<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39196</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2019 17:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2019 17:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขึงขังน่าดู!&#039;ส.ส.มงคลกิตติ์&#039;แจ้งข่าวจะลุยตรวจสอบเครื่องบินเก่าก่อนซื้อเพิ่มที่อู่ตะเภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย.62 - นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศิวิไลย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า แจ้งข่าว!!! ลุยสอบสภาพเครื่องบินเก่าก่อนซื้อเพิ่ม ณ อู่ตะเภา พรรคไทยศรีวิไลย์ นำโดย นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ หัวหน้าพรรค,พลโท อัศวิน รัชฏานนท์ รองหัวหน้าพรรค,นางสาวภคอร จันทรคณา โฆษกพรรค พร้อมคณะทำงานฯ ได้ติดตามการใช้ทรัพยากรเงินแผ่นดินอย่างต่อเนื่อง-เพื่อความคุ้มค่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งเครื่องบินแอร์บัส 340-500,340-600 ลำอื่นๆ จำนวนกว่า 14 ลำ ที่ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) ใช้เงินภาษีของประชาชนซื้อมากว่า 8 หมื่นล้านบาท มาจอดรอเพื่อรอการจำหน่ายออกไป เพื่อลดการขาดทุน ก่อนจะซื้อฝูงบินใหม่อีก 38 ลำ 1.56 แสนล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นพรรคไทยศรีวิไลย์ มีความจำเป็นที่จะต้องทราบข้อมูลความเป็นจริงต่างๆ ตรวจดูสภาพเครื่องบินจากภายนอก การซ่อมบำรุง ดูแล รักษา ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดูแล ก่อนจำหน่ายออก จึงเรียนมายัง ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานอู่ตะเภา เพื่อขอความอนุเคราะห์ให้ข้อมูลกับทางคณะฯ ในวันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2562 เวลา 10.00-12.00 น. จึงเรียนมาเพื่อทราบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39196</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจสอบทุจริต, ตี๋เต้, พรรคไทยศิวิไลย์, มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190605/image_big_5cf7ccea50b3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21144</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2018 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2018 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; จ่อร้อง สตง. สงสัยกองทัพจัดซื้อ &#039;ฮ.AW139&#039; แพงกว่าของเสี่ยวิชัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ย.61 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการวมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า กรณีการสูญเสียนายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ และประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ในโศกนาฏกรรมเฮลิคอปเตอร์ตกนอกสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดียม ประเทศอังกฤษ เมื่อช่วงหัวค่ำของวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นนั้น ซึ่งเฮลิคอปเตอร์คันดังกล่าวเป็นรุ่นออกัสตา เวสต์แลนด์ เอดับเบิลยู 169 (Agusta Westland AW169) สร้างขึ้นในปี 2016 หรือปี 2559&amp;nbsp;โดย &amp;quot;ลีโอนาร์โด้&amp;quot; บริษัทด้านอุตสาหกรรมการบินและทหารของอิตาลี ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของบริษัท อากัสต้าเวสต์แลนด์ กับฟินเมคคานิก้า เฮลิคอปเตอร์ลำนี้มีเลขทะเบียน G-VSKP มีมูลค่าสูงถึง 6.6 ล้านปอนด์ หรือราว 280 ล้านบาทไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างเฮลิคอปเตอร์ยี่ห้อดังกล่าวของ &amp;ldquo;กรมการขนส่งทหารบก&amp;rdquo; ได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรุ่น AW 139 และรุ่น AW 149 จากบริษัท อากัสต้าเวสต์แลนด์ เอส.พี.เอ.ประเทศอิตาลี ประมาณ 12 ลำหลายครั้ง พบว่าในปี 2555 ในยุคที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น ผบ.ทบ. มีการจัดซื้อ AW 139 จำนวน 2 ลำ วงเงิน 43,548,387 เหรียญสหรัฐหรือ 1,350 ล้านบาท เฉลี่ยลำละ 675 ล้านบาท ซึ่งรุ่นดังกล่าวมีการประกาศขายเป็นการทั่วไปในราคาเพียง 12 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 396 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งทำให้มองเห็นส่วนต่าง 2 ลำมากถึง 558 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในปี 2557 หลังรัฐประหารมีการจัดซื้อ AW 139 เพิ่มอีก 2 ลำวงเงิน 46,062,500 เหรียญสหรัฐหรือประมาณ 1,474 ล้านบาท เฉลี่ยลำละ 737 ล้านบาท(เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนลำละ 67 ล้านบาท) ซึ่งส่วนต่างของการจัดซื้อครั้งที่ 2 เท่ากับ 692 ล้านบาท และหลังจากนั้นในปี 2559-2560 ยังมีการจัดซื้อจัดหา AW 139 เพิ่มอีก 6 ลำ ส่วนรุ่น AW 149 ทำการจัดซื้อจัดหามาในปี 2560 จำนวน 2 ลำอีกด้วย ซึ่งเฮลิคอปเตอร์ดังกล่าวปัจจุบันยังคงใช้งานตามปกติ แต่มีจำนวนเกือบครึ่งที่ถูกสั่งให้งดบิน ทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันในสังคมโซเชียลทั่วไปก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่ากรณีดังกล่าวเป็นที่น่าสงสัยว่า การจัดซื้อจัดหาเฮลิคอปเตอร์จากบริษัทดังกล่าว ซึ่งเป็นรุ่นล้าหลังกว่ารุ่นของนายวิชัย ศรีวัฒนประภา ซึ่งมีราคาเพียง 280 ล้านบาท ทำไมจึงมีราคาและส่วนต่างกันมากมายมหาศาลขนาดนั้น การจัดซื้อจัดหาเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp; และแบบแผนการปฏิบัติราชการหรือไม่ และการใช้จ่ายเงินหรือการใช้ประโยชน์นั้นเป็นไปตามวัตถุประสงค์ มีความคุ้มค่า ประหยัด เกิดผลสัมฤทธิ์ และมีประสิทธิภาพหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความไปยื่นร้องเรียนต่อประธาน/คณะกรรมการ/ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อให้ใช้อำนาจตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน 2561 ดำเนินการตรวจสอบการจัดซื้อจัดหาเฮลิคอปเตอร์ของกรมการขนส่งทหารบก ว่าเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หากพบความผิดให้ดำเนินการเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป โดยสมาคมฯจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ สตง.ในวันศุกร์ที่ 2 พ.ย.2561 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ซ.อารีย์ ถ.พระราม 6 เขตพญาไท กทม.&amp;quot;นายศรีสุวรรณ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21144</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทหารบก, จัดซื้อเฮลิคอปเตอร์, ตรวจสอบทุจริต, นายศรีสุวรรณ จรรยา, สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย, เฮลิคอปเตอร์เจ้าสัววิชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181101/image_big_5bda7b4529a26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จิ้มที่ไหนโกงที่นั่น!ระบาดทั่วปท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลั่นไม่เคยละเลยตรวจสอบทุจริต &amp;nbsp;โอ่สั่งเชือดไปหลายราย พร้อมยุบกองทุนซ้ำซ้อนอื้อ &amp;nbsp;&amp;quot;ป.ป.ช.&amp;quot; พบโกงเงินอุดหนุนสงเคราะห์ชาวเขาเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างอีก เร่งสอบ จนท.ร่วมเอี่ยว &amp;quot;บอร์ดป.ป.ท.&amp;quot; มีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวนทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ประสาน &amp;quot;ปปง.&amp;quot; สอบบัญชีทรัพย์สิน-เส้นทางเงินผู้เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบพบการทุจริตในโครงการของรัฐหลายโครงการว่า เรื่องการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันดำเนินการมาโดยตลอด อยากให้มองว่าไม่ใช่แย่ลง เพิ่มขึ้น หรือดีขึ้น เรายังไม่รู้ทั้งหมด เพราะกลไกการทุจริตมีมากมายในช่วงเวลาที่ผ่านมา ก็อยากให้เปรียบเทียบดูการดำเนินคดีเกี่ยวกับการทุจริตในช่วงรัฐบาลนี้ทำมากน้อยเพียงใด ถึงแม้จะมีอยู่ แต่ก็ดำเนินการต่อเนื่องไป หลายๆ คดีก็มีข้อยุติออกมาแล้ว และมีการพิจารณาใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การดำเนินคดีเกี่ยวกับการทุจริตส่วนใหญ่อยู่ในกระบวนการตรวจสอบทั้งสิ้น ซึ่งไม่ได้รับการให้ความสนใจ แต่ก็อยู่ในการตรวจสอบจนมีผลสำเร็จหลายราย หรือมีการหลบหนีไปหลายราย ซึ่งต้องไปเปรียบเทียบตรงนี้ โดยเฉพาะกรณีของ 2-3 กระทรวง ก็ได้สั่งการไปแล้ว เบื้องต้นให้พ้นจากหน้าที่ให้หมด และให้ไปสอบสวนโดยเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องกองทุนต่างๆ ก็เหมือนกัน ผมพยายามไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน หลายกองทุนก็ยุบเลิกไป หลายกองทุนก็ไปพิจารณาใหม่ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) คณะกรรมการการศึกษาพิเศษ หรือกองทุนเรียนฟรี 15 ปี ที่ต้องหาวิธีการไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกัน และเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ไม่ใช่ปล่อยปละละเลย ทำมาทุกอย่าง&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช. กล่าวว่า นายกฯ มีนโยบายเร่งรัดแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ถือเป็นนโยบายหลักรัฐบาลชุดนี้ที่เข้ามาแก้ไขปัญหา ในส่วน คสช.มีศูนย์รับแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์ หากพบมีประเด็นเกี่ยวกับการทุจริต ก็ต้องเข้าไปดำเนินการให้เป็นรูปธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กองทัพไม่ได้มีหน้าที่หลักเข้าไปตรวจสอบ แต่ในฐานะ คสช. ที่มีกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ทุกพื้นที่ หากมีการร้องขอให้เข้าไปช่วยเหลือประเด็นใดก็ตาม เรามีความพร้อมช่วยดำเนินการเต็มที่&amp;quot; &amp;nbsp;เลขาฯ คสช.กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ว่า ล่าสุด ป.ป.ช.ได้ตรวจสอบพบการทุจริตของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพิ่มเติมอีก ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งเป็นการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับเงินอุดหนุนสงเคราะห์ชาวเขา จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ไปแสวงหาข้อเท็จจริง รวบรวมข้อมูล เพื่อเอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ไปมีส่วนเกี่ยวข้อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เบื้องต้นพบมีเส้นทางทุจริตที่ชัดเจน น่าจะเอาผิดกับผู้ทุจริตได้ ส่วนการทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่งที่เชื่อมโยงกับศูนย์นิคมช่วยตนเอง ได้สั่งการให้สำนักไต่สวนภาค 3 ไปแสวงหาข้อเท็จจริงแล้ว เบื้องต้นพบการทุจริตมีรูปแบบคล้ายกรณีของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งต้องดูต้นทางการทุจริตว่ามีผู้บริหารระดับสูงเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ โดยขณะนี้ยังเร็วเกินไป หากจะเร่งสรุปว่ามีข้าราชการระดับไหนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง เพราะขั้นตอนการตรวจสอบต้องรอบคอบ และประสานข้อมูลอย่างละเอียดกับ ป.ป.ท.&amp;quot; ประธาน ป.ป.ช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาฯ กกอ.) กล่าวถึงการสอบข้อเท็จจริงกรณีอาจารย์หัวหน้าภาควิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ทุบหลัง น.ส.ปณิตา ยศปัญญา หรือน้องแบม และให้กราบขอโทษผู้กระทำผิดของศูนย์พักพิงคนไร้ที่พึ่งว่า ได้อ่านสำนวนการสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว พร้อมทั้งได้ตั้งข้อสังเกตผลการสอบและส่งข้อเสนอแนะ โดยเบื้องต้นได้พูดคุยด้วยวาจากับนายสัมพันธ์ ฤทธิเดช อธิการบดี มมส.แล้ว จากนั้นจะทำหนังสือแจ้งเป็นทางการภายในสัปดาห์หน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภัทรกล่าวว่า ข้อสังเกตที่พบจากการสำนวนการสอบสวน คือ 1.อาจารย์หัวหน้าภาคซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของนิสิตด้วยนั้น ทราบเรื่องที่นิสิตกรอกแบบฟอร์มแทนชาวบ้าน และเกิดความรู้สึกกังวลไม่สบายใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น แต่อาจารย์ใช้เวลา 3-4 สัปดาห์ กว่าที่จะลงพื้นที่ที่ศูนย์พักพิงฯ ถือว่าอาจารย์ที่ปรึกษาสนองตอบต่อปัญหาช้าเกินไป หรือไม่ใส่ใจ ซึ่งความใส่ใจต่อปัญหาคงไม่ใช่แค่ตอบผ่านไลน์ 2.กรณีเมื่ออาจารย์ที่ปรึกษาพบปัญหาแล้ว และได้ลงพื้นที่ที่ศูนย์พักพิงฯ ทั้งมีการสอบถามเจ้าหน้าที่ พม. ซึ่งเป็นอาจารย์ภาคสนาม ใช้เวลา 10 นาที ก็ตัดสินใจให้นิสิตกราบขอโทษโดยยังไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด ทำให้นิสิตเกิดความเครียด อาจเป็นจุดที่ทำให้นิสิตตัดสินใจนำเรื่องแจ้ง ป.ป.ท. 3.กรณีภายหลังจากที่อาจารย์ที่ปรึกษาทราบเรื่องว่า นิสิตแจ้งเรื่องกับ ป.ป.ท.แล้ว และได้เรียกตัวนิสิตทั้ง 4 คนมาพบ และเกิดเหตุการณ์ทุบไหล่นั้น สรุปว่ามีการทุบไหล่จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องการทำพัฒนานิพนธ์ เป็นเรื่องภายในมหาวิทยาลัย แต่จากสำนวนการสอบสวน พบนิสิตไม่ได้เปลี่ยนหัวข้อ แต่เป็นการเปลี่ยนพื้นที่การเก็บข้อมูล โดยนิสิตทั้ง 4 คนยืนยันขออยู่กับอาจารย์ที่ปรึกษาคนเดิม แต่การเปลี่ยนพื้นที่นั้น อาจส่งผลต่อระยะเวลาของการเก็บข้อมูลที่อาจทำให้จบการศึกษาช้าได้ ซึ่งผมได้ขอให้อธิการบดีช่วยดูแล ซึ่งอธิการบดีก็ยืนยันว่าไม่น่าจะมีผลกระทบต่อการจบการศึกษาของนิสิต&amp;quot; เลขาฯ กกอ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นายกิตติ ลิ้มชัยกิจ ประธานคณะกรรมการสำนักงาน ป.ป.ท. (บอร์ดป.ป.ท.) ประชุมบอร์ด ป.ป.ท. เพื่อพิจารณาสำนวนคดีทุจริต โดยวาระแรกมี พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ท. และ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผอ.กองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 ได้เสนอสำนวนที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นในการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บอร์ด ป.ป.ท.มีมติตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนความผิดการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต พร้อมประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและเส้นทางการเงินบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่พบทรัพย์สินที่น่าเชื่อว่าทำให้ร่ำรวยผิดปกติ เพื่อรวบรวมข้อมูลส่งต่อให้ ป.ป.ช.ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.วันนพกล่าวว่า การทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตนั้น เป็นลักษณะการโอนเงินทุนการศึกษาของกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตเข้าบัญชีของบุคคลอื่นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตั้งแต่ปี 2551-2561 ระยะเวลารวม 10 ปี เป็นจำนวนเงินกว่า 88 ล้านบาท ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาว่าโกงเงินนั้นเป็นข้าราชการหญิงระดับซี 8 และมีเกี่ยวข้องอีก 4 ราย สำนักงาน ป.ป.ท.จะตรวจสอบและหาข้อมูลการกระทำความผิดข้าราชการคนดังกล่าว รวมไปถึงสอบสวนไปถึงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.เขต 9 จ.สงขลา ลงพื้นที่บ้าน ม.2 ต.ยามู อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ตรวจสอบข้อเท็จจริงการโกงเงินชาวบ้าน ในโครงการเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือเงินอุดหนุน เงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่ง ปี 2560 พบผู้ที่มาให้ข้อมูลไม่เคยส่งเอกสารใดๆเลย และไม่เคยได้รับเงินในโครงการดังกล่าว แต่เมื่อตรวจสอบมีหลักฐาน สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และใบสำคัญรับเงิน พร้อมเซ็นชื่อและลงชื่อเรียบร้อย ซึ่งผู้ให้ข้อมูลบอกว่าไม่ใช่ลายเซ็นของเจ้าตัวเป็นลายเซ็นปลอม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5454</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจสอบทุจริต, บอร์ดป.ป.ท., บิ๊กตู่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180320/image_big_5ab1215417e73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5146</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2018 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2018 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รายย่อยผู้ถือหุ้น &#039;IFEC&#039; รวมตัวกดดัน ร้องก.ล.ต. สั่งจัดประชุมผู้ถือหุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก.ล.ต. รับทราบความเดือดร้อนของผู้ลงทุน และกำชับให้กรรมการ IFEC แก้ไขปัญหาโดยเร็ว หลังนักลงทุนรายย่อยจี้ให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นภายใน 30 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค. 61 - นางสิริวิภา สุพรรณธเนศ ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ก.ล.ต. รับทราบความเดือดร้อนของผู้ถือหุ้นรายย่อยของบมจ.อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น (IFEC) ซึ่งที่ผ่านมา ก.ล.ต. ไม่ได้เพิกเฉยต่อปัญหาที่เกิดขึ้น และดำเนินการในหลายวิถีทางเพื่อจะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดย ก.ล.ต. ได้เชิญกรรมการและผู้บริหาร รวมทั้งผู้ถือหุ้นเข้ามาหารือร่วมกัน แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร จึงทำให้ปัญหาที่ IFEC ไม่สามารถจัดประชุม ผู้ถือหุ้นได้ยังคงยืดเยื้อจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ IFEC เป็นบริษัทมหาชน การจัดประชุมผู้ถือหุ้นต้องดำเนินการภายใต้ขั้นตอนและวิธีการตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ภายใต้การกำกับดูแลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่ผ่านมามีประเด็นข้อกฎหมายที่ต้องตีความในหลายกรณี ซึ่ง ก.ล.ต.ได้ประสานงานกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ในปัจจุบันยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต. เห็นว่า IFEC มีผู้ถือหุ้นจำนวนมาก การจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นโดยเร็วที่สุด ภายใต้ขั้นตอนและวิธีการที่ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นวิธีการที่ดีที่สุดในขณะนี้ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นมีโอกาสเสนอชื่อและเลือกตั้งบุคคลที่ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่เห็นว่ามีความเหมาะสมเข้ามาเป็นกรรมการ ทำหน้าที่บริหารกิจการ IFEC ต่อไป &amp;nbsp;ซึ่ง ก.ล.ต. ได้มีหนังสือให้กรรมการ IFEC ชี้แจงแล้ว หากกรรมการ IFEC ไม่ดำเนินการใด ๆ ก.ล.ต. อาจพิจารณาว่ากรรมการ IFEC ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต รวมทั้งไม่ได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้น ของ IFEC สามารถใช้สิทธิตามมาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัดฯ เพื่อขอให้กรรมการบริษัท จัดการประชุมผู้ถือหุ้นได้อีกทางหนึ่งด้วย สำหรับประเด็นในเรื่องข้อร้องเรียนอื่นที่เกี่ยวข้องกับโครงการลงทุนของ IFEC ทั้งในและต่างประเทศ ก.ล.ต. อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งต้องใช้เวลาในการรวบรวมข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากพบว่ากรรมการหรือผู้บริหารทั้งในอดีตและปัจจุบันมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ก.ล.ต. จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งรัดโดยเร็วต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 61 กลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยของ IFEC ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อก.ล.ต. เพื่อเร่งให้คณะกรรมการบริษัท IFEC จัดประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อคัดเลือกกรรมการที่ว่างลงโดยเร็วที่สุด โดยต้องการให้มีการจัดการประชุมภายใน 30 วัน รวมถึงระบุจำนวนกรรมการที่ถูกต้องตามกฎหมายว่าเหลือกี่คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5146</URL_LINK>
                <HASHTAG>IFEC, ก.ล.ต., ขบวนการโกงหวย, ตรวจสอบทุจริต, ผู้ถือหุ้น, รายย่อย, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์, สิริวิภา สุพรรณธเนศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180316/image_big_5aab715af262d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2450</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2026 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2018 18:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉ&#039;อควาเรียมสงขลา&#039;ขยายงวดงานเพิ่ม เสนอ&#039;หมอธี&#039;ตั้ง กก.สอบ 6ก.พ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.โท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษา รมว.ศธ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โกศล&amp;rdquo;จับพิรุธสร้าง&amp;#39;อควาเรียมสงขลา&amp;#39; ขยายงวดงานเพิ่ม 4 ปี &amp;nbsp;แถมจ่ายเงินล่วงหน้า 125 ล้านบาทเริ่มโครงการฯ &amp;nbsp;ข้องใจงบปรับแต่งภูมิทัศน์ ปี 60 ทะลุ 70 ล้าน เสนอ &amp;ldquo;หมอธี&amp;rdquo; ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง 6 ก.พ.นี้ ยันไม่ยุติก่อสร้าง&amp;nbsp;ดึงผู้เชี่ยวชาญอควาเรียมเชียงใหม่ช่วยให้แล้วเสร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 ก.พ.พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ที่ปรึกษา รมว.ศธ.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาทุจริตของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา หรือ อควาเรียม ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ว่า ขณะนี้คณะทำงานของตนได้ดำเนินการวิเคราะห์ความไม่ชอบมาพากลของโครงการฯ ดังกล่าวเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว โดยได้ตั้งข้อสังเกตหลายเรื่อง ได้แก่ การขออนุมัติงบประมาณ จำนวน 835 ล้านบาทจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในครั้งแรกของการเริ่มโครงการฯ ควรจะดำเนินการก่อสร้างอควาเรียมให้เสร็จสิ้นเลยหรือไม่&amp;nbsp;


แทงบอลวันนี้ &amp;nbsp;อีกทั้งโครงการดังกล่าวมีการขยายงวดงานจากเดิม 26 งวดงานที่ต้องแล้วเสร็จภายในปี 2553 แต่จากการตรวจสอบมีการขยายเพิ่มอีก 6 งวดงานถึงปี 2557 เหตุใดถึงมีการขยายงวดงาน &amp;nbsp;โดยข้อมูลการขยายงวดงานนั้นคณะทำงานของตนไม่สามารถลงลึกในรายละเอียดได้ทั้งหมดต้องรอให้มีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงก่อน เพราะในขั้นตอนของการสืบสามารถดูที่มาที่ไปได้ทั้งหมด รวมถึงความผิดปกติการจ่ายเงินล่วงหน้า จำนวน 125 ล้านบาทในการเริ่มโครงการฯ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.โกศล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ คณะทำงานของตนยังได้ตั้งข้อสังเกตเรื่องการใช้งบประมาณเหลือจ่ายของ สอศ.ในปี 2558 จำนวน 269 ล้านบาท ปี 2559 จำนวน 42 ล้านบาท และในปี 2560 จำนวน 70 ล้านบาท โดยในงบดังกล่าวใช้เพื่อนำมาปรับแต่งภูมิทัศน์ด้านนอก เช่น ถมดิน สร้างบ่อน้ำ เป็นต้น &amp;nbsp;มองว่างบในส่วนนี้มีความจำเป็นขนาดไหน ทำไมไม่ทำในตัวอาคารให้เสร็จสิ้น และการใช้งบประมาณเหลือจ่ายเป็นเงินจำนวนมาก&amp;nbsp;


สล็อต789 แต่ก็ดำเนินการก่อสร้างไม่เสร็จสิ้น ดังนั้น ข้อสังเกตทั้งหมดที่เป็นข้อสรุปจากคณะทำงานของตนจะเสนอเรื่องนี้ให้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ. ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงในวันที่ 6 ก.พ.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ผมอยากชี้แจงให้ชาวจังหวัดสงขลาได้รับทราบว่า โครงการอควาเรียมยังคงเดินหน้าต่อไป ไม่ได้มีการยุติ เนื่องจากนโยบายของ&amp;nbsp;


เว็บแทงหวย รมว.ศธ. ต้องการให้ดำเนินการย้อนอดีตที่ผ่านมามีความผิดปกติหรือใครหมกเม็ดเรื่องใดไว้จนก่อสร้างไม่เสร็จ ส่วนการเดินหน้าโครงการฯ นั้น ขณะนี้ สอศ.จะดำเนินการควบคู่ไปกับผู้เชี่ยวชาญอควาเรียม จ.เชียงใหม่เพื่อจัดทำเป็นแผนเสนองบประมาณให้ก่อสร้างอควาเรียมเสร็จสิ้น&amp;rdquo;ที่ปรึกษา รมว.ศธ.กล่าว&amp;nbsp;


เว็บสล็อตเว็บทดลอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2450</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจสอบทุจริต, อควาเรียมฉาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a78463397ec5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
