<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27294</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2019 10:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2019 10:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คลังยันรถไฟความเร็วสูง &#039;กทม.-หนองคาย&#039; คุมทุกอย่างเอง ไม่ติดกับดักหนี้จีนแน่นอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค. 2562 นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวถึงกรณีที่มีข้อวิจารณ์เรื่องการกู้เงินจากจีน สำหรับโครงการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร &amp;ndash; นครราชสีมา) ทำให้เกิดความกังวลว่าไทยจะติดกับดักหนี้จีน ว่า ยืนยันว่าประเทศไทยเป็นผู้ลงทุนในโครงการดังกล่าวเองทั้งหมด ไม่ได้ร่วมลงทุนกับฝ่ายจีน และดำเนินการในพื้นที่ประเทศไทย ดังนั้นไทยจึงเป็นเจ้าภาพของโครงการแต่เพียงผู้เดียว โดยจีนเป็นเพียงผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีระบบรถไฟความเร็วสูงแก่ประเทศไทยเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปัจจุบันกระทรวงการคลังได้กู้เงินในประเทศสำหรับดำเนินการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานแล้วบางส่วน และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาแหล่งเงินกู้ต่างประเทศเพื่อนำมาใช้จ่ายในส่วนที่มีรายการค่าใช้จ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศ ซึ่งยังไม่ได้มีการผูกพันสัญญาเงินกู้กับธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งสาธารณะรัฐประชาชนจีน (CEXIM) หรือแหล่งเงินกู้ต่างประเทศอื่น ดังนั้นจึงคลายกังวลได้ว่า กระทรวงการคลังได้พิจารณาจัดหาแหล่งเงินทุนที่มีเงื่อนไขและต้นทุนที่เหมาะสมที่สุด สำหรับดำเนินโครงการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเชื่อมโยงภูมิภาคเป็นไปตามกรอบความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าด้วยการกระชับความร่วมมือในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟ (Framework of Cooperation : FOC) ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมขนส่งของประเทศไทย พ.ศ. 2558-2565 โดยที่ผ่านทั้งสองฝ่ายเห็นชอบในหลักการร่วมกันว่า แหล่งที่มาของเงินทุนสำหรับดำเนินโครงการดังกล่าว จะมาจากหลายแหล่ง ประกอบด้วย งบประมาณของรัฐบาลไทย เงินกู้ภายในประเทศ และแหล่งเงินกู้อื่น โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเงินกู้ของฝ่ายจีนจะต้องดีที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับแหล่งเงินกู้อื่น&amp;rdquo; นางจินดารัตน์ กล่าว
นางจินดารัตน์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้สำนักงบประมาณและกระทรวงการคลังพิจารณาจัดหาแหล่งเงินทุนสำหรับดำเนินโครงการ โดยมีวงเงินลงทุนรวม 1.79 แสนล้านบาท แบ่งเป็น เงินงบประมาณ 1.32 หมื่นล้านบาท เงินกู้ 1.66 แสนล้านบาท ในส่วนนี้จะต้องใช้เงินกู้ในประเทศเป็นส่วนใหญ่สำหรับว่าจ้างผู้ประกอบการในประเทศในงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน วงเงิน 1.27 แสนล้านบาท คิดเป็น 80% ของเงินกู้ และจะใช้เงินกู้ต่างประเทศสำหรับรายการที่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศและจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศ เช่น งานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล งานจัดหาขบวนรถ งานวางรางและการฝึกอบรมบุคลากร วงเงินประมาณ 3.85 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงเห็นควรเปิดกว้างให้สามารถจัดหาเงินกู้ได้จากแหล่งเงินในประเทศและต่างประเทศ สำหรับนำมาให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กู้ต่อเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยมากที่สุด โดยที่ผ่านมาได้มีการกู้เงินในประเทศแล้วทั้งสิ้น 4 พันล้านบาท และมีการเบิกจ่ายเงินแล้ว 2 พันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในส่วนข้อกังวลความคุ้มค่าในการลงทุนและปัญหาความสามารถในการชำระหนี้ถึงขนาดสูญเสียความเป็นเจ้าของโครงการให้แก่ฝ่ายจีนนั้น ยืนยันว่าสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้วิเคราะห์โครงการและผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ การเงิน โดยเส้นทางรถไฟดังกล่าวเป็นเส้นทางเชิงยุทธศาสตร์ที่จะเพิ่มศักยภาพและโอกาสทางเศรษฐกิจของไทย รวมทั้งสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ อีกทั้งยังเชื่อมโยงการขนส่งทางรถไฟกับประเทศภูมิภาค ซึ่งได้พิจารณาผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคมในเชิงกว้างมากกว่าการคำนึงถึงผลตอบแทนทางการเงินเพียงอย่างเดียว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27294</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพมหานคร-หนองคาย, ดูแลเงินกู้เอง, นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล, รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน, ไม่ติดกับดักจีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190112/image_big_5c396bbec13e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
