<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 08:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 08:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร. ลงพื้นที่ตั้งด่าน เรียกตรวจรถกว่า 8 พันคัน ดำเนินคดี 48 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15&amp;nbsp;ก.ค. 64 - เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. และคณะ ได้ออกตรวจเยี่ยมจุดตรวจ จุดสกัด รวมถึงจุดตรวจป้องกันอาชญากรรม กำชับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในห้วงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จำนวน 2 จุด ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม 1 จุด คือจุดตรวจ สภ.โพธิ์แก้ว โดยมี พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผบช.ภ.7, นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม, นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ ปลัดจังหวัดนครปฐม และ พ.อ. พงษ์สวัสดิ์ ภาชนะทิพย์ รอง ผอ.รมน. จว. นครปฐม ร่วมคณะตรวจเยี่ยม และพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp; จุด 2 คือจุดตรวจ สภ.กระทุ่มแบน โดยมี พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผบช.ภ.7, นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร, นายบรรพต จันทรวงศ์ นายอำเภอกระทุ่มแบน และ พ.อ.เอกพล จูฑะพันธ์ ผู้บังคับการกรมทหารสื่อสารที่ 1 ค่ายกำแพงเพชรอัครโยธิน ร่วมคณะตรวจเยี่ยม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่าการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19) ด้วยมาตรการจำกัดการเคลื่อนย้ายและกิจกรรมของบุคคล&amp;nbsp; ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้กำชับไปยังทุกหน่วยงานในสังกัด ให้ปฏิบัติตามประกาศ ข้อกำหนด ตามความมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 27) ลงวันที่ 10 ก.ค. 2564 ในการควบคุม ระงับ ยับยั้ง การแพร่ระบาดของโรคฯ โดยให้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด ฝ่ายปกครอง เพื่อตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตรวจตราห้ามมิให้บุคคลออกนอกเคหสถานในห้วงระหว่างเวลา 21.00-04.00 น. นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำมาตรการในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคฯ คลี่คลาย

ทั้งนี้ ผบ.ตร. ได้แนะนำให้มีการนำเทคโนโยลีที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดหาให้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการปฏิบัติหน้าที่สำหรับการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในพื้นที่จังหวัดที่ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดจำนวน 10 จังหวัด มีข้อมูล ณ วันที่ 14 ก.ค. 2564 เวลา 10.00 น. ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.พื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตั้งจุดตรวจ 88 จุด เรียกตรวจยานพาหนะ 1,214 คัน จำนวน 1,529 คน พบผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯรวม 17 ราย มีเหตุจำเป็นและตักเตือน 8 ราย ดำเนินคดี 9 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.พื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ตั้งจุดตรวจ 11 จุด เรียกตรวจยานพาหนะ 576 คัน จำนวน 798 คน พบผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯรวม 28 ราย มีเหตุจำเป็นและตักเตือน 24 ราย ดำเนินคดี 4 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.พื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ตั้งจุดตรวจ 10 จุด เรียกตรวจยานพาหนะ 203 คัน จำนวน 264 คน พบผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯรวม 87 ราย มีเหตุจำเป็นและตักเตือน 73 ราย ดำเนินคดี 14 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.พื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ตั้งจุดตรวจ 39 จุด เรียกตรวจยานพาหนะ 6,021 คัน จำนวน 4,160 คน พบผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯรวม 44 ราย มีเหตุจำเป็นและตักเตือน 23 ราย ดำเนินคดี 21 ราย

รวมมีการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด จำนวน 148 จุด เรียกตรวจยานพาหนะ 8,014 คัน จำนวน 6,796 คน พบผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 186 ราย มีเหตุจำเป็นและตักเตือน 128 ราย ดำเนินคดี 48 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ผบ.ตร. ได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญ ได้แก่ หน้ากากอนามัย เฟสชิลด์ ถุงมือ เจลแอลกอฮอล์ ให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ พร้อมแสดงข้อห่วงใยกำลังพลที่ต้องปฏิบัติงานในช่วงการแพร่ระบาดของโรคฯ ให้กำลังพลทุกนายปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุข DHMTTA&amp;nbsp; รวมไปถึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนให้ปฏิบัติตามมาตรการที่ ศบค. กำหนด โดยเน้นย้ำการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ไปยังพี่น้องประชาชนที่อาจยังไม่ทราบถึงประกาศ ข้อกำหนดฯ แต่หากพบว่าพี่น้องประชาชนท่านใดที่จงใจฝ่าฝืนก็ต้องจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดโดยไม่มีข้อยกเว้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109747</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด่านตรวจ, ตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60ef8bfaf0a16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2021 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2021 19:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ทสส. ลงพื้นที่จุดตรวจสกัดเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัดสีแดงเข้ม จัดอุปกรณ์ป้องกันเต็มที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.64 - พลตรีธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า&amp;nbsp;เมื่อเวลา&amp;nbsp;16.20&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;พลเอกเฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด/หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ผบ.ทสส/หน.ศปม.) ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมจุดตรวจจุดสกัดกั้นการเคลื่อนย้ายแรงงาน ณ ด่านใต้ทางด่วนข้ามแยกมหานคร ถนนสุวินทวงศ์ขาออก เขตหนองจอก กรุงเทพฯ เพื่อเป็นการติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคง พร้อมทั้งให้กำลังใจและให้คำแนะนำในการปฏิบัติหน้าที่ ภายใต้มาตรการการควบคุมโรคโควิด19&amp;nbsp;ซึ่งได้มีการสนธิกำลังระหว่างทหาร ตำรวจ และหน่วยงานด้านความมั่นคง ประกอบด้วย กองพันสารวัตรทหาร สำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;นาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;นาย เจ้าหน้าที่เขตหนองจอก จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นาย และเจ้าหน้าที่เทศกิจ จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;นาย ปฏิบัติหน้าที่ผลัดละ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ชั่วโมง วันละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ผลัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบ.ทสส/หน.ศปม. ได้แสดงความห่วงใยและมอบแนวทางการปฏิบัติในการจัดพื้นที่บริเวณจุดตรวจ โดยให้มีป้ายประชาสัมพันธ์ การจัดไฟฟ้า แสงสว่าง โต๊ะ เก้าอี้ แนวกั้น แผงเหล็ก กรวยยาง ให้เพียงพอ รวมทั้งให้มีพื้นที่รองรับการจอดของรถสาธารณะเพื่อให้ผู้โดยสารเข้ารับการคัดกรอง การบริการหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ ให้แก่ประชาชน พร้อมทั้งให้มีการจัดเตรียมถุงมือ และแผ่นป้องกันหน้า&amp;nbsp;face shield&amp;nbsp;สำหรับผู้ปฎิบัติหน้าที่ด้วย ซึ่งมาตรการต่าง ๆ ที่ได้กำหนดขึ้นมานั้นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019 (โควิด&amp;nbsp;19)&amp;nbsp;โดยขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันลดการสัญจร หรือหยุดอยู่บ้านเพื่อป้องกันและลดโอกาสของการรับหรือการแพร่กระจายเชื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109270</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด่านตรวจ, พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์, ล็อกดาวน์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210710/image_big_60e990810ba65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2021 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2021 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศบค.&#039; ยันไม่ห้ามเดินทางข้ามพื้นที่สีแดงเข้มเพื่อรับวัคซีน ถือเป็นเหตุจำเป็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.64 -&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์&amp;nbsp;วิษณุโยธิน&amp;nbsp;โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ศบค. กล่าวถึงการเดินทางในพื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือสีแดงเข้ม 10 จังหวัด ถ้าจะเดินทางมาเพื่อรับวัคซีนสามารถมาได้หรือไม่ ว่าถ้าเพื่อการสาธารณสุข โดยการฉีดวัคซีนก็สามารถเดินทางได้เลย สามารถแจ้งกับฝ่ายความมั่นคงที่มีการตรวจสอบอยู่ เพราะตรงนี้ถือว่าเป็นเหตุจำเป็น และถือเป็นความสำคัญที่เราอยากให้ประชาชนได้รับวัคซีน แต่ถ้าจะไปฉีดวัคซีนแบบข้ามจังหวัดก็ต้องแล้วแต่จังหวัดนั้นๆ หรือถ้าจะเข้ามากรุงเทพฯ จะมีใบรับรองจากผู้ว่าฯหรือผู้ใหญ่บ้าน กำนันก็น่าจะดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ตามข้อกำหนดที่ให้ปิดร้านนวดแผนไทย สปา ร้านเสริมความงามต่างๆ แต่คลินิกเสริมความงามที่จะต้องฉีดใบหน้าจะเข้าข่ายที่จะต้องปิดด้วยหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เพื่อเป็นการลดการสัมผัสและความเสี่ยงในการสัมผัสใบหน้า ก็คงต้องของดไปก่อน เพื่อตอบสนองต่อการควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวด้วยว่า ศปก.ศบค.อยากให้ประชาสัมพันธ์ของจังหวัดต่างๆที่เกี่ยวข้อง ช่วยทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในมาตรการต่างๆที่ออกมา เพราะบางข้อใช้กับบางจังหวัดหรือบางข้อใช้ทั่วประเทศ คงต้องพยายามสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ เพราะครั้งนี้ เราต้องการที่จะ พิจารณาเป็นจุดๆไป นี่คือการล็อกดาวน์เป็นจุด เพราะฉะนั้นขอความร่วมมือทุกคน ซึ่งการควบคุมป้องกันโรคจะสำเร็จได้ นอกจากมาตรการที่เกิดขึ้นจากภาครัฐแล้ว ผู้ประกอบการและประชาชน ต้องให้ความร่วมมือกันอย่างเต็มที่ เราจะสู้กับภัยของเชื้อโรคที่มองไม่เห็นตัว แต่อยู่ในร่างกายของคนเรา เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะควบคุมโรคได้ก็คือการควบคุมคน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือให้ทุกคนอดทนกันหน่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับผมไม่สบายใจเลย เวลาที่ต้องมาประกาศ ถึงข้อกำหนดต่างๆเพราะมันเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพ ในการเดินทางต่างๆ และทำให้ทุกคนต้องมีผลกระทบทั้งต่อรายได้ ต่อครอบครัว หรือกระทบต่ออะไรต่างๆมากมาย แต่เราเลี่ยงไม่ได้ และมาตรการเหล่านี้ก็เป็นสากลไปแล้ว ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย แต่ทุกประเทศในโลกนี้ ยอมรับในมาตรการที่จะต้องเพิ่มระดับ ซึ่งก็คือการล็อกดาวน์ และครั้งนี้เราเลือกการล็อคดาวน์เฉพาะพื้นที่ จึงขอความร่วมมือทุกคนใช้เวลา 14 วันนี้ ในการพิสูจน์ความร่วมมือกันของทุกฝ่ายอีกครั้งเพื่อจะสู้กับโควิด และหลังจาก 14 วันขอให้เราได้เห็นภาพที่จะพบข่าวดีไปด้วยกัน&amp;rdquo; นพ.ทวีศิลป์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109258</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด่านตรวจ, ล็อกดาวน์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210710/image_big_60e9569788523.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 21:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 21:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เภสัชสาว&#039; โวยตร.ลำปางตั้งด่านหน้าร้านทุกวันจนลูกค้าหาย ไม่ยอมย้ายจุดอ้างนายสั่งมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กเภสัชกรสาวรายหนึ่งได้มีการโพสต์ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองลำปาง ขณะที่นำกำลังตั้งด่านตรวจ บริเวณถนนหน้าร้านขายยาชื่อ &amp;quot;เพียงออเภสัช&amp;quot; ซึ่งอยู่บริเวณวงเวียนห้าแยกหอนาฬิกา กลางเมืองลำปาง พร้อมข้อความที่ระบุว่าตำรวจจราจรมาตั้งด่านหน้าร้าน ทำให้ขายยาไม่ได้แม้แต่บาทเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทำไมต้องมาตั้งด่านตรวจที่หน้าร้านทุกวัน??? คำตอบจากตำรวจ &amp;ldquo;นายสั่งมา&amp;nbsp;นายสั่งให้มาตั้งที่ห้าแยกหอนาฬิกา แล้วนายสั่งมาให้มาตั้งที่ห้าแยกหอนาฬิกาแบบนี้เลยเหรอ&amp;rdquo; คำตอบ &amp;ldquo;นายสั่งมา ย้ายไม่ได้ รอนายสั่งมา&amp;rdquo; มาแบบนี้ทุกวัน ขายยาไม่ได้เลยนะ ร้องเรียนไปหน้าห้องผู้กำกับก็แล้ว คำถาม...ตำรวจทำแบบนี้กับประชาชนก็ได้เหรอ???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามหญิงสาว ซึ่งเป็นเภสัชกรสาว เจ้าของร้านขายยาเพียงออเภสัช คือเภสัชกรเพียงออ สรรพศรี ผู้โพสต์ได้บอกว่าหลังจากต้นเดือนเมษายน ที่มีคำสั่งจากผบ.ตร.ให้ตั้งด่านตรวจได้ หลังจากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองลำปาง มาตั้งด่านทุกวันโดยจะมีการตั้งวันละ 3 ชั่วโมง ช่วงเช้า คือ 9 โมงถึงเที่ยง ที่หน้าร้านขายยาของตนเอง&amp;nbsp;ซึ่งหลังจากที่ตำรวจมาตั้งจุดตรวจ ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากไม่มีลููกค้ามาจอดรถเพื่อซื้อยาที่ร้านของตนเองเลย ซึ่งปกติจะขายยาครึ่งวันได้ประมาณ 2-3 พันบาท แต่หลังจากต้นเดือนเมษายนที่ตำรวจมาตั้งด่าน ขายยาไม่ได้สักบาทเลย ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เคยร้องเรียนไปยังหน้าห้องผู้กำกับแล้วแต่ก็ยังไม่ได้ผล สอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งด่าน ก็บอกว่านายสั่งมา&amp;nbsp;จึงอยากร้องเรียนผ่านผู้สื่อข่าว&amp;nbsp;หวังเป็นกระบอกเสียงให้ผู้บังคับบัญชาของตำรวจลำปางได้ทราบเรื่องเพราะร้านขายยาของตนเองได้รับผลกระทบมาเกือบ 1 เดือนแล้ว ขายยาไม่ได้เลย อยากให้เปลี่ยนจุดตั้ง จะย้ายไปอยู่อีกฝั่งที่เป็นสวนสาธารณะ ซึ่งไม่กระทบกับใครก็สามารถทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101218</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดลำปาง, ชาวบ้านร้องทุกข์, ด่านตรวจ, ตำรวจตั้งด่าน, สภ.เมืองลำปาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608abec0e568b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2020 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2020 16:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โวยตร.ทำเกินกว่าเหตุไล่จับวัยรุ่นขี่จยย.หนีด่านตรวจแอลกอฮอล์จนหกล้มหัวแตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;14ก.พ.63-ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า หลังการเฟสบุ๊กชื่อ Max pattichet Meeswat นำคลิปมาแชร์ในเฟสบุ๊ก&amp;nbsp; 3 ชม ก็มีคนแชร์ 1,000 กว่าแชร์ ของตัวเองแล้วเขียนขอความว่า &amp;ldquo;ตำรวจเขาจับกันยังงี้รึ ถ้าสมมุติน้องผมคอหักตาย ใครรับผิดชอบ #ตำรวจของประชาชน #สุรินทร์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ได้อินบ็อก เข้าไปสอบถาม ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จากสอบถามเบื้องต้นทราบว่า เมื่อเวลา ตี 2 โดยประมาณ วัยรุ่น 2 คน หนุ่ม-สาว คู่นี้กำลังขับขี่รถมอเตอร์ไซค์จะกลับบ้าน พอดีเห็นตำรวจตั้งด่าน อยู่แถวๆหน้า บขส.จังหวัดสุรินทร์ จึงกลับรถกะทันหัน&amp;nbsp; แล้วเหตุการณ์ระทึกขวัญก็เกิดขึ้น เมื่อตำรวจ 2 นาย ขับขี่รถจักรยานยนต์ ไล่ตามอย่างกระชั้นชิด แล้วมีการกระโดดจับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักล้มลง ไกลจากด่านตรวจ หลังจากนั้นมีการต่อสู้เพื่อจับกุมตัว ตามภาพในคลิป ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ตั้งข้อกล่าวหาหาอะไร เนื่องจากหนุ่มสาวคู่นี้ได้รับบาดเจ็บ มีลักษณะมึนเมา เนื่องจากเพิ่งออกมาจากสถานบันเทิงย่าน RCA จึงต้องนำส่งโรงพยาบาลสุรินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จากการแชร์ผ่านสื่อโซเซียลมีเดีย มีการออกมาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยเห็นการณ์ที่เห็นในคลิปทำให้ประชาชนตั้งคำถามกับว่า &amp;ldquo;ตำรวจทำเกินกว่าเหตุหรือเปล่า&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;หากทั้งสองคนเกิดบาดเจ็บหรือคอหักตาย&amp;rdquo; อะไรจะเกิดขึ้น??&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ได้โทรศัพท์สอบถาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ นายหนึ่ง(สงวนชื่อยศตำแหน่ง ระเบียบ ตร.ต่ำกว่า พตอ.ห้ามสัมภาษณ์) เปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น.ที่ผ่านมา ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ ตั้งด่านกวดขันวินัยจราจร เมาแล้วขับ ที่บริเวณด้านหน้า บขส.สุรินทร์ ได้มีวัยรุ่น หนุ่มสาว ขับขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยความเร็ว เรียกให้จอดเพื่อตรวจระดับแอลกอฮอล์กลับไม่ยอมหยุด กลับเร่งเครื่องยนต์ขับหลบหนีชนกรวยด่านตรวจ พร้อมกับตระโกนด่าเจ้าหน้าที่ด้วยถ้อยคำหยาบคาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นายได้ขับรถจักรยานยนต์สายตรวจออกตามเพื่อจับกุม จนเกิดเหตุการณ์ตามคลิปวีโอดังกล่าว ชายศรีษะแตก ขาเป็นแผล เกิดจากการหกล้ม จึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลสุรินทร์ เพื่อปฐมพยาบาล และเจาะเลือดวัดระดับแอลกอฮอล์ ยังไม่ได้รับผลยืนยัน พร้อมได้เตรียมออกหมายเรียกให้มารายงานตัวที่ สภ.เมืองสุรินทร์ ก่อนเวลา 12.00 น.วันนี้ แต่ยังไม่พบว่า มาพบพนักงานสอบสวนเวร แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57202</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด่านตรวจ, ตรวจแอลกอฮอล์, บขส.สุรินทร์, สภ.เมืองสุรินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200214/image_big_5e4666f6aa7b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6955</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บช.น.ระดมล้างอาชญากรรมตั้งด่าน137จุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; บช.น.ระดมกวาดล้างอาชญากรรมรับสงกรานต์ จับกุมสารพัดรวม 3,686 คดี ผู้ต้องหา 3,711 คน เปิดจุดเล่นน้ำ 11 จุด คุมเข้มแอลกอฮอล์ ยาเสพติด พร้อมระดมตั้งด่าน 137 จุดทั่วกรุง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) วันที่ 11 เมษายนนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น., พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 และ พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 แถลงผลระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 ตั้งแต่วันที่ 1-10 เม.ย. โดยมีผลการปฏิบัติของ บก.น.1-9 บก.สปพ. (191) บก.สส.บช.น. ศปจร.น. ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.คดีความผิดต่อชีวิต ร่างกาย และเพศ จับกุม 31 คดี ได้ผู้ต้องหา 46 คน 2.คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ จับกุม 53 คดี ได้ผู้ต้องหา 59 คน 3.ฐานความผิดพิเศษ (ค้ามนุษย์ ทรัพย์สินทางปัญญา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) จับกุม 20 คดี ได้ผู้ต้องหา 26 คน 4.คดียาเสพติด จับกุม 1,246 คดี ได้ผู้ต้องหา 1,204 คน ของกลางยาบ้า 220,531 เม็ด, ยาไอซ์ 777.43 กรัม, พืชกระท่อม 34 ใบ, กัญชาแห้ง 13.5 กก. 5.คดีความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด จับกุม 27 คดี ได้ผู้ต้องหา 27 คน ของกลางอาวุธปืน มีทะเบียน 7 กระบอก, อาวุธปืน ไม่มีทะเบียน 22 กระบอก, เครื่องกระสุนปืน 204 นัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.คดีความผิดเกี่ยวกับการพนัน จับกุม 128 คดี ได้ผู้ต้องหา 274 คน 7.คดีความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง จับกุม 51 คดี ได้ผู้ต้องหา 53 คน 8.คดีความผิดเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี จับกุม 145 คดี ได้ผู้ต้องหา 103 คน 9.คดีความผิดเกี่ยวกับสถานบริการ จับกุม 5 คดี ได้ผู้ต้องหา 5 คน 10.คดีความผิดเกี่ยวกับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จับกุม 72 คดี ได้ผู้ต้องหา 64 คน และ 11.จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่า 249 หมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า ครั้งนี้เป็นการติดตามผลการดำเนินการ ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำชับให้ทุกหน่วยต้องปฏิบัติในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ ให้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรมตั้งแต่วันที่ 1-10 เม.ย. ทุกกองบัญชาการ โดยมีเป้าหมายคือ กวาดล้างยาเสพติด อาวุธปืน และหมายจับค้างเก่า ในส่วนของ บช.น.ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง สามารถจับกุมได้ทั้งหมด 3,686 คดี มีผู้ต้องหา 3,711 คน โดยเฉพาะอาวุธปืนในทุกพื้นที่ สามารถจับกุมพร้อมตรวจยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนได้หลายพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้ดำเนินการ &amp;quot;โครงการประชารัฐร่วมใจ ดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชน ช่วงเทศกาลสำคัญ&amp;quot; ในช่วงสงกรานต์ ทาง บช.น.มีผลการดำเนินการช่วงปีที่ผ่านมา ประชาชนเข้าร่วมโครงการฝากบ้านจำนวนมาก เริ่มให้เข้าร่วมโครงการในวันที่ 12-17 เม.ย. มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย นวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ โดยเฉพาะแอป Police i lert U รวมทั้งการติดคิวอาร์โค้ดในงานของสายตรวจ ส่งผลให้การตรวจมีประสิทธิภาพและเกิดความปลอดภัยแก่ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานที่ป้องกันเป็นพิเศษ ในพื้นที่ บช.น.มีการกำชับในแต่ละ สน.อยู่แล้ว แต่พื้นที่จัดให้เล่นน้ำสงกรานต์หลักๆ จะมีทั้งหมด 11 จุด ได้แก่ 1.สวนลุมพินี 2.ถนนสีลม 3.ถนนข้าวสาร 4.เอเชียทีค 5.NaNa Songkran Festivel 2018 6.ถนนพัฒน์พงษ์-ธนิยะ 7.เซ็นทรัลเวิลด์ 8.สยามสแควร์ 9.ถนนโชคชัย 4 10.อาร์ซีเอ และ 11.SongKran music Fastival 2018 ถนนพระราม 9 โดยเฉพาะสวนลุมพินีและสีลมจะมีผู้เข้าร่วมเยอะมาก ขณะนี้ในภาพรวมทั้ง 11 จุดการข่าวยังปกติ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า ในการเล่นน้ำสงกรานต์ ขอความกรุณาเรื่องการแต่งกาย ขอให้สุภาพ เรียบร้อย และอุปกรณ์หรือเครื่องที่ใช้ในการเล่นน้ำ ต้องใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันต่ำ เพราะถ้าแรงดันสูงฉีดอาจทำให้ตาบอดได้ หรือฉีดไปในสถานที่ขับขี่ยานพาหนะ ยิ่งจักรยานยนต์อาจเกิดอุบัติเหตุได้ อีกเรื่องที่เน้นคือการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสารเสพติดขอให้งด เพราะผลตามมาคือการประทุษร้ายต่อชีวิตและทรัพย์ รวมถึงการลวนลามทางเพศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในนครบาลมีด่านตรวจทั้งหมด 137 จุด ในส่วนนี้เราทำอยู่แล้ว แต่เพิ่มความเข้มเข้าไป ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับว่าให้ทุกด่านตรวจจะต้องตรวจหาสารเสพติด ในส่วน บช.น.ได้ปฏิบัติตาม โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับ ผกก.-รอง ผบช.ที่จะต้องลงไปดูด้วยตัวเอง&amp;quot;
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6955</URL_LINK>
                <HASHTAG>กวาดล้างอาชญากรรมรับสงกรานต์, คุมเข้มแอลกอฮอล์, ด่านตรวจ, บช.น., พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, ยาเสพติด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5ace117ebcf41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6422</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2018 09:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2018 00:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.-ทหารสตูลดักรวบไอ้หนุ่มผมยาวขับกระบะซุกกระสุนปืนสงครามอื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เม.ย.61 - ช่วงเย็นวานนี้ พ.ต.ท.อภิสิทธิ์ &amp;nbsp;ปะดุกา &amp;nbsp;หัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัด (ชปส.ภ.จว.สตูล) สตูล นำกำลังตำรวจ กก.สส.ภ.จว.สตูล &amp;nbsp;ร่วมกับ ทหารด่านตรวจความมั่นคง &amp;nbsp;นำโดยร.ต.ประสิทธิ์&amp;nbsp; ทองเที่ยว&amp;nbsp; หน้าหน้าด่านตรวจความมั่นคงชุดปฏิบัติการรักษาความสงบเรียบร้อย กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 5 จ.สตูล&amp;nbsp; ตร. นปพ. ตร.สภ.ควนกาหลง&amp;nbsp; และฝ่ายปกครองอำเภอควนกาหลง &amp;nbsp;ตั้งด่านจุดตรวจ บนถนนสายยนตรการกำธรสตูล - รัตภูมิ จ.สงขลา หมู่ 2 ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง&amp;nbsp;จ.สตูล (&amp;nbsp;ด่านตรวจความมั่นคง) เพื่อป้องกันปราบปราบอาชญากรรม ก่อนเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น &amp;nbsp;ปรากฏว่า มีรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีฟ้า&amp;nbsp; ทะเบียน &amp;nbsp;ผท 7691 สงขลา วิ่งมาจากฝั่ง &amp;nbsp;อ.รัตภูมิ จ.สงขลา&amp;nbsp;&amp;nbsp; มุ่งหน้าไป จ.สตูล&amp;nbsp; แต่เมื่อมาถึงด่านตรวจ คนขับแสดงอาการมีพิรุธ จึงได้ส่งสัญญาณให้จอดรถ พร้อมเข้าตรวจค้น &amp;nbsp;ผลการตรวจค้นปรากฏว่าพบของกลางอาวุธปืนคาร์บิน (แยกชิ้นส่วน) 1 กระบอก,&amp;nbsp;อาวุธปืนกลมือ&amp;nbsp; M3 ( เลขปืน 688185) 1 กระบอก&amp;nbsp;&amp;nbsp;เครื่องกระสุน ขนาด 5.56 มม.จำนวน 4,500 นัด&amp;nbsp; เงินสด&amp;nbsp; 10,000 บาท&amp;nbsp; ซึ่งเครื่องกระสุนซุกซ่อนอยู่ไว้ในยางอะไหล่รถยนต์ จึงได้จับกุมตัว &amp;nbsp;นายจักรพันธ์ นุสคง&amp;nbsp; อายุ 35 ปีอยู่บ้านเลขที่ 87 หมู่ 6 ต. สทิงหม้อ อ.สิงหนคร จ.สงขลา &amp;nbsp;คนขับ&amp;nbsp;พร้อมทั้งตรวจยึดของกลางดังกล่าวเอาไว้ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสภ.ควนกาหลง จ.สตูล &amp;nbsp;เพื่อทำการสอบสวนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการขนเครื่องกระสุนปืนสงคราม และอาวุธปืนสงครามของผู้ต้องหาครั้งนี้ เพื่อต้องการจะนำเข้าตัวเมืองสตูลหรือไม่นั้น&amp;nbsp; หรือเป้าหมายหลักในการขนเพื่อนำเครื่องกระสุน และอาวุธปืนใช้ก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดสตูลหรือเพื่อต้องการส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้าน หรือไม่นั้น ตำรวจ-ทหาร กำลังทำการสืบสวนสอบสวนอยู่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6422</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระสุนปืน, กองพันทหารราบที่2, ขนอาวุธปืน, จักรพันธ์ นุสคง, ด่านตรวจ, พ.ต.ท.อภิสิทธิ์  ปะดุกา, สตูล, อาวุธสงคราม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180404/image_big_5ac3b38e55159.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
