<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117974</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่กลัวโควิด!&#039;ตม.สุราษฎร์ฯ&#039;รวบชาวเมียนมาเล่นพนันไก่ชนกลางสวนยาง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.64- พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ พันธ์โกศล ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี แถลงการจับกุมบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ลักลอบเล่นการพนัน (ชนไก่)&amp;nbsp; โดยพ.ต.ท.ชาตรี ชูแก้ว รอง ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; พร้อมชุดสืบสวน ตม.จว.สุราษฎร์ธานี สนธิกำลังร่วมกับ สภ.เคียนซา และ กก.สส.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เข้าจับกุมตัวบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา&amp;nbsp; จำนวนทั้งสิ้น 7 รายดังนี้ 1.Mr.Si Thura 2.Mr.Aung Win Thein 3.Mr.Tun Lin Oo 4.Mr.Myo Min 5.Mr.Min Aung 6.Mr.Win Kyaw Oo 7.Mr.Win Htein&amp;nbsp; ที่บริเวณภายในสวนยาง ริมถนนเคียนซา201(เจริญราษฎร์) ม.2&amp;nbsp; ต.เคียนซา อ.เคียนซา จว.สุราษฎร์ธานี ขณะรวมกลุ่มกันลักลอบเล่นการพนันไก่ชน แจ้งข้อกล่าวหา&amp;quot;ร่วมกับพวกที่หลบหนีลักลอบเล่นการพนัน (ชนไก่) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสืบทราบมีบุคคลต่างด้าวรวมกลุ่มกันลักลอบเล่นการพนันไก่ชนอยู่ที่บริเวณภายในสวนยางริมถนนเคียนซา 201 (เจริญราษฎร์) หมู่ 2 ต. ปลายริก อ. เคียนซา จว. สุราษฎร์ธานี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบและสนธิกำลังร่วมกับสภ. เคียนซาวางแผนจับกุม พบบุคคลลักษณะเป็นบุคคลต่างด้าวจำนวนประมาณ 20 คนกำลังล้อมวงรอบสังเวียนชนไก่โดยมีไก่ชนกำลังชนอยู่จำนวน 1 คู่และลักลอบเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อนักพนันเห็นเจ้าหน้าที่ได้วิ่งหนีไปคนละทิศคนละทาง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนักพนันชาวเมียนมา ได้จำนวน 7 คน&amp;nbsp; ยึดของกลางไก่ชนจำนวน 5 ตัวพร้อมสังเวียน ,ถังแก๊สและแผ่นเหล็กสำหรับลูบน้ำไก่ , เงินสดรวมทั้งสิ้น 21,290 บาท สอบถามผู้ถูกรับว่า ได้มีนายยาวไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง สัญชาติเมียนมาเป็นผู้จัดสังเวียนขนไก่และชักชวนผู้ถูกจับกับพวกนำไก่ชนมาชนพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานแต่อย่างใดโดยจัดไก่ชนจำนวน 3 ยก พนันเอาทรัพย์สินคู่ละ 5,000 บาท โดยจะนำเงินสดของแต่ละคนมารวมกันเป็นการวางเดิมพัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในส่วนพวกที่หลบหนีได้ทิ้งรถจักรยานยนต์ของกลางไว้ในที่เกิดเหตุแล้วหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ยึดอุปกรณ์ชนไก่พร้อมไก่ชนเงินสดและรถจักรยานยนต์ไว้เป็นของกลาง&amp;nbsp; นำตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ. เคียนซา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายและมาตรการในการป้องกันปราบปรามของ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุเมธ เมฆขจร ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส รอง ผบก.ตม.6 เนื่องจากสถานการณ์ในช่วงนี้มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดที่เพิ่มสูงขึ้น การรวมกลุ่มทำกิจกรรม หรือมั่วสุมกันอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด หรืออาจเกิดคลัสเตอร์ในการแพร่ของเชื้อโรคได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117974</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับพนันชนไก่, ตม., ตม.จว.สุราษฎร์ธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_61514d5ec6fcb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60712</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2020 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2020 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตม.- ปอท.&#039;จัดที่ให้บริการต่างด้าวและปชช.รักษาระยะห่างระหว่างกัน 1 เมตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.63-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ตม.1 (กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1) ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถ.แจ้งวัฒนะ กทม. เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้จัดระเบียบให้คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวแล้ว ถ้าอยู่ในราชอาณาจักรเกิน 90 วัน คนต่างด้าวผู้นั้นมีหน้าที่ต้องรายงานตัวแจ้งที่พักอาศัยต่อพนักงานสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ทุก90 วัน ซึ่งตามปกติจะมีคนต่างด้าวมารายงานตัวในแต่ละวันจำนวนมากหลักร้อยถึงพันคน ในช่วงภาวะแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทางรัฐบาล โดย กทม . และกระทรวงสาธารณสุข กำหนดให้ใช้มาตราการ ระยะห่างระหว่างบุคคล และสังคม (Social Distancing) ให้มีระยะอยู่ห่างกัน ไม่ใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจัดแถวระยะห่างระหว่างบุคคลเกินกว่า 1 เมตร ยาวออกไปบริเวณลานเอกนกประสงค์ชั้นสอง และที่นั่งภายในสำนักงาน ตม.1 ก็จัดแบ่งเก้าอี้นั่งสลับกันห้ามนั่งใกล้ชิดและติดกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนั้นที่ บก.ปอท.บริเวณชั้น 4 ของอาคารฯ ซึ่งปกติจะมีประชาชน เดินทางมาติดต่อแจ้งความดำเนินคดีการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี วันละหลายสิบราย ก็ได้จัดพื้นที่รับแจ้งความให้มีการเว้นช่องห่างกัน ไม่ให้นั่งติดใกล้ชิดกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60712</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ตม., บก. ปอท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200324/image_big_5e797acebe0ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯลั่นสกัดโควิด-19ไปถึงระยะ3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สธ.พบไทยป่วยโควิด-19 เพิ่มอีก 3 ราย เกี่ยวพันกลับจาก &amp;quot;อิตาลี&amp;quot; ชี้สถานการณ์เปลี่ยนไประบาดแถบยุโรป ยังไม่ยืนยัน ตม.สุวรรณภูมิติดเชื้อ รอผลตรวจ 11 มี.ค. นายกฯ ตรวจเยี่ยมสถาบันบำราศนราดูร-กรมควบคุมโรค ให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ สั่งดูแลพิเศษให้ค่าเสี่ยงภัย ยันคุมโคโรนาไม่ให้ไปถึงระยะ 3 มั่นใจต้องแก้ได้สักวันไม่ยาวถึงปีหน้า &amp;quot;สาธิต&amp;quot; เผยผีน้อยรายงานตัวแล้ว 74 ราย ขอโทษบางจังหวัดสถานที่กักตัวไม่พร้อม แนะดูงานสัตหีบโมเดล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 10 มีนาคม นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่จำนวน 3 ราย โดยมีความเกี่ยวข้องกับการเดินทางกลับมาจากอิตาลี โดยรายแรกเป็นหญิงไทยอายุ 41 ปี ไม่มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศ แต่มีความใกล้ชิดสัมผัสกับผู้ป่วยชายไทยรายที่ 45 ที่กลับมาจากอิตาลี โดยหญิงรายนี้เริ่มป่วยวันที่ 7 มี.ค. มีอาการไข้ ตรวจวินิจฉัยพบไวรัสโคโรนา 2019 แต่อาการไม่มาก รักษาอยู่โรงพยาบาล (รพ.) ราชวิถี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรายที่ 2 และ 3 เป็นสามีภรรยากัน โดยภรรยาอายุ 46 ปี กลับมาจากอิตาลีถึงไทยวันที่ 28 ก.พ. แล้วมีอาการไม่สบาย จึงไปตรวจวินิจฉัย เมื่อไปตรวจก็พบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แต่รายนี้ไม่ได้สัมผัสใคร เพราะรู้ว่ากลับมาจาก 4 ประเทศที่ประกาศเป็นเขตติดโรคจึงระวังมาก ยกเว้นคนในครอบครัวคือสามี อายุ 47 ปี เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิด เริ่มมีไข้สูง ปวดเมื่อยตามร่างกายวันที่ 7 มี.ค. จึงไป รพ.แล้วตรวจพบเชื้อ โดยทั้ง 2 รายอยู่ในการรักษาของ รพ.แห่งหนึ่งใน จ.นครปฐม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณกล่าวว่า นับผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย ถือเป็นผู้ป่วยนำเข้าและการสัมผัสใกล้ชิดในครัวเรือน ซึ่งเป็นผู้ที่เราเฝ้าระวังอยู่แล้ว ทำให้ขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อรวมเป็น 53 ราย รักษาหาย 33 ราย เสียชีวิต 1 ราย ยังรักษาใน รพ. 19 ราย สำหรับผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคทั้งหมด 4,682 ราย กลับบ้านแล้ว 2,844 ราย ยังรักษาตัว 1,838 ราย ส่วนสถานการณ์ทั่วโลกมีผู้ป่วย 108 ประเทศ 2 เขตบริหารพิเศษ ผู้ป่วยยืนยัน 111,817 ราย เสียชีวิต 3,893 ราย โดยสถานการณ์ในจีนมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ที่น่าห่วงคือ อิตาลี มีผู้ป่วยสะสมและผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอันดับ 2 ของโลก ดังนั้น ใครที่จองตั๋วจะจะไปยุโรปต้องระวังให้มาก ซึ่งไม่ใช่แค่อิตาลี ยังมีฝรั่งเศส สเปน เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ สวีเดน เบลเยียม ที่ขึ้นมาเป็นอันดับท็อป 10 เร็วมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สถานการณ์ของโรคเริ่มเปลี่ยนไปอยู่อีกภูมิภาคหนึ่งของโลกคือยุโรป ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในที่มีการระบาดในยุโรป หากต้องไปให้ระวังอย่างเต็มที่ ศึกษาเมืองนั้นก่อนว่าเป็นอย่างไร แต่อย่างอิตาลีคงไปไม่ได้ เพราะประกาศปิดล็อกดาวน์ทั้งประเทศ 60 ล้านคน ซึ่งมาตรการนี้ถือเป็นมาตรการตามอย่างของจีน ที่มีการปิดเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ เพื่อควบคุมโรคภายในประเทศที่มีการระบาดอย่างมาก ส่วนประเทศอื่นในยุโรปก็ขอให้เช็กสถานการณ์ ถ้าต้องเดินทางต้องระวังเต็มที่ แต่ดีสุดคือเลี่ยงการเดินทางไป&amp;quot; นพ.โสภณระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีแกร็บจากสิงคโปร์มาประชุมที่ประเทศไทย และกลับไปมีอาการป่วย ซึ่งพบว่าเป็นโควิด-19 นพ.โสภณกล่าวว่า ตรงนี้ต้องดูข้อมูลให้ชัดเจน เพราะมาเมืองไทยเวลาสั้นๆ และไม่ได้มีการไปสัมผัสผู้ป่วย เมื่อย้อนดูข้อมูลเริ่มป่วยจะเห็นว่ามีโอกาสสูงที่จะรับเชื้อจากนอกประเทศไทย แต่ยังไม่ด่วนสรุป ขอตรวจทานกับอีกประเทศหนึ่งก่อนว่าน่าจะรับเชื้อที่ไหน ส่วนหญิงออสเตรียป่วยติดเชื้อโควิดมีประวัติมาไทยนั้น ยังอยู่ในระหว่างการประสานขอข้อมูล&amp;nbsp;
ยังไม่ยืนยันจนท.ตม.ติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีพบเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินสุวรรณภูมิป่วย และรักษาตัวในสังกัด รพ.กทม.นั้น ขณะนี้ยังเร็วเกินไปจะให้คำตอบ เพราะต้องรอการตรวจยืนยันห้องปฏิบัติทางวิทยาศาสตร์ และประวัติในทางระบาดวิทยา คาดว่าจะสามารถสรุปได้วันที่ 11 มี.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า รายที่เข้ารับการรักษาที่ รพ.กลางนั้น เบื้องต้นยังไม่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อหรือไม่ เพราะต้องรอผลตรวจเลือดยืนยัน และรอผลอย่างชัดเจนจากกระทรวงสาธารณสุขอีกครั้ง และถ้าหากผลตรวจของรายที่ รพ.กลาง เป็นผลบวกคือติดเชื้อนั้น ทาง รพ.กลางจะมีห้องแยกไม่ให้เกี่ยวพันกับคนไข้รายอื่น ซึ่งเตรียมไว้พร้อม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการรับมือการแพร่ระบาดโควิด-19 ว่า รัฐบาลมีความตั้งใจมุ่งมั่นในการแก้ปัญหานี้ให้ได้ การดำเนินการเป็นไปตามลำดับสถานการณ์ หากเปรียบเทียบกับหลายประเทศ ประเทศเราไม่ขึ้นมาก ยังไม่มีตายมาก ต้องชื่นชมการทำงานของบุคลากรทุกส่วน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทำงานภายใต้กฎหมาย 3 ตัว ประกอบด้วย พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ, พ.ร.บ.บรรเทาสาธารณภัย และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี สั่งการเชิงนโยบาย ดังนั้น ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งตนบัญชาการจะทำหน้าที่กลั่นกรองมาตรการต่างๆ ที่ฝ่ายแพทย์เสนอขึ้นมา โดยจะไม่ซ้ำซ้อนกับศูนย์ ที่ผ่านมากล่าวหาว่านายกฯ ไม่ให้ความสนใจ ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วถูกใจทุกคน ถ้าสื่อไม่เข้าใจประชาชนก็ไม่เข้าใจทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า การดำเนินการในวันนี้ อาจจะช้าไปบ้าง เพราะเราทำเพื่อคนส่วนใหญ่ของทั้งประเทศ จะต้องสอดประสานกันตั้งแต่ต้นทางยันปลายทาง จะทำอย่างไรถึงจะบริหารคนเป็นแสนที่จะเข้ามา จึงต้องมีมาตรการคัดกรองติดตามตัว และระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วย สิ่งสำคัญคือต้องช่วยกันเตือนแบบปากต่อปากแล้วแจ้งมา ขอชมเชยเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ จนได้สั่งการไปแล้วให้ดูแลเป็นพิเศษ ให้มีค่าเสี่ยงภัย เพราะทำงานเสี่ยงทุกวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องรับบริจาคนั้น ไม่ใช่เงินไม่พอ แต่มีการเสนอมาในครม.ว่า ครม.ควรจะบริจาคดีหรือไม่ ซึ่งเห็นว่าดี และเพิ่งเริ่มบริจาคกันในวันนี้ ยืนยันว่าไม่ได้นำมาใช้อย่างอื่นเลย เก็บไว้เป็นก๊อกสองในการดูแลแพทย์พยาบาล รวมถึงวิกฤตการณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กรณีผีน้อยที่ถูกกักตัวมีการตั้งวงดื่มสุรานั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สั่งให้ติดตามแล้ว พวกก๋ากั่น ทราบว่าเป็นที่ชลบุรี นี่คือสิ่งที่เราต้องบอกและขอร้องกัน มาตรการชุมชนรู้กันอยู่แล้ว ต้องปฏิเสธเรื่องเหล่านี้ ส่วนคนที่หลบหนีไม่ยอมกักตัวที่บ้าน ขอให้แจ้งมา เรามีมาตรการลงโทษอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการประกาศเพิ่มเติมประเทศที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย นอกจากจีน เกาหลี อิตาลี และอิหร่านว่าขึ้นอยู่กับคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.ได้หารือถึงการกักตัวผู้เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ซึ่งการกักตัวในพื้นที่ของรัฐที่ทำอยู่ไม่สามารถยกเลิกได้ง่าย เพราะใช้เวลาถึง 14 วันในการกักตัว แต่หลังจากนี้จะสนับสนุนแนวทางการกักตัวที่บ้านให้มากขึ้น วิธีการนี้สามารถกับคนจำนวนมากกว่าการกักตัวในสถานที่ของรัฐ เรื่องนี้แม้ไม่ได้เป็นมติ ครม. แต่เป็นที่รับทราบว่ารัฐสนับสนุน
ผีน้อยรายงานตัว 74 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมช.สาธารณสุขยังกล่าวถึงรายงานการกักตัวผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศว่า ที่สัตหีบมี 188 คน ยังสามารถรองรับได้อีก 200 คน ส่วนบุรีรัมย์มี 200 คน ซึ่งสถานที่อาจจะยังไม่พร้อม ต้องขออภัยและกำลังจะปรับปรุงให้ดีขึ้น อาจจะเห็นมีคนโพสต์ที่ไปกักตัวว่าเป็นห้องน้ำรวม ไม่สะดวกสบาย จะมีการปรับปรุง ก็ขอโทษด้วย สถานที่หายากมาก ส่วนที่สัตหีบถือว่ามีความพร้อม เรากำลังจะให้ไปเรียนรู้สิ่งที่ทหารเรือทำที่สัตหีบ ทำทุกอย่างเป็นระบบ การจัดการขยะติดเชื้อ ปลอดภัย คนมั่นใจ ซึ่งวันที่ 10 มี.ค.จะมีไปที่สัตหีบอีก 3-4 เที่ยวบิน ส่วนคนที่หนีการรายงานตัว ขณะนี้มารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่แล้ว 74 คน จาก 80 คน 3 คน อยู่ใน กทม.กำลังจะเดินทางกลับ ส่วนอีก 3 คนอยู่ระหว่างการเดินทาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ มีการเตรียมการสถานที่รองรับอีก 2 จุด คือที่กำแพงแสนและค่ายอดิศร ส่วนการกักตัวตามภูมิลำเนา ผู้ว่าราชการจังหวัดยังตอบมาไม่ครบ และกำลังพิจารณาอยู่ว่า 74 คน ถ้าใครไม่ให้ความร่วมมือจะเอาไปที่สถานที่กักตัวตามภูมิลำเนาที่มีสถานที่ที่ผู้ว่าฯ เตรียมไว้ ถ้าใครให้ความร่วมมือให้รายงานตัวกับเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า มาตรการของประเทศไทยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของคนไทยเป็นอันดับแรก คนที่จะเดินทางมาจาก 4 ประเทศกลุ่มเสี่ยงต้องมั่นใจว่าปลอดภัยถึงให้ขึ้นเครื่องมาได้ เมื่อมาแล้วต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วัน การกักกันตัวที่บ้านนั้น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และฝ่ายปกครองจะเป็นผู้ดูแล หากใครเจ็บป่วยต้องส่งตัวไปให้โรงพยาบาลเป็นผู้ดูแล นอกจากนี้ ยังมีการประสานงานกับทางการจีนในเรื่องของยาที่ใช้รักษา และมีการพัฒนาวัคซีนร่วมกันเพื่อรักษาประชาชนให้ดีที่สุด&amp;nbsp;
นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า มาตรการในภาพรวมได้พยายามลดการแพร่กระจายเชื้อจากนักเดินทางต่างประเทศ และการแพร่กระจายเชื้อในประเทศ โดยต้องเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อในสถานที่รัฐบาลกำหนด หากพบผู้ป่วยจะรับมาไว้ดูแลรักษาโดยเร็วเพื่อนำไปสู่ห้องแยกทันที ประกอบกับขณะนี้มียาต้านไวรัสจำนวนหนึ่งที่ได้จากทางการจีนเพื่อรักษาผู้ติดเชื้อให้หายแล้วเป็นจำนวนมาก ยืนยันเรามียาเพียงพอ พร้อมทั้งมีมาตรการเยียวยาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ สถาบันบำราศนราดูร กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี เวลา 16.15 น. นายกฯ พร้อมด้วย นายอนุทิน ปลัด สธ. และคณะผู้บริหาร สธ. เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ แพทย์และพยาบาลในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยตั้งแต่การตรวจคัดกรองจนถึงขั้นตอนการดูแลรักษา โดยมีนายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี และ นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันบำราศราดูร ให้การต้อนรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประยุทธ์เยี่ยมห้องปฏิบัติการ ARI Clinic หรือคลินิกคัดกรองผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ และรับฟังบรรยายสรุปการดำเนินงาน พร้อมให้กำลังใจแพทย์ พยาบาล รวมทั้งให้กำลังใจผู้ป่วยรายหนึ่งที่รักษาอยู่ในห้องผู้ป่วยแยกโรคติดเชื้อความดันลบ ผ่านกล้องโทรทัศน์วงจรปิด และได้มอบกระเช้าอาหารเพื่อสุขภาพให้ผู้ป่วยทุกคน และมอบให้บุคลากรทางการแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายกฯ เดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์สารสนเทศ กรมควบคุมโรค ซึ่งบริษัทหัวเหว่ยได้มอบเครื่องวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ 7 เครื่อง เพื่อติดตั้งที่กระทรวงสาธารณสุข 2 เครื่อง, สถาบันบำราศนราดูร 3 เครื่อง, สนามบินสุวรรณภูมิ 1 เครื่อง และโรงพยาบาลบางพลี 1 เครื่อง ซึ่งนายกฯ ได้ทดลองพูดคุยผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังสนามบินสุวรรณภูมิและสถาบันบําราศนราดูร โดยให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และระบุว่าหาโอกาสมาเยี่ยมอีกครั้งที่สนามบินสุวรรณภูมิ&amp;nbsp;
คุมโควิดไม่ให้ไประยะ 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอฝากอย่ากังวลเรื่องอื่น ขอความร่วมมือให้ช่วยกันทุ่มเทให้เต็มที่ ส่วนเรื่องคนเข้า-ออกหรือผีน้อย ฝากทุกเขตดูแลประสานต่อเรื่องข้อมูลและให้ช่วยกันเฝ้าระวังดูแลให้ครบ 14 วัน เพื่อให้มั่นใจว่าปลอดโรค โดยรัฐบาลพยายามควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ประเทศไทยเข้าสู่การระบาดระยะที่ 3 หรือให้เข้าสู่ระยะที่ 3 ช้าที่สุด ซึ่งต้องมั่นใจในระบบสาธารณสุขและขีดความสามารถของเรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นได้ตรวจเยี่ยมการทำงานในศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข และวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) 76 จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังตรวจเยี่ยม นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ได้มาให้กำลังใจกระทรวงสาธารณสุขและอธิบดีทุกกรม และผู้ปฏิบัติการทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (อีโอซี) โดยมั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ เชื่อว่าปัญหาโควิด-19 จะแก้ได้สักวัน จะต้องจบไม่ยาวนานไปจนถึงปีหน้าและปีต่อไป ยืนยันว่าสถานการณ์เราสามารถควบคุมได้ เป็นที่น่าพอใจเมื่อเปรียบเทียบกับหลายๆ ประเทศ ฉะนั้นอยู่ที่ความหนักแน่นของพวกเรา ความเชื่อมั่น และความสำเร็จของทุกคน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ได้รับการชื่นชมอยู่แล้ว วันนี้ให้กำลังใจแพทย์และพยาบาลไปเยอะแล้ว ให้ไปหมดทั้งหัวใจแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ได้มีการประเมินหรือไม่ว่าสถานการณ์โควิด-19 จะอยู่กับไทยไปถึงเมื่อไหร่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่สามารถประเมินได้ อยู่กับสถานการณ์ภายนอก แต่ที่สำคัญคือโรคโควิด-19 กลัวความร้อน ขณะที่ไทยกำลังเข้าสู่ฤดูร้อน หวังว่าสถานการณ์จะบรรเทาลงได้บ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.บุรีรัมย์ นายธัชกร&amp;nbsp;หัตถาธยากูล&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อระดับจังหวัด ได้ชี้แจงกรณีที่มีผู้นำภาพสถานกักตัวเพื่อสังเกตอาการตามมาตรฐานควบคุมโรค&amp;nbsp;สำหรับผู้ที่เดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ภายในสนามกีฬาเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ ไปเผยแพร่ในโลกโซเชียล พร้อมระบุข้อความว่าไม่มีความพร้อมเรื่องการกักตัวผีน้อย คุณภาพโดยรวมแย่มาก ว่า ภาพดังกล่าวเป็นกลุ่มที่เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง โดยถูกส่งตัวมาที่จังหวัดบุรีรัมย์รวมจำนวน&amp;nbsp;186&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ในช่วงค่ำ ขณะที่เตรียมสถานที่ไว้รองรับเพียง&amp;nbsp;60&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ในส่วน&amp;nbsp;120&amp;nbsp;คนนั้น&amp;nbsp;จึงแก้ปัญหาด้วยการจัดหาเต็นท์และพื้นที่รองรับเพิ่มเติม&amp;nbsp;แต่มีคณะกรรมการฯ ไปตรวจสอบเรื่องความปลอดภัยตามมาตรฐานแล้ว&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งคัดแยกกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว เพื่อส่งตัวกลับไปกักตัวยังจังหวัดภูมิลำเนาต่อไป&amp;nbsp;โดยจะมีการจัดรถส่งกลับถึงภูมิลำเนา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งมีผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.บุรีรัมย์ ประมาณ 20&amp;nbsp;คนเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59407</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กรมควบคุมโรค, ตม., สถาบันบำราศนราดูร, สาธารณสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิตาลี, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200310/image_big_5e67a6cc566b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2020 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2020 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตม.หนองคายตรวจเข้ม! สกัด&#039;โจรชิงทอง&#039;หนีไปลาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค. 63 -&amp;nbsp; ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย &amp;ndash; ลาว แห่งที่ 1 จังหวัดหนองคาย เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย และเจ้าหน้าที่ศุลกากรหนองคาย ที่ปฏิบัติหน้าที่ภายในด่านพรมแดนฯ ได้ร่วมกันเพิ่มความเข้มในการตรวจทั้งรถและบุคคลที่ผ่านเข้า-ออก ด่านพรมแดนฯ โดยเฉพาะด่านขาออก หลังจากที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเผยพบชายต้องสงสัยคล้ายคลึงกับคนร้ายชิงทองที่ลพบุรี ในพื้นที่จังหวัดหนองคาย เพื่อป้องกันผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นคนร้ายหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหนองคายและเจ้าหน้าที่ศุลกากรหนองคาย ได้ตรวจรถทุกคัน ทั้งรถทะเบียนไทย และทะเบียน สปป.ลาว เน้นรถที่จะเดินทางออกไปที่ สปป.ลาว ทุกคัน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังได้ให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.หนองคาย เดินปะปนอยู่กับบุคคลที่ผ่านเข้า-ออก ด่านพรมแดนฯ รวมทั้งออกสืบสวนหาข่าวตามจุดจอดเรือประเพณีและจุดผ่อนปรนไทย-ลาว เพื่อเป็นการป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศอีกทางหนึ่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55010</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว, ตม., ตร., ตรวจเข้ม, หนองคาย, โจรชิงทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200120/image_big_5e25199e7e74e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2019 19:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2019 19:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบหน.แก๊งคอลเซ็นเตอร์ญี่ปุ่นซุกไทยหลอกเหยื่อกว่า500ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.62- พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ &amp;nbsp;ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 และพ.ต.อ.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล &amp;nbsp;ผกก.ตม.จว.ชลบุรี &amp;nbsp;แถลงข่าวการจับกุมคนร้ายตามหมายจับของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหัวหน้าและผู้ประสานงานเครือข่ายกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ญี่ปุ่นในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า สืบเนื่องจากการจับกุมเมื่อวันที่ 29 มี.ค.62 &amp;nbsp;กก.สส.บก.ตม.3 และตม.จว.ชลบุรี นำหมายค้นศาลแขวงพัทยาที่ 5/2562 ลงวันที่ 29 มี.ค.2562 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 78/219 หมู่บ้านสยาม รอยัล วิว วิลเลจ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จนสามารถจับกุมชาวญี่ปุ่น จำนวน 15 ราย ซึ่งทำการโทรศัพท์เพื่อหลอกลวงไปยังประเทศญี่ปุ่น จนมีผู้เสียหายกว่า 500 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายถึง 89 ล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทย ประมาณ 25 ล้านบาท อันเป็นกรณีที่ทางการญี่ปุ่นให้ความสำคัญและสนใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมากอีกทั้งยังไม่เคยมีการจับกุมผู้กระทำความผิดได้มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นพ.ต.อ.สัมพันธ์ &amp;nbsp;เหลืองสัจจกุล &amp;nbsp;ผกก.ตม.จว.ชลบุรี พร้อมชุดสืบสวนทำการขยายผลและออกติดตามกลุ่มเครือข่ายอาชญากรรม (คอลเซ็นเตอร์) ที่ยังหลงเหลืออยู่ในประเทศไทย ทราบว่านายยามาโตะฯ อายุ 30 ปี สัญชาติ ญี่ปุ่น เป็นหัวหน้าและผู้ประสานงานของกลุ่มเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ญี่ปุ่นที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้แต่ไม่ได้ ด้วยขณะเข้าตรวจค้นจับกุมได้ไหวตัวและหลบหนีไป ชุดสืบสวนได้ออกติดตามจนพบว่ามีชายชาวญี่ปุ่นซึ่งมีลักษณะคล้ายกับนายยามาโตะฯ พักอาศัยอยู่ที่สุรวงศ์ซิตี้ รีสอร์ท เลขที่ 99 ถนนนเรศ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;จึงเข้าตรวจสอบและพบตัวนายยามาโตะฯ จึงได้จับกุมตัวโดยกล่าวหาว่า &amp;rdquo;เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด&amp;rdquo; (อยู่เกิน 119 วัน) และได้ควบคุมตัวนำส่ง พนักงานสอบสวน บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินคดีและจักได้ส่งตัวให้ทางการญี่ปุ่นเพื่อดำเนินคดีในส่วนของความเสียหายที่เกิดในประเทศญี่ปุ่นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44241</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอลเซ็นเตอร์, ตม., ตำรวจ, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190825/image_big_5d6280e5d5c22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2019 15:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2019 15:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาใจสาวก’บิ๊กโจ๊ก’แจกเสื้อลิมิตเต็ดอิดิชั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 ก.พ.2562 - &amp;nbsp;เพจเที่ยวกับตำรวจท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเพจท่องเที่ยวที่จะแนะนำแหล่งท่องเที่ยว โดยตำรวจ ตม. ร่วมกับ ตร.ท่องเที่ยว ได้โพสต์ว่า เกมส์ง่ายๆสำหรับ แฟนพันธ์แท้ #บิ๊กโจ๊ก (พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.)) รับไปเลย &amp;rdquo;เสื้อลิมิเต็ดเอดิชั่น บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; 1 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามมีอยู่ว่า?! การปราบปรามอาชญากรรม ผลงานคดีไหนของ #บิ๊กโจ๊ก ที่คุณประทับใจมากที่สุด และเพราะอะไร?!&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กติกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.กดไลค์ กดแชร์เพจเที่ยวกับตำรวจท่องเที่ยว พร้อมตั้งเป็นสาธารณะ พร้อมต้องใส่ #คดีเด่น บิ๊กโจ๊ก (เพื่อที่ออยจะได้ตรวจสอบง่ายๆค่ะ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ต้องแคปมาใส่ใต้โพสด้านล่างด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครตอบและทำถูกกติกาและโดนใจออยมากที่สุด รับเสื้อบิ๊กโจ๊กไปเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ..เสื้อมีจำนวนจำกัดนะค่ะ การตัดสิ้นของออยถือเป็นอันสิ้นสุด หมดเขตการเล่นเกมส์วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 หรือจนกว่าของจะหมดนะจ๊ะ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28203</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตม., ท่องเที่ยว, ผบช.สตม., ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล, เที่ยวกับตำรวจท่องเที่ยว, เพจ, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190203/image_big_5c56a15e2c5f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2018 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2018 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;งง&#039;เจ๊แดง&#039;เผ่นนอกทำไมคดียังไม่เริ่ม เช็กตม.อยู่ไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;19 ธ.ค. 61 - ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หรือ เจ๊แดง น้องสาวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางออกนอกประเทศ เนื่องจากกังวลจะถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรียกตรวจสอบเกี่ยวกับโครงการทุจริตจำนำข้าวล็อต2ว่า หน่วยงานความมั่นคงยังไม่มีข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ว่านางเยาวภาเดินทางออกนอกประเทศ คาดว่าคงจะไม่ไปไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า อาจจะใช้ช่องทางอื่นเช่นเดียวกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่นางเยาวภา ยังไม่ได้มีความผิดอะไร แล้วจะไปไหน คดีก็ยังไม่ได้เริ่มอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีคดีฟอกเงิน รับเช็ค 10 ล้านบาทจากการปล่อยกู้มิชอบของธนาคารกรุงไทย ของนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ต้องให้หน่วยงานความมั่นคงติดตามความเคลื่อนไหวหรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ต้อง เพราะเขามีเงินประกันตัวอยู่ 10 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีเงินประกันตัว 30 ล้านบาท ก็ยังหลบหนี รองนายกฯและรมว.กลาโหม กล่าวว่า จะมีเงินประกันกี่ล้าน ก็ว่าไป เมื่อทำผิดก็ว่าไปตามผิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24577</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำนำข้าวล็อต2, ตม., ทักษิณ, บิ๊กป้อม, เจ๊แดง, เผ่นนอก, โอ๊ค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181219/image_mid_5c19b56568ff6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
