<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97801</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 19:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 19:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>1 เม.ย. ด่านตรวจคืนชีพ ผบ.ตร.ออกคำสั่งให้ตั้งด่านได้ เน้นโปร่งใส มีกล้องบันทึกภาพทุกจุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค.64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ภายหลัง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแก่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ออกคำสั่งไปเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2564 โดยให้ทุกพื้นที่รับทราบมาตรการของ ตร. ซึ่งให้มีการตั้งด่านได้ แต่ต้องมีความพร้อมตามมาตรฐานที่ตร.กำหนด คือ มีความโปร่งใส เป็นมาตรฐาน ตรวจสอบได้ โดยการใช้เทคโนโลยี ซึ่งการตั้งจุดตรวจต่างๆ ต้องมีความโปร่งใส พร้อมที่จะตรวจสอบจากประชาชน สิ่งที่จะทำให้โปร่งใสได้คือ กล้องซีซีทีวีเคลื่อนไหวได้ที่จะต้องมีประจำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ตรวจ และด่านต่างๆ เช่น ด่านกวดขันวินัยจราจร ด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ ด่านตรวจวัดมลพิษทางอากาศ ด่านอาชญากรรม ฯลฯ จะต้องมีมาตรฐานเดียวกัน ต้องมีป้ายที่มีมาตรฐาน และนำเทคโนโลยีมาใช้ อาทิ ด่านเมา จากเดิมเคยมีปัญหาร้องเรียนต่างๆ ก็จัดให้มีกล้องบันทึกภาพแบบเรียลไทม์ไว้ประจำจุดที่มีการยืนยันผลด้วย ส่วนการจะตั้งจุดตรวจจะมีผู้ควบคุมกำกับดูแลคือผู้บังคับการในแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้จะมีป้ายแสดงข้อความหากต้องการร้องเรียนได้ที่สายด่วนตร. 1599 และเบอร์โทรศัพท์ผู้บังคับการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ทาง ผบ.ตร.ได้ให้ทำฐานข้อมูล TPCC (Traffic Police Checkpoint Control) เพื่อกำหนดจุดตั้งด่าน ลงรายชื่อผู้ปฏิบัติในด่านต่างๆลงในแผนที่ ซึ่งผู้บังคับบัญชาสามารถตรวจสอบได้ว่ามีการตั้งจุดตรวจอยู่ในจุดใดบ้าง มีการซ้ำซ้อนกันหรือไม่ ได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับการหรือไม่ ด่านทุกด่านจะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับการซึ่งจะต้องมีเหตุผลในการตั้งด่าน อาทิ บริเวณจุดตั้งด่านมีอาชญากรรมสูง มีเด็กแว้น&amp;nbsp;เป็นทางผ่านขนยาเสพติด เป็นจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุบ่อย หรือมีสถานบริการอยู่จำนวนมากที่ต้องตั้งเพื่อป้องปราบผู้ที่เมาแล้วขับ ฯลฯ ยกเว้นกรณีเดียวที่ไม่ต้องได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับการในกรณีฉุกเฉิน คือ การสกัดจับคนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้หลายสถานีมีความพร้อม มีการตั้งไปแล้วส่วนหนึ่งในเมืองใหญ่ๆ อาทิ อุบลราชธานี นครราชสีมา เมื่อมีความพร้อมแล้ว 1 เมษายน เราก็อยากจะให้บังคับใช้กฎหมายเลย เนื่องจากใกล้ช่วง 7 วันอันตราย สำหรับกรุงเทพมหานครยังไม่ได้ตั้งจริงจัง ซึ่งหากมีความพร้อมอาจจะเริ่ม 1 เมษายน เช่นกัน &amp;rdquo; รอง ผบ.ตร. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ต้องกลับมาตั้งด่านตรวจของตำรวจ เนื่องจากการชะลอตั้งด่านไว้ ได้กลับมาศึกษาข้อดีข้อเสีย จนคณะทำงานเห็นว่าการไม่มีด่านเลย จะมีข้อเสียเรื่องการบังคับใช้กฎหมายในด้านต่างๆ มีผู้ฝ่าฝืนกฎหมายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเมาแล้วขับ การขับ จยย. ในเลนห้ามวิ่ง เป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนท่านอื่น ปัญหาการไม่สวมมวกกันน็อคเพิ่มมากขึ้น ปัญหายาเสพติด รวมไปถึงการหลบหนีเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าว หากไม่มีด่านสกัดต่างๆ ทั้งนี้เรื่องด่านจึงมีความจำเป็น แต่ต้องทำให้รอบคอบ รัดกุม โปรงใส ตรวจสอบได้ พร้อมที่จะถูกร้องเรียนและแก้ปัญหาให้ประชาชน อย่างไรก็ตามมาตรการที่ออกมาจะป้องกันการทุจริตได้พอสมควร เนื่องจากก่อนตั้งด่านต้องขออนุญาตผู้บังคับการ และผู้กำกับการ เจ้าของพื้นที่ หากเกิดการทุจริตผู้บังคับบัญชาที่อนุญาตให้ตั้งจุดตรวจต้องรับผิดชอบ ในส่วนที่กำกับดูแลไม่ดีพอ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97801</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด่านตำรวจ, ตั้งด่าน, พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_60631198ba5de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2018 12:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2018 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จักรทิพย์&#039;สั่งทบทวนยุทธวิธีหลังทหารขี้เมาขับรถชนตร.คาด่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.61-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีทหารอากาศดื่มแอลกอฮอล์ขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งด่านตรวจจนได้รับบาดเจ็บว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว กำชับให้ผู้บังคับบัญชาช่วยเหลือดูแลสวัสดิการต่างๆอย่างใกล้ชิด อย่าให้เกิดข้อบกพร่อง ขณะเดียวกันได้สั่งการไปยังตำรวจทั่วประเทศให้ทบทวนยุทธวิธีต่างๆ โดยเฉพาะเจ้าหน้าตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ตั้งด่านหรือจุดตรวจในเวลากลางคืนต้องหมั่นทบทวนและเพิ่มยุทธวิธีการตั้งด่านให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในกรณีที่ปฏิบัติอยู่พบเห็นความผิดปกติของรถที่ขับขี่มาด้วยความไม่ปลอดภัย หรือเป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติหน้าที่ ขอให้หลบหลีกเข้าที่ปลอดภัยและให้จดจำลักษณะของรถ สี ยี่ห้อ &amp;nbsp;และหมายเลขทะเบียนคันดังกล่าวเพื่อติดตามและดำเนินคดีในภายหลัง รวมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มแสงสว่างและป้ายเตือนต่างๆ ให้เห็นอย่างชัดเจนมากขึ้น เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจและให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 14 พ.ค.61 ขณะร.ต.อ.ธรรมปกร ธำรงค์ปัทมะ รอง &amp;nbsp;สวป.สน.ทุ่งสองห้อง นำกำลังตั้งด่านเพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรมบริเวณปากซอยแจ้งวัฒนะซอย 6 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม มีรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีขาว หมายเลขทะเบียน ญญ- 2272 กรุงเทพมหานคร ขับมาด้วยความเร็วพุ่งชน ด.ต.ศักดา &amp;nbsp;ชาปู่ ผู้บังคับหมู่ป้องกันปราบปราม สน.ทุ่งสองห้อง ทำหน้าที่สังเกตการณ์เฝ้าระวัง ตรวจสอบรถที่เข้ามาที่ด่าน เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำจุดคัดกรอง ร่างกระแทกกระจกหมดสติเจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่ง รพ.ตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคนขับรถทราบชื่อ คือ เรืออากาศตรีธนพล &amp;nbsp;ทองคำ อายุ 32 ปี สังกัดกรมทหารสื่อสารกองทัพอากาศ &amp;nbsp;สภาพรถยนต์กระโปรงหน้ายุบกระจกบานหน้าเป็นรูแตกละเอียดแผ่นป้ายทะเบียนรถออกเจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานก่อนควบคุมตัวไปสอบสวนและตรวจวัดแอลกอฮอล์พบแอลกอฮอล์สูงถึง 256 มิลกรัมเปอร์เซ็นต์ซึ่งสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรืออากาศตรีธนพล ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้มางานเลี้ยงฉลองเรียนจบปริญญากับเพื่อที่ ป.กุ้งเผา สาขาหลักสี่กับเพื่อนๆ หลังกินเลี้ยงเลิกได้ขับรถยนต์กลับบ้านที่ดอนเมือง &amp;nbsp;ขณะเดียวกันเพื่อนที่มาสังสรรค์ด้วยกันโทรตามให้กลับมารับที่ร้าน จึงวนรถกลับไปขณะที่กลับรถใต้สะพานข้ามแยกหลักสี่เห็นมีสัญญาณไฟของด่านตั้งอยู่แต่มองไม่เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนอยู่จึงได้พุ่งเข้าชนเต็มแรงจนร่างกระเด็นกระแทกกระจกแตกโดยที่ตนไม่ได้ตั้งใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.อ.ธรรมปกร กล่าวว่า เบื้องต้น ด.ต.ศักดา อาการปลอดภัยแล้วมีศีรษะแตกแต่ต้องนอนรอดูอาการที่ศีรษะอีกครั้งส่วนผู้ต้องหาเบื้องต้นแจ้งข้อหาขับรถยนต์ขณะเมาสุราโดยจากการตรวจสอบวัดแอลกอฮอล์พบสูงถึง 256 มิลกรัมเปอร์เซ็นต์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดและตั้งข้อหาขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหากแพทย์ระบุอาการสาหัสก็สามารถแจ้งความเพิ่มเติมต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9137</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด่านตำรวจ, ทหารอากาศ, ผบ.ตร., พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, รองโฆษก สตช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa611d541cde.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5330</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2018 14:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2018 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบยกแก๊งขนกัญชาข้ามโขงส่งเอเยนต์ใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.61-เมื่อเวลา 12.00 น. &amp;nbsp;ที่ด่านตรวจความมั่นคงประตูภาคใต้ บ้านพละ ถนนเพชรเกษม หมู่ที่ 3 ตำบลเขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร &amp;nbsp;พล.ต.ท.สรศักดิ์ &amp;nbsp;เย็นเปรม ผบช.ภ.8 &amp;nbsp;นายณรงค์ พลละเอียด ผวจ.ชุมพร &amp;nbsp;พ.อ.พรชัย อินธนู รอง ผบ.มทบ.44 พ.ท.ภาคิน เกื้อกูล ผบ.ร.25 พัน 1 ร่วมกันแถลงข่าว จับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดให้โทษมีผู้ต้องหา 3 คน คือผู้ต้องหาที่ 1.นายสุภัทร &amp;nbsp;ดุสิตา &amp;nbsp;อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ที่ 9 ตำบลวังตามัว อ.เมือง &amp;nbsp;จ.นครพนม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำหน้าที่ขับรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีแดง ทะเบียน กต 522 ปราจีนบุรี บรรทุกของกลางกัญชาแห้งอัดแท่งจำนวน 275 แท่ง น้ำหนักรวม 275 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท &amp;nbsp;ผู้ต้องหาที่ 2.นายสาง โซ่เมืองแซะ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 213 หมู่ที่ 6 ตำบลดงหลวง อ.ดงหลวง &amp;nbsp;จ.มุกดาหาร ทำหน้าที่ขับรถนำเส้นทางเป็นรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีน้ำตาล ทะเบียน บค 1653 เบตง และผู้ต้องหาที่ &amp;nbsp;3.นายวินัย &amp;nbsp;เถาสอน &amp;nbsp;อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 หมู่ที่ 4 ต.วังตามัว อ.เมือง จ.นครพนม &amp;nbsp;นั่งเบาะข้างคนขับมากับรถยนต์กระบะ
&amp;nbsp;
พล.ต.ท.สรศักดิ์ &amp;nbsp; กล่าวว่าสืบเนื่องจากช่วงสายวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.บ้านมาบอำมฤต ทำหน้าที่หัวหน้าด่านตรวจความมั่นคงประตูภาคใต้บ้านพละ พร้อมด้วย พ.ต.อ.เสริมศักดิ์ &amp;nbsp;พ่วงพิศ ผกก.สส.ภ.จ.ชุมพร &amp;nbsp;พ.ท.ภาคิน &amp;nbsp;เกื้อกุล ผบ.ร25 พัน 1 สนธิกำลังกำลังตำรวจและทหารตั้งด่านตรวจป้องกันปัญหาอาชญากรรมและสิ่งผิดกฎหมายตามนโยบายของรัฐบาล พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีน้ำตาล ทะเบียน บค 1653 เบตง กระบะหลังติดกรงเหล็กขับมาช่องทางขาล่องใต้ มีนายสางผู้ต้องหาที่ 2 เป็นคนขับและนายวินัยผู้ต้องหาที่ 3 นั่งมาเบาะข้าง เจ้าหน้าขอตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จึงปล่อยให้ผ่านด่านตรวจไป
&amp;nbsp;
จากนั้นไม่ถึง 10 นาทีรถยนต์กระบะคันดังกล่าวได้ไปยูเทิร์นกลับรถห่างจากด่านประมาณ 300 เมตร แล้ววิ่งย้อนกลับผ่านด่านมาช่องทางฝั่งขาขึ้น โดยท่าทางมีพิรุธทำให้เจ้าหน้าที่สงสัยจึงตรวจสอบป้ายทะเบียนรถยนต์กระบะคันดังกล่าวพบว่าเจ้าของชื่อนายวินัยผู้ต้องหาที่ 3 &amp;nbsp;มีประวัติอาชญากรรมถูกจับข้อหามีและครอบครองกัญชาเพื่อจำหน่ายจำนวน 200 กิโลกรัม เมื่อปี พ.ศ.2553 ที่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา ศาลพิพากษาจำคุก 7 ปี 6 เดือน และพ้นโทษออกมาเมื่อต้นปี พ.ศ.2560 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.สรศักดิ์ &amp;nbsp; ระบุว่า เมื่อได้ข้อมูลเจ้าหน้าที่จึงออกตามหาจนกระทั่งไปพบรถกระบะคันดังกล่าวจอดอยู่ในรีสอร์ทแห่งหนึ่งเขตติดต่อกับ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ห่างจากด่านประมาณ 5 กิโลเมตร โดยจอดอยู่ใกล้กับรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีแดง ทะเบียน กต 522 ปราจีนบุรี มีนายสุภัทร ผู้ต้องหาที่ 1. นั่งอยู่บนเบาะคนขับ เจ้าหน้าที่จึงตรวจค้นในช่องวางเท้าเบาะหลังรถเก๋งและกระโปรงท้ายรถพบกัญชาแห้งอัดแท่งอัดซีนด้วยพลาสติกใสอย่างดีห่อไว้ในถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 275 แท่ง น้ำหนัก 275 กิโลกรัม จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน พร้อมรถยนต์กระบะและรถเก๋งไปสอบสวนขยายผลที่ด่านตรวจ
&amp;nbsp;
จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 คนสารภาพอ้างว่ารับจ้างขนกัญชาทั้งหมดมาจากประเทศลาวที่ริมฝั่งแม่น้ำโขงด้าน จ.นครพนม นำไปส่งที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในราคาเที่ยวละ 100,000 บาท &amp;nbsp;โดยมีรถยนต์กระบะเป็นผู้ขับนำเส้นทางส่วนรถเก๋งเป็นรถขนกัญชา หากเจอด่านตรวจให้รถนำทางโทรศัพท์แจ้งเพื่อให้รถเก่งที่ขนกัญชาหาที่พักหลบซ่อนตามโรงแรมหรือรีสอร์ตข้างทาง รอจนกว่าเจ้าหน้าที่จะเลิกตั้งด่านตรวจ จนกระมาทั่งมาถูกจับกุมได้ยกแก๊งดังกล่าว &amp;nbsp;ขณะนี้ได้สืบสวนสอบสวนขยายผลถึงเครือข่ายผู้ร่วมกระทำผิดเพื่อออกหมายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5330</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา, ชุมพร, ด่านตำรวจ, ภาคใต้, แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180319/image_big_5aaf6919a8b2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
