<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กำชับทุกจังหวัดคุมเข้ม หลายพื้นที่ผุด‘ตู้ปันสุข’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;มท.ผวาโควิดระบาดซ้ำ! สั่งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดเข้มกักตัวผู้ที่เดินทางจากภูเก็ต พบออกจากด่านท่าฉัตรไชยแล้ว 1.6 หมื่นคน ขณะที่ภูเก็ตอั้นไม่อยู่ติดเชื้อเพิ่ม 4 ราย หลังไม่พบรายใหม่มา 1 สัปดาห์ ทั่วไทยตั้งตู้ปันสุขส่งต่อน้ำใจเยียวยาคนเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ลงวันที่ 9 พ.ค.2563 ระบุว่า ตามโทรสารในราชการกระทรวงมหาดไทยด่วนที่สุด ที่ มท 0230/ว 2565 ลงวันที่ 2 พ.ค.2563 แจ้งว่า จังหวัดภูเก็ตอนุญาตให้ประชาชนซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากสภาวะการตกงานในจังหวัดภูเก็ตเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยให้จังหวัดที่เป็นเส้นทางผ่านพิจารณาอำนวยความสะดวกตามความเหมาะสม สำหรับจังหวัดปลายทางซึ่งเป็นจังหวัดภูมิลำเนาให้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรค หากมีกรณีสงสัยให้พิจารณานำเข้าสู่กระบวนการกักกันตัวนั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในวันที่ 9 พ.ค.63 พบผู้ติดเชื้อซึ่งเป็นผู้เดินทางจากจังหวัดภูเก็ตที่เดินทางกลับจังหวัดภูมิลำเนา ฉะนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) พิจารณาแล้ว ให้ทุกจังหวัดยังคงดำรงความสำคัญในการปฏิบัติในเรื่องของการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค โดยการกักกันตัวเพื่อสังเกตอาการ ณ จังหวัดภูมิลำเนา หรือจังหวัดปลายทางในการเดินทางตามแนวปฏิบัติของกระทรวงสาธารณสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับนายแพทย์ธนิศ เสริมแก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต และนายแพทย์เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 ว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 4 ราย รวมผู้ติดเชื้อสะสม 224 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 รายใหม่ 4 ราย ทั้งหมดมีประวัติสัมผัสกับพื้นที่เสี่ยง มีรายละเอียดดังนี้ รายที่ 221 &amp;nbsp; หญิงไทย อายุ 23 ปี อาชีพผู้ช่วยเลขานุการ อาศัยอยู่ในพื้นที่ซอยป่าสัก 4 ม.4 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง, รายที่ 222 หญิงไทย อายุ 29 ปี &amp;nbsp; อาชีพผู้ช่วยผู้จัดการร้านสะดวกซื้อ อาศัยอยู่ในพื้นที่ซอยนาเสือ ม.4 ถ.เจ้าฟ้าตะวันตก ต.วิชิต อ.เมืองฯ, รายที่ 223 ชายไทย อายุ 19 ปี อาชีพนักศึกษา อาศัยอยู่ในพื้นที่ ม.3 ต.วิชิต อ.เมืองฯ และรายที่ 224 ชายไทย อายุ 29 ปี อาชีพรับราชการ อาศัยอยู่ในพื้นที่ บ้านพัก ต.ป่าตอง อ.กะทู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อมูลว่ามีผู้เดินทางออกจากจังหวัดภูเก็ตไปที่จังหวัดปราจีนบุรี ตรวจพบว่าติดเชื้อนั้น เป็นหญิงไทย อายุ 28 ปี เป็นพนักงานของห้างแห่งหนึ่งในป่าตอง พักอยู่ที่ป่าตอง เดินทางออกจากภูเก็ตทางด่านท่าฉัตรไชยด้วยรถตู้ ทางเจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองทุกคนในรถตู้คันดังกล่าว เป็นผู้ที่ไม่มีอาการป่วย แต่ตรวจพบว่ามีเชื้อโควิด-19 ที่จังหวัดปราจีนบุรี สสจ.ภูเก็ต ได้ประสานไปยังสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค และประสานไปที่ สสจ.จังหวัดปราจีนบุรีอย่างใกล้ชิด ในการดำเนินการตามมาตรฐานการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัดทุกราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับข้อมูลผู้เดินทางออกจากด่านท่าฉัตรไชย ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค.ถึงปัจจุบัน จำนวน 16,436 คน ซึ่งผู้เดินทางกลับภูมิลำเนายังคงเดินทางต่อเนื่องทุกวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้เปิดเส้นทางเข้า-ออก หมู่ที่ 2 หมู่บ้านชุมชนประชาสามัคคี ต.เกาะแก้ว อ.เมืองฯ หลังจากที่มีการสั่งปิดเพื่อเฝ้าระวังควบคุมโรคและจะครบกำหนด 14 วันของการควบคุมโรค ในวันที่ 11 พ.ค. ซึ่งไม่พบการระบาดเพิ่มนั้น แต่ยังคงต้องมีมาตรการป้องกันควบคุมโรคเข้มข้นและเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งเห็นชอบให้องค์การบริหารส่วนตำบลไม้ขาวดำเนินการต่อไปในกิจกรรมอุโมงค์ฆ่าเชื้อเพื่อให้คนลอดและอุโมงค์ฆ่าเชื้อเพื่อให้รถลอดเข้ามาที่ด่านท่าฉัตรไชย เพื่อเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ภูเก็ตไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มติดต่อกัน 7 วัน จนถึงเมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณด้านหน้ามูลนิธิกวนอิมเมตตาธรรม สว่างเบตงธรรมสถาน นายใช้ วงศ์นิตยลัภย์ ผู้อำนวยการกองช่าง รักษาราชการแทนปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเมืองเบตง พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และกลุ่มผู้มีจิตศรัทธา ทั้งชาวไทยในอำเภอเบตง ได้ร่วมกันมอบข้าวกล่องปรุงสุก น้ำดื่ม และอาหารแห้ง หลายรายการ รวมทั้งเงินสด ให้กับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ตามโครงการศูนย์รวมใจชาวเบตง สู้ภัยโควิด-19 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของโครงการที่ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยวันนี้มีประชาชนเดินทางมารอตรวจคัดกรองโรค รับบัตรคิว เพื่อรอรับอาหารจำนวนกว่า 800 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณศาลารอรถหน้าศูนย์อีซูซุเก่า แยกต้นมะม่วง ต.ต้นมะม่วง อ.เมืองฯ จ.เพชรบุรี นายธีรวัฒน์ รัตนสิงห์, นายวสันต์ อาทร (หมูแผ่นดินไทย), นายธีพงศ์ ครึกครื้น ชาวจังหวัดเพชรบุรี และกลุ่มเพื่อนๆ ได้นำตู้แช่เก่าที่ไม่ได้ใช้งานปรับเปลี่ยนติดสติกเกอร์ ทำเป็น &amp;ldquo;ตู้ปันสุข สู้ภัยโควิด-19&amp;rdquo; มาตั้งไว้ โดยภายในมีสิ่งของเครื่องใช้ อาทิ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน น้ำดื่ม ข้าวสาร แป้งกระป๋อง ปลากระป๋อง มาม่า และขนมสำหรับเด็กๆ ที่มีผู้ใจบุญร่วมบริจาคจำนวนมากมาใส่ไว้เต็มตู้ เพื่อให้ผู้ที่เดือดร้อนมาเปิดหยิบของในตู้ไปใช้กินและใช้ในครอบครัวได้เลย โดยขอให้หยิบไปแต่พอดี เผื่อแผ่คนข้างหลังด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วยนางสายชล บุญอรณะ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเพชรบุรี และสมาชิก ร่วมโครงการสร้างต้นแบบของครอบครัวมหาดไทย จัดทำที่ว่างสร้างอาหาร สู้สถานการณ์โควิด 19 ณ บ้านพัก โดยนางสายชลเปิดเผยว่า แม่บ้านมหาดไทยเพชรบุรี ผนึกพลัง รวมพลสมาชิกแม่บ้านมหาดไทย ใช้เวลาว่างจากภารกิจ หันมาปลูกผักสวนครัว ในสภาวะที่ต้องต่อสู้กับสถานการณ์โควิด-19 นอกจากช่วยลดรายจ่ายแล้ว ยังเพิ่มรายได้เพิ่มเงินในกระเป๋าอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณริมถนนมิตรภาพ สายขอนแก่น-นครราชสีมา ด้านหน้าศูนย์บริการโตโยต้าชัวร์ สาขาขอนแก่น ในพื้นที่ ต.ศิลา อ.เมืองฯ จ.ขอนแก่น พบว่ามีการตั้งตู้กับข้าวพร้อมกับมีป้ายติดไว้ระบุว่า &amp;ldquo;ตู้ปันสุข เชิญหยิบฟรี หยิบไปแต่พอดี ถ้าท่านมีใส่ของตู้แบ่งปัน&amp;rdquo; โดยมีประชาชนนำสิ่งของมาใส่ตู้กับข้าวแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง โดยสิ่งของที่นำมา ส่วนใหญ่เป็นน้ำดื่ม, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, ไข่ไก่, ปลากระป๋อง, ยารักษาโรค และขนมต่างๆ &amp;nbsp;ซึ่งพบว่ามีประชาชนนำสิ่งของมาให้ใส่ตู้ปันสุขมากกว่าผู้มารับ ทำให้สิ่งของตู้นี้มีของเกือบเต็มตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.พิษณุโลก หลังจากมีกลุ่มประชาชนคนพิษณุโลกรวมตัวกันทางโซเชียลผุดโครงการ ตู้ส่งต่อ พิษณุโลก ตู้ปันน้ำใจ ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เริ่มนำร่องตั้งตู้บริการหลายแห่งในเขตอำเภอเมืองพิษณุโลก โดยจะใช้ตู้กับข้าวตั้งไว้หน้าร้านค้า หน้าสำนักงาน นำเครื่องอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นการต่อการดำรงชีพ พร้อมกับเขียนป้ายให้ผู้รับ &amp;ldquo;หยิบไปแต่พอดี เหลือมาแบ่งปัน&amp;rdquo; นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้สำรวจสถานที่ตั้งตู้ส่งต่อพิษณุโลก ตู้ปันน้ำใจหลายจุดในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก พบว่ามีชาวพิษณุโลกจำนวนหลายรายได้นำเครื่องอุปโภคบริโภค อาทิ ปลากระป๋อง บะหมี่สำเร็จรูป ข้าวสาร มาเติมใส่ตู้ส่งต่อและตู้ปันน้ำใจหลายจุด ตามที่ได้รับทราบข่าวสารจากโซเชียลมีเดียอย่างไม่ขาดสาย เช่นเดียวกันที่หน้าร้านพฤกษาชาติ 1 ใกล้โรงแรมท็อปแลนด์ ก็มีประชาชนนำสิ่งของมาเติมใส่ตู้เช่นกัน ณ จุดนี้ได้จัดเตรียมกระดาษไว้ให้สำหรับผู้มารับของได้เขียนขอบคุณผู้ให้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ร้าน Firstwater ตั้งอยู่บริเวณหลังวัดเสม็ด หมู่ 2 ต.เสม็ด อ.เมืองฯ จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายน้ำดื่มและน้ำแข็งหลอด โดยมี น.ส.ณัฏฐ์ชาลา มากศรทรง อายุ 38 ปี เป็นเจ้าของ ได้มีการนำตู้กับข้าวมาตั้งบริเวณหน้าร้าน พร้อมทั้งมีการนำบะหมี่สำเร็จรูป ไข่ไก่ ปลากระป๋อง และน้ำดื่มมาบรรจุไว้ โดยมีชาวบ้านบริเวณข้างเคียงได้เดินมาหยิบเอาไปรับประทาน โดยไม่ต้องจ่ายเงิน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยโควิด-19.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65581</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กักตัวผู้ที่เดินทางจากภูเก็ต, ด่านท่าฉัตรไชย, ตู้ปันสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200510/image_big_5eb8007757443.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2020 08:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2020 08:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯภูเก็ตคุมตั้งด่านห้ามคนเข้า-ออก ประเดิมล็อกดาวน์วันแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค. 63 &amp;ndash; เมื่อเวลา 00.01น. นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ด่านท่าฉัตรไชย ซึ่งเป็นด่านเข้า-ออกจังหวัดภูเก็ต เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ กำนันผู้ใหญ่บ้านที่สนธิกำลังนับร้อยนาย เตรียมความพร้อมปิดด่านท่าฉัตรไชยห้ามเข้า-ออกจังหวัดภูเก็ตตั้งแต่เวลา 00.01 ของวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังจากผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตออกประกาศจังหวัดภูเก็ตฉบับที่ 11/2563 ปิดช่องทางเข้า-ออกในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตระหว่างวันที่ 30 มีนาคม -30 เมษายน รวมระยะเวลา 1 เดือนเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดหนักในจังหวัดภูเก็ตขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลังจากที่จังหวัดภูเก็ตออกประกาศฉบับดังกล่าวมาเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 29 มีนาคม ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ตจำนวนมากทยอยออกจากพื้นที่ ขณะที่ประชาชนชาวภูเก็ตที่อยู่ต่างจังหวัดก็เร่งเดินทางเข้ามาก่อนที่จะมีการปิดด่าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจวัดไข้ของผู้เข้า-ออกทุกราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำอุปกรณ์มาทำการปิดกั้นด่านห้ามรถเข้า-ออกทันที โดยระหว่างนั้นพบว่ายังมีประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ตหลายสิบรายที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดกลับมาบ้านในจังหวัดภูเก็ตไม่สามารถเข้าได้และมีการรวมตัวกันเรียกร้องต่อเจ้าหน้าที่ว่าได้รับความเดือดร้อนกลับเข้าพื้นที่ไม่ทันเวลาเนื่องจากทางจังหวัดออกประกาศแบบฉุกเฉินเดินทางเข้ามาไม่ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp; ต้องเข้าเจรจา อธิบายเหตุผลที่ทางจังหวัดต้องออกประกาศแบบฉุกเฉิน เนื่องจากขณะนี้จังหวัดภูเก็ตมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้นทุกวัน ทางเจ้าหน้าที่จึงมีความจำเป็นต้องออกประกาศฉบับดังกล่าวเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดและรักษาความปลอดภัยของชาวภูเก็ตให้ได้มากที่สุด แต่ก็อนุโลมให้ชาวบ้านกลุ่มดังกล่าวเข้าพื้นที่ได้เนื่องจากเดินทางมาในช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวแต่ทุกคนต้องผ่านการคัดกรอง สอบสวนและวัดไข้จากเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลังจากนี้จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 ทางจังหวัดจะไม่อนุญาตให้มีการเข้าออกภายในจังหวัดโดยเด็ดขาดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61407</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด่านท่าฉัตรไชย, ภูเก็ต, ล็อกดาวน์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e8148cb23cd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
