<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99294</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2021 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2021 17:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MRT แจงพนักงานรักษาความปลอดภัยสายสีม่วงติดโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2564 บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า MRT ได้รับรายงานยืนยันว่ามีพนักงานรักษาความปลอดภัย สถานีกระทรวงสาธารณสุข โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ตรวจพบเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 1 ราย

โดยมีข้อมูลไทม์ไลน์ ดังนี้
วันที่ 1 เมษายน 2564 : ปฏิบัติงานที่สถานีกระทรวงสาธารณสุข

วันที่ 2-3 เมษายน 2564 : ลาหยุด ไปหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

วันที่ 4 เมษายน 2564 : ลาหยุด กลับมาพักค้างคืนกับเพื่อนที่กรุงเทพ (ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19)

วันที่ 5-8 เมษายน 2564 : เวลา 19.00-07.00 น. ปฏิบัติงาน ที่สถานีกระทรวงสาธารณสุข

วันที่ 9 เมษายน 2564 : เวลา 19.00 น. ปฏิบัติงาน ที่สถานีกระทรวงสาธารณสุข
เวลา 20.30 น. ได้รับแจ้งว่าเพื่อนที่พักค้างคืนด้วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงลากลับที่พัก

วันที่ 10 เมษายน 2564 : หยุดงาน เข้ารับการตรวจหาเชื้อฯที่โรงพยาบาล

วันที่ 11-12 เมษายน 2564 : หยุดงาน กักตัวรอฟังผลอยู่ในที่พัก

วันที่ 12 เมษายน 2564 : โรงพยาบาลยืนยันผลตรวจพบเชื้อไวรัสโควิด-19 และเข้ารับการรักษา
พนักงานไม่มีอาการใดๆ และขณะปฏิบัติงานมีการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา

ทั้งนี้บริษัทฯ ได้ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ดังกล่าว และปฏิบัติตามมาตรการของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข อย่างเคร่งครัด โดยให้พนักงานกลุ่มเสี่ยงที่สัมผัสใกล้ชิดไปรับการตรวจหาเชื้อทันที และทำการกักตัวเพื่อสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดเป็นเวลา 14 วัน ทำการสับเปลี่ยนพนักงานชุดใหม่มาปฏิบัติงานแทน พร้อมทั้งเช็ดพื้นผิวสัมผัสต่างๆ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อบริเวณสถานีเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่คืนวันที่ 9 เมษายน 2564

อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ยังคงรักษามาตรการเข้มงวดอย่างต่อเนื่องในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้บริการและของพนักงานเป็นสำคัญ บริษัทฯ ขอขอบพระคุณผู้โดยสารทุกท่านที่ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นอย่างดี ด้วยการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าใช้บริการ เว้นระยะห่างระหว่างใช้บริการ สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา หมั่นล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจลที่มีให้บริการทุกสถานี และสแกนไทยชนะเมื่อเข้า-ออกจากขบวนรถ ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกคน บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าเราจะสามารถผ่านพ้นวิกฤติการณ์นี้ไปด้วยกัน
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99294</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสข, ตรวจติดเชื้อโควิด, รถไฟฟ้าสายสีม่วง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210412/image_big_607422b2c8e16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 08:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์จุฬาฯ ประดิษฐ์&quot;ตู้ความดันลบ&quot;ปลอดภัย เวลาตรวจหาเชื้อโควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตู้ความดันลบสำหรับเก็บสิ่งส่งตรวจจากผู้ป่วยที่ติดเชื้อ COVID-19&amp;rdquo; เป็นนวัตกรรมจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้บุคลากรทางการแพทย์ในการเก็บสารคัดหลั่งต่างๆ จากคอหอยและโพรงจมูกของคนไข้มาตรวจ ซึ่งปกติเชื้อไวรัส COVID-19 จะแพร่กระจายทางฝอยละอองจากการพูด การจาม หรือการไอ มีระยะของการกระจายอยู่ที่ 1-2 เมตร ซึ่งวิธีการเก็บสิ่งส่งตรวจสามารถกระตุ้นให้เกิดการฟุ้งกระจายของเชื้อโรคในอากาศได้ในระยะไกลและไม่สามารถควบคุมทิศทางได้ ในขณะที่ห้องความดันลบที่ใช้ในการเก็บสิ่งส่งตรวจจากผู้ป่วยต้องใช้งบประมาณที่สูงมาก และไม่สามารถทำได้ในทุกโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;อ.นพ.พสุรเชษฐ์ สมร ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ในสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 การเก็บสิ่งส่งตรวจจากผู้ป่วยโดยบุคลากรทางการแพทย์ให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุดมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ตู้ความดันลบสำหรับใช้เก็บสิ่งส่งตรวจจากผู้ป่วยที่ติดเชื้อ COVID-19 ที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ พัฒนาขึ้นนี้เป็นตู้ความดันลบตามมาตรฐานของการเก็บสิ่งส่งตรวจ มีประสิทธิภาพในการป้องกันการฟุ้งกระจายของเชื้อโรคให้อยู่แต่เฉพาะในตู้นี้เท่านั้น สามารถเคลื่อนย้ายเพื่อความสะดวกในการใช้งาน วัสดุที่ใช้ทำตู้เป็นอะคริลิกหนา 15 มิลลิเมตรซึ่งทนต่อน้ำยาฆ่าเชื้อ มีลักษณะใส สามารถมองเห็นได้จากภายนอก ภายในตู้มีเครื่องดูดอากาศผ่าน HEPA Filter เกรดที่ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่ซึ่งสามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กเท่าไวรัสได้ 99.995% โอกาสที่ไวรัสจะหลุดรอดจากฟิลเตอร์แทบจะเป็น 0% นอกจากนี้ยังมีการฆ่าเชื้อด้วยหลอด UV-C ทำให้ไวรัสหมดความสามารถ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในการก่อโรค เมื่อเทียบกับหน้ากาก N95 ที่สามารถกรองอนุภาคได้ขนาด 0.3 ไมครอน ตู้นี้จะมีประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสมากกว่า 1 พันเท่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะนี้ได้มีการนำตู้ความดันลบสำหรับเก็บสิ่งส่งตรวจจากผู้ป่วยแบบเคลื่อนที่มาใช้งานจริงแล้วที่หอผู้ป่วย COVID-19 ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นตู้ที่สามารถเคลื่อนที่ไปที่ไหนก็ได้ ซึ่งจะช่วยป้องกันบุคลากรทางการแพทย์ในเรื่องความเสี่ยงในการติดเชื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อ.นพ.พสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตู้นี้ยังทำให้ผู้เข้ารับการตรวจเชื้อไม่ต้องกังวลในเรื่องความปลอดภัยของคนไข้ที่มาใช้งานต่อ เพราะอากาศที่ฟุ้งกระจายในตู้จะถูกดูดออกโดยอนุภาคฟิลเตอร์และมีการฆ่าเชื้อด้วยแสง UV-C นอกจากนี้ยังมีการพ่นแอลกอฮอล์และเช็ดทำความสะอาดทุกครั้ง ปัจจุบันได้มีการผลิตตู้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มาใช้งานที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์แล้ว 8 เครื่อง จำนวนตู้ที่ผลิตทั้งหมด 50 เครื่อง ซึ่งจะใช้ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 10 เครื่อง ที่เหลือจะกระจายไปตามโรงพยาบาลต่างๆ เช่น โรงพยาบาลยะลา โรงพยาบาลปัตตานี โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ฯลฯ ค่าใช้จ่ายในการผลิตตู้ละ 100,000 บาท โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มบริษัท TCP ในส่วนของการออกแบบสร้างตู้สำหรับตรวจ COVID-19 หากมีผู้ที่สนใจต้องการจะนำไปผลิตหรือปรับปรุงเพื่อใช้งานทางการแพทย์ ก็สามารถนำไปใช้ต่อได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ตู้นี้เป็นความร่วมมือของคณาจารย์ภาควิชาศัลยศาสตร์ และหน่วยโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ โดยใช้วัสดุที่ผลิตและหาได้ง่ายในประเทศ เมื่อสถานการณ์วิกฤต COVID-19 คลี่คลายลง ก็ยังสามารถนำตู้นี้ไปใช้ในระยะยาวในการเก็บสิ่งส่งตรวจจากโรคทางด้านทางเดินหายใจอื่นๆ เช่น วัณโรค ไข้หวัดใหญ่ ปัจจุบันเราประสบปัญหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ขาดแคลน ใครที่พอจะมีกำลังที่จะทำได้ก็ขอให้ช่วยกัน แต่ถ้าขอคำปรึกษาจากแพทย์หรือผู้ใช้งานจริงก่อนจะดีที่สุดเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน&amp;rdquo; อ.นพ.พสุรเชษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทางด้าน นพ.คณิต วงศ์อิศเรศ &amp;nbsp;นิสิตแพทย์ประจำบ้านศัลยกรรมทั่วไป กล่าวเพิ่มเติมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ภายในตู้ความดันลบนี้ว่า นอกจากเครื่องดูดอากาศที่ใช้กรองอนุภาคขนาดเล็กแล้ว ยังมีอุปกรณ์ต่างๆ ได้แก่ ถุงมือ ไม้พันสำลีที่ใช้เก็บตรวจสารคัดหลั่ง หลอดแก้วสำหรับบรรจุสิ่งเก็บตรวจ และถังขยะ ส่วน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ถุงมือก็จะเป็นแบบใช้แล้วทิ้ง เมื่อผู้มาตรวจเชื้อเข้าไปในตู้ จะมีการเปิดเครื่องดูดอากาศ แพทย์ทำการตรวจสารคัดหลั่งจากคนไข้และเก็บสิ่งส่งตรวจใส่ในหลอดแก้ว จากนั้นก็จะหักปลายไม้พันสำลีทิ้งลงในถังขยะ จากนั้นจะทำความสะอาดตู้ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 จำนวนคนไข้ที่มากขึ้น แพทย์อายุรกรรมที่มีความเชี่ยวชาญในการเก็บสิ่งส่งตรวจอาจไม่เพียงพอกับความต้องการ สุดท้ายแล้วมีแนวโน้มที่แพทย์ในสาขาอื่นจะต้องช่วยกันทำงานด้านการคัดกรองตรวจเชื้อ ไม่เว้นแม้แต่แพทย์ประจำบ้าน ซึ่งเราก็ต้องทำหน้าที่นี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ให้ได้ นวัตกรรมนี้จะทำให้เกิดความมั่นใจมากขึ้นเมื่อต้องมาเก็บสิ่งส่งตรวจหรือสัมผัสกับคนไข้ ช่วยลดความกังวลในการปฏิบัติงานได้มากครับ&amp;rdquo; นพ.คณิต กล่าวทิ้งท้าย
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62342</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ตรวจติดเชื้อโควิด, ตู้ความดันลบ, แพทย์ศาสตร์ จุฬาฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200407/image_big_5e8bd85b1df7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
