<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตกใจ...เสียใจ...เข้าใจ...แล้วทำใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชื่อว่าตั้งแต่สายๆ ของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 หลายคนคงติดตามข่าวการอ่านคำพิพากษาจำเลย 38 คนในคดีที่ กปปส.ถูกฟ้องหลายข้อกล่าวหา รวมทั้งการเป็นกบฏและก่อการร้าย จนเวลาล่วงเลยไปเกือบเที่ยงวัน ก็ยังไม่มีคำพิพากษาออกมา แต่คนที่อยู่ที่ศาลมีการรายงานให้ Facebook เป็นระยะๆ ในตอนที่ยังไม่มีคำตัดสินใดๆ หลายคนก็ยังตั้งความหวังว่าน่าจะเป็นข่าวดีมากกว่าข่าวร้าย และในที่สุดก็มีข่าวแรกออกมาให้ดีใจกัน นั่นคือ มีการเผยแพร่กันใน Facebook ว่า ศาลยกฟ้องข้อกล่าวหาว่าเป็นกบฏและก่อการร้าย ซึ่งสำหรับข้อกล่าวหานี้ หากศาลตัดสินว่าผิด ต่ำๆ ก็คือติดคุกตลอดชีวิต และถ้าหากร้ายแรงที่สุดก็คือประหารชีวิต ดังนั้นเมื่อศาลพิพากษาตัดสินยกฟ้องข้อหานี้ หลายคนก็ดีใจและโล่งอกไปได้ อย่างไรก็ตามข่าวดีนี้มาพร้อมกับข่าวที่ทำให้ใจคอไม่ค่อยดีเลย เพราะมีการรายงานข่าวว่า สำหรับข้อกล่าวหาอื่นๆ ถ้าจะแย่ เพราะจากถ้อยคำของการพิพากษา หลายคนคาดการณ์ว่าน่าจะมีความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;เวลาผ่านไปเนิ่นนานมาก จนถึงเวลาหลังหกโมงเย็นจึงได้รู้คำพิพากษาที่ลุ้นกันมาทั้งวัน ความรู้สึกของหลายคนเมื่อได้รู้คำตัดสินก็ตกใจ เพราะเชื่อว่าหลายคนไม่คิดว่าคำตัดสินจะออกมาอย่างที่พวกเขาได้รับรู้กัน ทั้งนี้เพราะพวกเขาคงพิจารณาที่เจตนาและวัตถุประสงค์ของการออกมาชุมนุม ดังนั้นคำตัดสินจึงเป็นเรื่องที่ทำให้พวกเขาตกใจ เพราะคาดไม่ถึง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;นอกจากตกใจแล้ว หลายคนก็รู้สึกเสียใจในข่าวที่เห็นนั้น หลายคนร้องไห้ฟูมฟาย หลายคนรำพึงรำพันต่างๆ นานา เราเชื่อว่านอกจากภาพที่เราเห็นคนที่แสดงความเสียใจในข่าวแล้ว ยังคงมีคนที่ลุ้นอยู่ที่บ้าน ที่ทำงานอีกหลายคน ที่อาจจะอดที่จะน้ำตาไหลไม่ได้ เพราะพวกเขาคงรู้สึกเห็นใจจำเลยที่ถูกตัดสินให้ติดคุกกันคนละหลายๆ ปี โดยไม่มีการรอลงอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม ความตกใจและความเสียใจที่เกิดขึ้นนั้น ไม่มีเสียงก่นด่าหรือตำหนิศาลแต่อย่างใด หลายคนพยายามทำความเข้าใจว่าทำไมศาลจึงตัดสินเช่นนั้น และเมื่อศึกษาคำพิพากษาโดยละเอียดแล้วก็เข้าใจว่า ศาลพิจารณาตัดสินแต่ละข้อกล่าวหาตามหลักฐาน ตามพฤติการณ์แห่งคดี และตามเนื้อหาของกฎหมายแต่ละมาตรา และการพิจารณาก็พิจารณาแต่ละกรรม แต่ละวาระ ทำให้การทำผิดนั้นมีหลายกระทง แต่ละกระทงก็มีโทษหนักโทษเบาแตกต่างกันไป สำหรับคนที่ทำผิดหลายกระทงต่างกรรมต่างวาระกัน จึงต้องมีโทษที่รวมกันแล้วกลายเป็นติดคุกหลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;แต่ก็ไม่ใช่ว่าทั้ง 38 คนนั้นจะได้รับโทษติดคุกแบบไม่มีการรอลงอาญาทั้งหมด ยังมีคนที่มีโทษจำคุกเป็นเวลาไม่เกิน 2 ปีที่มีการรอลงอาญา และก็ยังมีบางคนที่ศาลยกฟ้องทั้งหมดทุกข้อกล่าวหา ไม่มีโทษใดๆ ดังนั้นเมื่อได้เห็นการตัดสินตามกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายที่เป็นกบิลเมืองเช่นนี้แล้ว หลายคนก็บอกกับตัวเองว่า นอกจากจะเข้าใจแล้ว ก็จะต้องทำใจด้วยว่า เมื่อมีพฤติการณ์ใดที่ผิดกฎหมายตามที่ได้กำหนดไว้ก็ต้องยอมรับโทษตามคำตัดสินของศาล ในเมื่อจำเลยทั้งหลายได้พูดอย่างชัดเจนว่าน้อมรับคำตัดสินของศาล เดินหน้ารับโทษตามคำตัดสิน คนอื่นที่เป็นกองเชียร์ก็ต้องยอมรับด้วยเช่นกัน จึงจะเรียกได้ว่าเป็นการร่วมอุดมการณ์อย่างแท้จริง โดยไม่กล่าวละเมิดหรือตำหนิศาล เหมือนอย่างบางกลุ่มบางพวกทำกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนเย็นของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ จึงอาจจะประมวลได้ว่า เริ่มด้วยความตกใจ นำไปสู่ความเสียใจ และต้องพยายามทำความเข้าใจ และเมื่อเข้าใจแล้ว ไม่ว่าจะเสียใจแค่ไหนก็ต้องทำใจ โดยไม่ยอมที่จะเสียอุดมการณ์ นั่นคือการยอมรับคำตัดสินของศาล โดยไม่มีข้อแม้ ไม่ตำหนิศาล ไม่เรียกร้องศาลให้ทำตามที่ต้องการ เช่น ออกมาชุมนุมเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวหรือเรียกร้องให้มีการประกันตัว ทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นการพิจารณาของศาลโดยอิสระ ปราศจากการกดดันใดๆ เพื่อรักษาเกียรติภูมิของจำเลยทุกคนที่พูดอยู่ตลอดเวลาว่าจะไม่หนีไปไหน พร้อมที่จะยอมรับการตัดสินของศาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;สำหรับหลายคนที่กล่าวหาว่ากระบวนการยุติธรรมของไทย ไม่มีอิสระและไม่ยุติธรรม (not free and not fair) นั้นควรจะเลิกพูดได้แล้ว ที่ผ่านมานั้นมีคดีของพันธมิตร คดีของ นปช. และครั้งนี้คดีของ กปปส. ก็มีทั้งที่ยกฟ้อง มีทั้งติดคุกแต่รอลงอาญา และมีทั้งติดคุกโดยไม่มีการรอลงอาญา การตัดสินแต่ละครั้งนั้น เราควรเชื่อมั่นว่าผู้พิพากษาทุกคนทำงานอย่างมีอิสระและมีความเที่ยงธรรม การกล่าวหาในลักษณะที่ละเมิดศาล หรือดูหมิ่นศาลนั้น ควรจะยุติได้แล้ว และควรจะยุติการสร้างวาทกรรมเรื่องรัฐบาลใช้ &amp;ldquo;นิติสงคราม&amp;rdquo; เพื่อปิดปากคนที่คิดต่างๆ เพราะการตัดสินคดีทั้งหลายเป็นเรื่องของฝ่ายตุลาการที่เป็นอิสระจากรัฐบาลที่เป็นฝ่ายบริหาร รัฐบาลจะไปก้าวก่ายไม่ได้ และนายกรัฐมนตรีก็พูดชัดเจนแล้วว่าท่านไม่คิดที่จะยุ่งเกี่ยวหรือแทรกแซงการทำงานของฝ่ายตุลาการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;เป็นที่น่าสังเกตว่า ก่อนที่จะถึงวันอ่านคำพิพากษา มีฝ่ายค้านบางคนออกมาตีปลาหน้าไซว่าหวังว่าจะไปฟังคำพิพากษากันครบทุกคนนะ คงไม่มีใครอ้างว่าป่วย เพื่อให้มีการเลื่อนการอ่านคำพิพากษานะ โถ ช่างคิดนะ คงเอาความคิดของตนเองมาเป็นความคิดของจำเลยชาว กปปส. ที่ไม่มีใครขอเลื่อนแต่อย่างใด ทุกคนไปกันครบ ไม่มีใครอ้างการเจ็บป่วยเหมือนบางกลุ่มบางพวก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;พอตอนเช้า จำเลยทั้ง 38 คนไปศาลกันครบอย่างองอาจ ก็มีคนแซะอีกว่า คงรู้คำตัดสินแล้วสินะว่าจะไม่โดนตัดสินที่ไม่เป็นคุณแก่จำเลย ซึ่งคำพูดดังกล่าวนี้เป็นการใส่ความทั้งผู้พิพากษาและจำเลย พูดเหมือนกับว่าผู้พิพากษาปูดคำตัดสินให้จำเลยรู้ล่วงหน้าก่อนที่จะได้ฟังคำตัดสิน และก็เป็นการกล่าวหาด้วยว่าจำเลยบางคนใช้เส้นสายในการหาทางที่จะรู้คำตัดสินก่อนที่จะถึงเวลาอ่านคำพิพากษา เคยดูหนังจีน เวลาที่ใครพูดจากให้ร้ายคนอื่นแบบนี้ เขาจะพูดว่า &amp;ldquo;อย่าใช้จิตใจคนถ่อยมาตัดสินวิญญูชน&amp;rdquo; พูดแบบนี้ เข้าใจนะ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94449</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิดเหนือกระแส, ดร.เสรี วงษ์มณฑา, ตกใจ...เสียใจ...เข้าใจ...แล้วทำใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e089fe009ecd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
