<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17868</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2018 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2018 16:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประมงตั้งกก.ดูแล &#039;ยะนุ้ยภูเก็ต&#039; ตรวจดีเอ็นเอเป็นจระเข้น้ำเค็ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย.61 - นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า&amp;nbsp;ผลสรุปจากการตรวจดีเอ็นเอของจระเข้ยะนุ้ย&amp;nbsp;พบว่าเป็นจระเข้น้ำเค็ม&amp;nbsp;ทั้งนี้การดำเนินการหลังจากนี้จะเป็นอำนาจของกรมประมงในการดำเนินการว่าจะนำจะเข้ไปไว้ที่ใด ซึ่งไม่อยู่ในอำนาจของจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโกวิทย์ เก้าเอี้ยน ประมงจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ตามที่สถานีวิจัยและพัฒนาประมงทะเลจังหวัดระนองได้ส่งเจ้าหน้าที่มาดำเนินการตรวจสอบ ลักษณะภายนอกของจระเข้ยะนุ้ย ที่จับได้เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2561 &amp;nbsp;พบว่าตัวจระเข้ตัวดังกล่าวในภาพรวมมีลักษณะคล้ายจระเข้น้ำเค็ม (Crocodylus porosus ) เพศเมีย&amp;nbsp;ลักษณะจะงอยปากแคบแหลม มีสันบนดั้งจมูกชัดเจน เกล็ดท้ายทอยมีขนาดเล็ก เกล็ดข้างลำตัวมีขนาดเล็ก&amp;nbsp;เท้าหลังมีแผ่นหนังขนาดใหญ่ระหว่างนิ้วเท้า 2 นิ้วสุดท้ายแต่พบลักษณะเกล็ดข้างตัวที่มีขนาดใหญ่กว่าเกล็ดทั่วไปเล็กน้อย 2 แถวซึ่งอาจเป็นลักษณะความผันแปรของเกล็ด หรือเกิดจากการผสมข้ามชนิดกับจระเข้น้ำจืด (hybrid C.porosus x C.siamensis) ซึ่งจำเป็นต้องมีการตรวจสารพันธุกรรมเพื่อยืนยันต่อไป&amp;nbsp;จระเข้ดังกล่าวมีสุขภาพที่ดีแข็งแรงมีการตอบสนองเมื่อถูกกระตุ้นทันที พบบาดแผลเล็กน้อยซึ่งเกิดระหว่างการจับและขนย้ายและแผลสดใหม่ที่เกิดจากการดิ้นในบ่อปูน ก่อนการตรวจสอบลักษณะเพื่อจำแนกชนิดซึ่งได้ให้ยารักษาแผลหลังการตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อสังเกตอื่นๆจากจระเข้ตัวนี้คือ มีตะไคร่น้ำขึ้นทั้งบริเวณหัวลำตัวและหางทั้งด้านบนและด้านข้าง&amp;nbsp;สันนิษฐานว่า จระเข้ตัวดังกล่าวเคยอยู่ในแหล่งน้ำนิ่งเป็นเวลานานมาก่อนที่ออกสู่ทะเล ซึ่งลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นยากมากในจระเข้ธรรมชาติแต่พบได้เสมอในจระเข้ที่อยู่ในที่เลี้ยง&amp;nbsp;จระเข้ตัวดังกล่าวยอมรับโครงไก่เป็นอาหาร แต่ไม่ยอมกินปลาซึ่งอาจเป็นความคุ้นชินต่ออาหารที่เคยได้กินประจำมาก่อน สัตว์กลุ่มเพรียงหินเกาะที่บริเวณหางและเกล็ดคอ แสดงถึงน้ำที่เคยอาศัยอยู่มาก่อนเป็นน้ำเค็ม&amp;nbsp;จากการสแกนจากเจ้าหน้าที่ไม่พบไมโครชิพและไม่มีการขลิบเกล็ดที่หาง แสดงว่าจระเข้ตัวนี้ไม่เคยอยู่ในระบบจระเข้ที่ถูกครอบครองอย่างถูกกฎหมายมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในกรณีหากเป็นจระเข้ตัวแท้ ชาวภูเก็ตส่วนหนึ่งอยากให้ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ แต่ไม่ใช่บริเวณจังหวัดภูเก็ตส่วนหนึ่งต้องการให้ขังเพื่อความปลอดภัยต่อคนที่จะไม่โดนจระเข้ทำลายและจระเข้จะไม่ถูกคนไล่ล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผลการตรวจดีเอ็นเอจระเข้ยะนุ้ย เป็นจระเข้น้ำเค็ม&amp;nbsp;โดยยืนยันจากรายงานผลตรวจสุขภาพจระเข้จังหวัดภูเก็ตวันที่ 15 สิงหาคม 2561 คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ดำเนินการตรวจสุขภาพและเก็บตัวอย่างส่งตรวจในห้องปฏิบัติการ จากการประเมินสุขภาพเบื้องต้นพบว่าจระเข้มีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าและสิ่งแวดล้อมดี ไม่มีการตัดเกล็ดหรือทำเครื่องหมายใดๆบนตัว&amp;nbsp;พบแผลถลอกบริเวณโคนหางด้านซ้าย&amp;nbsp;แผลบริเวณตีนทั้ง 4 ข้างและแผลที่บริเวณปากฟันหัก 1 ซี่&amp;nbsp;จากการจับบังคับและตรวจไม่พบไมโครชิพที่ระบุตัวสัตว์จึงได้ทำการฝังไมโครชิพที่บริเวณโคนหางด้านซ้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นทำการเก็บตัวอย่างเลือด ,เซลล์เยื่อบุตา,เซลล์เยื่อบุผนังลำไส้ ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และส่งเลือดตรวจพิสูจน์ชนิดพันธุ์ที่ภาควิชาพันธุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากการประเมินสภาพสัตว์เบื้องต้นพบว่าจระเข้มีการตอบสนองดีไม่พบความผิดปกติจึงได้พิจารณาให้วิตามินบำรุงเข้ากล้ามเนื้อ&amp;quot; นายโกวิทย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนี้กรมประมงจะมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อหาข้อยุติในการดูแลจระเข้ยะนุ้ยให้เกิดความเหมาะสมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17868</URL_LINK>
                <HASHTAG>จระเข้น้ำเค็ม, จระเข้ยะนุ้ย, จระเข้โผล่ทะเลภูเก็ต, ตรวจดีเอ็นเอจระเข้, ฝังไมโครชิปจระเข้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180918/image_big_5ba0c311e67d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
