใหม่ ที่เต็มไปด้วย สิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค และภราดรภาพ ความเจริญไพบูลย์ให้กับประเทศของเรา เพื่อลูกหลานของเราทุกคน และร่วมกันล้างมรดกบาปของเผด็จการทรราชให้สิ้น ทวงคืนทรัพย์สินให้กลับมาเป็นของคนไทยทุกคน ร่วมกันส่งมอบอนาคตที่ดีให้ลูกหลานของเราสืบไป ดีกว่าให้กาลเวลา และความแก่เฒ่ากลืนกินชีวิตไปอย่างไร้ความหมาย&amp;quot; รองหัวหน้าพรรค พท.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ peace talk ชี้แจงกรณีรูปภาพนั่งร่วมโต๊ะกับนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า &amp;quot;ไม่ได้หมายถึงความเชื่อทางการเมืองของตนจะเปลี่ยนแปลงไปอยู่กับอีกฝ่ายที่มาสังสรรค์งานวันเกิดนายประสาร มฤคพิทักษ์ ครบรอบ 72 ปี การต่อสู้ของตนตั้งแต่อดีตและปัจจุบัน ยืนยันได้ว่าไม่มีความขัดแย้งเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นความเชื่อทางการเมืองที่แตกต่างกันเท่านั้น และความเชื่อที่แตกต่างกันนั้น ในทางส่วนตัวของชีวิตมนุษย์แล้ว ไม่จำเป็นต้องจมอยู่กับความชิงชัง พกแต่ความคับแค้นของกันและกันเสมอไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวว่า &amp;quot;ในงานบรรจุอัฐิวีรชนพฤษภา 2535 ยังเจอนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เคยร่วมขบวนการต่อสู้ในปี 2535 ด้วยกัน แต่ในปี 2553 ต้องมาต่อสู้กัน ก็ไม่มีปัญหา เนื่องจากไปร่วมงานในวีรชนปี 2535 ดังนั้นการเจอกันจึงเป็นเรื่องปกติ และมีมารยาททางสังคมต่อกัน ตลอดเวลาที่ผ่านมา ถ้าเป็นช่วงการต่อสู้ต่างคนต่างทำหน้าที่ แต่ในปัจจุบันไม่มีใครต้องต่อสู้กัน ตนรู้เวลาต่อสู้ทางการเมืองต้องต่อสู้อย่างไร แต่ในเวทีที่เป็นวิญญูชนก็เจอกันแบบวิญญูชนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การคุยกับอดีตนายกฯ อานันท์นั้น ทำไมธนาธรกับปิยบุตรไปคุยได้ แล้วจตุพรทำไมถึงคุยไม่ได้ เมื่ออีกฝ่ายคุยได้ตามปกติ และนายอานันท์ก็มีความเป็นตัวตน เอกลักษณ์ของท่าน ส่วนการต่อสู้เป็นแนวทางของใครก็ของคนนั้นอยู่แล้ว องค์กรใครก็ของคนนั้นอยู่แล้ว นายไข่ วงมาลีฮวนน่ามางานศพพ่อนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ยังร่วมร้องเพลงด้วย แม้ทางการเมืองเคยขึ้นเวทีกับฝ่ายหนึ่ง แต่ในด้านชีวิตแล้ว พวกเขารู้จักคบกันมายาวนาน แล้วกลับมาร้องเพลงในงานที่มีความสำคัญกับชีวิตของอีกคนหนึ่งได้&amp;nbsp; มนุษย์อย่าเห็นแก่ตัวกันให้มาก แค่เห็นรูปภาพก็โพสต์แล้วต้องแยกแยะ&amp;quot; นายจตุพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับนายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) กล่าวถึงภาพในโลกโซเชียลที่ได้พบปะกับนายจตุพรจนถูกเชื่อมโยงเป็นประเด็นการเมืองว่า ตนกับนายจตุพร&amp;nbsp; นายสุริยะใส และประธานญาติวีรชนพฤษภา 2535 พบปะกันในงานต่างๆ ในระยะหลังอยู่เสมอ ก่อนสมัยทักษิณเราก็เคยร่วมกันต่อสู้เพื่อคนจนและความเป็นธรรม เมื่อมีกรณีทักษิณจุดยืนทางการต่อสู้ก็ตรงข้ามกัน สมัยต่อสู้ทางการเมืองเราไม่เคยพบกัน เมื่อวันเวลาผ่านไปปัญหาทางการเมืองเปลี่ยนไป&amp;nbsp; แต่จุดยืนของเราก็คงเดิมคือความเป็นธรรมกับประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพิชิต ไชยมงคล ผู้ประสานงานกลุ่มประชาชนคนไทย ออกแถลงการณ์ตอนหนึ่งระบุว่า&amp;nbsp; &amp;quot;กลุ่มประชาชนคนไทยจะได้ให้ตัวแทนเข้ายื่นหนังสือถึงประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ผ่านเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ให้ยึดมั่นและปฏิบัติตามความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยไม่แทรกแซงกิจกรรมใดๆ ภายในประเทศไทยทั้งสิ้น ในวันพุธที่ 16 ก.ย. เวลา 10.30 น.เป็นต้นไป&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77447</URL_LINK>
                <HASHTAG>19 ก.ย., ขายอุปกรณ์ร่วมม็อบ, ดูแลความปลอดภัย, ปลุกคนร่วมอุดมการณ์, ม็อบคือลูกหลาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200914/image_big_5f5f7d508b62c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2020 17:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2020 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จัด1กองร้อยคุมเข้มรอบศาลรธน. ตำรวจชม&#039;ส้มหวาน&#039;เคารพกฎหมายไม่มีม็อบป่วนคดียุบพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.63 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัย คดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ ในวันศุกร์ที่ 21 ก.พ.นี้ เวลา 15.00 ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผบ.ตร. รับผิดชอบงานความมั่นคง วางมาตรการป้องกันความแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัย ทาง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. จัดกำลัง อคฝ.ทั้งชายและหญิง อำนวยความสะดวกและด แลความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชนที่เดินทางมาติดต่อราชการและมาให้กำลังใจพรรคอนาคตใหม่ ทั้งนี้ฝากถึงกองเชียร์ขอให้ปฏิบัติตัวอยู่ในกรอบกฎหมาย เคารพกฎกติกา อย่าทำอะไรที่สุ่มเสี่ยง เพราะเมื่อกฎหมายเดินหน้าไปแล้วไม่สามารถหยุดได้ ส่วนการข่าวยังไม่มีสิ่งบ่งชี้ความไม่สงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รองผบช.น. กล่าวว่า เบื้องต้นกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 วางกำลังตำรวจดูแลรักษาความปลอดภัยโดยรอบศาลรัฐธรรมนูญจำนวน 1 กองร้อย หรือประมาณ 150 นาย ส่วนบริเวณด้านในศาลรัฐธรรมนูญจะมีเจ้าหน้าที่ของศาลดูแล และกำหนดเขตอำนาจศาล พื้นที่สำหรับสื่อมวลชนและประชาชนที่จะมาให้กำลังใจพรรคเช่นเดียวกับครั้งก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเริ่มนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้ารักษาความปลอดภัย และตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ของวันที่ 20 ก.พ.เป็นต้นไป จนถึงหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย และจะมีการตั้งด่านตรวจความเรียบร้อยตามแผนของกองบังคับการตำรวจนครบาล 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สมประสงค์ กล่าวอีกว่า พรรคอนาคตใหม่ถือเป็นพรรคที่เคารพกฎหมายพอสมควร และอยู่ในกรอบของกฎหมาย ดังนั้นจึงไม่กังวลเรื่องการชุมนุม เพราะจากการสืบสวนพบว่าผู้ชุมนุมและกลุ่มให้กำลังใจของพรรคอนาคตใหม่ จะไม่เดินทางไปที่ศาลรัฐธรรมนุญ แต่จะมีการรวมตัวกันที่ที่ทำการของพรรคอนาคตใหม่เช่นเดียวกับครั้งที่แล้ว ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะส่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ สน.มักกะสันและกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ซึ่งในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ ได้เรียกประชุมร่วมตำรวจนครบาล 1 และ 2 เพื่อสรุปมาตรการรักษาความปลอดภัยในวันดังกล่าวอีกครั้ง ในเวลา 11.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทั้งนี้หากประชาชนต้องการไปให้กำลังใจ ไม่มีป้ายเรียกร้อง หรือรถขยายเสียง ก็จะไม่เข้าข่ายการชุมนุมตาม พ.ร.บ.ชุมนุม ก็สามารถกระทำได้ โดยไม่ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าหน้าที่ตำรวจทราบ แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขและการอนุญาตจากศาลและอยู่ในพื้นที่ที่ศาลกำหนด ส่วนกลุ่มผู้ที่มีความคิดเห็นทางการเมืองไม่ว่าจะกลุ่มใดก็ตาม ก็ขอให้อยู่ภายในกรอบของกฎหมาย ไม่ลงมาชุมนุมเรียกร้องลงพื้นที่ถนน หากมีปัญหาก็ให้ใช้วิธีการถกเถียงกันในสภา หรือร้องเรียนตามหน่วยงานที่รับเรื่องร้องเรียน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57533</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดูแลความปลอดภัย, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, ยุบพรรคอนาคตใหม่, ศาลรัฐธรรมนูญ, โฆษกตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200218/image_big_5e4b9f99c6032.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2019 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จักรทิพย์&#039; สั่งจับตาบุคคลอันตรายเข้าประเทศช่วงประชุมผู้นำอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ต.ค.62 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 35 ระหว่างวันที่ 31 ต.ค.- 4 พ.ย.ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบเรื่องความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร&amp;nbsp;โดยพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้นั่งหัวโต๊ะสั่งการด้วยตนเอง จะไม่ปล่อยให้บุคคลที่จะเป็นภยันอันตรายต่อความมั่นคงเข้ามาในประเทศ โดยให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) คัดกรองบุคคลที่จะเข้ามาในประเทศ มีการบูรณาการด้านการข่าวกับหน่วยข่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีกองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) เป็นหน่วยงานหลักในการเฝ้าระวังด้านการข่าว และให้กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) &amp;nbsp;รับผิดชอบในส่วนขบวนรถของผู้นำประเทศต่างๆ ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) โดยให้มีผลกระทบด้านการจราจรกับพี่น้องประชาชนให้น้อยที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48842</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจนครบาล, กองบัญชาการตำรวจสันติบาล, ดูแลความปลอดภัย, ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, อำนวยความสะดวกการจราจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191025/image_big_5db28534c93ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2019 12:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2019 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศักดิ์สยาม สั่งด่วนยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยระบบสาธารณะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 ส.ค.62-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงเหตุการณ์ระเบิดป่วนเมือง พร้อมกัน 3 จุดในช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า &amp;nbsp;ขณะนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมที่เกี่ยวกับระบบขนส่งสาธารณะทั้งหมดทางบก ทางอากาศ ทางน้ำ ระบบราง ให้ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุดในการดูแลความปลอดภัย&amp;nbsp;ซึ่งตอนนี้การขนส่งระบบรางในเขตกรุงเทพและปริมณฑล มีประชาชนใช้เดินทางมากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบมีมาตรการต่างๆอยู่แล้วแต่เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากเกิดเหตุการณ์ให้เร่งเข้าพื้นที่ และเข้าแก้ไขอย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิ มาลา รักษาการ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)เปิดเผยว่าภายหลังทราบเหตุขณะนี้การรถไฟอยู่ระหว่างประชุมผู้บริหาร เพื่อดูแลและสั่งการให้นายสถานีทุกพื้นที่เตรียมพร้อม เฝ้าระวัง และดูแลความปลอดภัยสถานีรถไฟทุกแห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรศักดิ์ &amp;nbsp;เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส เปิดเผยว่าภายหลังทราบเหตุ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ในพื้นที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 ทุกสถานี เข้มงวดในการดูแลกล้องวงจรปิด เพื่อเฝ้าระวังเหตุ การจัดกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อตรวจค้นคนเข้าออกพื้นที่สถานี &amp;nbsp;การวางสิ่งของ และตรวจสอบทั้งขยะทุกจุด การเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่ รวมถึงประสานงานกับเจ้าที่ตำรวจในท้องที่ร่วมกันเฝ้าระวังเหตุตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42542</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทหารบก, ดูแลความปลอดภัย, รถไฟฟ้า, ระบบราง, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190802/image_big_5d43cb278ef58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39919</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2019 20:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2019 20:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;สั่งผบ.ตร.จัดตำรวจดูแลความปลอดภัย&#039;จ่านิว&#039;หลังออกจากรพ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.62 - &amp;nbsp;พลโท คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกลาโหม &amp;nbsp;เปิดเผยว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา &amp;nbsp;ผบ.ตร. &amp;nbsp;จัดกำลังตำรวจ ในเครื่องแบบ ไปดูแล &amp;nbsp;นายสิรวิชญ์ ในระหว่างรักษาตัว &amp;nbsp;ที่ โรงพยาบาลรามาธิบดีฯ เพื่อสร้างความอุ่นใจ และหากหายดี ออกจาก รพ.แล้ว หากต้องการ ตำรวจ ไปดูแลความปลอดภัยให้ต่อ ก็สามารถร้องขอ แจ้งความจำนงค์ ได้.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39919</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่านิว, ดูแลความปลอดภัย, บิ๊กป้อม, พล.อ.ประวิตร, สิรวิชญ์  เสรีธิวัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190614/image_big_5d0339648aee4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2019 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2019 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะ 10,000 นาย!ตำรวจดูแลความเรียบร้อยประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย.62&amp;nbsp; -&amp;nbsp;ที่ชั้น 20 ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมและติดตามสถานการณ์ของกองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านจราจร การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 34 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ใช้เวลาการประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ขณะนี้ทุกหน่วยมีความพร้อม 90 เปอร์เซ็น โดยวันจันทร์ที่ 17 มิ.ย.นี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะมีการเรียกประชุมอีกครั้งเพื่อเตรียมความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของการดูแลความปลอดภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 10,000 นาย ดูแลความเรียบร้อยตามจุดต่างๆทั้งรอบในและรอบนอก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้นำต่างประเทศ ส่วนการข่าวพบกลุ่มป่วนสร้างความวุ่นวายหรือไม่นั้น ไม่ขอเปิดเผย เป็นความลับ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ส่วนการอำนวยความสะดวกเรื่องการจราจร จะมีการปิดถนนวิทยุแยกเพลินจิตถึงแยกสารสินในวันที่ 16 มิ.ย. ตั้งแต่ช่วงเวลา 22.00-24.00 น. เนื่องจากมีการซักซ้อมการจัดรถนำขบวนต้อนรับผู้นำรัฐบาลจากอาเซียน 10 ประเทศ และในวันที่ 22-23 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันจริงจะมีการปิดถนนวิทยุแยกเพลินจิตถึงแยกสารสินทั้งขาเข้าและขาออกตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. ทั้งนี้ขอประชาสัมพันธ์ประชาชนให้หลีกเลี่ยงเส้นทาง อย่างไรก็ตามไม่มีความกังวลเรื่องสภาพอากาศ เพราะเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38630</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 34, ดูแลความปลอดภัย, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, เจ้าหน้าที่ตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190615/image_big_5d0485cb50ffe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
