<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2019 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2019 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;คนกรุง-ปริมณฑล&#039;หายใจโล่งค่า PM2.5 เขียวทุกพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 เม.ย.62- เพจกรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์ PM2.5 พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล วันที่ 22 เม.ย.2562 คุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีมากถึงปานกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34164</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมมลพิษ, ค่าpm2.5, ตรวจวัดสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก, อากาศกทม.-ปริมณฑล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190422/image_big_5cbd23ba79017.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2019 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2019 10:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฝุ่น&#039;ก็ทำโพล!&#039;สวนดุสิต&#039;อ้างคนส่วนใหญ่ชี้เข้าขั้นวิกฤติ-ร้ายแรงขึ้นเรื่อยๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ. 62 - &amp;quot;สวนดุสิตโพล&amp;quot; มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นจากรณี ที่กระทรวงศึกษาธิการสั่งปิดสถานศึกษาในสังกัด เป็นเวลา 2 วัน เพื่อป้องกันผลกระทบจากฝุ่นละออง &amp;nbsp; ต่อนักเรียน ซึ่งพบว่าปริมาณฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน &amp;nbsp;โดยได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวนทั้งสิ้น 1,353 คน ระหว่างวันที่ 30 มกราคม &amp;ndash; 1 กุมภาพันธ์ 2562 สรุปผลได้ ดังนี้
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28129</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจวัดสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก, ฝุ่นคลุมกรุงเทพ, ฝุ่นพิษ, ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5, สำรวจความคิดเห็นของประชาชน, โพลสวนดุสิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190125/image_big_5c4ae3775bdfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27868</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2019 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2019 13:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.จ่อประกาศใช้ยาแรง!ควบคุมฝุ่นพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค.62 - มีรายงานว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เตรียมออกประกาศกรุงเทพมหานคร กำหนดพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ โดยสืบเนื่องจากปัญหาสถานการณ์มลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ที่ก่อตัวบริเวณกว้างจนก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 28/1 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดย พ.ร.บ.การสาธารณสุข ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2560 ประกอบข้อ 4 แห่งประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประกาศพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ พ.ศ. 2561 เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกประกาศไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้กำหนดแหล่งที่ก่อเหตุรำคาญในพื้นที่ คือ รถยนต์ดีเซลที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐาน การเผาในที่โล่งได้แก่ การเผาหญ้า เผาตอซังข้าว และเผาขยะ และกิจกรรมการก่อสร้าง โดยห้ามไม่ให้นำรถเครื่องยนต์ดีเซลที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐานมาวิ่งใช้งานบนท้องถนน ห้ามเผาในที่โล่งทุกประเภทในพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ ต้องปฏิบัติตามมาตรการลดฝุ่นละอองจากกิจกรรมการก่อสร้างอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะต้องรายงานผลการดำเนินงานตามประกาศพื้นที่ควบคุมให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบภายใน 3 วัน และหากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ประกาศไว้ในที่เปิดเผยที่สำนักงานเขต และบริเวณที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญและเมื่อได้แจ้งให้ผู้ก่อเหตุรำคาญรับทราบแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27868</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, กรุงเทพฯ, ตรวจวัดสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก, ประกาศกทม., ปิดโรงเรียนหนีฝุ่น, ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, ผู้ว่าฯกทม., พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, เมืองหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c5138059a7ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2019 16:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2019 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.เผยวันนี้&quot;ฝุ่นลด&quot;แต่ภาพรวมยังเป็น&quot;สีส้ม&quot;มีผลกระทบสุขภาพ แนะเลี่ยงออกกำลังกายกลางแจ้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14ม.ค.62-นายแพทย์สุขุม &amp;nbsp;กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข ได้มอบให้กรมควบคุมโรค กรมการแพทย์ กรมอนามัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามเฝ้าระวังผลกระทบสุขภาพและให้ความรู้ในการป้องกันตนเองจากสภาพอากาศที่มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินมาตรฐานในพื้นที่กทม.และปริมณฑลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม 2561 อย่างไรก็ดีจากการติดตามสถานการณ์กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในวันนี้ (14 มกราคม 2562) ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลง คุณภาพอากาศโดยรวมยังอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จึงได้มอบให้นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อติดตามเฝ้าระวังผลกระทบสุขภาพ ให้ความรู้ประชาชนและวิธีป้องกันตัวที่ถูกต้อง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้วางแนวทางในการดูแลและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน จากมลพิษในอากาศร่วมกับกทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้มาตรการทางกฎหมายภายใต้พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 รวมทั้งการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพในพื้นที่ กทม. ใน 2 กลุ่มโรค ได้แก่ โรคระบบทางเดินหายใจและโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด มีการสื่อสารเตือนภัยให้ประชาชนทราบความเสี่ยงและป้องกันดูแลสุขภาพของตนเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ เนื่องจากฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่ได้เกินค่าในทุกพื้นที่ และพื้นที่ที่มีค่าเกินมาตรฐานก็ไม่ได้ค่าสูงอยู่ตลอดเวลา ข้อมูลการเฝ้าระวังของสำนักระบาดวิทยาที่ได้รับรายงานในโรงพยาบาลเครือข่ายกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระหว่างวันที่ 3 สิงหาคม 2561 &amp;ndash; 7 มกราคม 2562 ไม่พบว่ามีผู้ป่วย 3 กลุ่มโรคที่เฝ้าระวังสูงขึ้นผิดปกติ หรือพบเป็นกลุ่มก้อนเมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้แก่ หอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด และไม่มีรายงานผู้ที่มีอาการรุนแรง&amp;rdquo; นายแพทย์สุขุมกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านแพทย์หญิงพรรณพิมล &amp;nbsp;วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ในการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง ในกลุ่มเสี่ยงได้แก่ ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก ผู้ป่วยด้วยโรคประจำตัว เช่นโรคระบบทางเดินหายใจ หอบหืด ภูมิแพ้ โรคหัวใจ หากออกจากบ้านให้สวมหน้ากากป้องกันและสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจมีเสียงวี๊ด แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก ใจสั่น คลื่นไส้ เมื่อยล้าผิดปกติ หรือวิงเวียนศีรษะขอให้ไปพบแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26522</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, ตรวจวัดสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก, นพ.สุขุม กาญจนพิมาย, ฝุ่น2.5ไมครอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190114/image_big_5c3c49657b779.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26455</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝุ่นสู่โซนอันตรายกทม.ขอฝนหลวง พบค่าเพิ่มสูงทุกพื้นที่ อัศวินตั้งกก.แก้ปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อากาศเมืองกรุงและปริมณฑลย่ำแย่หนัก ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน อยู่ในโซนอันตรายสีแดง-มีผลกระทบต่อสุขภาพ ขณะที่โซนสีส้ม-เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ก็คลุมพื้นที่หลายเขต ผู้ว่าฯ กทม.สั่งตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์ 50 เขตระดมล้างถนน ตรวจสอบการก่อสร้างรถไฟฟ้าแหล่งก่อมลพิษ พร้อมประสานทำฝนหลวงสลายฝุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ตรวจวัดสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล วันที่ 13 มกราคม 2562 ภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ตรวจพบค่าระหว่าง 57-99 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มค.ก./บม.ม.) ปริมาณฝุ่นละอองเพิ่มสูงขึ้นทุกพื้นที่ โดยเฉพาะเกินค่ามาตรฐานจนมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) บริเวณริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน อยู่ที่ 91 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ ต.นครปฐม อ.เมือง จ.นครปฐม อยู่ที่ 99 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เนื่องจากอากาศยังคงลอยตัวไม่ดี สภาพอากาศปิด มีเมฆเป็นส่วนมาก มีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาหลายพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยฝุ่นละอองเกินมาตรฐานจนเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพบริเวณแขวงบางนา เขตบางนา, แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ, แขวงดินแดง เขตดินแดง, ริมถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน, ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี, ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง, ริมถนนดินแดง เขตดินแดง, แขวงพญาไท เขตพญาไท, แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง, ต.บางกรวย อ.บางกรวย จ.นนทบุรี, ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี, ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ, ต.ตลาด อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ, ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ, ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ, ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร และริมถนนคู่ขนานพระราม 2 อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ตรวจพบค่าระหว่าง 78-157 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินมาตรฐานบริเวณริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน สูงสุดอยู่ที่ 157 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, ริมถนนดินแดง เขตดินแดง, ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี, ต.ทรง
คนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ และ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าคุณภาพอากาศในวันที่ 14 มกราคม 2562 จะอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพต่อเนื่อง และจากโมเดลพยากรณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาช่วงวันที่ 13-14 มกราคม สภาพอากาศยังคงลอยตัวไม่ดี และอากาศค่อนข้างปิด ซึ่ง คพ.ได้ประสานกรุงเทพมหานคร และ 5 จังหวัดปริมณฑล ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ปัญหา PM 2.5 ต่อเนื่อง โดยกรุงเทพมหานครได้เร่งคืนพื้นที่ผิวจราจรจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าเพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัด สาเหตุหนึ่งของการเพิ่มขึ้นของฝุ่นละออง รวมทั้งกรุงเทพมหานครยังได้มีคำสั่งให้ทุกเขตกวาดล้างถนนอย่างเข้มงวดทุกวัน พร้อมทั้งจัดอุปกรณ์ฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง ตรวจวัดควันดำและรณรงค์ลดฝุ่นละอองจากการก่อสร้างที่สำคัญ ประสานกรมฝนหลวงและการบินเกษตรที่ตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เพื่อพร้อมปฏิติการในวันที่มีสภาพอากาศเอื้ออำนวยด้วยการทำฝนเทียม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศแบบ Realtime ได้ทางแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ air4thaihttps://m.facebook.com/story.phpstory_fbid=2008951235854920&amp;amp;id=174094709340591
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร กล่าวถึงสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานในพื้นที่ กทม.ว่า ผู้ว่าฯ กทม.ได้สั่งการตั้งคณะทำงานติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด โดยกำหนดมาตรการแก้ปัญหาระยะสั้น สั่งการทั้ง 50 เขตดำเนินการหาแหล่งกำเนิดฝุ่นละออง พร้อมลงพื้นที่ล้างทำความสะอาดถนน ห้ามประชาชนเผาขยะหรือหญ้าแห้งในพื้นที่โล่งแจ้ง ตลอดจนส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ควบคุมการก่อสร้างต่างๆ ทั่วกรุง ทั้งระบบสาธารณูปโภค โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าทุกสาย ซึ่งผู้รับเหมาต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ภายใต้ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 พร้อมประสานกองบังคับการตำรวจจราจร กรมการขนส่งทางบก ตรวจจับรถยนต์ควันดำ และห้ามติดเครื่องยนต์ขณะจอดรถ ซึ่งทุกหน่วยงานควรบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมาตรการระยะยาว กทม.ประชุมร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ ในการปรับปรุงคุณภาพรถยนต์ที่สามารถรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงเผาไหม้ด้วยประสิทธิภาพที่สูงขึ้น โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่ง ขสมก.ผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะ ควรปรับเปลี่ยนระบบเครื่องยนต์ด้วยเช่นกัน พร้อมกับพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้เชื่อมโยง เพื่อให้ประชาชนหันมาใช้บริการรถโดยสารสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนบุคคล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุรพงษ์ สารปะ โฆษกกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า จากการตรวจสอบสภาพหมอกควันในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีส่วนประกอบทั้งจากค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานและหมอก ซึ่งต้องยอมรับว่าพื้นที่กรุงเทพฯ ในปัจจุบันมีโครงการก่อสร้างเป็นจำนวนมาก มีการเผาขยะ ประกอบกับสภาพอากาศในฤดูหนาวที่ค่อนข้างแห้ง ทำให้อากาศด้านบนกดไม่ให้อากาศด้านล่างลอยตัวขึ้นไป ส่งผลให้เกิดการสะสม และเมื่ออากาศอ่อนตัวลง ในช่วงเช้าจะทำให้เกิดหมอก โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ชานเมืองที่มีความชื้นมาก ทำให้เกิดการจับตัวกับฝุ่นละอองที่เป็นควันแขวนลอย ส่งผลให้มีสภาพอากาศขมุกขมัว แต่ในช่วงสาย หมอกจะหายไปเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทวิตเตอร์ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ประเทศไทย) องค์กรรณรงค์อิสระระดับโลก เปิดเผยสถิติการจัดอันดับเมืองหลวงที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก ระบุว่า กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ติดอันดับ 9 ในจำนวน 10 อันดับเมืองหลวงที่คุณภาพอากาศเลวร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับอันดับ 1 ได้แก่ นิวเดลี ประเทศอินเดีย อันดับ 2 ธากา ประเทศบังกลาเทศ อันดับ 3 โกกาตา ประเทศอินเดีย อันดับ 4 เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน อันดับ 5 กาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล อันดับ 6 อูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย อันดับ 8 หูอัน ประเทศจีน อันดับ 9 กรุงเทพฯ ประเทศไทย และอันดับ 10 ดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26455</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, กรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ตรวจวัดสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก, หนังสือพิมพ์, โซนอันตรายสีแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190113/image_big_5c3b3cdaef4c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
