<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 11:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 11:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คู่หูคู่ฮาร้องผู้ตรวจฯสอบคุณสมบัติ&#039;ธรรมนัส&#039;พันยาเสพติด สงสัยเป็นต่างด้าว! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.62- &amp;nbsp;ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอกชัย หงส์กังวาน และนายโชคชัย ไพบูลย์ ในฐานะตัวแทนของกลุ่มประชาชนรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp; ยื่นหนังสือผ่านนายวทัญญู ทิพยมณฑา &amp;nbsp;รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน &amp;nbsp;ถึงผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อขอให้พิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยของคุณสมบัติของ ร.อ.ธรรมมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;และ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp; ตามที่ประวัติเคยถูกจำคุกในต่างประเทศเนื่องจากเกี่ยวข้องกับค้ายาเสพติดนั้น &amp;nbsp;ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 98(10) ประกอบกับมาตรา 160 (3) หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่สื่อออสเตรเลียนำเสนอเรื่องคดีลักลอบนำเข้ายาเสพติดจนต้องโทษจำคุกในออกเตรเลีย ช่วงปี 2536-2540 &amp;nbsp;ซึ่งในเรื่องดังกล่าวคณะกรรมการกฤษฎีกาเคยมีความเห็นที่ 276/2525 &amp;nbsp;เห็นว่าไม่ว่าจะเป็นการถูกจำคุกในประเทศ หรือต่างประเทศก็ถือว่าเป็นบุคคลต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง เพราะคุณสมบัติขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 98(10) และมาตรา 160(6)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกชัย &amp;nbsp;ยังตั้งข้อสังเกตเรื่องเลขบัตรประจำตัวประชาชนของ ร.อ.ธรรมนัสที่ขึ้นต้นด้วยเลข 4 หมายถึงคนไทย-คนต่างด้าว ที่เป็นการย้ายเข้าโดยยังไม่มีหมายเลขประจำตัวประชาชนในช่วงก่อนวันที่ 31 พฤษภาคมปี 2527 &amp;nbsp;หรือมีปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งเดี่ยวกับสำนักทะเบียนราษฎร์หรือไม่ &amp;nbsp;อันอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 97(1) และมาตรา 160 (1)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยยังอ้างอิงถึงประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการถอดยศทหาร &amp;nbsp;เนื่องจากมีพฤติกรรมไม่สมควรตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยวินัยทหารปี 2476 และยังมีคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด &amp;nbsp;คดีหมายเลขดำที่ 742/2556 พิเคราะห์ให้ พ.ร.บ.ล้างมลทินปี 2550 ไม่มีผลล้างคำพิพากษาที่กระทำความผิดอันเป็นเหตุให้ถูกลงโทษ &amp;nbsp;ดังนั้นคุณสมบัติอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 98(8) และมาตรา 160(6) &amp;nbsp;ที่ห้ามผู้ที่เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ เพราะประพฤติมิชอบในวงราชการมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.และดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังอ้างถึงกรณีวุฒิการศึกษา &amp;nbsp;ที่เห็นว่าการที่ ร.อ.ธรรมนัส &amp;nbsp;และเว็บไซต์ของรัฐสภาลงประวัติวุฒิการศึกษาว่าจบปริญญาเอก ชี้ให้เห็นว่า ร.อ.ธรรมนัสใช้วุฒิปริญญาเอกในการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. &amp;nbsp;ทั้งที่สามารถใช้วุฒิปริญญาตรีที่จบจากโรงเรียนนายร้อย จปร.ก็ได้ &amp;nbsp; ดังนั้นการใช้วุฒิการศึกษาปลอม ถือว่าเข้าข่ายกระทำความผิด &amp;nbsp;ซึ่งร้องร้องเรียนต่างๆเหล่านี้นายเอกชัยย้ำขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าคุณสมบัติของ ร.อ.ธรรมนัส ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;นายเอกชัย เข้ายื่นหนังสือโดยสวมหมวกกระดาษ ที่ทำเป็นรูปหมวกรับปริญญา เพื่อเป็นนัยะ ถึงเรื่องที่มาร้องเรียน ร.อ.ธรรมนัสในเรื่องวุฒิการศึกษา.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46475</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจสอบคุณสมบัติ, ธรรมนัส พรหมเผ่า, นายเอกชัย หงส์กังวาน, ผู้ตรวจการแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d899f23b78a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45651</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่ฟอกธรรมนัสขาวจั๊วะ ทั่นดร.โชว์‘ทรานสคริปต์’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ป้อง &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; แจงสภาอย่างมีเหตุมีผล ยันตรวจสอบคุณสมบัติแล้วผ่านไม่มีปัญหา คัดเลือกเข้ามาเอง เจ้าตัวหอบทรานสคริปต์-วิทยานิพนธ์ ยืนยันจบ ป.เอกที่แคลิฟอร์เนียสหรัฐอย่างถูกต้อง ไม่ใช่ฟิลิปปินส์ แต่เรียนที่บ้านคล้าย ม.สุโขทัย-รามคำแหง เผยอาจารย์ที่เกี่ยวข้องเตรียมฟ้องฐานเปลี่ยนถ้อยคำทำให้เสียหาย เชื่อพุ่งเป้าโจมตีหวังดิสเครดิตรัฐบาลในฐานะเป็นกุญแจสำคัญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 12 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร ถึงการต้องโทษจำคุกในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลียว่า จากการฟังคำชี้แจงแล้วก็พบว่าชี้แจงเป็นเหตุเป็นผล โดยเป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมายเขา และทุกอย่างไม่ใช่ว่านายกฯ ไม่ได้ตรวจสอบ เพราะนายกฯ ตรวจสอบด้วยระบบการตรวจสอบของรัฐบาล เท่าที่มีมา ก็มีคณะทำงานในการตรวจสอบคุณสมบัติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกคน และสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ศาล อัยการ ซึ่งทุกคนก็ผ่านมาทั้งหมด ถึงจะแต่งตั้งขึ้นมาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าตรวจสอบครั้งแรกไม่ผ่าน ก็คือไม่ผ่านตั้งแต่แรก ซึ่งรวมถึงเรื่องของวุฒิการศึกษาด้วย และผมคิดว่าเขาได้ตรวจสอบแบบนี้มาทั้งหมดแล้ว แต่เรื่องที่เกิดขึ้น ถือเป็นความคิดเห็นของแต่ละคน ผมก็ไม่ได้ว่าใคร &amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเจ้าตัวให้ข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คงไม่ใช่ แต่ถ้าตรวจสอบแล้วไม่ครบ ก็คงต้องว่ากันต่อไป เพราะหลายอย่างก็เป็นแบบนี้ไม่ใช่หรือ ถ้ามีปัญหาในภายหลัง ก็คงเป็นเรื่องของกฎหมายที่สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องดูว่าเป้าประสงค์นั้นคืออะไร เพราะถ้ามองย้อนกลับไป ก็เคยมีแบบนี้เยอะแยะ ลืมกันไปแล้วหรืออย่างไร เช่น เมื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลก็ทำปัญหาเยอะแยะไปหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายกฯ จะขอดูหลักฐานเพิ่มเติมหรือไม่ นายกฯ ตอบอย่างมีอารมณ์ฉุนเฉียวว่า &amp;ldquo;ผมหรือนายกฯ ไม่ใช่จะเป็นคนตรวจสอบเข้าใจกันหรือเปล่า เพราะมันมีกลไกกระบวนการการตรวจสอบอยู่ นายกฯ จะต้องทำเองทั้งหมดเลยหรือ เพราะนายกฯแค่สั่งให้ทุกคนตรวจสอบแล้วรายงานขึ้นมา นายกฯ ก็อ่านและตรวจสอบตามนั้น การที่เขาสรุปรายงานขึ้นมาเข้าใจหรือไม่ นายกฯ ไม่ได้ทำงานอย่างเดียว จะต้องทำทุกงาน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า แต่ทั้งหมดเป็นภาพลักษณ์ของนายกฯและรัฐบาลที่ตั้งคนเข้ามาเป็น ครม. พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า &amp;ldquo;อ้าว ผมก็เป็นคนคัดคนเข้ามา เพราะมีคนเสนอเข้ามา แต่ทั้งหมดได้ผ่านกลไกการตรวจสอบคุณสมบัติ ก็จบลงแค่นั้น ผมจบแล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนได้ติดตาม และสิ่งที่เขาชี้แจงในสภาก็ต้องพูดเรื่องจริงทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่รัฐสภา หลังจากมีการเปิดเผยเรื่องวุฒิการศึกษาปลอม ร.อ.ธรรมนัสได้หอบหลักฐานทั้งวิทยานิพนธ์และใบแสดงผลการเรียน (ทรานสคริปต์) มายืนยันกับผู้สื่อข่าวว่าจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี ลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่มีแคลิฟอร์เนีย จากประเทศฟิลิปปินส์ และประเด็นสำคัญในการทำวิจัยมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ เป็นสถาบันที่กระทรวงศึกษาธิการของรัฐแคลิฟอร์เนียให้การรับรองว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ถูกต้อง และมีเครือข่ายทั่วโลก แต่ตนไม่ได้ไปเรียนที่สหรัฐ เรียนคล้ายกับ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช และ ม.รามคำแหง ไม่ต้องไปนั่งเรียน ถึงเวลาก็สอบ ก็จะมีอาจารย์มาสอบ ทำวิจัย และวิทยานิพนธ์ ซึ่งวิทยานิพนธ์ที่ตนทำจะต้องเอาไปประกาศในวารสารสำคัญคือวารสารยูโรเปียน ถ้าใครที่ทำวิจัยแล้วไม่ได้เอาไปประกาศไว้ในวารสารยูโรเปียนของสหรัฐ ถือว่าปริญญาปลอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า สรุปอีกครั้งหนึ่งว่าการได้ปริญญาของผมไม่ใช่มาจากประเทศฟิลิปปินส์ แต่มาจากสหรัฐ และสำคัญที่สุดผลงานวิจัยจะต้องมีรายชื่อผู้ให้ข้อมูลหลัก คนแรกคือ นายพูลสิน วรินรัตน์ ประธานองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พะเยา ซึ่งตอนนี้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และยังมีคุณอัครา พรหมเผ่า ซึ่งเป็นน้องชายของผม และเป็นรองนายกฯ อบจ.พะเยาอยู่ในเวลานั้น และยังมีอาจารย์บุญส่ง เมืองกรุง ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา นายธีรศักดิ์ สิทธิชัยกิจ เป็นเลขานุการหอการค้าจังหวัดพะเยา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกอย่างมีที่มาที่ไปหมด ไม่ใช่ว่าไปซื้อมาจากฟิลิปปินส์ และการจบปริญญาเอกของผมมีทรานสคริปต์ยืนยันว่าเกรดที่ผมได้มีเกรดอะไรบ้างชัดเจน และที่มีการนำภาพมหาวิทยาลัยที่เป็นตึกแถวมาโพสต์นั้นคือที่ฟิลิปปินส์ ซึ่งมีประเด็นอยู่ว่าเป็นมหาวิทยาลัยปลอม ยืนยันว่าเป็นคนละที่กับที่ผมเรียน แถมยังมีการเปลี่ยนถ้อยคำของมหาวิทยาลัยทำให้เขาเสียหายมาก&amp;quot; ร.อ.ธรรมนัสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัสกล่าวต่อว่า เรื่องนี้ทางอาจารย์ที่รับผิดชอบจะฟ้องคนที่เอาเรื่องนี้มาวิพากษ์วิจารณ์ เพราะถือว่าเป็นการดูหมิ่นสถาบันทำให้เสียหาย ซึ่งเชื่อว่าเรื่องนี้มีกระบวนการอยู่เบื้องหลัง เพราะเจตนาชัดเจนอยู่แล้ว และตนได้ชี้แจงไปแล้ว เขาคงมีเป้าหมายหวังดิสเครดิตรัฐบาลมากกว่า เพราะทราบกันดีว่าในการจัดตั้งรัฐบาล ตนเป็นตัวหลักในการรวบรวมสมาชิกจากพรรคต่างๆ มารวมตัวจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้นกุญแจสำคัญจึงอยู่ที่ตน แต่เวลานี้รัฐบาลทำงานมาเกือบ 2 เดือนแล้ว ทุกอย่างลงตัวหมด จึงไม่ได้อยู่ที่ตนคนเดียว แต่อยู่ที่รัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคทุกคน ซึ่งหลังจากเอาเรื่องวุฒิการศึกษามาเล่นตนแล้วก็คงจะไม่มีอะไรแล้ว เพราะได้ตอบคำถามไปหมดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า อาจจะมองว่าโจมตี ร.อ.ธรรมนัสได้ก็อาจจะมีผลต่อเสถียรภาพรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า อาจคิดอย่างนั้น แต่ตอนนี้ทุกพรรคร่วมรัฐบาลเขาเป็นตัวของตัวเองหมดแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรามีมากกว่านั้น แต่ผมพูดมากไม่ได้ ซึ่งหมายถึง ณ เวลานี้รัฐบาลอยู่ได้ และอยู่ได้ยาว จะมีผมหรือไม่มี ไม่ใช่สาระ ส่วนเรื่องการโหวตให้กับร่างงบประมาณ ทางฝ่ายค้านก็บอกว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ของบ้านเมืองและประชาชนเขาจะไม่ค้าน ถ้าค้านแล้วการเลือกตั้งครั้งหน้าชาวบ้านเขาก็ไม่เอา&amp;quot; ร.อ.ธรรมนัส กล่าว ถามว่าขณะนี้รัฐบาลมีเสียง 249 เสียง มีการตั้งเป้าหรือไม่ว่าจะต้องได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระบุถึงประวัติการศึกษาของ ร.อ.ธรรมนัส ว่าจบการศึกษาระดับปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิต จากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า, พุทธศาสนมหาบัณฑิต (พระพุทธศาสนา) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สำหรับปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง และการศึกษาระดับปริญญาเอก Doctor of Philosophy (รัฐประศาสนศาสตร์) Calamus International University ประเทศสหรัฐอเมริกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกระบวนการตรวจสอบ ร.อ.ธรรมนัส ว่าคิดว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านคงจะดำเนินการกันต่อ ทั้งนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันเรื่องยื่นร้องให้มีการตรวจสอบอื่นๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45651</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจสอบคุณสมบัติ, ธรรมนัส พรหมเผ่า, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โชว์ทรานสคริปต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190912/image_big_5d7a506be7ba9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2019 08:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2019 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;บิ๊กตู่&#039;ส่งยิ้มไม่ตอบปมส.ส.เพื่อไทยยื่นตรวจสอบคุณสมบัติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ค.62- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปฎิเสธตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีส.ส.พรรคเพื่อไทย ยื่นเรื่องขอให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีว่ามีความกังวลในเรื่องนี้หรือไม่ โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้เพียงยิ้มให้ผู้สื่อข่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40397</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจสอบคุณสมบัติ, นายกรัฐมนตรี, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190708/image_big_5d2293f8754d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2019 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2019 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอ้ย...เธอจ๋า!&#039;บิ๊กตู่&#039;เผยเริ่มขั้นตอนตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีอีกครั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.62-ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุมนายกฯตอบคำถามผู้สื่อข่าวอย่างอารมณ์ดี โดยเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าได้ทูลเกล้าฯรายชื่อคณะรัฐมนตรีใหม่แล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มๆว่า &amp;ldquo;โอ้ย! เธอจ๋า วันนี้เริ่มขั้นตอนตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง ทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอนนะ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39398</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจสอบคุณสมบัติ, ตั้งครม., นายกฯ, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190625/image_big_5d119422efca2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2019 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2019 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรเพชร&#039;สกัดฝ่ายค้าน! ยันส.ส.ไม่มีสิทธิ์ตรวจสอบคุณสมบัติส.ว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย. 62 - ที่หอประชุมใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติขอให้ที่ประชุมสภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบกระบวนการได้มาซึ่ง ส.ว. ว่า ขั้นตอนดังกล่าวเป็นการดำเนินการของ ส.ส.ที่จะกล่าวหา ส.ว. ต่อสภาฯ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่ใครๆก็ สามารถกล่าวหาได้ แต่เชื่อว่าจะไม่ทำให้การทำงานของ ส.ว. ต้องสะดุดลง เพราะจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ทราบว่านายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ จะรับญัตติดังกล่าวไว้พิจารณาในประเด็นใดบ้าง และเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบกับเรื่องของการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีให้ต้องเป็นโมฆะด้วย เพราะขั้นตอนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีผ่านพ้นเสร็จสิ้นไปแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องของการตรวจสอบคุณสมบัติของ ส.ว.นั้น หากบุคคลใดต้องการจะตรวจสอบคุณสมบัติของ ส.ว.ก็คงจะต้องใช้ช่องทางอื่นๆ ที่ไม่ใช่การอภิปรายในสภาฯ ซึ่งจะใช้ช่องทางไหนนั้นมี แต่ผม ไม่บอก แต่หาก ส.ว.ต้องการที่จะตรวจสอบกันเองนั้นสามารถใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82&amp;nbsp; โดยลงชื่อและยื่นเรื่องต่อประธานวุฒิสภาเพื่อขอให้ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้&amp;rdquo; นายพรเพชร ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38917</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจสอบคุณสมบัติ, ประธานวุฒิสภา, ฝ่ายค้าน, พรเพชร, ส.ว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afecf2ee2c76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35191</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2019 12:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2019 12:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039;ร้องกกต.สอบคุณสมบัติ10ผู้สมัครส.ส.ฝ่ายตรงข้าม ให้ระงับประกาศผลเลือกตั้งไว้ก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค.62- นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ &amp;nbsp;อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เข้ายื่นหนังสือเพื่อขอให้ตรวจสอบผู้สมัคร ส.ส.ที่ขาดคุณสมบัติเนื่องจากถือหุ้นสื่อ อันเข้าลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(3) จำนวน 10 ราย เพื่อขอให้ระงับการประกาศผลการเลือกตั้งไว้ก่อนจนกว่าจะตรวจสอบผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตได้ครบร้อยละ 95 ว่าเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และขอให้รอฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญก่อนที่จะพิจารณาว่าจะประกาศผลการเลือกตั้งได้ต่อไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กกต.ยังมีเวลาพิจารณาประกาศรับรองผลการเลือกตั้งได้ถึงวันที่ 24 พ.ค. หรือ 60 วันหลังเลือกตั้ง ไม่ใช่วันที่ 9 พ.ค. กกต.จะปล่อยผ่านไปก่อนแล้วมาตามสอยทีหลังเพื่อให้ถูกใจใครไม่ได้&amp;quot; นายเรืองไกร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวว่า สำหรับรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ที่ถูกยื่นคำร้องทั้ง 10 คน ถือหุ้นในบริษัทที่ระบุในวัตถุประสงค์การจดทะเบียนบริษัทไว้ในข้อ 19 ว่าประกอบกิจการโรงพิมพ์ รับพิมพ์หนังสือ จำหน่าย และออกหนังสือพิมพ์ โดยทั้ง 10 คนประกอบด้วย นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)​ เขต 8 กรุงเทพฯ ถือหุ้นบริษัท โอที ซูปเปอร์เซอร์วิส จำกัด จำนวน 9,998 หุ้น &amp;nbsp;, นายชาญวิทย์ วิภูศิริ ผู้สมัคร ส.ส.พปชร. เขต 15 กรุงเทพฯ ถือหุ้นบริษัท ภัทรเฮ้าส์ แอนด์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นจำนวน 250,000,000 หุ้น , นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พปชร. ถือหุ้นบริษัท วิสดอม เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด จำนวน 25,000 หุ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายพิบูลย์ รัชกิจประสาร ผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เขต 1 สตูล ถือหุ้นบริษัท พี แอนด์ ซี ปิโตรเลียม จำกัด จำนวน 52,310 หุ้น ถือหุ้นบริษัท รัชกิจ คอร์โปเรชั่น จำกัด จำนวน 1,600 หุ้น ถือหุ้นบริษัท รัชกิจ โฮลดิ้ง จำกัด จำนวน 10,940,989 หุ้น บริษัท เอ็น แอนด์ ซี มินิมาร์ท จำกัด จำนวน 2,092 หุ้น บริษัท จิตแก้ว จำกัด จำนวน 1,600 หุ้น บริษัท ซีเคโฟว์ เทรดดิ้ง จำกัด จำนวน 14 หุ้น บริษัท สตูลอะความารีนคัลเจอร์ จำกัด จำนวน 10,000 หุ้น บริษัท สตูลอะความารีน ฟีด ซัพพลาย จำกัด จำนวน 6,000 หุ้น บริษัท สตูลผลิตภัณฑ์คอนกรีต จำกัด 15,000 หุ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาธิต ปิตุเตชะ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)​ เขต 1 ระยอง ถือหุ้นบริษัท เก่งกล้า จำกัด จำนวน 6,665 หุ้น บริษัท พี.ที. รุ่งเรืองคอนกรีต จำกัด จำนวน 2,700 หุ้น , นายเดชอิศม์ ขาวทอง ผู้สมัคร ส.ส.ปชป. เขต 5 สงขลา ถือหุ้นบริษัท ซิงค์ กรุ๊ป จำกัด จำนวน 5,000 หุ้น บริษัท แอล เอส โกลบอล จำกัด จำนวน 100,000 หุ้น , นายสาคร เกี่ยวข้อง ผู้สมัคร ส.ส.ปชป. เขต 1 กระบี่ บริษัท อ่าวนาง แทรเวล แอนด์ ทัวร์ จำกัด จำนวน 22,129 หุ้น, นายอัศวิน วิภูศิริ ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ปชป. ถือหุ้นบริษัท ภัทรเฮ้าส์ แอนด์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด จำนวน 40,000,000 หุ้น บริษัท ชาญวิทย์โฮเต็ล จำกัด จำนวน 651,750 หุ้น บริษัท พิจิตร เรียล เอสเตท จำกัด จำนวน 16,500 หุ้น และ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อปชป. ถือหุ้นบริษัท วีพี แอโร่เทค จำกัด จำนวน 588,500 หุ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เขต 1 สุรินทร์ ถูกระบุว่าถือหุ้นในบริษัทที่มีวัตถุประสงค์ในการจดทะเบียนบริษัทไว้ในวัตถุประสงค์ข้อ 29ว่า &amp;ldquo;ประกอบกิจการให้บริการด้านวิทยุและโทรทัศน์ ซึ่งดำเนินการหลักเกี่ยวกับการผลิตรายการวิทยุ และโทรทัศน์ทุกประเภท เช่น รายการบันเทิง รายการส่งเสริมการศึกษา รายการข่าว กีฬา พยากรณ์อากาศ สัมภาษณ์บุคคล โดยเป็นรายการสด หรือบันทึกลงแถบบันทึกสื่อต่างๆ เพื่อเผยแพร่ กระจายเสียง รวมถึงการขาย ให้เช่า เก็บรักษาเพื่อการกระจายเสียงหรือแพร่ภาพ และการนำกลับมาแพร่ภาพซ้ำ&amp;rdquo; โดยนายปกรณ์ถือหุ้นจำนวน 3,400 หุ้น .&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35191</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจสอบคุณสมบัติ, นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, ผู้สัครส.ส., ร้องกกต.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190502/image_big_5cca75090ceb7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7709</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุมเข้ม คุณสมบัติบิ๊กท้องถิ่น ห้ามมีส่วนได้-เสียกับ&#039;อปท.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มหาดไทยชง ครม.แก้คุณสมบัติต้องห้ามสมาชิกหรือผู้บริหารท้องถิ่นต้อง &amp;quot;ไม่เป็นผู้มีพฤติกรรมในทางทุจริต&amp;quot; เคยเป็นบุคคลล้มละลาย-ถูกยึดทรัพย์ข้อหาร่ำรวยผิดปกติ-ต้องคำพิพากษาทุจริต-เป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้ส่วนเสียกับ อปท.ทั้งทางตรงทางอ้อม หมดสิทธิ์ลงเลือกตั้ง หากรู้ว่าขาดคุณสมบัติแล้วยังดันทุรังลงสมัครเจอโทษจำคุกตัดสิทธิ์ 10 ปี พร้อมติดดาบ ผวจ.-รมว.มหาดไทยสั่งพ้นเก้าอี้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาลระบุว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 23 เม.ย.นี้ &amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้เสนอขอความเห็นชอบมาตรการบังคับใช้กฎหมายเพื่อดำเนินการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่นเนื่องจากมีพฤติกรรมในทางทุจริต หลังจากก่อนหน้านี้ที่ประชุม ครม.เคยมอบหมายให้ มท.ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาศึกษาแนวทางและความเหมาะสมเป็นไปได้ ถึงข้อเสนอแนะของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เกี่ยวกับมาตรการดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมาเมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด หรือกรณีผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่นกระทำทุจริตได้ เพราะกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปัจจุบันมีข้อจำกัดและขาดความชัดเจน เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่นถูกตรวจสอบว่ากระทำทุจริต บุคคลนั้นจะลาออกจากตำแหน่งเพื่อหลีกเลี่ยงมิให้มีการสอบสวนและวินิจฉัยสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับข้อสรุประหว่าง มท.และ สคก.ในประเด็นดังกล่าว ได้กำหนดให้ มท.พิจารณาข้อมูล เอกสาร &amp;nbsp;พร้อมทั้งความเห็นของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ได้มีมติชี้มูลความผิด โดยมอบหมายผู้ว่าราชการจังหวัด หรือนายอำเภอดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในการสอบสวนและวินิจฉัยสั่งให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่ง หรือสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือนำผลการสอบสวนดังกล่าวไปสู่การดำเนินคดีในทางอาญาและแพ่งต่อไปตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้ง อปท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ มท.และ สคก.เห็นควรให้แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้ง อปท. รวมทั้งกฎหมายการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น ตามข้อเสนอของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ให้เพิ่มบทบัญญัติ &amp;quot;การไม่เป็นผู้มีพฤติกรรมในทางทุจริต&amp;quot; เป็นคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามในการเป็นผู้มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งในทุกตำแหน่ง โดยครั้งนี้ มท.ได้ขอแก้ไขลักษณะของบุคคลซึ่งต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นใน พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบด้วย บุคคลผู้ที่อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง, เป็นบุคคลล้มละลาย หรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต, เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุด ให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือ เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุด ให้ลงโทษจำคุกเพราะกระทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง, เคยพ้นจากตำแหน่งเพราะศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาว่า เป็นผู้มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ หรือกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตราทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ มท.ยังเสนอเพิ่มบทกำหนดโทษกรณีบุคคลซึ่งรับเลือกตั้ง โดยรู้อยู่แล้วว่าตนเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งมีกำหนดสิบปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ยังมีการแก้ไขเกี่ยวกับการสอบสวน การวินิจฉัย และการสั่งให้สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่ง โดยกำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสอบสวนและวินิจฉัยโดยเร็ว แม้ว่าสมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นผู้นั้นจะได้พ้นจากตำแหน่งไปแล้วไม่ว่าด้วยเหตุผลใด เว้นแต่เพราะตาย รวมทั้งหากผลการสอบสวนปรากฏว่ามีเหตุตามที่ดำเนินการสอบสวน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นผู้นั้น พ้นจากตำแหน่งไม่ว่าผู้นั้นจะได้พ้นจากตำแหน่งไปก่อนแล้วหรือไม่ก็ตาม โดยในคำสั่งดังกล่าวให้ระบุเหตุที่ทำให้พ้นจากตำแหน่งไว้ และให้มีผลตั้งแต่วันที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมีคำสั่ง ถ้าในขณะที่มีคำสั่งดังกล่าวผู้นั้นกำลังดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้ บริหารท้องถิ่นอันเป็นผลจากการเลือกตั้งต่างวาระกัน ให้ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งที่กำลังดำรงอยู่ด้วย และให้ถือว่าวันที่สั่งให้พ้นจากตำแหน่งดังกล่าวเป็นวันเริ่มนับระยะเวลา ต้องห้ามการใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังกำหนดให้ผู้บริหารท้องถิ่นต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาหรือกิจการที่กระทำ หรือจะกระทำ หรือให้แก่ส่วนท้องถิ่นนั้น หรือมีส่วนได้ส่วนเสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญา หรือกิจการที่กระทำกับหรือให้แก่ อปท. โดยมีพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าเป็นการต่างตอบแทน หรือเอื้อประโยชน์ส่วนตัวระหว่างกัน และ มท.ยังเสนอให้เพิ่มเติมประเด็นที่กำหนดให้ผู้บริหารท้องถิ่นต้องไม่ทอดทิ้ง หรือละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่และอำนาจ หรือประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน ไม่จงใจปฏิบัติตามกฎหมายหรือมติ ครม.อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของการดำเนินการเกี่ยวกับการสอบสวน วินิจฉัย และการสั่งให้ผู้บริหารท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่ง ยังแก้ไขให้สามารถดำเนินการสอบสวนแก่ผู้ถูกกล่าวหาได้ในทุกกรณี แม้ผู้ถูกกล่าวหานั้นจะพ้นจากตำแหน่งไปแล้วก็ตาม และ มท.เสนอให้เพิ่มเติมข้อกำหนดว่า ถ้าเห็นว่าผู้ถูกสอบสวนมีพฤติการณ์ตามที่ถูกสอบสวน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอผลการสอบสวนพร้อมความเห็นต่อ รมว.มหาดไทยภายในห้าสิบวันนับแต่วันที่สอบสวนเสร็จ และให้ รมว.มหาดไทยสั่งให้ผู้ถูกสอบสวนพ้นจากตำแหน่ง ไม่ว่าผู้นั้นจะได้พ้นจากตำแหน่งไปก่อนแล้วหรือไม่ก็ตาม โดยในคำสั่งดังกล่าวให้ระบุเหตุผลที่ทำให้พ้นจากตำแหน่งไว้ และให้มีผลตั้งแต่วันที่ รมว.มหาดไทยมีคำสั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าในขณะที่มีคำสั่งดังกล่าวผู้นั้นกำลังดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นอันเป็นผลจากการเลือกตั้งต่างวาระกัน ให้ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งที่กำลังดำรงอยู่ด้วย และให้ถือว่าวันที่สั่งให้พ้นจากตำแหน่งดังกล่าวเป็นวันเริ่มนับระยะเวลาต้องห้ามการใช้สิทธิ์รับสมัครเลือกตั้ง ทั้งนี้คำสั่งของ รมว.มหาดไทยตามมาตรานี้ให้เป็นที่สุด&amp;quot; รายงานข่าวระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7709</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., ดันทุรัง, ตรวจสอบคุณสมบัติ, บุคคลล้มละลาย, ป.ป.ช., พฤติกรรมในทางทุจริต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180423/image_big_5addf996d225d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
