<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32868</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2019 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2019 10:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;พาณิชย์”ขึงขังตรวจสอบบริษัทนอมินีต่างชาติแฝงหากินในไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.2562 &amp;nbsp;นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า &amp;ldquo;กรมฯ ได้ร่วมมือกับกรมการท่องเที่ยว กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และตำรวจท่องเที่ยว สนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจที่อาจมีความเชื่อมโยงกับชาวต่างชาติในการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) โดยในปี 2562 ได้บูรณาการข้อมูลและกำหนดกลุ่มธุรกิจเป้าหมายเชิงลึกก่อนลงตรวจสอบในพื้นที่จังหวัดเป้าหมาย ซึ่งได้กำหนดไว้จำนวน 5 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย 1.ธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่องกับท่องเที่ยว 2.ธุรกิจค้าที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ การถือครองอสังหาริมทรัพย์ 3.ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร 4.ธุรกิจขนส่งสินค้า และ 5.ธุรกิจโฆษณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบตามแผนข้างต้น ได้ดำเนินการตั้งแต่เดือนพ.ย.2561 ถึงปัจจุบัน ตรวจสอบไปแล้ว 4 จังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญและมีชาวต่างชาตินิยมลงทุนประกอบธุรกิจ ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) และกระบี่ โดยจังหวัดภูเก็ต ได้ตรวจสอบธุรกิจ จำนวน 69 ราย และออกหนังสือให้จัดส่งเอกสารเกี่ยวกับการลงทุน จำนวน 91 ราย จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจสอบธุรกิจ จำนวน 39 ราย และออกหนังสือให้จัดส่งเอกสารฯ จำนวน 52 ราย จังหวัดสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) ตรวจสอบธุรกิจ จำนวน 44 ราย และออกหนังสือให้จัดส่งเอกสารฯ จำนวน 70 ราย จังหวัดกระบี่ ตรวจสอบธุรกิจ จำนวน 30 ราย และออกหนังสือให้จัดส่งเอกสารฯ จำนวน 36 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผลการตรวจสอบเบื้องต้น ที่จังหวัดภูเก็ตและเชียงใหม่ ยังไม่พบการกระทำผิดที่เข้าข่ายนอมินี แต่มีนิติบุคคลที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามหนังสือเรียกให้จัดส่งเอกสารฯ จำนวน 24 ราย จึงได้ดำเนินคดีฐานฝ่าฝืนไม่ส่งเอกสารตามที่เรียกตรวจสอบตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ.2543 โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และได้ทำการหมายเหตุในหนังสือรับรองว่า &amp;ldquo;นิติบุคคลนี้ไม่จัดส่งบัญชี และหรือไม่ชี้แจงการจัดทำบัญชีรอบปีบัญชี 2560 โปรดใช้ความระมัดระวังในการทำนิติกรรม&amp;rdquo; ส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) และกระบี่ เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบเอกสารเชิงลึกอยู่ และคาดว่าจะได้ผลการตรวจสอบในเร็วๆ นี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวุฒิไกร กล่าวว่า ขณะนี้ กรมฯ และหน่วยงานพันธมิตรกำลังอยู่ในระหว่างการลงพื้นที่จังหวัดชลบุรีเพื่อตรวจสอบนอมินี และมีแผนที่จะลงตรวจสอบอีก 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตราด (เกาะช้าง) กรุงเทพมหานคร ประจวบคีรีขันธ์ และเพชรบุรี ซึ่งหากตรวจสอบพบการกระทำผิดจะส่งดำเนินคดีให้ถึงที่สุดทุกราย เพื่อปราบปรามไม่ให้มีการใช้ตัวแทนอำพรางและอาจลงพื้นที่เดิมซ้ำหรือพื้นที่อื่นๆ เพิ่มเติม หากพบว่ามีข้อมูลผู้ประกอบธุรกิจที่เข้าข่ายเป็นนอมินี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัญหาเรื่องนอมินี เป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศในวงกว้าง หากไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ จะทำให้ไทยเสียโอกาสทางเศรษฐกิจและสูญเสียรายได้เป็นอย่างมาก ดังนั้น กรมฯ จึงขอเตือนคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เพื่อให้คนต่างด้าวสามารถประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย โดยคนต่างด้าวที่ให้คนไทยถือหุ้นแทน รวมทั้งกรรมการบริษัทก็ต้องรับผิดด้วย ซึ่งจะมีความผิดโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังมีโทษปรับรายวันอีกวันละ 10,000-50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32868</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดท่องเที่ยว, ตรวจสอบนอมินี, ยวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์, อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181019/image_big_5bc9fe41d7b8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28890</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2019 08:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2019 08:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์สุ่มตรวจนอมินีพบแค่ 2 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ. 2562 นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ในปี 2561 กรมได้ตรวจสอบคนต่างด้าวที่มีพฤติกรรมให้คนไทยทำธุรกรรมอำพรางแทน (นอมินี) เพื่อหลีกเลี่ยงการประกอบธุรกิจตามพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ตามแผนงานประจำปี ซึ่งจากการตรวจสอบนิติบุคคลไทยที่มีคนต่างด้าวถือหุ้นไม่เกิน 50% จำนวน 6,382 ราย ในกลุ่ม 3 ธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ธุรกิจค้าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร พบพฤติกรรมน่าสงสัยเข้าข่ายลักษณะนอมินีเพียง 2 ราย และพบนิติบุคคลไม่ปฏิบัติตามหนังสือเรียก โดยไม่ชี้แจงข้อเท็จจริงและไม่ส่งเอกสารหลักฐานในตรวจสารอีก 128 ราย รวมเป็น 130 ราย

ทั้งนี้ ในส่วนของ 2 ราย ที่ตรวจสอบพบพฤติกรรมน่าสงสัยเข้าข่ายในลักษณะให้ความช่วยเหลือ หรือสนับสนุนหรือร่วมประกอบธุรกิจกับคนต่างด้าว หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว ซึ่งอาจเข้าข่ายมีความผิดตามมาตรา 36 และมาตรา 37 ตามพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542&amp;nbsp; เป็นธุรกิจร้านอาหารและธุรกิจให้เช่ายานพาหนะ โดยได้พิจารณาส่งข้อมูลให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการสืบสวนสอบสวนแล้ว

ขณะที่อีก 128 ราย ซึ่งเป็นนิติบุคคลฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามหนังสือเรียก ไม่ชี้แจงข้อเท็จจริง แลไม่ส่งเอกสารหลักฐานให้ตรวจสอบ โดยได้ดำเนินคดีความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งสารวัตรบัญชี และหมายเหตุในหนังสือรับรองว่าเป็นนิติบุคคลไม่จัดส่งบัญชีและหรือไม่ชี้แจงการจัดทำบัญชี รอบปีบัญชี 2559 หรือ 2560 พร้อมทั้งแจ้งข้อมูลให้กรมสรรพากรต่อไป

&amp;ldquo;การตรวจสอบนอนิมีในกลุ่มเป้าหมาย 6,380 ราย ส่วนใหญ่หรือสัดส่วน 97.96% ไม่พบพฤติกรรมน่าสงสัย มีการทำธุรกิจอย่างถูกต้อง มีเพียง 2 ราย หรือสัดส่วน 0.03% เท่านั้นที่พบเข้าข่ายว่าอาจเป็นนอมินี ส่วนอีก 128 ราย ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามหนังสือเรียกมีสัดส่วนเพียงแค่ 2% เท่านั้น ซึ่งกรมจะดำเนินการตรวจสอบกลุ่มธุรกิจที่มีความสุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดนอมินี&amp;rdquo; นายวุฒิไกร กล่าว

สำหรับการตรวจสอบนอมินนีเฉพาะกิจตามนโยบายาย ซึ่งเป็นการตรวจสอบธุรกิจที่เกี่ยวชข้องกับพืชผลทางการเกษตร ได้แก่ ธุรกิจที่ประกอบกิจการโรงคัดแยก บรรจุ พืชผัก ผลไม้ โดยเป็นการตรวจสอบในลักษณะบูรณาการร่วมกับสำนำงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ระยอง และชุมพร รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp; 26 ราย ผลการตรวจสอบไม่พบการกระทำผิดตามพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542

นายวุฒิไกร กล่าวว่า แนวโน้มที่คนต่างด้าวจะมาขออนุญาตประกอบธุรกิจในปี 2562 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่มีจำนวน 272 ราย แม้ว่าธุรกิจบริการบางประเภทจะถูกถอดออกจากบัญชีแนบท้าย 3 ของพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวพ.ศ. 2542&amp;nbsp; เช่น ธุรกิจสถาบันการเงิน ธุรกิจบริการเป็นสำนักงานผู้แทน/สำนักงานภูมิภาค เป็นต้น แต่เชื่อว่าปัจจัยที่จะช่วยกระตุ้นให้ต่างชาติตัดสินใจเข้ามาลงทุน มาจากนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการส่งเสริมลงทุน โดยเฉพาะธุรกิจบริการที่มีความเกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย (เอสเคิร์ฟ) มากขึ้น ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล และตามแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ในการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28890</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจสอบนอมินี, วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181019/image_big_5bc9fe41d7b8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2018 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2018 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชุมเร่งคดีเรือฟินิกส์ล่ม เผยคืบ70%รอกู้ซากสาวตัวนายทุนใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9&amp;nbsp;ส.ค.61 - ที่ห้องประชุมสำนักงานกำลังพล พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เรียกประชุมเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนคดีเรือฟีนิกส์ล่มที่ จ.ภูเก็ต ทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนและลูกเรือเสียชีวิต&amp;nbsp;47 ศพ เมื่อวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ก.ค.ที่ผ่านมา ว่าวันนี้เป็นการประชึมเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกรณีที่ผู้ประกอบการนำเรือฟีนิกส์ออกไปรับนักท่องเที่ยวจนเกิดเรือล่ม ในเบื้องต้นเป็นการกระทำที่ประมาทซึ่งได้มีการจับกุม&amp;nbsp;น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล เจ้าของเรือฟีนิกซ์ และผู้เกี่ยวข้องอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ต้องสืบสวนสอบสวนต่อไปว่ามีผู้ใดที่จะต้องร่วมรับผิดชอบอีกหรือไม่ วันนี้จึงเป็นการประชุมเร่งรัดทำไปแล้วถึงไหนมีอะไรที่ต้องทำอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะการจับกุม น.ส.วรลักษณ์ มีผู้ที่เกี่ยวข้องอีกหรือไม่ ถ้ามีหลักฐานถึงก็จะดำเนินการออกหมายจับและสืบสวนต่อไปว่าว่าใครเป็นเจ้าของกิจการตัวจริง ขณะณี้คดีมีความคืบหน้าไปมากกว่า&amp;nbsp;70&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้รอการกู้ซากเรือเพราะเป็นวัตถุพยานที่สำคัญที่ต้องกู้มาตรวจสอบว่าเรืออยู่ ในสภาพใดบ้าง มีมาตรฐานไหม ครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ ต้องสอบไปถึงต้นตอว่าเรือมาอย่างไร ประกอบที่ไหน ประกอบในไทยหรือเปล่า ประกอบอู่ใน เสร็จเมื่อไหร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต้องดูทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง ผบ.ตร.เปิดเผยต่อว่า อีกอย่างที่กำชับให้สอบเพิ่มคือทางเทคนิค เรื่องของมาตรฐานการเดินเรือ&amp;nbsp;ส่วนเจ้าของกิจการจะเป็นคนจีนตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ยังไม่ขอตอบต้องสืบสวนสอบสวนไปต่อไปให้ถึง เจ้าของคนไทยที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้เรายังไม่อยากบอกว่าเป็นนอมินีหรือไม่เป็นการจับไปตามพยานหลักฐาน ตามรายละเอียดในข้อเท็จจริงของคดี เพราะขณะนี้หลักฐานไปถึงกรรมการผู้จัดการ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทุกมิติทั้งเส้นทางการเงิน เพราะคดีอาญาจะไปใช้จินตนาการไม่ได้ต้องใช้พยานหลักฐาน เราไม่ได้มุ่งว่าชนชาติใดเป็นเจ้าของ เราพยายามหาผู้ที่อยู่เบื้องหลัง เป็นผู้มีอำนาจจัดการที่แท้จริงคือใคร เพราะศักยภาพผู้ต้องหาชาวไทยที่ถูกจับค่อนข้างยาก เป็นสิ่งที่เราต้องสืบสวนต่อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนกรอบระยะเวลาได้เร่งให้เร็วที่สุดเพราะเราจับกุมผู้ต้องหาไปแล้วต้องให้ทันระยะเวลาฝากขัง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15049</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้เรือฟินิกซ์, ดำเนินคดีเจ้าของเรือ, ตรวจสอบนอมินี, พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม, เรือล่มภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6bde4a3f3e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2018 08:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2018 08:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวงพาณิชย์ลุยตรวจธุรกิจนอมินี พบเข้าข่าย 34 ราย ส่วนบริษัทเรือล่มภูเก็ตขนของหนีแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลุยตรวจสอบนอมินีต่อเนื่อง เดือนส.ค.นี้ เตรียมตรวจนอมินีธุรกิจท่องเที่ยว จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตรวจธุรกิจท่องเที่ยว และล้งผลไม้ จ.ชุมพร พบผิดฟันไม่เลี้ยง พร้อมส่งสรรพากร-ป.ป.ง.ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และเสียภาษี ลั่นผลตรวจตั้งแต่ปี 58-สิ้นเดือนมิ.ย.61 พบนอมินี 34 ราย ส่งฟ้องแล้ว ขณะที่ผลตรวจบริษัทเรือล่มภูเก็ต พบขนของหนีไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางกุลณี อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยถึงการตรวจสอบการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) เพื่อให้คนต่างด้าวทำธุรกิจต้องห้าม หรือธุรกิจที่ต้องขออนุญาตในไทยโดยเลี่ยงกฎหมายว่า ในเดือนส.ค.61 กรมฯจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบนอมินีในหลายจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น ประจวบคีรีขันธ์ &amp;nbsp;โดยจะตรวจสอบในธุรกิจที่มีความเสี่ยงจะใช้นอนิมี อย่างธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร บริษัททัวร์ อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น เพราะธุรกิจเหล่านี้ เป็นธุรกิจต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าว หรือเป็นธุรกิจที่คนต่างด้าวหากจะทำธุรกิจในไทย ต้องขออนุญาต ตามพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวพ.ศ.2542&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จะลงพื้นที่ไปตรวจสอบผู้ประกอบการรวบรวม คัดแยก บรรจุ และส่งออกผลไม้ (ล้ง) ที่จ.ชุมพร เพราะขณะนี้ผลไม้ภาคใต้ได้ทยอยออกสู่ตลาดแล้ว โดยจะตรวจสอบว่า ล้งในพื้นที่ทำธุรกิจผิดพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวพ.ศ.2542 หรือไม่ เพราะตามกฎหมาย ห้ามคนต่างด้าวขายผลผลิตสินค้าเกษตรในไทย ทำได้แค่เพียงซื้อจากชาวสวนแล้วส่งออกเท่านั้น &amp;nbsp;รวมถึงจะตรวจสอบด้วยว่า มีคนไทยเป็นนอมินีหรือไม่ เพื่อให้สามารถขายสินค้าเกษตรในไทยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรมฯได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ไปยังจังหวัดต่างๆ เพื่อตรวจสอบนอมินีในธุรกิจที่มีความเสี่ยงมาอย่างต่อเนื่องหลายปีแล้ว โดยตรวจสอบแทบจะทุกเดือน ซึ่งหากพบว่ามีพฤติกรรมเข้าข่ายนอมินี ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งส่งให้กรมสรรพากร และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และการเสียภาษีด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการตรวจสอบนอมินีของกรมฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ปี 58 จนถึงสิ้นเดือนมิ.ย.61 ได้ตรวจสอบไปแล้ว 2,136 ราย ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง รวมถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของไทย ทั้งภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี เชียงใหม่ เชียงราย ฯลฯ โดยในจำนวนนี้ พบมีพฤติกรรมเข้าข่ายนอมินี 34 ราย ซึ่งได้ส่งฟ้องดำเนินคดี และส่งให้กรมสรรพากร และป.ป.ง.ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และการเสียภาษีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนอีก 1,783 ยุติเรื่อง เพราะไม่พบเป็นนอมินี อีก 298 ราย ส่งดำเนินคดี เพราะในระหว่างการตรวจสอบ กรมฯได้ขอข้อมูลทางบัญชี แต่บริษัทไม่ให้ความร่วมมือ จึงถือว่ามีความผิด และดำเนินคดีฐานฝ่าฝืนสารวัตรบัญชี แต่ยังไม่ได้ตรวจสอบความเป็นนอมินี และอีก 21 ราย พบไม่มีที่ตั้งตามที่จดทะเบียนไว้ โดยความผิดกรณีใช้ตัวแทนอำพราง จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000-1 ล้านบาท หรือทั้งจำและปรับ และยังมีโทษปรับรายวันอีกวันละ 10,000-50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางกุลณี กล่าวต่อถึงการตรวจสอบ 2 บริษัทที่เกี่ยวข้องกับกรณีเรือล่มที่จ.ภูเก็ตเมื่อเร็วๆ นี้ คือ บริษัท ที ซี บลู ดรีม จำกัด และบริษัท เลซี่ แคท ทราเวล จำกัดว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่า ทั้ง 2 บริษัท จดทะเบียนโดยมีสำนักงานแห่งใหญ่ที่จ.ภูเก็ต แต่บริษัท ที ซี บลู ดรีม ได้ปิดสำนักงานแห่งใหญ่ และขนย้ายอุปกรณ์สำนักงานออกไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงเอกสารเล็กน้อยเท่านั้น อีกทั้งสัญญาเช่าสำนักงานก็หมดแล้ว แต่บริษัทยังไม่ได้แจ้งย้ายสำนักงานแห่งใหญ่ต่อกรม ซึ่งจะมีความผิดตามพ.ร.บ.กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัดบริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ.2499 โดยกรรมการจะมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท โดยกรมฯได้ส่งให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ตแจ้งให้กรรมการมาเสียค่าปรับภายใน 15 วัน หรือภายในวันที่ 27 ก.ค.นี้ หากไม่มาตามกำหนด จะฟ้องร้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่บริษัท เลซี แคท ทราเวล พบว่า บริษัทปิด เจ้าหน้าที่จึงได้งัดประตูเข้าไปตรวจสอบ พบเพียงเอกสารต่างๆ ของบริษัท เป็นไปได้ว่า บริษัทปิดสำนักงานไปแล้วเช่นกัน และยังไม่ได้แจ้งย้ายสำนักงานแห่งใหญ่ มีความผิดตามพ.ร.บ.กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนฯ เช่นกัน นอกจากนี้ ยังได้ส่งให้กรมสรรพากรไปตรวจสอบขยายผลด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13691</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, กระทรวงพาณิชย์, ตรวจสอบนอมินี, บริษัท ที ซี บลู ดรีม, บริษัทนอมินี, เรือล่มภูเก็ต, เลซี แคท ทราเวล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180325/image_big_5ab711e818caa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
