<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34554</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้ปม‘พ่อฟ้า’ใช้โทรศัพท์/ร้องพปชร.ถือหุ้นสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นักร้องเบอร์หนึ่งรุกหนัก! &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; &amp;nbsp;ยื่นเอกสารมัด &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; เพิ่ม จี้ กกต.ตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ เพราะจะเป็นตัวบ่งชี้ชัดเจน 8 ม.ค.หัวหน้าพรรคส้มหวานอยู่ไหน &amp;quot;คำนูณ&amp;quot; ตั้งข้อสังเกต บอจ.5 ปรากฏเป็นครั้งแรกต่อทางราชการคือวันที่ 21 มี.ค. เป็นวันหลังวันสมัครรับเลือกตั้ง ฉะนั้นจะยึดตามกฎหมายเอกชนหรือกฎหมายมหาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 26 เมษายน นายศรีสุวรรณ จรรยา &amp;nbsp; เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้าให้ถ้อยคำเพิ่มเติมกรณีที่สมาคมเคยยื่นคำร้องเรียน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถือครองหุ้นสื่อสิ่งพิมพ์ของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณเผยว่า ได้นำเอกสารเพิ่มเติมมาอีก 1 ฉบับ ให้กับคณะกรรมการไต่สวนฯ ถึงข้อมูลที่นายธนาธรอ้างว่าโอนหุ้นของบริษัทดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา รวมถึงข้อสงสัยของการแสดงตัวตนของนายธนาธร เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่อ้างว่าอยู่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งตนไม่เชื่อว่ามีการโอนหุ้นจริง และไม่เชื่อว่าอยู่ จ.บุรีรัมย์จริง นอกจากนี้ อยากให้ กกต.ตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ของนายธนาธรในวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา และจะเป็นตัวบ่งชี้ชัดเจนให้เป็นที่ประจักษ์พยานได้ว่านายธนาธรอยู่ในต่างจังหวัดหรือกรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ในส่วนของการออกเช็คโอนหุ้น ตนยังมีข้อสงสัยว่ามีการกระทำจริงหรือไม่ จึงอยากให้นำต้นขั้วเช็คของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ (มารดาของนายธนาธร) มาตรวจสอบรันนัมเบอร์เช็คว่าเช็คมีการกระโดดไปมาหรือไม่ ซึ่งจะทำให้ทราบวันเวลาออกเช็คที่แท้จริง รวมถึงเช็คดังกล่าวได้มีการนำเข้าธนาคารแล้วหรือไม่ เพื่อจะดูว่าได้มีการนำเงินเข้าช่วงเดือน ธ.ค.ถึงปัจจุบัน เพราะจะทำให้ทราบว่านำเช็คเข้าทำธุรกรรมจริงหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนี้ กกต.ต้องดำเนินการนำเอาเอกสารต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นมาใช้ในการตรวจสอบเพิ่มเติม หาก กกต.ตรวจสอบแล้วพบความจริง ทาง กกต.ก็จะต้องเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาทางการเมืองเพิกถอนสิทธิการรับสมัครเลือกตั้งของนายธนาธร และดำเนินการเอาผิดทางอาญา โทษจำคุก 1-10 ปี พร้อมถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี และอาจโทษหนักขัด พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ตามมาตรา 132 ก็จะส่งศาลรัฐธรรมนูญส่งให้ยุบพรรคได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เบื้องต้นทราบว่าคุณธนาธรจะเข้ามาชี้แจงต่อ กกต.ในวันที่ 29 เม.ย.นี้ หาก กกต.มีข้อสรุปอย่างไรตนก็จะเข้ามายืนยันคำร้องคัดค้านคำชี้แจงของนายธนาธร&amp;rdquo; นายศรีสุวรรณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะเข้าให้ถ้อยคำกรณีการถือหุ้น บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันอังคารที่ 30 เมษายนนี้ ช่วงบ่าย จากเดิมที่ตั้งใจจะเข้าชี้แจงวันจันทร์ที่ 29 เมษายน แต่จากการประสานไปยัง กกต. สะดวกให้เข้าชี้แจงวันที่ 30 เมษายน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคดีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการจัดรายการผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์นั้น น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า อัยการได้เลื่อนฟังคำสั่งฟ้องคดีเป็นวันที่ 28 พฤษภาคมนี้
ความลับในคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของนายธนาธร เผยว่าสาเหตุที่เลื่อนฟังคำสั่งในวันนี้ เนื่องจากยังสอบสวนพยานเพิ่มเติมตามที่เราได้ร้องขอความเป็นธรรมยังไม่เสร็จสิ้น ส่วนที่ว่าได้สอบพยานเพิ่มไปกี่ปาก คืบหน้าแค่ไหน ตนไม่ทราบ ทางพนักงานอัยการไม่ได้แจ้งมา เพราะอาจจะเป็นความลับในคดี ในนัดหน้าทางอัยการก็ยังไม่ได้มีการกำชับใดๆ เป็นพิเศษว่าตัวนายธนาธรต้องมาหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Kamnoon Sidhisamarn กรณีนายธนาธร โดยระบุว่า กกต.จะยึดถือวันใดเป็นวันโอนหุ้นจริง 1. ยึดวันที่บริษัทส่งแบบ &amp;#39;บอจ.5&amp;#39; ต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ คือวันที่ 21 มีนาคม 2562 อันเป็นวันหลังวันสมัครรับเลือกตั้ง หรือ 2.ยึดถือวันที่มีการโอนกันจริงตามที่ฝ่ายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กล่าวอ้าง คือวันที่ 8 มกราคม 2562 อันเป็นวันก่อนวันสมัครรับเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาระบุว่า นายธนาธรและฝ่ายสนับสนุนยึดถือเวลาตามข้อ 2 โดยมีประมวลแพ่งมาตรา 1129 วรรคสามนี้เป็นฐานสำคัญ ความหมายตามมาตรา 1129 วรรคสามนี้ คือเมื่อมีการจดแจ้งลงในทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท ก็ถือว่ามีผลสมบูรณ์แล้ว ไม่ถึงขนาดต้องส่งแบบ บอจ.5 แจ้งต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัททุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะโดยปกติจะแจ้งปีละ 1 ครั้งเท่านั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การที่สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นอยู่ที่บริษัทนี่แหละคือปมปัญหา เมื่อนำมาใช้กับกรณีนี้ เพราะโดยทั่วไปแล้วบุคคลภายนอกย่อมยากจะรู้ได้ว่าในระหว่างปีมีการโอนหุ้นกันกี่ครั้ง และเอกสารการโอนหุ้นในแต่ละครั้งก็ยากที่จะรู้ได้แน่นอนว่าเป็นจริงตามวันที่ในเอกสาร หรืออาจจะมีการทำขึ้นย้อนหลังหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายโดยตรง โดยเฉพาะกฎหมายแพ่ง แต่มีหลักคิดผุดขึ้นมาว่า มาตรา 1129 วรรคสาม คือเหตุผลของกฎหมายแพ่ง ซึ่งเป็น &amp;#39;กฎหมายเอกชน&amp;#39; มีวัตถุประสงค์ในการวางกฎเกณฑ์ในความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลต่อบุคคลที่ได้รับการสันนิษฐานว่ามีความเท่าเทียมกัน ทำมาค้าขายกัน ซึ่งจะต้องใช้ความระมัดระวังตนเองกันตามสมควร รัฐไม่ควรวางกฎเกณฑ์ที่อาจจะสร้างภาระให้แต่ละฝ่ายมากเกินไป&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำถามคือ จะเอากฎเกณฑ์ตาม &amp;#39;กฎหมายเอกชน&amp;#39; มาใช้กับ &amp;#39;กฎหมายมหาชน&amp;#39; ได้แค่ไหน เพียงใด โดยเฉพาะ &amp;#39;กฎหมายมหาชน&amp;#39; ในระดับรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่วางกฎเกณฑ์ &amp;#39;ลักษณะต้องห้าม&amp;#39; ของบุคคลที่จะเข้าสู่อำนาจรัฐ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเชื่อโดยบริสุทธิ์ว่ากฎเกณฑ์ กฎหมายเอกชน นั้นไม่สามารถนำมาใช้เป็นกฎเกณฑ์ทาง &amp;#39;กฎหมายมหาชน&amp;#39; ได้ทั้งหมด หากแต่สามารถนำมาใช้ได้เฉพาะบางประการที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อการทำหน้าที่ขององค์กรที่ทำหน้าที่ในทางมหาชนเท่านั้น เพราะวัตถุประสงค์หลักของกฎหมายทั้ง 2 ลักษณะแตกต่างกัน
คนภายนอก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณระบุว่า กฎหมายมหาชนมุ่งคุ้มครองมหาชนที่ประกอบด้วยบุคคลมีระดับความรู้ความสามารถและสถานะแตกต่างกัน รัฐจำเป็นต้องให้ความคุ้มครองบุคคลส่วนใหญ่ที่ด้อยโอกาสกว่า ซึ่งแตกต่างโดยพื้นฐานกับกฎหมายเอกชน ที่รัฐเพียงวางกฎเกณฑ์สำหรับการทำมาหากินของบุคคลที่ได้รับการสันนิษฐานว่าเท่าเทียมกัน รัฐไม่ควรเข้าไปก้าวก่ายมากเกินความจำเป็น กลับมาสู่กรณีธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรณีนี้ &amp;#39;คนภายนอก&amp;#39; ตามประมวลแพ่งมาตรา 1129 วรรคสาม เป็นองค์กรอิสระนาม &amp;#39;กกต.&amp;#39; ที่ทำหน้าที่สำคัญยิ่งตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญในการกลั่นกรองบุคคลที่มี &amp;#39;ลักษณะต้องห้าม&amp;#39; ออกไปจากการเข้าสู่อำนาจรัฐ มิหนำซ้ำ &amp;#39;ลักษณะต้องห้าม&amp;#39; นี้ยังมีโทษค่อนข้างแรง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ถ้าจะยึดถือประมวลแพ่งมาตรา 1129 เป็นเกณฑ์อย่างเคร่งครัด กกต.จะรู้ได้อย่างไรว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ยังคงถือหุ้นที่มี &amp;#39;ลักษณะต้องห้าม&amp;#39; อยู่หรือไม่ ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 อันเป็นวันสมัครรับเลือกตั้ง ในเมื่อเอกสารแบบ บอจ.5 ที่ทางราชการรับทราบการโอนหุ้นของเขาเป็นครั้งแรกคือวันเวลาตามข้อ 1 วันที่ 21 มีนาคม 2562 หลังวันสมัครรับเลือกตั้งแล้ว กกต.จะไปรู้ถึงการโอนหุ้นตามข้อ 2 ที่มีการกล่าวอ้างว่าเกิดขึ้นในวันที่ 8 มกราคม 2562 ได้อย่างไร โดยเฉพาะเมื่อเกิดการโต้แย้งแตกแขนงไปอีกหลายประเด็นว่าการโอนหุ้นในวันนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎเกณฑ์ทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 วรรคสาม จึงไม่น่าจะนำมาหักล้างกับรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งมาตรา 42 (3) ได้ทั้งหมด เมื่อมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้น เชื่อว่า กกต.น่าจะต้องยึดถือระยะเวลาตามข้อ 1 ตามเอกสารที่ปรากฏต่อราชการเป็นหลัก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กล่าวคือยึดตามแบบ บอจ.5 ที่ปรากฏเป็นครั้งแรกต่อทางราชการ นั่นคือวันที่ 21 มีนาคม 2562 อันเป็นวันหลังวันสมัครรับเลือกตั้ง&amp;quot; นายคำนูณระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นว่า เรื่องเข้าใจง่ายๆ เจ้าของหรือหุ้นส่วนสื่อมวลชนทุกประเภท ต้องลาออกก่อนสมัคร ส.ส. พิธีกร นักข่าว ดารา นักร้อง ตัวตลก ตัวโกง แม้แต่เป็นตัวแสดงในโฆษณา หรือเดินไปมาในมิวสิกวิดีโอยังต้องยุติออกอากาศ เพื่อไม่เอาเปรียบผู้สมัครอาชีพอื่น ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นไหน จะใหม่จะอาวุโส อย่าทำให้สังคม สับสนเลยครับ!! เรื่องแค่นี้ไม่เข้าใจคุณก็กลับไปจุดเริ่มต้นเสียใหม่
&amp;quot;สมชัย&amp;quot;สอน กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เผยว่า ประเด็นนายธนาธรยังมีมุมที่ใครต่อใครไม่ได้นึกถึง รวมทั้ง กกต.เองด้วย ประเด็นคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครในส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น ให้ดูที่มาตรา 60 และมาตรา 61 ของ พ.ร.ป.ส.ส. โดยสรุปให้ฟังง่ายคือมาตรา 60 กล่าวว่า หาก กกต.รับสมัครผู้สมัครบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใดแล้ว ก็ให้ประกาศรายชื่อผู้สมัครภายใน 7 วัน นับแต่วันรับสมัคร และหากจะมีใครทักท้วง ให้ยื่นภายใน 7 วัน นับจากวันที่ประกาศรายชื่อ &amp;nbsp;ประกาศรายชื่อ 15 กุมภาพันธ์ ดังนั้นร้องได้ถึง 22 กุมภาพันธ์ 2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา 61 กล่าวว่า ก่อนวันเลือกตั้ง หาก กกต.เห็นว่าผู้สมัครรายใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อให้ถอนรายชื่อจากผู้สมัครเลือกตั้ง 24 มีนาคม ดังนั้นก่อนวันเลือกตั้งวันสุดท้ายคือ 23 มีนาคม 2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของรองเลขาธิการ กกต. เมื่อ 23 เมษายน 2562 แจ้งว่ามีมติ กกต.ให้แจ้งข้อกล่าวหานายธนาธร เนื่องจากมี &amp;quot;ผู้ร้อง&amp;quot; ว่านายธนาธรเป็นผู้มีลักษณะต้องห้าม ถ้าไปค้นดูผู้ร้องคือ นายศรีสุวรรณ จรรยา มีการร้องธนาธร 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2562 เรื่องนายธนาธรลงประวัติตัวเองเป็นเท็จเรื่องตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ครั้งที่สองเมื่อ 25 มีนาคม 2562 เรื่องการถือหุ้นสื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การยื่นทั้งสองครั้ง จึงเป็นการยื่นคัดค้านคุณสมบัติตามมาตรา 60 ซึ่งต้องดำเนินการภายในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 การยื่นที่เกินกำหนดเวลา เป็นเรื่องที่ กกต.ไม่อาจรับคำร้องมาพิจารณาได้ นี่รับแล้วตั้งอนุกรรมการไต่สวน และมีมติแจ้งข้อกล่าวหา ส่วน กรณีจะเป็นความปรากฏต่อ กกต.เองตามมาตรา 61 ก็ต้องดำเนินการก่อนวันที่ 24 มีนาคม 2562 ในกรณีที่จะใช้มาตรา 132 ว่าเป็นการกระทำที่ให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม จนให้ใบส้ม ต้องตั้งเรื่องใหม่ ไม่สามารถนำคำร้องที่เกินกำหนดมาเป็นต้นเรื่องในการพิจารณาได้ ระวังจะโดนข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. นายณรงค์ รุ่งธนวงศ์ หัวหน้าศูนย์ข้อมูลและสถิติ กองอำนวยการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย เดินทางเข้ายื่นหนังสือขอให้ กกต.ตรวจสอบคุณสมบัติของนายชาญวิทย์ วิภูศิริ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตเลือกตั้งที่ 15 พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับคะแนนเลือกตั้งเป็นอันดับที่ 1 เนื่องจากตรวจสอบเอกสารแผ่นพับหาเสียงที่ระบุเป็นผู้บริหารบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง ซึ่งสืบจากข้อมูลกรมธุรกิจการค้าและพาณิชย์ พบว่านายชาญวิทย์ หรือผู้ถูกร้อง เป็นเจ้าของและผู้ถือหุ้นบริษัทที่จดทะเบียนประกอบกิจการหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชน โดยพบว่าถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวจำนวน 250 ล้านหุ้น และเป็นผู้มีอำนาจในการลงนามของบริษัทดังกล่าวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า การกระทำดังกล่าวจึงอาจขัดรัฐธรรมนูญ ม.98 (3) และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 42 (3) ที่ห้ามไม่ให้บุคคลที่เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ขอให้ กกต.เร่งตรวจสอบและวินิจฉัยกรณีนี้ หากพบว่ากระทำความผิดจริงนายชาญวิทย์ก็จะมีความผิดรับรองคุณสมบัติตนเองเป็นเท็จ ซึ่งก็จะมีความผิดทางอาญาด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34554</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ตรวจสอบการใช้โทรศัพท์, นักร้องเบอร์หนึ่ง, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด, พรรคส้มหวาน, พ่อฟ้า, ศรีสุวรรณ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190426/image_big_5cc312111d943.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
