<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิบดีส่งรายชื่อทั่นสส.ตบทรัพย์ถึงมือท็อป-ชวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส.ตบทรัพย์หนาว! อธิบดีกรมน้ำบาดาลส่งข้อมูลให้ &amp;ldquo;วราวุธ-ชวน&amp;rdquo; แล้ว &amp;ldquo;สิระ&amp;rdquo; เตรียมเรียกแจง ขู่หากเรื่องจริงได้เงินแสน กุข่าวโดนแน่ &amp;ldquo;ธนาธร&amp;rdquo; ขย่มกองทัพได้ผล กมธ.งบประมาณฯ สั่ง ผบ.เหล่าทัพต้องอยู่ชี้แจงจนเสร็จสิ้นเหมือนหน่วยงานอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 14 ส.ค. มีรายงานข่าวจากรัฐสภาแจ้งถึงกรณีนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้เปิดประเด็นคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) แผนงานบูรณาการ 2 ในคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 เรียกเงิน 5 ล้านบาทเพื่อแลกกับการผ่านงบประมาณ โดยล่าสุด นายศักดิ์ดาได้รายงานข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งมอบเบอร์โทรศัพท์ของ ส.ส.ชายที่โทรศัพท์เข้ามาหลายครั้งเพื่อเรียกตบทรัพย์แก่นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวง ทส. เพื่อส่งมอบให้นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. รวมทั้งรายงานข้อเท็จจริงและเบอร์โทรศัพท์ของ ส.ส.ดังกล่าวถึงมือนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เรียบร้อยแล้ว โดยนายชวนได้ส่งให้ฝ่ายกฎหมายของสภาพิจารณาต่อไป
นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธาน กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กมธ.จะเชิญนายศักดิ์ดามาชี้แจงต่อ กมธ.ในวันพุธที่ 19 ส.ค.นี้ เวลา 09.30 น. ซึ่งนายศักดิ์ดาต้องเปิดเผยความจริงว่าใครตบทรัพย์ หรืออีกทางคือต้องรับผิดชอบคำพูด เพราะทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติเสียหาย แต่หากในวันที่เชิญนายศักดิ์ดามีการเปิดคลิปว่ามีการเรียกรับเงิน จะวางเงินของเพื่อนๆ 1 แสนบาทให้นายศักดิ์ดา นอกจากนี้ กมธ.เตรียมเชิญประธานและ กมธ.ทุกท่านในอนุ กมธ.แผนงานบูรณาการ 2 มาให้ข้อมูลด้วย แม้ยังไม่มีการระบุว่าเป็นบุคคลใด
&amp;nbsp;&amp;quot;ผมอยากให้ท่านอธิบดีเลือกทางเลือกที่ปกป้องภาษีประชาชน ไล่คนที่ประพฤติชั่วออกจากฝ่ายนิติบัญญัติ อย่าเอาสภามาเป็นที่ตบทรัพย์ และท่านจะได้เงินอีกหนึ่งแสนบาท แต่หากท่านไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง ท่านต้องรับผิดชอบ&amp;quot; นายสิระกล่าว
วันเดียวกัน ในการประชุมของ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2564 ในส่วนของกระทรวงกลาโหมนั้น ก่อนการประชุม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะที่ปรึกษาคณะ กมธ. ได้หารือกับประธานถึงกรณีการปฏิบัติของผู้นำเหล่าทัพในชั้น กมธ.ในการพิจารณางบประมาณประจำปี 2563 ที่ผู้นำเหล่าทัพได้เข้ามาชี้แจงเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้นแล้วกลับไป ขณะที่หน่วยงานอื่น กระทรวงอื่น ผู้บริหารสูงสุดจะนั่งชี้แจงจน กมธ.หมดคำถามหมดข้อสงสัย ถามว่าในปีนี้เราจะอนุญาตให้ผู้นำเหล่าทัพทำแบบเดิมอีกหรือไม่ กองทัพมีสถานะที่สูงส่งกว่าข้าราชการอื่นใช่หรือไม่ เป็นวีไอพีเหนือข้าราชการอื่นใช่ไหม
หลังจากนั้นประธานในที่ประชุมวินิจฉัยให้เป็นไปตามข้อเรียกร้อง โดยยืนยันว่าผู้นำเหล่าทัพต้องอยู่จนการชี้แจงจบสิ้น หากจะกลับก่อนต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุม
ต่อมาในการประชุม กมธ.ได้พิจารณางบประมาณในส่วนของกระทรวงกลาโหม 6 หน่วยงาน วงเงิน 2.2 แสนล้านบาท โดย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้เดินทางมาชี้แจงด้วย&amp;nbsp; ซึ่งนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะ กมธ. ได้สอบถามถึงการจัดซื้อจัดจ้างกระสุนปืน 7-8 รายการที่ไม่พบในเอกสารงบประมาณ ทั้งกระสุนปืนอัตโนมัติ กระสุนปืนใหญ่ ลูกกระสุนเอ็ม 75 และลูกกระสุนปืนกลนั้น ประธานในที่ประชุมได้ให้ พล.อ.อภิรัชต์ชี้แจง แต่ พล.อ.อภิรัชต์ ระบุว่าติดภารกิจตามเอกสารภารกิจการประชุมที่ได้แจ้งต่อประธาน กมธ.ไปแล้ว และเนื่องจากมีภารกิจจำนวนมากและจำเป็น แต่ยืนยันว่ายินดีที่จะตอบคำถามของ กมธ. จึงขอความกรุณา กมธ.ให้เลื่อนการพิจารณาในส่วนของกองทัพบกออกไปก่อน&amp;nbsp; เพราะตามเอกสารนั้นมีหลายประเด็นที่ต้องพิจารณา ซึ่งก็หวังจะได้รับข้อเสนอแนะดีๆ จาก กมธ.
&amp;ldquo;ผมจะอยู่ชี้แจงตลอดแน่นอน แต่ตามเอกสารภารกิจที่ได้ให้ประธานกรรมาธิการฯ ไปนั้น วันนี้จึงไม่สามารถอยู่ได้ ขอให้กรรมาธิการฯ นัดพิจารณาในส่วนของกองทัพบกอีกครั้งในภายหลัง&amp;rdquo;
ทำให้ที่ประชุมมีมติให้เลื่อนไปชี้แจงในภายหลังได้ โดยจะกำหนดวันให้มาชี้แจงใหม่อีกครั้ง จากนั้น พล.อ.อภิรัชต์ก็ได้ออกจากห้องประชุมโดยใช้ลิฟต์เฉพาะ เพื่อเลี่ยงสื่อมวลชนที่ดักรอสัมภาษณ์อยู่ลงไปยังลานจอดรถชั้นบี 1.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74487</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.งบประมาณ, ตบทรัพย์กลางสภา, ผบ.เหล่าทัพ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อธิบดีกรมน้ำบาดาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f36a37a80701.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74151</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.งบฯขีดเส้น3วัน ขึงขังฟันสส.ตบทรัพย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ชวน&amp;quot; โยน กมธ.กิจการสภาฯ สอบ ส.ส.ตบทรัพย์&amp;nbsp; เชื่ออธิบดีพูดแล้วคงยืนยันได้ จี้เปิดชื่อให้ชัดเจน แจงไม่สามารถจ่ายหนี้ตั๋วเครื่องบินนกแอร์ 113 ส.ส.ค้างชำระได้ เหตุไม่มีหลักฐานเดินทาง ส.ส.ก้าวไกลตั้งข้อสังเกต 2 โครงการที่อนุ กมธ.เรียกร้อง กมธ.ชุดใหญ่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กมธ.งบฯ ชุดใหญ่ ขีดเส้น 3 วันอนุ กมธ.แผนบูรณาการรายงานข้อเท็จจริงปมตบทรัพย์ 5 ล้าน ขึงขังออกกฎ 5 ข้อปฏิบัติบังคับอนุ กมธ.ทุกคณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 11 สิงหาคม นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีข้อร้องเรียนอนุกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 บางคนเรียกรับเงิน ทำให้ต้องตั้งงบประมาณเกินจริงเพื่อหักหัวคิวว่า ในส่วนของสภาจะมอบให้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการสภาผู้แทนราษฎรรับเรื่องไปพิจารณา เพราะเป็นหน้าที่โดยตรง แต่จะมีความน่าเชื่อถือหรือไม่นั้น ตนเห็นว่าก็มีหน่วยงานภายนอกคือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะไปพิจารณาตรวจสอบ หากพบว่ามีการกระทำดังกล่าวจริง ก็ต้องดำเนินการเอาผิด ทั้งนี้ ได้สั่งการให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการสอบสวนเรื่องนี้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สมมติว่ามีการยืนยันข้อมูลชัดเจน ถ้าอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลพูดแล้วก็คงจะยืนยันได้ ทีนี้ปัญหาคือเขาไม่ได้ระบุว่าคือใคร จึงต้องสอบให้ชัดเจนว่าคือใคร ดังนั้น กมธ.กิจการสภาฯ ก็ต้องดูว่าเขาสามารถหาข้อมูลได้เพียงใด และรายงานให้สภาทราบ&amp;rdquo; นายชวนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ากรณีนี้ถูกวิจารณ์ว่าทำกันเป็นกิจการโรงงานสภา นายชวนกล่าวว่า ไม่รู้รายละเอียดลึกขนาดนั้น แต่ส่วนตัวคิดว่าหากข้าราชการผู้ใหญ่กล้าออกมาพูด ก็ควรจะขยายผลออกไปว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร เพื่อจะสามารถสกัดพฤติกรรมของคนเหล่านี้ได้ และตนมองว่าเป็นเรื่องของตัวบุคคล ไม่ใช่ตัวระบบหรือสมาชิกทั้งหมด จึงต้องให้โอกาสคนส่วนใหญ่ด้วย อย่าเหมารวมว่า ส.ส.ทั้งหมดเป็นเช่นนั้น และคิดว่าหากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลยอมเปิดเผยว่าเป็นใคร และ ป.ป.ช.ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจังก็จะเป็นประโยชน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประธานสภาฯ กล่าวถึงกรณีที่มี ส.ส. 113 คนค้างค่าตั๋วเครื่องบินนกแอร์ว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่สภาชุดก่อน ซึ่งย้ำมาตลอดให้สมาชิกระมัดระวัง หากมีการจองตั๋วเครื่องบินแล้วไม่ได้เดินทางให้ดำเนินการยกเลิก ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นหนี้ที่สภาไม่สามารถรับผิดชอบได้ และเมื่อปีที่แล้วก็มีสายการบินทำเรื่องมาให้สภารับผิดชอบ และจากการพูดคุย สภาไม่สามารถรับผิดชอบได้เพราะไม่มีการเดินทาง แต่หากมีหลักฐานการเดินทาง สภาก็พร้อมที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่าย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า ส่วนการทวงหนี้นั้น ทางสายการบินได้แจ้งมายังสำนักงานเลขาธิการสภาฯ แล้ว และสภาได้ยืนยันกับทางสายการบินแล้วว่า หากไม่มีการเดินทางสภาก็ไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายได้ จึงจำเป็นจะต้องแจ้งไปยังตัวบุคคล อย่างไรก็ตาม หนี้ที่เกิดขึ้นเป็นหนี้เก่าในอดีต ไม่ได้เกิดขึ้นในสภาชุดปัจจุบัน เชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่เกิดในสภาชุดปัจจุบัน เพราะเชื่อว่าสมาชิกจะมีความระมัดระวัง แต่ก็ยังมีสมาชิกบางคนที่อยู่ในสภาทั้งชุดปัจจุบันและในอดีต ที่เกิดเรื่องเพราะได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็น ส.ส.ใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะ กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ.2564 ได้ตั้งข้อสังเกตถึงกรณีที่มีอนุ กมธ.แผนบูรณาการฯ ที่เป็น ส.ส.มีพฤติกรรมในการเรียกรับผลประโยชน์จากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จากการตรวจสอบและการที่ตนอยู่ใน กมธ.พิจารณางบประมาณฯ ชุดใหญ่ พบว่างบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลภายใต้แผนบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่งตนเข้าใจว่าเป็น 2 โครงการนี้ที่ถูก ส.ส.ที่เป็นอนุ กมธ.เรียกรับผลประโยชน์ คือ 1.โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรใน 31 จังหวัด โดยจะมีเกษตรกรได้รับประโยชน์จำนวน 3,498 ครัวเรือน บนพื้นที่การเกษตร 41,460 ไร่ ใช้งบประมาณ 922 ล้านบาท และ 2.โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการอุปโภคและบริโภค ซึ่งจะมีประชาชนได้รับประโยชน์จำนวน 3,300 ครัวเรือนใน 22 จังหวัด ใช้งบประมาณ 225 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การกระทำเช่นนี้สร้างความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชนเป็นอย่างมาก รวมทั้งเป็นการใช้ตำแหน่งหน้าที่และใช้อำนาจที่มีเพื่อเรียกรับผลประโยชน์ส่วนตัว เป็นการบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของนักการเมืองและระบบพรรคการเมืองเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งส่งจะผลเสียหายต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้คณะ กมธ.พิจารณางบประมาณชุดใหญ่จำเป็นต้องมีมติให้มีการตรวจสอบสอบข้อเท็จจริง และส่งเรื่องให้ประธานสภาฯวินิจฉัยและดำเนินการต่อไป &amp;quot; นายพิจารณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ได้เผยแพร่เอกสารข่าว ใจความว่า กรณีที่ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุ กมธ. จำนวน 8 คณะ ตามข้อบังคับการประชุม ข้อที่ 96 วรรคหนึ่ง เพื่อให้คณะอนุ กมธ.มีหน้าที่และอำนาจในการพิจารณางบประมาณของส่วนราชการตามร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ตามกรอบอำนาจที่คณะ กมธ.ได้มอบหมายนั้น จากกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวต่อสาธารณะว่า มีอนุ กมธ.บางคนในคณะอนุ กมธ.แผนบูรณาการ 2 ซึ่งเป็นคณะอนุ กมธ. 1 ใน 8 คณะ เรียกรับเงินจำนวน 5 ล้านบาท จากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เพื่อให้มีการพิจารณาผ่านงบประมาณให้กับหน่วยงานที่ขอรับจัดสรรงบประมาณนั้น คณะกมธ.ได้ประชุมพิจารณากรณีดังกล่าว แล้วมีข้อสรุปโดยกำหนดให้คณะอนุ กมธ.แผนบูรณาการที่ 2 จัดทำรายงานข้อเท็จจริงในประเด็นที่ตกเป็นข่าวเสนอต่อที่ประชุมของคณะ กมธ. ภายใน 3 วัน เพื่อจะได้หาข้อสรุปส่งถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาดำเนินการตามที่เห็นสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสารระบุอีกว่า คณะ กมธ.ได้กำหนดแนวทางเพิ่มเติมในการพิจารณาของคณะอนุ กมธ.ทั้ง 8 คณะ นับจากนี้ต้องดำเนินการ ดังนี้ 1.หากคณะอนุ กมธ.มีปัญหาในการพิจารณางบประมาณของหน่วยงานใด ให้จัดทำรายงานเสนอต่อคณะ กมธ. เพื่อขอหารือ และร่วมกันแก้ปัญหาในที่ประชุมของคณะ กมธ. 2.ให้ประธานคณะอนุ กมธ. เข้มงวดในการกำหนดบุคคลที่สามารถเข้าร่วมประชุมเฉพาะอนุ กมธ.ที่ปรึกษา และเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเท่านั้น 3.ให้คณะอนุ กมธ.ดำเนินการตามกรอบหน้าที่และอำนาจที่ที่คณะ กมธ.มอบหมายอย่างเคร่งครัด ในกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตจากที่ประชุมของคณะ กมธ.ไปยังคณะอนุ กมธ. ว่าควรปรับลดงบประมาณของหน่วยงานใด ให้คณะอนุ กมธ.พิจารณาดำเนินการตามข้อสังเกตดังกล่าว หากได้ข้อสรุปประการใด ให้นำกลับมารายงานผลต่อคณะ กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.การพิจารณางบประมาณของคณะอนุ กมธ.ต้องเป็นการพิจารณาที่ถูกต้องตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 และกรอบอำนาจที่คณะ กมธ.มอบหมายเท่านั้น และ 5.การสอบถามและชี้แจงเพื่อพิจารณางบประมาณของคณะอนุ กมธ.ต้องดำเนินการเฉพาะในห้องประชุมเท่านั้น และห้ามอนุ กมธ.หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณางบประมาณในคณะอนุ กมธ. ประสานงาน หรือติดต่อหารือกันส่วนตัวกับหัวหน้าส่วนราชการหรือข้าราชการที่เกี่ยวกับการขอรับการจัดสรรงบประมาณ .&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74151</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.กิจการสภา, จี้เปิดชื่อ, ตบทรัพย์กลางสภา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หนี้ตั๋วเครื่องบินนกแอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200811/image_big_5f32a67929352.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชวนสั่งหาตัวสส.ตบทรัพย์แลกงบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ชวน&amp;quot; สั่งเลขาฯ สภาตรวจสอบ ส.ส.ตบทรัพย์ 5 ล้านแลกผ่านงบ ชี้อธิบดีน้ำบาดาลพูดเองปล่อยผ่านไม่ได้ &amp;quot;เรืองไกร&amp;quot; ร้องให้จัดการ กมธ.งบ 64 ทั้งยวง แฉทำเป็นกิจการโรงงานสภาตั้งแก๊งทั้งรัฐบาล-ฝ่ายค้าน &amp;quot;สันติ&amp;quot; ขึงขังไล่บี้อนุฯ ทุกชุด &amp;quot;แนน&amp;quot; ปัดเอี่ยวพร้อมให้สอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ในฐานะอนุกรรมาธิการแผนบรูณาการ 1&amp;nbsp; ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ตรวจสอบ 2 กรณี&amp;nbsp; คือ 1.เรื่องค่าค้างตั๋วเครื่องบินของอดีต ส.ส. 113 คน และ 2.ตรวจสอบกรณีมี ส.ส.ในอนุกรรมาธิการแผนบูรณาการ 2 เรียกรับเงินจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล 5 ล้านบาท เนื่องจากไม่เห็นด้วยที่คณะ กมธ.ชุดใหญ่จะเป็นผู้ตรวจสอบกันเอง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกรกล่าวว่า เห็นคาตาว่าประเด็นดังกล่าวมีการโต้แย้งกันในห้องประชุม เพราะยืนฟังอยู่&amp;nbsp; รวมทั้งมี ส.ส.ที่เป็น กมธ.ยืนอยู่หลายคน และในฐานะที่เป็นนักตรวจสอบเชื่อว่าเรื่องนี้มีมูล แต่สุดท้ายอยากให้อธิบดีมาเปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจน เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ โดยเชื่อว่ากระบวนการนี้ต้องมี ส.ส.ในอนุ กมธ.เกี่ยวข้องเกินกึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 10 คน ถึงจะดำเนินการใดๆ ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ภายหลังเกิดเรื่องยังมี ส.ส.พูดกับตนว่าอย่ายุ่งเรื่องนี้ได้หรือไม่ ในขณะเดียวกันภายหลังที่ยื่นเรื่องให้นายชวน ก็ปรากฏในไลน์กลุ่ม ส.ส.ว่ามีการเขียนเลยว่า &amp;quot;ปวดตับ&amp;quot; สำหรับเรื่องเงิน 5 ล้านบาทได้ยินว่ามีผู้เกี่ยวข้องทั้ง 2 ฝ่าย โดยมีฝ่ายรัฐบาล 2 คน รวมทั้งอดีต ส.ส.ที่ไปอยู่กับฝ่ายรัฐบาล และอาจจะเกี่ยวข้องกับฝ่ายค้านด้วย ทั้งนี้ได้ตอบกลับไปว่าตนหยุดไม่ได้เพราะประชาชนอยากรู้ นอกจากนี้ในการทำงานยังมีหนังสือจาก กมธ.ชุดใหญ่ลงมาแทรกแซงคณะอนุ กมธ.ให้ดำเนินการตาม จึงเป็นเรื่องที่ชุดใหญ่จะต้องชี้แจงด้วย ดังนั้นนายชวนจึงควรลงมาดูด้วยตนเอง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าขบวนการที่เกิดขึ้น ส.ส.มีการฮั้วกันทั้งหมดใช่หรือไม่ นายเรืองไกรกล่าวว่าได้ยินมานานแล้ว อย่างไรก็ตามเรื่องงบประมาณมีความผิดปกติมาตั้งแต่ปี 2563 แล้ว เพราะที่ผ่านมามีการตั้งอนุ กมธ.เพียง 5 คณะ แต่ปีนี้แปลกมากที่มีการตั้งอนุ กมธ.ถึง 8 คณะ มีผู้ใหญ่จากพรรคร่วมรัฐบาลบ่นกับตนว่าจะเอากันขนาดนี้เลยหรือ และมีการแย่งตำแหน่งประธานอนุ กมธ. เรื่องนี้มีความไม่ชอบมาพากลและมีความพยายามจะปิดให้จบภายในวันที่ 11 ก.ย. เพราะสภาจะปิดสมัยประชุมวันที่ 20 ก.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องเรือยางของกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ที่มีกระแสข่าว ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ไม่ใช่คณะอนุ กมธ.คุรุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ที่มีนายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐเป็นประธาน พยายามล็อบบี้ไม่ให้มีการตัดงบ รวมทั้งให้ตรวจสอบ 6 คณะอนุ กมธ.อื่นๆ&amp;nbsp; ว่ามีเรื่องทำนองเดียวกันหรือไม่ เพราะตอนนี้สภาพของสภาคือ &amp;quot;กิจการโรงงานสภา&amp;quot; ซึ่งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ควรมาร่วมสอบด้วย เพราะว่าประเด็นนี้เข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 144 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หนังสือของนายเรืองไกรยังมาไม่ถึง แต่ได้สั่งให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรติดตามเรื่องนี้แล้ว เพราะเป็นเรื่องที่อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลพูด จึงเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบว่าเรื่องจริงๆ เป็นอย่างไร และไม่ควรปล่อยปละละเลย โดยเฉพาะ กมธ.ชุดนี้จะต้องสอบเพราะเขาก็ต้องรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ 2564 กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้น กมธ.งบฯ จะเรียกอนุกรรมาธิการชุดดังกล่าวเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง ก่อนพิจารณาว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบเรื่องนี้หรือไม่ แต่ขอชี้แจงว่าคณะอนุกรรมาธิการฯ ไม่มีอำนาจตัดลดงบประมาณ และไม่ใช่แหล่งผลประโยชน์ มีเพียงหน้าที่ตรวจสอบความเหมาะสมในการจัดสรรงบประมาณของแต่ละหน่วยงานเพื่อเสนอ กมธ.งบฯ ชุดใหญ่เท่านั้น ดังนั้น อำนาจการตัดสินใจทั้งหมดจึงอยู่ที่ กมธ.งบฯ ชุดใหญ่เท่านั้น และจะเริ่มปรับลดงบประมาณในช่วงปลายเดือน ส.ค.นี้ ทั้งนี้ในการพิจารณาของ กมธ.งบฯ ชุดใหญ่จึงไม่มีเหตุจำเป็นอะไรที่หน่วยงานต้องเอาใจอนุกรรมาธิการฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะสามารถให้ความมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ใน กมธ.งบฯ ชุดใหญ่ นายสันติยืนยันว่าการพิจารณาในชั้น กมธ.งบฯ ชุดใหญ่ มีการเปิดกว้างให้ทุกฝ่ายร่วมกันแสดงความคิดเห็น และมีการถ่ายทอดสดการประชุมทุกครั้ง ตั้งแต่มีการประชุมมายังไม่เคยมีการประชุมลับ จึงมั่นใจว่าการพิจารณาเป็นไปอย่างโปร่งใส เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์เป็นภาษีของประชาชน กมธ.ฯ ต้องตรวจสอบเรื่องนี้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าไม่ได้มีแค่คณะอนุกรรมาธิการฯ ชุดนี้แค่ชุดเดียวที่มีการเรียกเงินนั้น นายสันติกล่าวว่าจะเชิญอนุ กมธ.ฯ ทุกคณะมาสอบเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการแผนบูรณาการ 2 กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลออกมาเปิดเผยรายชื่อว่าใครที่ทำแบบนั้น หรือตัวอนุฯ เองคนใดที่มีข้อมูลก็ออกมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน อย่าหลบอยู่ข้างหลังเพราะจะทำให้ประชาชนเคลือบแคลงใจในสิ่งเหล่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการประชุมอนุกรรมาธิการวันดังกล่าว ประธานอนุฯ เห็นบรรยากาศไม่ดีเพราะมีการโต้แย้งกัน จึงสั่งพักประชุมก่อนแล้วมาต่อในช่วงบ่าย และในที่ประชุมไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องตบทรัพย์กัน แต่อธิบดีเพียงบอกว่ามีการบันทึกเสียงไว้แล้วก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการแผนบูรณาการ 2 ยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็น โดยทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมตลอดทั้งวัน แต่เมื่อถึงช่วงที่เป็นปัญหานั้นเสียงในที่ประชุมดังมาก ซึ่งไม่แน่ใจว่าอธิบดีพูดเรื่องถูกเรียกรับเงิน 5 ล้านบาทจริงหรือไม่ ในฐานะที่เป็นประธานจึงขอให้ที่ประชุม กมธ.งบฯ ชุดใหญ่ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง&amp;nbsp; เนื่องจากต้องการให้เกิดความโปร่งใส เพราะหากให้อนุกรรมาธิการฯ เป็นคนตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเองเกรงว่าสังคมจะไม่เชื่อถือ เนื่องจากขณะนี้ภาพลักษณ์ของคณะอนุกรรมาธิการฯ ก็ออกมาในเชิงลบแล้ว ทั้งนี้ให้ กมธ.งบฯ ชุดใหญ่เป็นผู้ตัดสินใจว่าเรื่องดังกล่าวจะส่งให้ประธานสภาตั้งกรรมการสอบด้วยตนเองหรือไม่ เพราะหากให้ กมธ.งบฯ ชุดใหญ่เป็นผู้ตรวจสอบจะดูเหมือนว่าตรวจสอบกันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมอนุกรรมาธิการแผนบูรณาการ 2 ได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้าบันทึกภาพบรรยากาศการประชุม ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า มีอนุกรรมาธิการฯ บางคนแสดงสีหน้าไม่พอใจ ถึงขั้นมีบางคนเอ่ยปากกลางห้องประชุมในทำนองว่า &amp;quot;จะให้ถ่ายภาพอะไรอีก เมื่อวานนี้ (9 ส.ค.) ก็เป็นข่าวหน้าหนึ่งไปแล้ว วันนี้จะให้หน้าหนึ่งอีกเหรอ&amp;quot; ซึ่งในขณะนั้นอยู่ระหว่างการเชิญเจ้าหน้าที่จากกระทรวงคมนาคมเข้ามาชี้แจงงบประมาณ นอกจากนี้ยังพบว่าอนุกรรมาธิการฯ บางคนมีสีหน้าเคร่งเครียดระหว่างการประชุม ก่อนจะเชิญสื่อมวลชนออกจากห้องประชุมโดยไม่อนุญาตให้เข้าฟังแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74036</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.งบ 64, ตบทรัพย์กลางสภา, ตบทรัพย์แลกงบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อธิบดีน้ำบาดาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200810/image_big_5f315355f348a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73935</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉาวซ้ำ!ผู้ทรงเกียรติเบ่ง สั่งห้ามตัดงบซื้อเรือยาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จากอนุ กมธ.งบฯ ตบทรัพย์ ถึงคิวงบกรมเจ้าท่า ส.ส.เพื่อไทยขวาง ไม่ให้ตัดงบซื้อเรือยาง โทร.ล็อบบี้แกนนำพรรครัฐบาลช่วยเปิดทางให้ ข่าวฉาวไถเงิน-ของบอธิบดี 5 ล้านบาท จับตาที่ประชุมชุดใหญ่ ปธ.อนุฯ ชงตั้งกรรมการสอบ หาไอ้โม่งทำเสื่อมเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากที่มีข่าวมีบุคคลซึ่งอยู่ในคณะอนุกรรมาธิการแผนบูรณาการ 2 ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ที่มี น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน มีการเรียกรับผลประโยชน์ ในการพิจารณาผ่านงบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จนทำให้นายศักดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมน้ำบาดาล ถึงกับระเบิดกลางที่ประชุมว่ามีอนุกรรมาธิการฯ บางคนโทรศัพท์เรียกเงิน 5 ล้านบาท แลกกับการผ่านงบประมาณให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม มีรายงานข่าวจากรัฐสภาแจ้งว่า เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ขณะที่มีการประชุมพิจารณางบประมาณ 2564 ของอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ICT รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน มีนายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานอนุกรรมาธิการฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในที่ประชุมได้มีคณะของกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ที่นำโดยนายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า เข้าชี้แจง และได้เสนอของบในภาพรวมกว่า 300 ล้านบาท ในวงเงินส่วนนี้มีการของบเกี่ยวกับการจัดซื้อเรือยางติดเครื่องยนต์ ที่นำไปปฏิบัติงาน 7 ล้านบาทต่อลำ งบสำหรับการซ่อมบำรุงประมาณ 36 ล้านบาท ทำให้อนุกรรมาธิการฯ หลายคนเกิดความสงสัย ตั้งประเด็นคำถามทั้งเรื่องคุณภาพ ราคา เพราะเมื่อไปดูราคาเรือยางตามท้องตลาด มีราคาประมาณ 1 ล้านบาทเท่านั้น และได้มีการซักถามอย่างกว้างขวาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวให้ข้อมูลว่า สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความไม่พอใจให้กับ ส.ส.พรรคเพื่อไทยคนหนึ่ง ที่ไม่ได้เป็นอนุกรรมาธิการฯ แต่กลับมาเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย และกล่าวอย่างดุเดือดตั้งประเด็นกล่าวหาอนุกรรมาธิการฯ ถึงความไม่โปร่งใส ไม่อยากให้มีการตัดงบประมาณในส่วนนี้ออกไป ขณะเดียวกันยังได้ต่อสายไปถึงแกนนำพรรคพลังประชารัฐบางคนมาช่วยพูดคุยเพื่อขอให้ปล่อยผ่าน พร้อมกับกล่าวอ้างถึงรัฐมนตรีบางคนที่มีสายสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ที่เข้ามากำกับดูแลในเรื่องดังกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากนั้นนายสุพลต้องชี้แจงกลับมาตอนหนึ่งว่า ห้องนี้ไม่มีส่วนได้เสีย การพิจารณาอยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์ของบ้านเมือง เราพูดด้วยเหตุผล ไม่มีกรรมาธิการท่านใดสนับสนุนทำให้บ้านเมืองเสียหาย เรามารักษาประโยชน์บ้านเมือง เรียนตรงๆ ว่าไม่เข้าใจท่าน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานอีกว่า การขอเสนองบประมาณของกรมเจ้าท่า ที่มีการจัดซื้ออุปกรณ์เรือ งบซ่อมบำรุงในวงเงินที่สูง สร้างความประหลาดใจให้กับคณะอนุกรรมาธิการฯ อย่างมาก ไม่ใช่เพียงแค่ เรือยางที่เสนอราคาสูงถึง 7 ล้านบาท ยังมีการเสนอซื้อเจ็ตสกีที่มีการตั้งวงเงินไว้ค่อนข้างสูง และในช่วงที่มีการโต้เถียงอย่างดุเดือดนั้น ทำให้เจ้าหน้าที่และข้าราชการของหน่วยงานต่างๆ ภายในห้องประชุมถึงกับตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติตัดงบประมาณในภาพรวมออกไปประมาณ 6 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ความคืบหน้าเรื่องอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลถูกอนุกรรมาธิการงบประมาณฯ เรียกรับเงินเพื่อแลกกับการที่อนุกรรมาธิการฯ จะให้ผ่านงบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะรัฐมนตรีต้นสังกัด ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า ยังไม่สามารถติดต่อกับอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ กรณีที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ในสถานที่ ได้ยินข่าวและข้อมูลที่ไม่ตรงกันอยู่บ้าง จึงไม่อยากให้ความเห็นในช่วงที่ข้อมูลยังไม่ตรงกัน อย่างไรก็ตาม การเข้าไปชี้แจงงบประมาณหรือพูดคุยซักถาม บางครั้งต้องมีการปรับลดงบประมาณนั้น อาจจะต้องมีการกระทบกระทั่งระหว่างกรรมาธิการกับข้าราชการ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ละปีจะมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าในวันที่ 10 ส.ค. คงจะมีการพูดคุยกันในประเด็นดังกล่าวกับอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เชื่อว่าท้ายที่สุดจะสามารถพูดคุยกันและลุล่วงไปด้วยดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เป้าหมายของกรรมาธิการคงดูความคุ้มค่าของงบประมาณ สิ่งไหนที่ทางกรรมาธิการดูแลและไม่เป็นไปตามที่คิด ก็อาจจะขอปรับลดบ้าง ทางฝ่ายราชการก็อาจจะมีความเห็นต่างกันไป พูดกันไปพูดกันมา หนึ่งบวกหนึ่งอาจจะไม่ใช่สองเสมอไป แต่เชื่อว่าทุกคนมีความตั้งใจดี เพื่อที่จะให้งบประมาณออกมาเป็นผลงาน และเพื่อประชาชน&amp;rdquo; นายวราวุธกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธกล่าวว่า ท้ายที่สุดต้องมาดูว่างบประมาณแต่ละกรมแต่ละกระทรวงที่ได้นั้นได้มาประมาณเท่าใด หรือผลักดันออกมาเป็นผลงานได้เท่าใด ตนคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด เงินงบประมาณที่มาจากภาษีประชาชน แต่ละบาทแต่ละสตางค์สามารถผลักดันให้ออกมาเป็นผลงานให้ประชาชนกับมากน้อยแค่ไหน บางครั้งถ้าโดนตัดอาจจะไม่ถูกตัดตามที่เป็นข่าว เพราะว่ามีเหตุบางเหตุที่ต้องขอความร่วมมือจากทุกๆ หน่วยงาน เพื่อตัดแบ่งงบประมาณออกไปบ้าง 3%, 5%, 10% ยกตัวอย่างช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่มีการตัดลดงบประมาณในทุกหน่วยงาน ซึ่งมันจะมีเหตุการณ์ลักษณะนี้ทุกปี อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องฟังข้อมูลให้ละเอียดก่อน ฟังฝ่ายเดียวคงไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธกล่าวถึงเรื่องการขุดบ่อบาดาลว่า นาทีนี้เรื่องน้ำเป็นเรื่องที่สำคัญ ไม่ยอมให้ใครมาบีบ เพราะเกษตรกรได้ประโยชน์ ใครจะทำอย่างไรเรื่องของคุณ แต่ตนต้องการบ่อบาดาลที่อยู่ตรงนี้ และต้องการให้งานออกมาดี ประชาชนได้ประโยชน์ แต่ถ้าออกมาแล้วมาฟันกัน 20% 30% แล้วงานราชการออกมาเสียหาย อันนี้รับไม่ได้ ในขณะที่ยังเป็นรัฐมนตรีจะไม่ยอมให้ใครมาทำให้เงินงบประมาณของกระทรวงทรัพย์ฯ ไปใช้ในทางที่ไม่เกิดประโยชน์ จะไม่ยอม เรื่องที่เกิดขึ้นต้องมีการพูดคุยกับทางอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลและทางกรรมาธิการฯ ต้องรอฟังความให้ครบทุกฝ่ายก่อนจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ในฐานะที่เป็นประธานคณะอนุ กมธ.ดังกล่าว ไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะได้เสนอต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ชุดใหญ่ ให้ตั้งกรรมการสอบ เพื่อให้เรื่องนี้เกิดความกระจ่างและโปร่งใสต่อไป เพราะรัฐธรรมนูญมีการกำหนดไว้อย่างชัดเจนในเรื่องการห้ามมิให้ ส.ส.กระทำการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ห้ามมิให้กระทำการไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม มีส่วนร่วมในการใช้งบประมาณหรือจัดทำโครงการ ฝ่าฝืนมีความผิดตามรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ย้ำว่ากรณีดังกล่าวหากเป็นเรื่องจริง ถือว่าเป็นมะเร็งร้ายในระบอบประชาธิปไตยของชาติ จึงจะไปแจ้งต่อ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบ โดยเรียกอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลมาให้ข้อมูล และไต่สวนอนุกรรมาธิการฯ ทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง โดยจะไปยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. จันทร์ที่ 10 ส.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า วันที่ 10 ส.ค. จะไปยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำเนินการ 2 เรื่องคือ 1.ขอให้เปิดเผยรายชื่อ ส.ส. 113 คนที่ค้างหนี้ บมจ.นกแอร์ 2.ขอให้ตรวจสอบเรื่องที่อธิบดีออกมาโวยว่าถูกอนุ กมธ.ตบทรัพย์ 5 ล้าน แลกการปล่อยผ่านงบประมาณ โดย เรื่องนี้ไม่เห็นด้วยที่จะให้กรรมาธิการสอบกันเอง เพราะอาจผลัดกันเกาหลัง โดยตนเองก็ถูกร้องขอไม่ให้เข้าไปยุ่ง ทั้งที่เป็นคนหนึ่งที่บังเอิญไปพบเหตุการณ์นี้ด้วย โดยทราบว่าเรื่องนี้มีการเคลียร์กันแล้ว ดังนั้นการจะสอบกันเองจึงไม่น่าจะได้ความจริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73935</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.งบประมาณ, งบซื้อเรือยาง, ตบทรัพย์กลางสภา, ตั้งกรรมการสอบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f300a3c24d0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73885</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2020 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2020 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พท.&#039;จี้เอาคนตบทรัพย์อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลมาลงโทษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค.63-นายโกศล ปัทมะ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวถึงกรณีมีข่าวอนุกรรมาธิการงบประมาณฯบางคน ไปตบทรัพย์อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลแลกผ่านงบประมาณว่า วิธีการดังกล่าวเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ผิดทั้งกฎหมาย และจริยธรรมของความเป็นนักการเมือง จึงอยากเรียกร้องให้ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายชุดใหญ่เร่งรัดไต่ส่วนเรื่องนี้ เพื่อให้เกิดความกระจ่างแก่สังคม และเรียกร้องไปถึง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้เรียกผู้เกี่ยวข้องไปให้ข้อมูลถ้ามีมูลก็ขอให้ตั้งเรื่องสอบสวนเอาคนผิดมารับโทษให้ได้อีกทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคลของคนที่คิดไม่ซื่อ หวังผลประโยชน์ ต้องเอาคนพวกนี้ออกมารับโทษไม่เช่นนั้นส.ส.ทั้งสภาฯจะถูกเหมารวมว่ามีส่วนไปด้วย ซึ่งไม่ใช่เรื่องจริง ใครก็ตามหากมีพฤติกรรมตามที่ปรากฏในหน้าสื่อก็คงไม่สามารถเรียกตัวเองเป็นส.ส.ได้อีกแล้ว เพราะการกระทำเช่นนั้นไม่ต่างจากอาชญากรที่คอยหาแต่ผลประโยชน์เพื่อตัวเองโดยไม่คิดถึงประชาชนและประเทศชาติที่กำลังยากลำบากอยู่ในทุกวันนี้&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73885</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตบทรัพย์กลางสภา, นายโกศล ปัทมะ, พรรคเพื่อไทย, อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200411/image_big_5e91a853d2642.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73761</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2020 06:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อธิบดีเดือด!แฉผู้ทรงเกียรติ ตบทรัพย์แลกงบประมาณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ตบทรัพย์กลางสภา! แฉผู้ทรงเกียรติอนุ กมธ.งบฯ รายจ่ายปี 64 นักการเมืองคนดัง ชื่อเล่น ม.ม้า ทำฉาวโฉ่ ตั้งแก๊งกรรโชกเงิน หัวหน้าส่วนราชการมาชี้แจง หากหน่วยงานไหนไม่ให้ขู่ตัดงบ &amp;quot;อธิบดีกรมน้ำบาดาล&amp;quot; สุดทน แฉกลางที่ประชุม โดนไถ 5ล้าน เปิดชื่อเต็มคณะ ใครเป็นใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา มีรายงานข่าวจากรัฐสภาแจ้งถึงการทำงานของคณะอนุกรรมาธิการแผนบูรณาการ 2 ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ที่มี น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน ซึ่งประชุมกันไปเมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา มีวาระพิจารณางบประมาณแผนบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ประกอบด้วย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในส่วนของ 2 กรมคือ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล งบประมาณ 1,276,572,100 บาท และกรมทรัพยากรน้ำ งบประมาณ 3,772,802,200&amp;nbsp; บาท รวมถึงกระทรวงมหาดไทย กรมโยธาธิการและผังเมือง งบประมาณ 13,103,923,100 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวเปิดเผยว่า ระหว่างการประชุมคณะอนุกรรมาธิการชุดดังกล่าว ได้เกิดปัญหาอนุกรรมาธิการฯ ไม่ยอมปล่อยผ่านเห็นชอบงบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จนทำให้นายศักดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมน้ำบาดาล ถึงกับระเบิดกลางที่ประชุม ว่ามีอนุกรรมาธิการฯ บางคนโทรศัพท์เรียกเงิน 5 ล้านบาท แลกกับการผ่านงบประมาณให้ และขู่ว่าจะนำเรื่องนี้ไปแถลงต่อสื่อมวลชน จากนั้น นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย รองประธาน กมธ.งบฯ ชุดใหญ่ เป็นผู้ไปเคลียร์เพื่อยุติปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ไม่ได้มีเพียงแค่กรมน้ำบาดาลหน่วยงานเดียวเท่านั้นที่ถูกอนุกรรมาธิการฯ ชุดนี้เรียกเงินใต้โต๊ะ โดยอธิบดีบางกรมถูกเรียกเงินถึง 10 ล้านบาท แต่ไม่มีใครกล้าพูดกลางที่ประชุมเหมือนที่นายศักดาทำ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากมีอนุกรรมาธิการฯ คนหนึ่งชื่อเล่นอักษรย่อ ม.ม้า รวมเสียงอนุกรรมาธิการฯ ไว้ คอยไล่บี้งบของหน่วยงานราชการ ไม่ยอมปล่อยให้ผ่านง่ายๆ แลกกับการจ่ายเงินใต้โต๊ะ โดยร่วมกันทำเป็นขบวนการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้พยายามโทร.ติดต่อเพื่อสอบถามไปยังคณะอนุกรรมาธิการฯ หลายคน แต่ไม่มีใครรับสาย รวมทั้งอธิบดีกรมน้ำบาดาลด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการ 2 ชุดดังกล่าว ประกอบด้วยรายชื่อดังนี้ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ประธานคณะอนุกรรมาธิการ, รองประธานประกอบด้วย นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์, นายจักรัตน์ พั้วช่วย, นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ, นายสมเจตน์&amp;nbsp; ลิมปะพันธุ์ ส่วนอนุ กมธ.คนอื่นๆ มีนายสุทิน คลังแสง เป็นประธานที่ปรึกษาอาวุโสคณะอนุกรรมาธิการ, นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ ประธานที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ, นายสาธิต อุ๋ยตระกูล โฆษกคณะอนุกรรมาธิการ, สิตางศุ์ พิลัยหล้า โฆษกคณะอนุกรรมาธิการ, นางนันทนา สงฆ์ประชา เลขานุการคณะอนุกรรมาธิการ ขณะที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ไม่ได้เป็นอนุ กมธ.ชุดดังกล่าว แต่เป็นรองประธาน กมธ.งบฯ ชุดใหญ่คนที่ 12 จากที่มี 21 คน นอกจากนี้ยังมีที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการอีกหลายคนคือ นายบุญแก้ว สมวงศ์, นายคมเดช&amp;nbsp; ไชยศิวามงคล, นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์, นายพีรเดช คำสมุทร, นายฐิตินันท์ แสงนาค, นายธารา&amp;nbsp; ปิตุเตชะ, นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ, นายศิริพงษ์ รัสมี, นายรณเทพ&amp;nbsp; อนุวัฒน์ และนางเจริญ เรี่ยวแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับอนุกรรมาธิการฯ ชุดนี้เป็น 1 ใน 8 คณะที่อยู่ภายใต้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 เพื่อทำหน้าที่ปรับลดงบที่ไม่จำเป็น จนกลายเป็นช่องทางทำมาหากินของคนไม่สุจริต ไปเรียกรับเงินจากข้าราชการแลกกับการไม่ตัดงบประมาณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยอนุกรรมาธิการที่มีการตั้งขึ้นมีด้วยกัน 8 คณะ ประกอบด้วย 1.อนุกรรมาธิการการฝึกอบรม สัมมนาประชาสัมพันธ์ ค่าจ้างเหมาบริการ ค่าที่ปรึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและการถ่ายทอดเทคโนโลยี ค่าเช่า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ งบดำเนินงาน งบเงินอุดหนุนและงบรายจ่ายอื่น มีนายเอกราช ช่างเหลา เป็นประธาน 2.อนุกรรมาธิการ ครุภัณฑ์ ICT รัฐวิสาหกิจและทุนหมุนเวียน มีนายสุพล ฟองงาม เป็นประธาน 3.อนุกรรมาธิการการที่ดินและสิ่งก่อสร้าง มีนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ป็นประธาน 4.คณะอนุกรรมาธิการจังหวัด กลุ่มจังหวัดและแผน บูรณาการพัฒนาพื้นที่ระดับภาค มีนายภิญโญ นิโรจน์ เป็นประธาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.คณะอนุกรรมาธิการท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดเทศบาลนคร เทศบาลเมือง กรุงเทพฯ พัทยา และเงินอุดหนุนที่จัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ เป็นประธาน 6.อนุกรรมาธิการด้านการศึกษา มีนายสมศักดิ์ พันธ์เกษม เป็นประธาน 7.คณะอนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการ 1 มีนายมณเฑียร สงฆ์ประชา เป็นประธาน และ 8.คณะอนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการ 2 มี น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย เป็นประธาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติ วันเดียวกันนี้ ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ในงานสัมมนาสาธารณะ หลักสูตรนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ปาฐกถาพิเศษเรื่อง &amp;ldquo;คุณธรรมโปร่งใส ยุค 4.0&amp;rdquo; ตอนหนึ่งว่า หลังจากกรณีวิกฤติต้มยำกุ้ง ด้วยวิกฤติเหล่านั้นเอง ทำให้ต้องมีการศึกษาเรื่องธรรมาภิบาลขึ้นในไทยอย่างจริงจัง เพื่อป้องวิกฤติต่างๆ ไม่ให้เกิดขึ้นอีก ซึ่งเรื่อง หลักนิติธรรมสำคัญที่สุด นอกจากนั้นยังมีหลักกฎหมาย การมีส่วนร่วมประชาชน หลักความรับผิดชอบต่อสังคม แต่สำหรับสังคมไทย ต้องเพิ่มเรื่องความไม่เกรงใจต่อสิ่งที่ไม่ถูกต้องอีกข้อหนึ่ง เพราะมีข้าราชการดีๆ หรือนักการเมืองดีๆ หลายคนต้องติดคุก เพราะมาจากความเกรงใจ ไปแก้ระเบียบ กฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อช่วยเหลือนักการเมืองให้ได้ประโยชน์ แต่ทำให้ประเทศชาติเสียหาย หรือทนายความบางคนเกรงใจภรรยาที่เป็น ส.ส.ในพรรคการเมืองหนึ่ง แล้วไปวิ่งเต้นคดียุบพรรคบางพรรคจนต้องติดคุก เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความเกรงใจไม่ใช่สิ่งเลวร้าย แต่ต้องเกรงใจให้ถูกเรื่อง โดยหลักธรรมาภิบาลเชื่อว่าทุกคนจำได้หมด แต่ปัญหาคือในภาคปฏิบัติที่คนไม่ยอมทำตาม&amp;quot; นายชวนระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวเปิดงานเปิดงานสัมมนาสาธารณะ หลัก สูตรนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง (นยปส.รุ่น 11) พร้อมบรรยายพิเศษเรื่อง &amp;ldquo;ITA ทางออกประเทศไทย สู่การยกระดับ CPI&amp;rdquo; ตอนหนึ่งว่า ในปี 2562 ป.ป.ช. ต้องทำหน้าที่ตรวจคำร้องทั้งหมดก่อนคัดแยก โดยมีเรื่องกล่าวหาในปี 2562 ทั้งหมด 10,382 เรื่อง ป.ป.ช.ดำเนินการเอง 3,285 เรื่อง ส่วนที่เหลือส่งต่อหน่วยงานอื่นดำเนินการ และยังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน ป.ป.ช.กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องที่ ป.ป.ช.รับดำเนินการในปี 2562 นั้น เป็นโครงการที่ถูกกล่าวหาว่าอาจจะมีการทุจริต ซึ่งครอบคลุมงบประมาณแผ่นดินมากถึง 236,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กดดัน ป.ป.ช.มากคือการที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ที่กำหนดให้ ป.ป.ช.ต้องทำคดีเรื่องที่ ป.ป.ช.รับไว้ไต่สวนให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี หรือในปี 2564 ซึ่งมีเรื่องที่รับไว้ ก่อนที่จะมีกฎหมายดังกล่าวและยังไม่สามารถชี้มูลความผิดได้กว่า 1,800 เรื่อง ดังนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงตั้งใจว่า หากเคลียร์คดีค้างภายในปี 2564 ตามที่บทเฉพาะกาลกำหนดแล้ว หลังจากนี้ ป.ป.ช.จะทำคดีภายในกรอบเวลา 2 ปี เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73761</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรโชกเงิน, ตบทรัพย์กลางสภา, น้ำบาดาล, ผู้ทรงเกียรติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไม่ให้ขู่ตัดงบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200807/image_big_5f2d5cab3180b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
