<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมส่งเสริมสหกรณ์หนุนสร้าง “ระบบน้ำ” ในไร่นาสู่ความมั่นคงด้านน้ำสมาชิกสหกรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปฏิเสธไม่ได้ว่าน้ำคือชีวิตของเกษตรกร หลังกรมส่งเสริมสหกรณ์ เดินหน้าโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นาแก่สมาชิกสถาบันเกษตร ตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม,) เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2559 ที่อนุมัติจัดสรรเงินกู้ยืมปลอดดอกเบี้ยจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จำนวน 300 ล้านบาทให้แก่กรมส่งเสริมสหกรณ์เพื่อนำไปดำเนินโครงการดังกล่าว โดยเบิกจ่ายจากเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อนำไปสนับสนุนเงินกู้แก่สมาชิกสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศในการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ทำการเกษตรของตนเอง ให้สามารถบริหารจัดการน้ำ ได้เพียงพอตลอดฤดูกาลผลิตและตลอดทั้งปี โดยมีกำหนดระยะเวลาดำเนินงาน 5 ปี ตั้งแต่ ปี 2559&amp;ndash;2564 โดยปลอดการชำระหนี้ 2 ปีแรก หลังจากนั้นแบ่งจ่ายเป็นงวด ๆ ภายใน 5 ปีตามระยะเวลาของโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันโครงการดังกล่าวมีความคืบหน้าอย่างมาก มีสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เข้าร่วมโครงการฯจำนวน 6,010 ราย แบ่งเป็นขุดสระเก็บกักน้ำ 2,016 ราย ขุดเจาะบ่อบาดาล 2,715 ราย และจัดหาเฉพาะอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น เครื่องสูบน้ำ ท่อส่งน้ำในระบบน้ำหยดหรือพ่นละอองน้ำอีกจำนวน 1,279 ราย&amp;nbsp; จากความสำเร็จดังกล่าว กรมส่งเสริมสหกรณ์ จึงได้จัดทำโครงการระยะที่ 2 ขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 ที่อนุมัติเงินกู้ยืมปลอดดอกเบี้ยจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรเพิ่มให้อีก 500 ล้านบาท มีระยะเวลาดำเนินงาน 6 ปี ตั้งแต่ปี 2563&amp;ndash;2568&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;โครงการนี้ดอกเบี้ยไม่มี เป็นโครงการปลอดดอกเบี้ยให้กับเกษตรกรเพื่อขอเงินทุนไปพัฒนาแหล่งน้ำในไร่นาของเขาเอง จะขุดสระน้ำหรือเจาะบ่อบาดาลแล้วแต่ความต้องการของเกษตรกร บางรายอาจจะมีโรงเรือนทำเกษตรอินทรีย์ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีแหล่งน้ำที่ปลอดภัย ไม่ปนเปื้อนสารเคมีหรือสารพิษ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นที่สนใจของเกษตรอย่างมาก เพราะว่าเมื่อเขามีน้ำแล้วก็จะสามารถทำการเกษตรต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย เป็นการจูงให้เกษตรกรกลุ่มหัวไวใจสู้ปรับเปลี่ยนวิธีการทำเกษตรแบบเดิมๆ ปลูกพืชเชิงเดี่ยวมีรายได้ปีละครั้งให้หันมาทำเกษตรผสมผสานปลูกพืชที่หลากหลายมากขึ้น เนื่องจากมีแหล่งน้ำไว้ใช้ประโยชน์ได้ตลอดทั้งปี จากข้อมูลการดำเนินโครงการในระยะที่ 2 นั้น ปรากฏว่ามีสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรเข้าร่วมโครงการมากถึง 10,250 ราย แบ่งเป็นขุดสระเก็บกักน้ำ 3,234 ราย ขุดเจาะบ่อบาดาล 6,871 ราย และจัดหาเฉพาะอุปกรณ์อีก 145 ราย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการติดตามผลการดำเนินงานและลดปัญหาความซ้ำซ้อนในการสนับสนุนสมาชิกและกลุ่มเกษตรกรในอนาคต กรมส่งเสริมสหกรณ์ จึงได้จัดทำพิกัดแผนที่บริเวณแหล่งน้ำของสมาชิก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนมิถุนายน 2564 อย่างไรก็ตามการดำเนินการโครงการดังกล่าวมีการบูรณาการหน่วยที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน รวมถึงกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ที่มาคอยเป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำปรึกษาและวางแผนในด้านต่างๆ อย่างใกล้ชิดอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ลุงสมศักดิ์ บุญมา เกษตรกรหัวก้าวหน้า ใน ต.สาลิกา อ.เมือง จ.นครนายกและสมาชิกสหกรณ์การเกษตรเมืองนครนายก จำกัด เล่าว่า กู้เงินโครงการมา 30,000 เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตอนนี้ได้ใช้คืนเขาไปหมดแล้ว ก็รู้สึกว่าดีขึ้น ทำให้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี จากเมื่อก่อนได้แต่พึ่งพาฟ้าฝนอย่างเดียว ถ้าฝนไม่ตกก็ทำอะไรไม่ได้เลย ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น แต่ตอนนี้ปลูกได้ทุกอย่าง ปัจจุบันมีพื้นที่ทำนา(เช่า)ประมาณ&amp;nbsp; 3 ไร่ พร้อมกับปลูกไม้ผลต่างๆ เช่น มะม่วง มะยงชิด กล้วย ส้มโอ ตลอดจนพืชผักต่างๆ ภายในบริเวณบ้าน ทำให้มีรายได้ทั้งรายวัน รายเดือนและรายปี จากการจำหน่ายผลผลิตพืชผักและผลไม้ที่ปลูกไว้ ซึ่งเป็นผลอานิสงค์จากโครงการฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนุชา บุญมา เกษตรกรรุ่นใหม่ วัย 29 ปี พูดถึงโครงการดังกล่าวว่า หลังเข้าร่วมโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นาแก่สมาชิกสถาบันเกษตร เมื่อปี 2563 โดยกู้เงินจากโครงการฯจำนวน 50,000 บาทมาปรับปรุงพัฒนาบ่อน้ำเดิมให้สามารถเก็บกักน้ำได้เพิ่มมากขึ้น เพิ่งสร้างเสร็จได้ไม่นาน คิดว่าหลังจากนี้คงจะไม่มีปัญหาเรื่องน้ำอีกต่อไป แต่ต้องยอมรับว่ากว่าจะได้เงินกู้ก้อนนี้มาต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่ โดยขั้นตอนแรกหลังจากทำเรื่อง ยื่นขอกู้ก็จะมีเจ้าหน้าที่ลงมาสำรวจพื้นที่ ตรวจสอบรายละเอียดในทุกขั้นตอน พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำการวางแผนการผลิต ชนิดพืชที่ปลูก รวมถึงช่วยวางแผนด้านการตลาดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นาแก่สมาชิกสถาบันเกษตร จึงนับเป็นอีกความหวังของเกษตรกรสมาชิกในการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะน้ำภาคการเกษตรในพื้นที่ที่ระบบชลประทานยังเข้าไปไม่ถึง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97360</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมสหกรณ์, ด้านนุชา บุญมา, นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์, ลุงสมศักดิ์ บุญมา, เกษตรกร, โครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นาแก่สมาชิกสถาบันเกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605d8d94ddb9f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
