<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2019 12:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2019 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งสอบตร.เมากร่างขับเบนซ์ชนผู้หญิง ฮึ่่มผิดจริงฟันวินัย-อาญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ธ.ค. 62 &amp;ndash; พ.ต.อ.กฤษณะ&amp;nbsp; พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; กล่าวถึงกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์นำเสนอข่าว อ้างเป็นตำรวจขับรถเบนซ์ป้ายแดงชนผู้หญิง และกล่าวหาว่าโดดใส่รถเพื่อหวังทรัพย์ ในพื้นที่ สภ.เสม็ด&amp;nbsp; จ.ชลบุรี&amp;nbsp; ว่า&amp;nbsp; ได้รับรายงานจาก สภ.เสม็ด เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 62 ได้รับแจ้งว่ามีเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างได้รับความเสียหาย บริเวณซอยโรงเรียนบูรพาฝั่งมุ่งหน้าหมู่บ้านกระโดน หมู่ที่ 1 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี โดยมีผู้โดยสารรถจักรยานยนต์พ่วงข้างได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่ามีคู่กรณีฝ่ายที่หนึ่ง รถจักรยานยนต์พ่วงข้างยี่ห้อฮอนด้าสีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 1กง-7229 จว.ตาก พบผู้โดยสารทราบชื่อ นางสุภาพ มูลหลวง ได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่จึงประสานนำตัวส่งโรงพยาบาล&amp;nbsp; &amp;nbsp;คู่กรณีฝ่ายที่สอง รถยนต์เก๋งยี่ห้อ เบนซ์ สีดำ หมายเลขทะเบียนป้ายแดง ส-6420 กทม. ผู้ขับขี่คือนายสมชาติ นิพัทธ์วรนันท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ตามวันเวลาที่เกิดเหตุ นางสุภาพนั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างคันเกิดเหตุ ทันใดนั้นได้มีคู่กรณี คือนายสมชาติขับรถยนต์เก๋งตามหลังมาได้พยายามขับแซงขึ้นด้านหน้า จึงได้เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างได้รับความเสียหาย นางสุภาพ ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานสอบสวน จึงได้ถ่ายภาพสถานที่เกิดเหตุ ทำแผนที่เกิดเหตุ นำรถคู่กรณีที่เกิดเหตุไปเก็บรักษาและได้ทำการเรียกผู้ขับขี่ดังกล่าวมาลงบันทึกประจำวัน และดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ&amp;nbsp; ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย หรือจิตใจ&amp;nbsp; ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาได้มีสื่อสังคมออนไลน์นำเสนอข่าวพร้อมคลิปในบางช่วงว่า มีชายเสื้อขาวที่อ้างตัวเป็นตำรวจอยู่ในลักษณะมึนเมาได้มีการโวยวาย และได้ตบศีรษะเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยนั้น ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบชายดังกล่าวพบว่าเป็น เจ้าหน้าที่ตำรวจจริง โดยขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจรายดังกล่าวได้นั่งมากับนายสมชาติ ด้วย ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวน ได้มีการประสานไปยังเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยรายดังกล่าว เพื่อมาสอบปากคำ และสืบหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยจะทำการประสานทั้งนายสมชาติ ผู้ขับขี่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจรายดังกล่าว มาเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม โดยหากตรวจพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจรายดังกล่าวกระทำผิดจริง ก็จะดำเนินการทางอาญา และมีการรายงานพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมไปยังต้นสังกัด เพื่อให้ดำเนินการในทางวินัยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร. กล่าวว่า คงต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; หากตรวจแล้วพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจตามที่ปรากฏในข่าวจริง และมีการกระทำความผิด&amp;nbsp; จะมีบทลงโทษทั้งทางวินัยและอาญาตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป&amp;nbsp; ซึ่งก็คงต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ผิดก็ว่าไปตามผิดไม่มีการให้ความช่วยเหลือกันอยู่แล้ว ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการลงทัณฑ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กระทำในลักษณะนี้ทั้ง ไล่ออก ปลดออก ให้ออก หากความผิดปรากฏชัดเจน ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศมาโดยตลอด ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง และข้อบังคับที่กำหนด อย่างเคร่งครัด ส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่นที่ยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง หรือปฏิบัติงานไม่สนองนโยบายของผู้บังคับบัญชา ก็จะไม่เข้าข้างอยู่แล้ว หากผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่ามีความผิดก็จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญาอย่างเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้ง ผบ.ตร. ได้มีข้อสั่งการไปยังกองบัญชาการทุกภาคส่วน ผู้บังคับการ ผู้กำกับ หัวหน้าหน่วยในทุกต้นสังกัดทุกพื้นที่ ให้มีการควบคุม ดูแลความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ ทั้งเวลาราชการและนอกเวลาราชการ ตามคำสั่งที่ 1212/2537 ในการ กวดขัน กำกับ ดูแล สอดส่องความประพฤติและพฤติกรรมของข้าราชการตำรวจภายใต้การปกครองบังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด หากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความพฤตินอกรีต ไปเรียกรับเงินทอง เรียกรับผลประโยชน์อื่นใด หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ โดยให้ดำเนินการตรวจสอบกระทำด้วยความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งหากผลการตรวจสอบพบว่าได้กระทำผิดจริงให้ดำเนินทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51765</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตร., ตร.ขับเบนซ์ชนผู้หญิง, พ.ต.อ.กฤษณะ, สตช., โฆษก ตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191204/image_big_5de7409e179b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
