<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 13:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 13:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คิว‘บิ๊กป้อม’ลงตรวจน้ำท่วมพื้นที่จ.สระแก้ว8ต.ค. ย้ำลูกพรรคลงช่วยปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.64-นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ในฐานะรองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพปชร.ว่า กำหนดการเบื้องต้น พล.อ.ประวิตรเตรียมลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ในวันที่ 8 ต.ค.นี้ แต่กำหนดการเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ต้องดูสถานการณ์หน้างานในพื้นที่ด้วย เนื่องจากเวลานี้พื้นที่สระแก้วก็มีน้ำท่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงความกำหนดการจัดประชุมเพื่อเตรียมการในเรื่องต่างๆหรือสัมมนาพรรคพปชร.ในช่วงเดือนต.ค.นายไผ่ กล่าวว่า การสัมมนายังไม่มี ตอนนี้เลื่อนออกไป เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วม และโควิด-19 เพื่อให้ส.ส.ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนก่อน รวมถึงการเรียกประชุมส.ส.พรรค เพราะตอนนี้ยังไม่มีอะไร ส.ส.แต่ละคนก็ดูพื้นที่เพราะในแต่ละพื้นที่ก็มีชาวบ้านเดือนร้อนส.ส.คนไหนว่างก็มาช่วยกันดูแลประชาชนในแต่ละพื้นที่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118608</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจน้ำท่วม, พรรคพลังประชารัฐ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_615950876b95a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117898</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 15:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 15:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯตรวจน้ำท่วมเดินสะดุดเซเกือบล้มทีมรปภ.จับแขนไว้ทัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.64-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงระหว่างที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมคณะลงพื้นที่ จ.สุโขทัย เพื่อติดตามสถานการณ์ และการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ช่วง 12.05 น. ที่นายกรัฐมนตรี เดินทางมายังวัดบ้านซ่าน อ.ศรีสำโรง เพื่อสักการะหลวงพ่อสามพี่น้อง และหลวงพ่อขาว วัดบ้านซ่าน นอกจากนี้ ยังเข้านมัสการและสนทนาธรรมกับพระภารุพงษ์ ภานุวิโส รองเจ้าอาวาสวัดบ้านซ่าน ระหว่างเดินถ่ายรูปกับส่วนราชการและประชาชนที่มารอรับ ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินสะดุดเซจนเกือบล้มคว่ำ ดีที่ทีม รปภ.จับแขนไว้ทัน&amp;nbsp; ขณะที่ก่อนขึ้นรถยนต์เพื่อเดินทางกลับมีประชาชนจำนวนหนึ่งตะโกน &amp;ldquo;ลุงต่อสู้ๆ&amp;rdquo; นายกฯจึงตอบกลับไปว่า &amp;ldquo;สู้&amp;rdquo; ก่อนจะเดินทางกลับกทม. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117898</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจน้ำท่วม, นายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_615028f033fbe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุยฐานเสียงพปชร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เดินสายถี่ยิบ ลงพื้นที่ &amp;quot;สุโขทัย&amp;quot; ตรวจน้ำท่วม 22 ก.ย. หลังการเมืองคาดยุบสภาปีหน้า พบไป 3 จว. ฐานเสียง &amp;quot;พปชร.&amp;quot; ของ &amp;quot;รมต.-ส.ส.&amp;quot; สายหนุนประยุทธ์-โค่นธรรมนัส นิด้าโพลเผยกองเชียร์ลุงตู่ แนะไม่ควรร่วมสังฆกรรมพลังประชารัฐ และอย่าตั้งพรรคการเมืองเอง เสนอวางมือการเมือง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 ก.ย. รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ มีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจราชการ เยี่ยมเยียนประชาชน และติดตามปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของ จ.สุโขทัย ในวันที่ 22 ก.ย.นี้ ส่วนรายละเอียดของกำหนดการแต่ละจุดที่นายกฯ จะเดินทางไปนั้น ยังไม่ลงตัว ทางผู้เกี่ยวข้องจะได้หารือและสรุปกันอีกครั้งในวันที่ 20 ก.ย.นี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม มีข้อน่าสังเกตว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์มีคิวลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา, จ.ชัยนาท วันที่ 15 ก.ย., จ.ชลบุรี วันที่ 17 ก.ย. และสุโขทัยเป็นจังหวัดต่อไป โดยจังหวัดที่นายกฯ ไปส่วนใหญ่ล้วนเป็นพื้นที่ฐานเสียงของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่มีรัฐมนตรีและ ส.ส.ของพรรค อยู่ในกลุ่มที่สนับสนุนนายกฯ ได้แก่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พลังประชารัฐ, นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ส.ส.ชัยนาท, นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และ ส.ส.ชลบุรี, นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี เป็นต้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่ามกลางการจับตาว่า พล.อ.ประยุทธ์ กำลังส่งสัญญาณเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่ ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะเหลือวาระการดำรงตำแหน่งอีกปีกว่าก็ตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์เป็นเรื่องปกติตามภาระหน้าที่ของท่านนายกฯ ที่ต้องการเข้าไปช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน รวมถึงได้รับทราบถึงความเดือดร้อนอย่างใกล้ชิด แต่ไม่ได้หมายความถึงจะมีการยุบสภา ซึ่งถือเป็นคนละเรื่องกัน ทั้งนี้ ไม่อยากให้หยิบยกการลงพื้นที่ของนายกฯ โดยเฉพาะการเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมมาเป็นประเด็นทางการเมืองเป็นการส่งสัญญาณว่าจะมีการยุบสภา ยืนยันว่ารัฐบาลจะอยู่ครบวาระ และไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องยุบสภา เนื่องจากขณะนี้ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลเองก็ยังให้การสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นอย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า การยุบสภาและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในขณะนี้นั้น จะยิ่งเพิ่มภาระค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะงบประมาณแผ่นดิน ที่จะต้องนำมาใช้จัดการเลือกตั้ง ซึ่งงบประมาณเหล่านี้น่าจะนำไปใช้เพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 และการฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ ที่วันนี้ประชาชนกำลังได้รับความเดือดร้อนอยู่ น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ดังนั้นรัฐบาลจะเดินหน้าแก้ปัญหาให้ประชาชนต่อไปจนครบวาระ จากนั้นประชาชนจะเป็นผู้ที่ตัดสินเองในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ตรงกันข้าม วิธีการล้มรัฐบาลของพรรคการเมืองบางพรรคต่างหากที่วันนี้ประชาชนเริ่มรู้สึกว่ามีวาระซ่อนเร้นหรือไม่
สบช่องยื่นยุบเพื่อไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.... จากพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ตามที่นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน เช่นที่แถลงกรณีไม่อภิปราย ท่ามกลางกระแสข่าวย้ายพรรคเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2564 ซึ่งเป็นคลิปที่นายศรัณย์วุฒิแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่รัฐสภา มีการกล่าวอ้างเช่น &amp;ldquo;...แล้ววันนี้พรรคเพื่อไทยก็ถูกนายทุนครอบ ซึ่งเป็นอะไรที่น่าเจ็บปวดมาก มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ก็มีผู้บริหารบางคนนะฮะที่มารับใช้นายทุน...&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;...และสิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือว่า ฝากไปถึงผู้บริหารด้วย ถ้าเอ็งทำหน้าที่อย่างที่มันเกินเลยด้วยความลุแก่อำนาจของเอ็งเนี่ย ฟังไว้นะ คนชื่อศรัณย์วุฒิไม่ยอมก้มหัวให้เอ็งแน่นอนโว้ย เอ็งจำไว้ สำเหนียกด้วย แต่ถ้าเกิดผู้บริหารหรือเจ้าของพรรคเขาเห็นด้วย ก็เป็นอะไรที่ผมเสียใจมาก...&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;...ผมใช้คำว่านายทุน ผมไม่อยากใช้คำว่าคนใหม่ ไม่ได้พูดคำว่าคนใหม่นะ มีนายทุน ก็ใช้คำว่านายทุนก็แล้วกัน ถ้าพูดอะไรไม่เข้าใจ ก็ขอย้ำว่า มีนายทุนเข้ามาครอบงำพรรค ผมบอกแล้วว่าอย่าไปว่าเป็นใหม่หรือเป็นเก่า ผมใช้คำว่าพรรคถูกนายทุนครอบ ใช้คำนี้นะครับ ครับ...&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกรกล่าวว่า เนื่องจากนายศรัณย์วุฒิเป็น ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ข้อเท็จจริงตามคำกล่าวอ้างที่ปรากฏในคลิปทั้งสองดังกล่าว ที่อ้างถึงนายทุนครอบงำพรรค เจ้าของพรรค นายทุน พ.พาน และอดีตนายกฯ ทักษิณนั้น เป็นคลิปที่มีความชัดเจนทั้งภาพและเสียง และอาจเป็นการนำข้อมูลภายในพรรคออกมาเปิดเผยให้สาธารณชนทราบ กรณีตามข้อเท็จจริง จึงมีเหตุที่ควรขอให้ กกต.ตรวจสอบพรรคเพื่อไทยหรือกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย หรือบุคคลที่ถูกกล่าวอ้างถึงว่ามีการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม อันเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 28 หรือไม่ และจะต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าจะต้องมีคำสั่งยุบพรรคเพื่อไทย ตามมาตรา 92 หรือไม่ รวมทั้งขอให้ กกต.พิจารณาว่าจะต้องดำเนินคดีอาญาตามความในมาตรา 29 ประกอบมาตรา 108 หรือไม่ เช้าวันที่ 20 ก.ย. จะส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อให้ กกต.ตรวจสอบตามหน้าที่และอำนาจต่อไป &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ใครจะไปร้องอย่างไรก็ได้ ที่สำคัญข้อเท็จจริงเป็นตามนั้นหรือไม่ ยืนยันว่าไม่มีข้อเท็จจริงตามที่มีการกล่าวอ้าง หากมีการร้อง สามารถชี้แจงได้อยู่แล้ว พรรคเพื่อไทยผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านการถูกกระทำมาทุกรูปแบบ จึงระมัดระวังตัวและปิดช่องว่างมาโดยตลอด ระบบการทำงานของพรรคเพื่อไทยนั้น ทำงานภายใต้ ส.ส.ที่มีจำนวนมากกว่าทุกพรรค อยู่บนหลักการมีส่วนร่วมของสมาชิกทุกคน ไม่มีทางที่จะมีคนหนึ่งคนใดมาครอบงำได้ เมื่อมีการร้องเช่นนี้ ไม่มีความหวั่นไหวแต่อย่างใด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าผลการประชุมคณะกรรมการจริยธรรมพรรคเพื่อไทยว่า ที่ประชุมมีมติส่งรายชื่อ ส.ส. ที่ทำการลงมติในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลที่ขัดกับมติของพรรค รวมทั้งสิ้น 7 คน ส่งไปให้คณะกรรมการบริหารเพื่อพิจารณาแล้ว มี ส.ส.จำนวน 2 คนที่ทำความผิดร้ายแรงใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.ให้ร้ายป้ายสีพรรค 2.กระทำความผิดซ้ำทั้งที่อยู่ระหว่างทำทัณฑ์บน 3.กระทำการขัดมติพรรคอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ในขั้นตอนต่อไป คณะกรรมการบริหารพรรคจะขอมติพรรคเพื่อเรียกประชุม ส.ส.ทั้งหมดเพื่อร่วมลงมติใดๆ กับ ส.ส.ทั้ง 7 คนอีกครั้งในช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ ก่อนการประชุมใหญ่สามัญประจำปีที่จะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 28 ต.ค.ที่จังหวัดขอนแก่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การดำเนินการของคณะกรรมการจริยธรรมพรรคเพื่อไทย พิจารณาจากพยาน หลักฐาน องค์ประกอบแวดล้อม และคำชี้แจง การดำเนินการทุกอย่างของพรรคมีการกำหนดระเบียบ ขั้นตอน ชัดเจน และศึกษาข้อกฎหมายอย่างถี่ถ้วน &amp;nbsp;โดยปราศจากอคติในการลงโทษผู้กระทำผิด เพื่อให้พรรคการเมืองมีความเป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็ง เคารพเสียงส่วนใหญ่ตามหลักการการปกครองในระบอบประชาธิปไตย&amp;quot; โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ส.ส.ของพรรคจะลุยพื้นที่อย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ในทุกพื้นที่ประชาชนยังต้องการความช่วยเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก รวมถึงการรับฟังปัญหาของประชาชนเพื่อช่วยแก้ปัญหาทั้งในปัจจุบัน ร่วมแก้ไขปัญหากับรัฐมนตรีในส่วนของพรรค และเก็บข้อมูลไว้เพื่อนำไปสู่การทำงานในช่วงเปิดสมัยประชุมหน้าต่อไป และนอกจาก ส.ส.แล้วยังมีตัวแทนพรรคประจำจังหวัด รวมถึงสาขาและแกนนำพรรคผู้รับผิดชอบ ในทุกเขตพื้นที่เลือกตั้งรวม 350 เขต ก็ยังคงทำหน้าที่ในนามพรรคในการดูแลให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การลุยทำงานในพื้นที่ไม่ใช่เพราะมีกระแสข่าวยุบสภา แต่เป็นเรื่องปกติของพรรคที่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องลงพื้นที่ใกล้ชิดประชาชนตลอดเวลาอยู่แล้ว ส่วนการมีกระแสข่าวการยุบสภา เรื่องนี้เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี ในฐานะพรรคเป็นสถาบันทางการเมือง พรรคเตรียมพร้อมตลอดเวลา&amp;quot; โฆษกพรรคประชาธิปัตย์บอก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศกล่าวในตอนท้ายว่า ในเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่อยู่ในห้วงเวลาพักไว้ก่อน 15 วัน ก็ต้องรอดูว่าจะมีสมาชิกรัฐสภาลงชื่อกันเพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งจะครบเวลาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดในวันที่ 26 กันยายน 2564 หลังจากนั้นหากไม่มีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะเข้าสู่กระบวนการขั้นตอนต่อไป หากรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมมีผลบังคับใช้ แน่นอนว่าในมาตรา 91 ให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งในเรื่องของการกำหนดหลักเกณฑ์ กระบวนการ ในการเลือกตั้งเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่แก้ไข ช่วงนี้ระหว่างที่ยังไม่ได้แก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ก็คงยากที่จะมีการยุบสภา &amp;nbsp;เพราะจะมีปัญหาในทางปฏิบัติทันทีว่ากฎหมายเลือกตั้งยังไม่ได้มีการแก้ไข แล้วจะใช้กฎหมายใดในกระบวนการจัดการเลือกตั้ง กกต.คงจะไปออกประกาศ ระเบียบเองคงไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้ไปใช้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเป็นหลัก เชื่อว่าทุกพรรคก็ต้องเร่งดำเนินการแก้กฎหมายเลือกตั้งให้แล้วเสร็จในสมัยประชุมหน้านี้ เพื่อเตรียมการในเรื่องกฎเกณฑ์กติกาให้พร้อม หลังจากกฎหมายเลือกตั้งที่ต้องแก้ไขผ่านสภา เชื่ออีกเช่นกันว่าทุกพรรคจะเข้าสู่โหมดการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งเต็มรูปแบบ
เตือนบิ๊กตู่อย่าไปข้องแวะ พปชร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;นายกรัฐมนตรีกระชับอำนาจ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 13-16 กันยายน 2564 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,317 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการกระชับอำนาจของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสำรวจเมื่อถามถึงความรู้สึกของประชาชนต่อการกระชับอำนาจของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยการให้รัฐมนตรีสองคนออกจากตำแหน่ง พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 23.99 ระบุว่าเป็นการดำเนินการที่เหมาะสมแล้ว รองลงมา ร้อยละ 23.54 ระบุว่าพี่-น้อง 3 ป. แค่เล่นเกมการเมือง แต่จะไม่มีการแตกออกจากกัน, &amp;nbsp;ร้อยละ 17.16 ระบุว่าเป็นการดำเนินการที่ไม่เหมาะสม, ร้อยละ 16.70 ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐจะแตกแยกมากขึ้น, &amp;nbsp;ร้อยละ 11.92 ระบุว่านายกฯ จะได้คะแนนนิยมทางการเมืองน้อยลง, ร้อยละ 7.67 ระบุว่านายกฯ และรัฐบาลจะมีความมั่นคงน้อยลง, ร้อยละ 4.10 ระบุว่า พี่-น้อง 3 ป. กำลังจะแตกออกจากกัน, &amp;nbsp;ร้อยละ 3.57 ระบุว่านายกฯ และรัฐบาลจะมีความมั่นคงมากขึ้น, ร้อยละ 3.11 ระบุว่านายกฯ จะได้คะแนนนิยมทางการเมืองมากขึ้น, ร้อยละ 1.52 ระบุว่าพรรคพลังประชารัฐจะเป็นปึกแผ่นมากขึ้น และร้อยละ 17.69 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อการเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐของ พล.อ.ประยุทธ์ แทน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 56.11 ระบุว่าไม่ควรเข้าไปยุ่งกับพรรคพลังประชารัฐเลย รองลงมา ร้อยละ 21.56 ระบุว่าไม่ต้องเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แต่ต้องคุมพรรคได้, &amp;nbsp;ร้อยละ 16.33 ระบุว่าควรเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐแทน พล.อ.ประวิตร และร้อยละ 6.00 ระบุว่าไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ เกี่ยวกับการตั้งพรรคของตนเองเพื่อเตรียมการเลือกตั้งสมัยหน้า พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 58.24 ระบุว่าไม่เห็นด้วยเลย เพราะบริหารงานล้มเหลว ไม่สามารถแก้ไขปัญหาภายในประเทศได้ ควรยุติบทบาททางการเมืองได้แล้ว รองลงมา ร้อยละ 19.97 ระบุว่า เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะ พล.อ.ประยุทธ์มีความสามารถในการบริหารและมีความเด็ดขาด กล้าที่จะตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้ดี และคาดว่าสามารถดูแลสมาชิกพรรคได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ, ร้อยละ 10.10 ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วย เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นว่าประเทศชาติจะสงบสุข ไม่มีความขัดแย้งภายในประเทศชาติ หากจัดตั้งพรรคของตนเอง ท่านจะได้มีอำนาจมาดูแลบริหารงานอย่างที่สามารถเลือกสมาชิกพรรคที่มีคุณสมบัติและความสามารถที่จะพัฒนาประเทศชาติได้ดียิ่งขึ้น, ร้อยละ 7.82 ระบุว่าไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะผลงานที่ผ่านมาของ พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ดีเท่าที่ควร การแก้ไขปัญหาล่าช้า ควรเปิดโอกาสให้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาบริหารงาน และร้อยละ 3.87 ระบุว่าไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117208</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;พปชร.&quot;, 3 จว, ฐานเสียง, ตรวจน้ำท่วม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ลงพื้นที่, ลุยฐานเสียงพปชร., สุโขทัย&quot;, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613dbe6811f78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117173</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คิว22ก.ย.&#039;บิ๊กตู่&#039;ไปสุโขทัยโดนจับตาส่งสัญญาณเตรียมเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.64-รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมคณะ มีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจราชการ เยี่ยมเยียนประชาชน และติดตามปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของ จ.สุโขทัย ในวันที่ 22 ก.ย.นี้ ส่วนรายละเอียดของกำหนดการแต่ละจุดที่นายกฯ จะเดินทางไปนั้น ยังไม่ลงตัว ทางผู้เกี่ยวข้องจะได้หารือและสรุปกันอีกครั้งในวันที่ 20 ก.ย.นี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ มีคิวลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ จ.สมุทรปราการ เมื่อ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา จ.ชัยนาท เมื่อ 15 ก.ย. จ.ชลบุรี เมื่อ 17 ก.ย. และสุโขทัย เป็นจังหวัดต่อไป โดยจังหวัดที่นายกฯ ไปส่วนใหญ่ล้วนเป็นพื้นที่ฐานเสียงของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่มีรัฐมนตรี และส.ส.ของพรรค อยู่ในกลุ่มที่สนับสนุนนายกฯ ได้แก่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และส.ส.บัญชีรายชื่อ พลังประชารัฐ นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และส.ส.ชัยนาท นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และส.ส.ชลบุรี นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี เป็นต้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ท่ามกลางการจับตาว่าพล.อ.ประยุทธ์ กำลังส่งสัญญาณเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่ ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะเหลือวาระการดำรงตำแหน่งอีกปีกว่าก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117173</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจน้ำท่วม, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613dcd120f88d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2019 11:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2019 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หาเรื่องจนได้!&#039;เอี่ยม&#039;ข้องใจนายกฯลงใต้ ทำไมไม่ตรวจน้ำท่วมที่อีสาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.62 - นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเลือกไปแต่ที่ที่ชอบ หรือเข้าใจว่า มีแต่คนรัก ก็เป็นสิทธิ์ แต่การเลือกลงพื้นที่ภาคใต้ ในขณะที่เกิดปัญหาวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลายจังหวัด จนกระทบต่อจีดีพีภาคการเกษตรพื้นที่ผลิตข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียวเสียหายอย่างหนัก ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูง ประชาชนอาจสงสัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จัดลำดับความสำคัญของการแก้ไขปัญหาวิกฤติอย่างไร รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมใหญ่แบบลูบหน้าปะจมูกไม่ได้ ควรตั้งวอร์รูมบูรณาการจัดการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด และเป็นรูปธรรมมากกว่านี้ วิธีการโทษรัฐบาลเก่า ก็ไม่สามารถทำได้แล้ว เพราะพล.อ.ประยุทธ์ อยู่มา 5 ปี จะปฎิเสธอย่างไรก็ไม่พ้นความรับผิดชอบของท่านไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ กล่าวว่าขณะเดียวกัน ไม่แน่ใจว่านายกรัฐมนตรีซ้อมลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจไกลๆ เพื่อที่วันที่ 18 กันยายน 2562 จะได้ขยายภาพว่าภารกิจเยอะมากจนอาจกระทบต่อการไปชี้แจงต่อสภา ในการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 กรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วนหรือไม่เพราะเริ่มเห็นกำหนดการของพล.อ.ประยุทธ์ ว่ามีภารกิจก่อนไปชี้แจงสภา ซึ่งหากที่สุดไม่สามารถเดินทางไปตอบคำถามได้ จะสวนทางกับสิ่งที่นายกรัฐมนตรีบอกตลอดว่า ไม่กลัวสภา ไม่กลัวการตรวจสอบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45730</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจน้ำท่วม, บิ๊กตู่, พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190719/image_big_5d31805639bd4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2019 14:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2019 14:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;จักรทิพย์&quot; สั่งทุกหน่วยช่วยเหลือน้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 1 ก.ย.62 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)&amp;nbsp; กล่าวถึงสถานการณ์เหตุอุทกภัย &amp;ldquo;พายุโพดุล&amp;rdquo; ได้กลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ เข้าปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย&amp;nbsp; ซึ่งทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก จนทำให้เส้นทางการจราจรถูกตัดขาด อีกทั้งได้ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
สั่งการไปยังทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมขัง โดยให้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ อาทิ ตำรวจตระเวนชายแดนและตำรวจน้ำ ให้ระดมสรรพกำลังเข้าช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชน และให้จัดส่งเฮลิคอปเตอร์จากกองบินตำรวจ พร้อมอุปกรณ์ในการบรรเทาสาธารณภัยอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และขอให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่ปฏิบัติหน้าที่ อย่างเต็มกำลังความสามารถ ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมให้การสนับสนุนในทุกปฏิบัติการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ทั้งนี้พี่น้องประชาชนที่ต้องการรับความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่สายด่วน 191 หรือสอบถามข้อมูลเส้นทางการจราจร หรือสามารถแจ้งอุบัติเหตุ ขอความช่วยเหลือรถเสีย ได้ที่ สายด่วน บก.จร. หมายเลข 1192 และ สายด่วน ตำรวจทางหลวง หมายเลข 1193ตลอด 24&amp;nbsp; ชั่วโมง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44745</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจน้ำท่วม, พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190528/image_big_5ced4be895c0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43146</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2019 13:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2019 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศักดิ์สยาม”สั่ง ทล.สำรวจถนนเสี่ยงน้ำท่วมกรุงเทพฯและต่างจังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.62- นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาคูน้ำริมถนนวิภาวดีรังสิตซึ่งเป็นโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบนทางหลวงหมายเลข 31 (ถนนวิภาวดีรังสิต) เชื่อมโยงทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ระหว่าง กม.4+490 - กม.28+700 แบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 สิ้นสุดโครงการเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2562 โดยดำเนินงานจัดหา ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 18 ตัว งานดันท่อลอด 8 จุด งานลอกท่อดูดเลน 73,965 เมตร งานขยายท่อทางเชื่อม 8 แห่ง และงานปรับปรุงผิวจราจร 126,921 ตารางเมตร ระหว่าง กม.11+300 - กม.15+100 (ฝั่งขาออก)

อย่างไรก็ตามปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ (อยู่ระหว่างส่งมอบงาน) ส่วนระยะที่ 2 มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ กม.4+990 - กม.31+475 ระยะทาง 26.485 กิโลเมตร (ตั้งแต่แยกดินแดง - คลองรังสิตประยูรศักดิ์) แบ่งเป็น 3 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 1 ระหว่าง กม.5+500 - กม.10+700 ใช้เวลาก่อสร้าง 900 วัน

สำหรับตอนที่ 2 ระหว่าง กม.10+700 - กม.28+ 030 ใช้เวลาฯ 900 วัน และตอนที่ 3 ระหว่าง กม.28+030 - กม.30+300 ใช้เวลาฯ 720 วัน ประกอบด้วยงานก่อสร้างสถานีสูบน้ำ ทางจักรยาน และงานดันท่อลอด ขณะนี้ได้ผู้รับจ้างแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการสำรวจพื้นที่ ซึ่งสำนักงานทางหลวงที่ 13 ได้วางแผนดำเนินงานเพื่อลดผลกระทบระหว่างการก่อสร้าง เช่น ใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียง และการกันพื้นที่ก่อสร้างที่ชัดเจน

ทั้งนี้เมื่อแล้วเสร็จจะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมบนถนนวิภาวดีรังสิต เพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำบริเวณคูน้ำตามแนวถนนวิภาวดีรังสิตที่ระบายน้ำลงสู่คลองบางเขน คลองลาดพร้าว และคลองบางซื่อ ผ่านอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และลดปัญาหาการจราจรติดขัดในพื้นที่กรุงเทพฯ บรรเทาความเดือดร้อนและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนชนผู้ใช้เส้นทางดังกล่าว เนื่องจากถนนวิภาวดีฯ มีการจราจร 200,000 คันต่อวัน อีกทั้งมีปริมาณการจราจรบนดอนเมืองโทลเวย์อีก 100,000 คันต่อวัน ส่งผลให้การจราจรหนาแน่น

นายศักดิ์สยาม ได้สั่งการให้ กรมทางหลวง (ทล.) และสำนักงานทางหลวงฯ บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยยึดต้นแบบการแก้ไขปัญหาจากถนนพระราม 2 เช่น การวางแผนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรื้อย้ายสาธารณูปโภค การเปิดหน้างานเท่าที่จำเป็น และการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง หากมีปัญหาด้านการประสานงานให้รายงานให้ทราบ เพื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ จะได้ช่วยแก้ไขต่อไป

นอกจากนี้ให้ ทล. สำรวจสภาพถนนทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดต่าง ๆ ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมเส้นทางเช่นเดียวกับถนนวิภาวดีฯ เพื่อพิจารณาดำเนินโครงการแก้ไขปัญหา รวมถึงการนำนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ โดยนำยางพารามามาใช้ผลิตสิ่งอำนวยความสะดวกทางถนนหรือโครงการต่าง ๆ ของกระทรวงฯ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพารา พิจารณาวางแผนดูแลสภาพภูมิทัศน์ภายหลังเสร็จสิ้นโครงการฯ พิจารณาแนวทางป้องกับผู้ใช้รถจักรยานยนต์มาใช้ทางเท้า ทางจักรยาน และปรับระยะเวลาการดำเนินการให้น้อยลง เพื่อลดผลกระทบกับประชาชน อีกทั้งการดำเนินโครงการต่าง ๆ ของ ทล. และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน พร้อมเน้นย้ำการดำเนินงานทุกเรื่องต้องโปร่งใสและเป็นธรรม

นอกจากนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจโครงการฯ ระยะที่ 2 บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และระยะที่ 1 บริเวณอาคารสูบน้ำวิภาวดีฯ กม.8+635 พร้อมกล่าวว่า การดำเนินโครงการฯ ของ ทล. ในครั้งนี้ เพื่อระบายน้ำและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณถนนวิภาวีฯ หากปริมาณฝนตกไม่เกิน 100 มิลลิเมตร จะไม่ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมเหมือนเช่นที่ผ่านมา แต่หากเกินกว่า 100 มิลลิเมตร จะสามารถระบายน้ำได้เร็วขึ้นไม่เกิน 2 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43146</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจน้ำท่วม, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190810/image_big_5d4e6863df172.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
