<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50907</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนค.เอาคืนชงฟันมาดามเดียร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ช่อ&amp;quot; เอาคืน ร้อง กกต.ตรวจคุณสมบัติการเป็น ส.ส.ของ &amp;quot;มาดามเดียร์&amp;quot; ขอให้ยุติปฏิบัติหน้าที่ พ่วงคุก 10 ปี เพิกถอนสิทธิ 20 ปีด้วย อ้างเหมือนกรณี &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; เป๊ะ! ขณะที่ &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; จัดให้ ร้อง กกต.เร่งฟันอาญา &amp;quot;ทอน&amp;quot; เร็วๆ ก่อนฟ้องศาล รธน.เล่นงานคดีหมิ่นศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ แถลงว่า ได้มอบหมายให้ทนายความไปยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของการเป็น ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญของ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ภายหลังได้ตรวจสอบว่าแม้ น.ส.วทันยาจะเคยถือหุ้นบริษัทเครือเนชั่นและได้มีการโอนหุ้นดังกล่าวออกไปแล้ว แต่พบว่ามีการยื่นสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น หรือแบบ บมจ.6 ซึ่งเป็นแบบ บมจ.6 ที่ใช้กับการแจ้งเปลี่ยนชื่อผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัดมหาชน ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในช่วงเดือน ก.ย.2562 ภายหลังรับสมัครเลือกตั้งเป็นเวลา 6 เดือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า กรณีของ น.ส.วทันยา เทียบเคียงได้กับกรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เพราะได้ยื่นสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัด หรือแบบบอจ.5 หลังจากการรับสมัครเลือกตั้ง อันเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่านายธนาธรยังคงมีหุ้นในบริษัทที่ประกอบกิจการสื่อสารมวลชนในวันสมัครรับเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น เมื่อนำทั้งสองกรณีมาเทียบเคียงกัน จึงเป็นที่มาของการยื่นให้ กกต.ตรวจสอบและส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพของ น.ส.วทันยา พร้อมกันนี้ขอให้มีคำสั่งให้ น.ส.วทันยายุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยเช่นเดียวกับกรณีของนายธนาธร รวมไปถึงการดำเนินคดีในทางอาญาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.พ.ศ.2561 มาตรา 151 ด้วย โดยต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1-20 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถึงคุณวทันยาจะเข้ามาดำรงตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อภายหลัง แต่การวินิจฉัยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามจะต้องพิจารณา ณ วันที่มีการสมัครรับเลือกตั้ง ไม่ใช่วันที่ได้รับตำแหน่งส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;quot; โฆษกพรรคอนาคตใหม่กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นคำร้องต่อ กกต.ขอให้เร่งดำเนินคดีอาญากับนายธนาธร เนื่องจากเห็นว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญชัดเจนและตามกฎหมายถือเป็นเด็ดขาดผูกพันทุกองค์กร จึงอยากให้ กกต.ดำเนินการตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 151 &amp;nbsp;ที่กำหนดว่าบุคคลที่รู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครรับเลือกตั้งแล้วยังมาลงสมัคร ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 2 หมื่น-2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี โดยยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ขอให้ กกต.ดำเนินการตรวจสอบพยาน 10 ปากที่ศาลเรียกไต่สวนในคดีนี้ เนื่องจากทั้งหมดเป็นพยานฝ่ายนายธนาธร เนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลในคดีนี้ชี้ให้เห็นว่าการให้ถ้อยคำของพยานทั้งหมดต่อศาลในชั้นไต่สวนไม่ได้เป็นไปตามข้อเท็จจริงอาจจะเป็นการเบิกความเท็จต่อศาลได้ ซึ่งก็จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5ปี หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้นหาก กกต.เห็นว่าละเมิดจริง ก็ขอให้เร่งดำเนินการส่งฟ้องตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายศรีสุวรรณเดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้ดำเนินการกับนายธนาธรฐานละเมิดศาล จากกรณีหลังศาลมีคำวินิจฉัยในคดีนี้แล้วนายธนาธรให้สัมภาษณ์ในลักษณะไม่ยอมรับคำวินิจฉัย โดยมีการระบุว่า ศาลยึดข้อสันนิษฐานมากกว่าข้อเท็จจริงที่เป็นวิทยาศาสตร์ในการวินิจฉัย รวมทั้งที่มีการระบุว่า ศาลไม่เคยทำธุรกิจ จึงไม่เข้าใจรสนิยมในการลงทุน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่นายธนาธรอ้างว่าไม่ได้ใช้คำหยาบคาย แสดงความเห็นโดยสุจริต เรื่องนี้นายธนาธรไม่สามารถกล่าวอ้างได้ว่าคำพูดของตัวเองเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นศาลหรือไม่ ต้องให้ศาลในฐานะผู้ถูกกระทำเป็นผู้วินิจฉัยตามหลักเกณฑ์ข้อ 10 ของข้อกำหนดศาลฯ หรือไม่&amp;quot; นายศรีสุวรรณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายธนาธรชูสามนิ้วภายหลังฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และมีการระบุในเวทีเสวนาเมื่อวันที่ 21 พ.ย.ว่าจะไม่ยอมทหารว่า ทหารไปทำอะไรให้ ทหารไม่ได้ทำอะไรเลย ต้องดูว่า มันมีเหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนปฏิวัติรัฐประหาร บ้านเมืองมันไปไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงต้องเข้ามาแก้ปัญหาให้บ้านเมืองเดินไปได้เท่านั้น ความจริงไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย อีกทั้งวันนี้ไม่มี คสช.แล้ว และเราเข้ามาตามรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า นายธนาธรพยายามเรียกร้องให้ประชาชนมาปรับโครงสร้างกองทัพ รองนายกฯ ถามกลับว่า จะปรับอะไรล่ะ กองทัพมีไว้สำหรับป้องกันประเทศ รักษาดูแลความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ รวมถึงความปลอดภัยของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เป็นห่วงความเคลื่อนไหวของนายธนาธรที่อาจปลุกม็อบต่อจากนี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ห่วงอะไร คิดว่าประชาชนเข้าใจ มันมีกฎหมายอยู่ คงไม่มีอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ราชกิจจานุเบกษาประกาศห้ามวิพากษ์วิจารณ์คำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ เราอยู่ตรงนี้ก็ต้องทำตามกฎหมาย เมื่อมีคำพิพากษาออกมา เมื่อศาลรัฐธรรมนูญเป็นศาลสูง และรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ก็ตามนั้น และตนเชื่อว่าคนที่อาสามารับใช้บ้านเมือง เป็นผู้แทนราษฎร ตั้งพรรคการเมืองมาทำเพื่อให้กับบ้านเมือง ต้องรักชาติบ้านเมือง คงไม่มาทำอะไรให้บ้านเมืองเสียหาย เชื่อในสปิริต และเชื่อว่าบ้านเมืองยังไม่มีเงื่อนไขอะไรเอาผู้คนออกมาเดินขบวนตามถนน ซึ่งผิดกฎหมายด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จะทำอะไรต้องคำนึงถึงบ้านเมืองเป็นหลัก จะได้ไม่มีปัญหาอะไร ผิดตรงไหนก็ไปต่อสู้ อยู่ตรงไหนก็รับใช้บ้านเมืองได้ ผมก็โดนตัดสิทธิ์มา 5 ปี ไม่เห็นบ่นสักคำ และบวกโดนปฏิวัติอีก 5 ปี เป็น 10 ปี&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ แนะนำว่านายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ควรอธิบายกฎหมายมหาชนให้นายธนาธรเข้าใจ แล้วนายธนาธรควรพิจารณาเรื่องนี้ให้รอบคอบ หากทำผิดจริงก็ควรรับผิด อย่าดื้อแพ่ง อย่าสร้างวาทกรรมต่างๆ โดยเอาหลักกูที่ไม่เป็นหลักกฎหมายมาปรับใช้ หยุดเบี่ยงเบนประเด็นกฎหมาย หยุดชี้นำสังคมด้วยข้อมูลตรรกะความคิดผิดๆ และจากผลคดีหุ้นวีลัคนั้น นายธนาธรควรพิจารณาทั้งเจตนาและคุณสมบัติของนักกฎหมายที่ช่วยให้ความเห็นว่ามีเจตนาที่ดีกับนายธนาธร และมีความรู้กฎหมายเพียงพอหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50907</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอให้ยุติปฏิบัติหน้าที่, ตรวจคุณสมบัติการเป็น ส.ส., พรรคอนาคตใหม่, พรรณิการ์ วานิช, มาดามเดียร์, ศรีสุวรรณ จรรยา, หนังสือพิมพืไทยโพสต์, เพิกถอนสิทธิ 20 ปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191122/image_big_5dd7f280acaeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
