<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38620</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2019 10:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2019 10:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมาคมขนส่งฯเล็งMOUตำรวจตรวจควันดำถึงอู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย.62-นายชุมพล สายเชื้อ นายสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย (TTLA) เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ด่านตรวจควันดำ บริเวณถนนบรมราชชนนี พุทธมณฑลสาย 2 และการหารือร่วมกันกับ พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บังคับการตำรวจจราจร ( บก.จร.1 )ว่า จากการชี้แจงของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ที่ระบุว่าการตั้งด่านในพื้นที่พุทธมณฑล จะมีขึ้นทุกวันตั้งแต่วันจันทร์-วันเสาร์ ในระหว่างช่วงเวลา 09.00-14.00 น. โดยมีปริมาณการตรวจรถที่ 753 คัน/วัน และราว 15,000 คัน/เดือน ซึ่งช่วงเวลาการตั้งด่านนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรของแต่ละวัน หากรถติดช่วงเช้าก็จะขยับเวลาออกไปและจะเลิกตั้งด่านเร็วขึ้น หากช่วงบ่ายมีการจราจรติดขัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ทางผู้กำกับการได้ฝากเตือนผู้ประกอบการขนส่งว่า การตรวจวัดค่าควันดำในด่านตรวจแต่ละครั้ง ปริมาณการตรวจวัดสองครั้ง ค่าตัวเลขต้องห่างกันไม่เกิน 5 หน่วย เช่น ตรวจวัดครั้งแรก 40% อีกครั้งต้องไม่เกิน 45% ต้องระบุให้เจ้าหน้าที่ตรวจวัดสองครั้งแล้วแจ้งตัวเลขให้ผู้ขับขี่ทราบ ทั้งนี้ในอนาคตเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการแจ้งจุดตั้งด่านในทุกวันที่ปฏิบัติหน้าที่ให้ประชาชนทราบทางเบอร์ 1197 รวมถึงสามารถร้องเรียนความเดือดร้อนได้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชุมพล กล่าวอีกว่า ส่วนด้านความร่วมมือที่ได้เจรจาเบื้องต้นนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล หรือ บช.น. และ บก.จร. จะมีโครงการตรวจสภาพรถ โดยเฉพาะเรื่องควันดำให้กับผู้ประกอบการขนส่งที่สนใจ โดยจะจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสภาพรถให้ถึงที่บริษัทหรืออู่จอดรถ เพื่อเป็นการการันตีว่าผ่านมาตรฐานควันดำ ซึ่งทางสมาคมฯ ได้เสนอให้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจเป็น MOU เพื่อเป็นขั้นตอนในการปฏิบัติ และทางสมาคมต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกใบรับรองให้ผู้ประกอบการว่ารถคันนี้ผ่านมาตรฐานแล้ว อาจเป็นระยะเวลา 3 เดือนหรือ 6 เดือน เช่นเดียวกับที่กรมการขนส่งทางบก หรือ ขบ. ออกเครื่องหมายรับรองประจำปี เพื่อนำไปสู่การลดปริมาณด่านตรวจควันดำในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย ในฐานะผู้ประกอบการขนส่งที่มีสมาชิกกว่า 500 บริษัท และมีจำนวนรถบรรทุกกว่าหลายหมื่นคันนั้น ยืนยันว่าจะดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบและตามที่กฎหมายกำหนดไว้ เราเห็นด้วยที่จะช่วยแก้ปัญหาทางด้านมลพิษ และยินดีให้ความร่วมมือ ใครผิดก็ว่าไปตามผิด แต่สิ่งที่สมาคมฯ เรียกร้องนั้น คือ การตั้งด่าน อาจส่งผลกระทบทางด้านการจราจรที่ติดขัด รวมถึงเรื่องของความปลอดภัยด้วย เพราะที่ผ่านมา การตั้งด่านจะอยู่ในช่องจราจรหลัก ไม่ใช่ทางคู่ขนาน ที่สำคัญในเรื่องของความถี่ของการตั้งด่านควันดำด้วย โดยหลังจากนี้จะนำข้อคิดเห็นต่างๆ ของทางตำรวจไปชี้แจงกับสมาชิกสมาคม เพื่อหามาตรการต่อไป&amp;rdquo; นายชุมพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ ทางสมาคมฯ ได้ส่งหนังสือร้องเรียนการตั้งด่านตรวจควันดำไปยัง ขบ. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว หรือ สตช. นั้น นายชุมพล กล่าวว่า ทางด้าน สตช.ได้ส่งเรื่องไปในพื้นที่พุทธมณฑลทุก สน.ให้สืบสวนว่าการตั้งด่านมีผลทำให้จราจรติดขัดหรือไม่ รวมถึงเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติ ควบคู่ไปกับกำชับให้ บก.จร.ไปสืบสวนเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ด้วยว่า เจ้าหน้าที่ดำเนินตามแนวปฏิบัติหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมฯ ยังมีคำถามถึงจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของการตั้งด่านว่าจะมีประสิทธิภาพในการลดปัญหามลพิษจริงหรือไม่ รวมถึงการตั้งด่านนอกพื้นที่กำกับดูแลเป็นไปตามแผนที่ระบุไว้หรือไม่ ที่สำคัญในส่วนของการตั้งด่านบริเวณช่องจราจรหลักนั้น อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางจราจรได้ ทำให้ในเรื่องดังกล่าว จะต้องมีการศึกษาร่วมกัน เพื่อหาแนวทางแก้ไขต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38620</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจควันดำ, สมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย (TTLA)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190615/image_big_5d04677f2549e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28292</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2019 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2019 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯดีเดย์4 ก.พ.ตรวจควันดำทั่วประเทศสั่งห้ามใช้แล้ว161คัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.62-นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกดำเนินการตามมาตรการ &amp;ldquo;One Transport ปลอดฝุ่น PM2.5&amp;rdquo; ของกระทรวงคมนาคม เพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยตั้งจุดตรวจควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารรวม 31 จุด ครอบคลุมพื้นที่ 15 จังหวัดโดยรอบ บนเส้นทางสายหลักมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานครและจุดสำคัญต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 1-3 กุมภาพันธ์ 2562 รวม 3 วัน&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามจากการดำเนินการตรวจรถบรรทุกและรถโดยสารรวมทั้งสิ้น 4,616 คัน พบรถที่มีค่าควันดำเกิน 45%จำนวน 161 คัน เป็นรถบรรทุก จำนวน 137 คัน และเป็นรถโดยสาร จำนวน 24 คัน สั่งเปรียบเทียบปรับ 5,000 บาท และพ่น &amp;ldquo;ห้ามใช้&amp;rdquo; ทันที โดยจะไม่สามารถใช้งานรถได้จนกว่าจะแก้ไขปัญหาเรียบร้อยและนำรถเข้าตรวจสภาพที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น&amp;nbsp;
นอกจากนี้ พบรถที่มีค่าควันดำระหว่าง30-45 %จำนวน 72 คัน จึงได้ออกใบเตือนเพื่อให้ดำเนินการปรับปรุงให้ค่าควันดำลดลง โดยพบรถควันดำมากที่สุดบริเวณ ถนนสุวินทวงศ์ ขาเข้า, ถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี, ถนนบรมราชชนนี ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม, ถนนพระราม 2 และถนนบางนา-ตราด ตามลำดับ &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้เพิ่มมาตรการให้ผู้ประกอบการนำรถเข้าตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดและสำนักงานขนส่งสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นต้นไป เพื่อป้องกันสาเหตุการเกิดควันดำและก่อให้เกิดฝุ่นละออง PM2.5 ดำเนินการต่อเนื่องจนกว่าปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 จะคลี่คลาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่ง ดำเนินมาตรการตรวจวัดควันดำรถบรรทุกและรถโดยสาร ณ สถานีขนส่งผู้โดยสาร และบนถนนสายต่างๆ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ รวมถึงสุ่มตรวจสอบการดำเนินการของสถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ในเขตพื้นที่ หากพบสถานตรวจสภาพรถใด ละเลยไม่ทำการตรวจสภาพรถให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด พิจารณาสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพล กล่าวว่าสำหรับมาตรการตรวจควันดำรถโดยสารประจำทางในกรุงเทพมหานคร ได้ให้ผู้ตรวจการลงพื้นที่ ณ อู่รถโดยสาร ขสมก. ตั้งแต่เดือนมกราคม 2562 เพื่อตรวจสอบรถโดยสารประจำทางจำนวน 2,075 คัน โดยพบรถควันดำ 23 คัน ทั้งยังร่วมกับ ขสมก. จัดเจ้าหน้าที่ลงตรวจควันดำบริเวณอู่รามคำแหง 2 และรถโดยสารหมวด 4 ในพื้นที่เขตสายไหม จำนวนทั้งสิ้น 1,521 คัน พบรถโดยสารควันดำ 1 คัน โดยได้สั่งห้ามใช้รถควันดำทุกคัน และแจ้งให้ดำเนินการแก้ไขก่อนนำเข้ารับการตรวจสภาพอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28292</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก, ตรวจควันดำ, พีระพล ถาวรสุภเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190204/image_big_5c57f97932681.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
