<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43658</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คำสั่งศาลฎีกา ริบ‘นิพัทธ’49ล. ร่ำรวยผิดปกติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลฎีกาสั่งริบทรัพย์สิน &amp;quot;นิพัทธ&amp;quot; อดีตทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจรัฐบาลทักษิณ 49 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน จากมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวอิศรารายงานว่า ได้รับการยืนยันข้อมูลจากแหล่งข่าวในสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เกี่ยวกับความคืบหน้าคดีขอให้ศาลมีคำสั่งริบทรัพย์สินของนายนิพัทธ พุกกะณะสุต อายุ 72 ปี อดีตอธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง จำนวน 49 ล้านบาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ ริบทรัพย์สิน จำนวน 49 ล้านบาท ของนายนิพัทธให้ตกเป็นของแผ่นดินแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อเดือน ต.ค.49 คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ลงมติชี้มูลความผิดนายนิพัทธ อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง และทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจสมัย รัฐบาลอดีต พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตรวจสอบ ป.ป.ช. พบหลักฐานว่า นายนิพัทธ ผู้ถูกกล่าวหา และภริยา มีเงินฝากและดอกผลในสถาบันการเงิน 49 ล้านบาท ซึ่งไม่อาจชี้แจงได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยชอบ จึงส่งสำนวนการไต่สวนให้อัยการสูงสุด (อสส.) ยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินจำนวน 49 ล้านบาทตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากนายนิพัทธมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงเดือน ต.ค.2558 ศาลแพ่งได้พิเคราะห์พยานหลักฐานจากการไต่สวนแล้วเห็นว่า ทรัพย์สินตามคำร้องจำนวน 49 ล้านบาท ที่นายนิพัทธได้มา ขณะเป็นอธิบดีกรมธนารักษ์ โดยอ้างว่าได้มาจากการจำหน่ายวัตถุมงคลและการขายที่ดินของภรรยา แต่นายนิพัทธกลับไม่นำพยานบุคคลผู้ซื้อวัตถุมงคลและที่มาของเงินมาสืบให้ศาลเห็น รวมทั้งหลักฐานที่แสดงว่าภรรยาได้รับเงินค่าขายที่ดินมาอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อนายนิพัทธมีภาระการพิสูจน์ความจริงที่ต้องทำให้ศาลเห็นว่าทรัพย์สินจำนวน 49 ล้านบาท ไม่ได้เกิดจากการร่ำรวยผิดปกติตามที่ถูกกล่าวหา แต่พยานหลักฐานที่นายนิพัทธนำสืบมาก็ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานของอัยการผู้ร้องได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าตั๋วสัญญาใช้เงินในชื่อ นางอุบล พุกกะณะสุต ภรรยา และบุตรสาว จำนวน 49 ล้านบาท มาจากทรัพย์สินที่นายนิพัทธ ผู้ถูกกล่าวหามีมากขึ้น หรือเพิ่มขึ้นผิดปกติ ถือเป็นการร่ำรวยผิดปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลแพ่งจึงมีคำสั่งให้ทรัพย์สินจำนวน 49 ล้านบาทของนายนิพัทธตกเป็นของแผ่นดิน ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ มาตรา 80(2).
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43658</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมาย ป.ป.ช., กางคำพิพากษาศาลฎีกา, ตกเป็นของแผ่นดิน, นิพัทธ พุกกะณะสุต, ร่ำรวยผิดปกติ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190817/image_big_5d5819443f8c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
