<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120071</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 13:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 13:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ลุยค้นชุมชนวัดม่วงสกัดล้างแค้น&#039;บาส มีดคู่&#039; ตั้ง3ข้อหา&#039;4โจ๋&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 - เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.เพชรเกษม ร่วมกับตำรวจกองกำกับการสืบสวนนครบาล 9 และตำรวจ 191 นำหมายค้นของศาลอาญาธนบุรี เข้าตรวจค้นบ้านพักในชุมชนวัดม่วงรวม 9 จุด 13 เป้าหมาย หลังจากพบว่ามีการโพสต์ข้อความข่มขู่จะล้างแค้นนายณัฐวัฒิ พึ่งฤกษ์ดี หรือ บาส ใช้มีดแทงกลุ่มวัยรุ่นชุมชนวัดบางม่วง เสียชีวิต 2 คน บริเวณหน้าบ้านพักในหมู่บ้านสุขสันต์ 6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เปิดเผยว่า หลังจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) สั่งการให้ตรวจสอบกลุ่มที่โพสต์ข้อความดังกล่าวว่ามีจริงหรือไม่ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มนายณัฐวุฒิ ผู้ก่อเหตุ กลุ่มคู่กรณีทั้ง 6 คน และกลุ่มที่โพสต์สร้างสถานการณ์ โดยจากการตรวจค้น ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ส่วนผู้ที่โพสต์ข้อความยังไม่พบ แต่ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.พงศ์อนันต์ คล้ายคลึง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 (ผบก.น.9) เปิดเผยว่า ผู้ต้องหากลุ่มวัยรุ่นทั้ง 4 คน ที่ถูกดำเนินคดี ขณะพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา&amp;nbsp; 3 ข้อหา คือ ร่วมกันทำร้ายร่างกาย ร่วมกันทำบุกรุกเคหะสถาน และร่วมกันขู่เข็ญ และนำตัวไปขออำนาจศาลอาญาธนบุรีฝากขังผัดแรก พร้อมกับคัดค้านการประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคู่กรณีทั้งสองฝ่าย หากเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย สามารถร้องขอให้ตำรวจไปดูแลความปลอดภัยได้ พร้อมยืนยันว่า จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนนายณัฐวุฒิ ขณะนี้ตำรวจยังมีประเด็นที่จะต้องสอบปากคำเพิ่มเติม แต่ขณะนี้ยังรอการติดต่อจากทนายความ เพื่อนนำตัวมาสอบปากคำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120071</URL_LINK>
                <HASHTAG>4วัยรุ่น, ชุมชนวัดม่วง, ตร., ตั้ง3ข้อหา, บาส มีดคู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616d151a75efd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 12:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 12:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห่วงเยาวชนติดซีรีย์ดัง&#039;Squid Game&#039; เลียนแบบพฤติกรรมรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค. 64 - ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ​ กล่าวถึงกรณีที่ออกมาเตือน​การเลียนแบบพฤติกรรมความรุนแรงจากซีรีส์ชื่อดัง Squid Game อาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาชญากรรมได้ โดยยืนยันว่า​ ไม่ใช่เป็นเรื่องเฉพาะภาพยนตร์​ แต่เป็นนโยบายการสร้างการรับรู้ เพื่อให้ผู้ปกครองดูแลบุตรหลาน โดยเฉพาะเรื่องการเข้าถึงเนื้อหาสาระในสื่อสังคมออนไลน์ ที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและง่ายขึ้น แม้ว่าภาพยนตร์​จะถูกจัดเรตติ้ง​ไว้ แต่ก็มีการเข้าถึงได้​ จึงต้องร่วมกันรณรงค์​ใช้ความระมัดระวัง​ในการเสพสื่อออนไลน์ ​ซึ่งต้องยอมรับว่า ในการปฏิบัติ​หน้าที่และสอบสวนคดีอื่น ที่มีส่วนมาจากพฤติกรรม​การลอกเลียนแบบ​ ซึ่งการออกมาเตือนเพื่อให้มีความเหมาะสมในการเข้าถึงเนื้อหาในช่วงอายุ โดยรวมถึงภาพยนตร์​หรือซีรี่ย์​เรื่องอื่น​ ๆ​ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการเซนเซอร์ ​มีหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่แล้ว และต้องมีการพูดคุยในบางจุด​ให้เกิดความเหมาะสม และยืนยันทำหน้าที่ในการป้องกันปัญหา​อาชญากรรม​ที่ต้องอาศัยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119398</URL_LINK>
                <HASHTAG>squid game, ซีรีย์, ตร., พ.ต.อ.กกฤษณะ พัฒนเจริญ, รุนแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_6163ccef70710.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 12:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.รู้ตัวกลุ่มซุ่มยิง&#039;คฟ.&#039;เร่งออกหมายจับ ยันพร้อมรับมือ&#039;ทะลุแก๊ส&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค. 64 - ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การชุมนุมในพื้นที่กรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า จากที่พบมีเพียงการชุมนุมบริเวณหน้าศาลฎีกาของกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ซึ่งภาพรวมไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุความวุ่นวายใดๆ ส่วนในพื้นที่ใต้ทางด่วนดินแดงของกลุ่มทะลุแก๊ส ไม่พบมวลชนเข้ามาร่วมชุมนุม สะท้อนว่าปฏิบัติการเชิงรุกของตำรวจ ด้วยการเข้าไปดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชุมชนแฟลตดินแดง ทำให้ไม่เกิดการรวมตัวก่อเหตุความไม่สงบดังเช่นที่ผ่านมา แต่ยังได้รับรายงานการพบวัตถุคล้ายระเบิดบริเวณใต้แฟลตดินแดง แฟลต 1 จึงให้เจ้าหน้าที่อีโอดีเข้าไปตรวจสอบ และเก็บหลักฐานไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่กลุ่มทะลุแก๊สออกมาประกาศว่าจะเข้ามายึดพื้นที่คืนภายใน 7 วันนั้น ตำรวจมีข้อมูลการสืบสวนอยู่แล้ว และมีความพร้อมในการดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ โดยได้รับความร่วมมือจากชาวแฟลตดินแดงเป็นอย่างดี หลังดำเนินการมาแล้ว 4 วันที่ผ่านมา พร้อมประเมินสถานการณ์เป็นระยะ เพื่อปรับแผนการวางกำลัง ควบคู่กับให้ตำรวจฝ่ายสืบสวน รวบรวมข้อมูลบุคคลที่เข้ามาร่วมชุมนุม และผู้ที่เคยถูกจับไปแล้ว รวมทั้งรถจักรยานยนต์ที่ยึดได้ เพื่อขยายผลออกหมายจับกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และจะตามจับให้ได้ทั้งหมด ไม่ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะย้ายไปยังจุดใดก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.จิรสันต์&amp;nbsp; กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการติดตามผู้ก่อเหตุยิงตำรวจควบคุมฝูงชนว่า ขณะนี้ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนการสืบสวน แต่ยืนยันได้ว่า ตำรวจรู้กลุ่มบุคคลที่ร่วมก่อเหตุแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการระบุตัวตนบุคคล เพื่อใช้ในการออกหมายจับ ส่วนชนิดกระสุนปืนและวิถีกระสุน ขณะนี้อยู่ระหว่างให้ผู้เชี่ยวชาญยืนยันข้อมูล ยังไม่ขอเปิดเผย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119397</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดินแดง, ตร., ทะลุแก๊ส, นครบาล, พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_6163c9cfa4760.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118719</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับ3โจ๋ทะลุแก๊สปาบึ้มใส่รถสายตรวจ ไล่ล่าอีก1 ยึดของกลางเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค. 64 - ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)&amp;nbsp; พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และโฆษก บช.น. แถลงถึงการนัดหมายการชุมนุมในวันนี้ว่า มีกลุ่มพลเมืองโต้กลับ บริเวณหน้าศาลฎีกา นัดหมายเวลา 17.00 น. กลุ่มสลัม 4 ภาค ที่กระทรวงคมนาคม เวลา 08.30 น. และ กลุ่มทะลุแก๊ส ที่แยกดินแดง เวลา 17.30 น. คาดว่าจะเกิดความวุ่นวาย และอาจมีการเคลื่อนขบวนไปยังพื้นที่ใกล้เคียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการชุมนุมวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp; สน.พญาไท สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน ในความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พร้อมของกลางเป็น ลูกแก้ว พลุ ประทัด หนังสติ๊ก แว่นตากันแก๊ส หน้ากากกันแก๊ส ขณะที่ในพื้นที่ สน.ลุมพินี ช่วงเช้าที่ผ่านมาเวลา 06.00 น. มีชาย 4 คนซ้อนรถจักรยานยนต์ ขับขี่มาจากแยกประตูน้ำ มุ่งหน้าไปยังแยกราชประสงค์ ได้ขว้างปาวัตถุคล้ายระเบิดใส่รถเจ้าหน้าที่สายตรวจที่แยกราชประสงค์ แล้วพากันหลบหนี ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวผู้ต้องหาได้ ที่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 97/1&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 คน ประกอบด้วย นายพิชัย เลิศจินตวงษ์ อายุ 30 ปี เป็นผู้ขับขี่ นายนฤเบศร์ เขื่อนวัง อายุ 26 ปี นั่งซ้อนตรงกลาง และนายจตุพล บุญทูล อายุ 18 ปี นั่งซ้อนท้าย เป็นผู้ขว้างวัตถุคล้ายระเบิดใส่รถยนต์สายตรวจ หลบหนี 1 คน พร้อมตรวจยึดของกลาง ลูกแก้ว 114 ลูก หนังสติ๊ก ประทัด 9 ลูก เบื้องต้นรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มชุมนุมบริเวณใต้ด่วนดินแดง ส่วนผู้ที่หลบหนีเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามจับกุม เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่าระเบิดแสวงเครื่อง ประดิษฐ์เอง โดยดูผ่านยูทูป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคดีในพื้นที่ สน.วังทองหลาง กรณีมีเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ป.ป.ส. เข้าตรวจค้นบ้าน และล็อกตัวใส่กุญแจมือกับเยาวชนอายุ 14 ปี เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา พลตำรวจตรีจิรสันต์&amp;nbsp; ชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดฯ ในการเข้าตรวจค้น และขยายผลหลังการสืบสวน โดยเจ้าหน้าที่ 191 ได้รับแจ้งเหตุว่าบ้านหลังดังกล่าวเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นในบ้านหลังดังกล่าวโดยการแสดงบัตรเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. สามารถเข้าตรวจค้นได้เลย โดยไม่ต้องแสดงหมายค้น จากการตรวจค้น พบเยาวชน 14 ปี อุปกรณ์การเสพ เครื่องกระสุนปืน แต่ไม่พบสารเสพติดในปัสสาวะแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา มีเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งบ้านหลังดังกล่าวเคยได้รับแจ้งว่ามีการมั่วสุม เสียงดัง ทำให้ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อน โดยภายหลังที่เจ้าหน้าที่นำตัวไปยังสถานีตำรวจ ผู้ปกครองของเยาวชนคนดังกล่าวได้ตามมาภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวว่า ในกรณีที่มีการวิจารณ์ว่าเจ้าหน้าที่ กระทำไม่ถูกต้องนั้น หากได้รับแจ้ง ก็สามารถเข้าตรวจค้นได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องมีหมายค้น ส่วนบุคคลที่พบไม่ว่าจะอายุเท่าใด เจ้าหน้าที่ก็สามารถควบตัวคุมได้ทันที.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118719</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตร., ทะลุแก๊ส, บช.น., พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก, ม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615a9e85d2125.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 11:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ตั้ง6ข้อหาหนักอาโฉดหื่นกาม สำนึกผิดอยากกราบขอขมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 64 - จากกรณี นายธีระยุทธ์ ตันอึ่ง หรือยุทธ อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 100 หมู่ 1 ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม เมาเหล้าบวกกับคลั่งยาบ้าบุกถีบประตูห้องน้ำ พยายามเข้าไปปลุกปล้ำหลานสาว ด.ญ.นิด(นามสมมติ) อายุ 13 ปี ซึ่งมีบ้านอยู่ติดกันที่ห่างเพียง 3 เมตรเท่านั้น เด็กดิ้นรนต่อสู้ขัดขืนจึงใช้กำลังประทุษร้ายทุบตีจนน่วม และเตรียมจะข่มขืนโชคดีที่นกเขาไม่ขัน จังหวะเดียวกันพ่อแม่ของเด็กหญิงกลับมาจากซื้อของในตลาดพอดี ทำให้นายยุทธที่มีศักดิ์เป็นอามุดลอดฝาบ้านหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งวันรุ่งขึ้นตำรวจสายตรวจพบผู้ถูกกล่าวหานั่งซดเหล้าอยู่กับเพื่อนที่หน้าปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บ้านหนองจันทร์ ต.ท่าค้อ อ.เมืองนครพนม จึงนำตัวมาตรวจหาสารเสพติดพบฉี่เป็นสีม่วง พร้อมรับสารภาพว่าเป็นคนที่พยายามจะข่มขืนหลานสาวจริง สาเหตุที่กระทำลงไปเพราะความเมา ด้านนางบุญมี อายุ 64 ปี ผู้เป็นแม่บังเกิดเกล้าของผู้ต้องหา หลังทราบว่าลูกชายถูกจับกุมแล้ว ก็ยกมือท่วมหัวบอกว่าติดคุกตลอดชีวิตได้ยิ่งดี เพราะที่ผ่านมาถูกลูกชายคนนี้ทุบตีมากกว่า 12 ครั้งจนต้องเข้าโรงพยาบาลถึง 3 ครั้ง ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คืบหน้าล่าสุด วันที่ 27 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยัง สภ.เมืองนครพนม รับทราบจาก ร.ต.อ.จำรัส ศรีหาตา รองสารวัตรสอบสวนฯเจ้าของคดี ว่า ได้สอบสวนปากคำทั้งผู้เสียหาย ผู้ปกครอง รวมทั้งพยานแวดล้อม และผู้ต้องหาไว้ครบถ้วนแล้ว โดยผู้ต้องหายอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา คำให้การสรุปอยู่ในสำนวนไว้เรียบร้อย พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาแก่นายยุทธ คือ 1.กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม 2.กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม 3.บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน 4.ทำร้ายร่างกาย 5.ความผิดต่อเสรีภาพ และ 6.มีสารเสพติด(ยาบ้า)อยู่ในร่างกาย โดยจะนำตัวไปฝากขังผลัดแรกต่อศาลจังหวัดนครพนมในวันที่ 28 กันยายน นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายยุทธผู้ต้องหาถูกคุมขังในห้องควบคุมของ สภ.เมืองนครพนม หลังสร่างเมาก็ยืนเกาะกรงเหล็กชะเง้อมองหาญาติ ทั้งนี้ตั้งแต่ถูกจับกุมก็ไม่มีใครมาเยี่ยมหรือยื่นขอประกันตัวแต่อย่างใด จึงกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่ารู้สึกสำนึกผิดต่อสิ่งที่ตนเองกระทำลงไป ถ้ามีโอกาสอยากจะก้มกราบเท้าขอขมาต่อนางบุญผู้เป็นแม่และครอบครัวของหลานสาว ตอนนี้เริ่มมีความรู้สึกหวาดกลัวหลังถูกโดดเดี่ยวจากญาติพี่น้อง พร้อมชดใช้กรรมในเรือนจำก็ไม่รู้ว่าจะติดคุกกี่ปีถึงจะได้รับอิสรภาพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117969</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อหาหนัก, ตร., นครพนม, อาหื่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_615140c3415df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 10:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.เตือนคิดก่อนคลิก! มิจฉาชีพจ้องฉกเงิน&#039;ม.33&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 64 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัยคิดก่อนคลิก กรณีที่อาจจะมีเหล่ามิจฉาชีพฉวยโอกาสแอบแฝงตัวมากับการจ่ายเงินให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 โดยระบุว่า ในปัจจุบันที่ยังอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและองค์กรต่างๆ ทางรัฐบาลจึงได้มีโครงการในการจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 เป็นเงินจำนวน 2,500 บาทต่อคนต่อเดือน ครั้งที่ 2 จะเริ่มโอนเข้าบัญชีในวันที่ 27-28 ก.ย. 64&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงอาจมีเหล่ามิจฉาชีพที่อาศัยช่องว่างดังกล่าวในการกระทำความผิด โดยอาจจะมาในหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการสร้างเว็บไซต์ปลอม หรือการส่ง SMS ทางโทรศัพท์มือถือ หรือลิงค์ต่างๆ ที่มีลักษณะให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคล เลขบัตรประจำตัวประชาชน เลขบัตรเครดิต หรือให้ใส่รหัส OTP เป็นต้น เมื่อได้ใส่ข้อมูลลักษณะดังกล่าวไปแล้วเหล่ามิจฉาชีพก็อาจจะนำข้อมูลที่ได้ไปหาประโยชน์ในทางมิชอบและทำให้ได้รับความเสียหายในอนาคต จึงขอให้ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตรวจสอบสิทธิ์ของตนเองให้ชัดเจน และปฏิบัติตามขั้นตอนที่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้กำหนด เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของเหล่ามิจฉาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโทม ได้มีความห่วงใยในเรื่องอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่และซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน จึงได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขับเคลื่อนนโยบาย โดยการสั่งการไปยังหน่วยงานในสังกัดทุกหน่วยให้ทำการสืบสวนสอบสวนปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำในลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท และความผิดฐานฉ้อโกง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอฝากเตือนภัยและประชาสัมพันธ์แนวทางการป้องกันหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อดังนี้ อย่าหลงเชื่อข้อมูลการโพสต์ หรือลิงค์ที่แนบมาพร้อมกับ SMS ที่ไม่ทราบแหล่งที่มาที่ไป ห้ามเปิดลิงค์ดังกล่าวอย่างเด็ดขาดและห้ามเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ผ่านระบบออนไลน์หากยังไม่ได้ตรวจสอบให้ดีเสียก่อน หากพบข้อความที่น่าสงสัย ให้สอบถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจนเสียก่อน ในกรณีหลงเชื่อไปแล้ว ให้รีบเปลี่ยนรหัสผ่านทันที และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคาร สถาบันทางการเงิน เป็นต้น นอกจากนี้หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งไปยัง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117966</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตร., พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, ม.33, มิจฉาชีพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_615136f9697ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116536</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟังอีกด้าน! นครบาลแจงเหตุรถคุมผู้ต้องหาชนม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย. 64 - ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัครพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ในฐานะ โฆษก บช.น. และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ร่วมกันแถลงข่าวสรุปเหตุการณ์การชุมนุมเมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ภัครพงศ์ ผบช.น. กล่าวถึงคลิปเหตุการณ์กณีรถควบคุมผู้ต้องหาวิ่งชนกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณแยกดินแดง เมื่อช่วงดึกของวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา และพบว่าตำรวจขับรถออกไปทันที ทำให้ผู้ชุมนุมที่ถูกชนได้รับบาดเจ็บ จนมีการแชร์คลิปว่อนโซเชียล ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อรถควบคุมผู้ต้องหาขับไปถึงจุดเกิดเหตุสามเหลี่ยมดินแดง ปรากฏว่ามีผู้ชุมนุมประมาณ 6-7 คน ได้วิ่งกรูใช้อาวุธเข้ามาทุบรถ ขัดขวางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนรถเกิดความเสียหาย และจากนั้นจึงเกิดเสียงดังคล้ายเสียงระเบิดดังขึ้น และไม่เห็นว่าผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ โดยระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงว่าจะถูกทำร้ายจึงรีบขับรถหลบหนีเพื่อเดินทางกลับไปยังต้นสังกัด แต่รถไม่สามารถขับต่อไปได้ไปจอดไว้ที่ รพ.พระมงกุฏ จากนั้นจึงได้มีการรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนที่จะทำการตรวจสอบสภาพรถพร้อมกับลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน. ดินแดง และในวันนี้ก็จะเดินทางไปร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าวที่ได้ก่อเหตุไว้ และยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีพฤติกรรมชนแล้วหนี แต่เหตุการณ์เมื่อคืนได้มีการตรวจสอบไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียงก็ไม่ได้รับแจ้งหรือรายงานว่ามีใครได้รับบาดเจ็บแล้วมาเข้ารับการรักษา และหลังจากนี้หากกลุ่มผู้ชุมนุมคิดว่าตนเองได้รับความเสียหายก็มีสิทธิ์ที่จะแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ภัครพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีการเข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุมที่แฟลตดินแดงคืนวันที่ 11 ก.ย.ว่า&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นมันเป็นเหตุการณ์บานปลายเนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมก่อความวุ่นวายมีการทำร้ายเจ้าหน้าที่และทำลายทรัพย์สิน ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่หลีกเลี่ยงการสลายการชุมนุมในเคหสถานมาโดยตลอด แต่ผู้ชุมนุมยังไม่ยอมที่จะยุติ ส่งผลให้ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บหลายราย ล่าสุดส.ต.ต.ธนาวุฒิ จิรคเชนทร ถูกปาไปป์บอมบ์ใส่บริเวณใบหน้าด้านขวา และเบ้าตา&amp;nbsp; ต้องผ่าตัดด่วน ถึง 8 ชม. ขณะนี้อาการยังคงทรงตัวและรักษาอยู่ที่ห้องไอซียู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวถึงแนวทางการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่การชุมนุม แยกดินแดงในวันนี้ ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการจัดกำลังตามสถานการณ์และจากทางการข่าว เพื่อไม่ให้พี่น้องประชาชนคนอื่นได้รับผลกระทบ เนื่องจากขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมก่อความวุ่นวายเป็นรายวัน เมื่อวานมีการก่อเหตุวางเพลิงหลายพื้นที่และมีการวางตะปูเรือใบที่ถนนวิภาวดีรังสิตและสามแยกดินแดงรวมไปถึงทางลงอุโมงค์ส่งผลกระทบให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอีกทั้งยังมีการวิ่งตัดหน้ารถยนต์ของประชาชนผู้ใช้รถสัญจรไปมาจนเกิดการเสียหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการชุมนุมในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาตำรวจสามารถดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมได้จำนวน 204 คดี มีผู้ต้องหาหรือผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 756 คน สามารถจับกุมได้ จำนวน 511 คน อีกครั้งเมื่อวานที่มีการชุมนุมนั้นเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 รายพร้อมยึดอาวุธปืนและมีระเบิดแสวงเครื่องและ ไปป์บอมป์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ จากนั้นก็จัดส่งดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังกล่าวด้วยว่ากลุ่มผู้ชุมนุมมีการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเพื่อสร้างความสับสนและความเข้าใจผิดให้กับประชาชนโดยต้องการที่จะปลุกปั่นจนเกิดความวุ่นวาย หากกลุ่มผู้ชุมนุมมีการเผยการเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ตามมาตรา14 ซึ่งต้องประสานงานกันกับ ปอท. เพื่อดำเนิคดีอีกส่วนหนึ่ง ส่วนกรณีที่ผู้ชุมนุมได้ไปทำร้ายร่างกายประชาชนผู้สัญจรเดินทางกลับบ้านเมื่อวันที่ 11 ก.ย. ที่ผ่านมา ขณะนี้ได้ดำเนินการแจ้งความไว้แล้วโดยพนักงานสอบสวนเตรียมหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความคืบหน้ากรณีมีการยิงเด็กอายุ 14 ปี ที่ตำรวจได้ภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งเป็นภาพใกล้ๆ กับจุดเกิดเหตุขณะนี้ยังคงขาดพยานหลักฐานสำคัญ แต่ก็สามารถที่จะออกหมายจับได้ แต่อยากให้มีการพิสูจน์ทราบให้แน่ชัดกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้มีการตั้งด่านสกัด ตรวจค้นอาวุธ เกรงว่าผู้ชุมนุมจะนำเข้าไปก่อเหตุ อาจส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยรถต้องสงสัย และรถที่ไม่ติดป้ายทะเบียน จะถูกตรวจค้น ยืนยันเจ้าหน้าที่ใช้กำลังสมควรแก่เหตุตามสถานการณ์ ภายใต้กรอบของกฏหมาย ผ่อนหนักเบา ตามสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวถึงกรณีการออกมาแจ้งเตือนจากสถานทูตญี่ปุ่น ถึงการชุมนุมว่า เป็นการออกมาเตือนตามวงรอบ ไม่ใช่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้นอย่างเป็นในประเทศอื่น เนื่องจากเป็นการรายงานจากฝ่ายความมั่นคงในส่วนของประเทศไทยนั้นได้มีการประสานงานทางด้านการข่าว จึงไม่ห่วงสถานการณ์ดังกล่าวนี้เนื่องจากสันติบาลและนครบาลได้ร่วมมือกันดูแลความปลอดภัย ซึ่งทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลพร้อมให้การสนับสนุน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116536</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนผู้ชุมนุม, ตร., ทะลุแก๊ส, นครบาล, พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา, ม็อบ, แยกดินแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613eeb12d7486.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
