<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2018 15:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2018 15:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมวิทย์ฯเจ๋งพัฒนาวิธีตรวจหาสารพันธุกรรมโรคไข้เลือดออก รู้ผลเร็วภายใน 8ชั่วโมง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22มิ.ย.61- กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ &amp;nbsp;พร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคไข้เลือดออกจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี่ ที่รวดเร็วทางห้องปฏิบัติการ เป็นการตรวจสารพันธุกรรม ด้วยวิธีเรียลไทม์ อาร์ที พีซีอาร์ (Real &amp;ndash; time &amp;nbsp;RT &amp;ndash; PCR) &amp;nbsp;ทราบผลภายใน 8 ชั่วโมง ช่วยให้แพทย์สามารถรักษาและแยกจากโรคอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า เชื้อไวรัสเดงกี่ เป็นไวรัสที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับไวรัสซิกา และไวรัสไข้สมองอักเสบเจอี สามารถแบ่งเชื้อไวรัสเดงกี่ได้เป็น 4 ชนิด คือ ไวรัสเดงกี่ชนิดที่ 1 ไวรัสเดงกี่ชนิดที่ 2 ไวรัสเดงกี่ชนิดที่ 3 ไวรัสเดงกี่ชนิดที่ 4 การติดเชื้อไวรัสเดงกี่ในคน มียุงลายเป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ นอกจากนี้ยุงยังสามารถถ่ายทอดเชื้อไวรัสนี้จากรุ่นสู่รุ่นได้ &amp;nbsp;ประเทศไทยมีรายงานผู้ติดเชื้อไวรัสเดงกี่ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา คือตั้งแต่ปี 2549 &amp;ndash; 2560 คาดว่าในปี 2561 จะมีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกประมาณ 74,000- 75,000 ราย และคาดว่าจะมีอัตราผู้ป่วยตายสูงกว่าปกติ ทั้งนี้ชนิดของไวรัสที่ระบาดในแต่ละปีแตกต่างกัน ซึ่งในปี 2560 เป็นไวรัสเดงกี่ชนิดที่ 1 และ ไวรัสเดงกี่ชนิดที่ 2 &amp;nbsp;สำหรับในปี 2561 (ถึงเดือน พฤษภาคม 2561) เป็นไวรัสเดงกี่ชนิดที่ 1 ไวรัสเดงกี่ชนิดที่ 2 และไวรัสเดงกี่ชนิดที่ 4 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
หลังได้รับเชื้อจากยุงประมาณ 5&amp;ndash;8 วัน ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการของโรค เช่น มีไข้ เบื่ออาหาร อาเจียน บางรายอาจมีอาการปวดท้องร่วมด้วย อาการเลือดออกที่พบในระยะนี้ คือ จุดเลือดออกเล็กๆ กระจายอยู่ตามแขน ขา ลำตัว รักแร้ อาจมีเลือดกำเดาออก หรือเลือดออกตามไรฟันได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะหายเป็นปกติ ยกเว้นแต่บางรายที่มีอาการรุนแรงอาจทำให้เกิดอาการช็อก และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ดังนั้น หากผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยอย่างรวดเร็วและการตรวจยืนยัน ก็จะสามารถดูแลรักษาผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวต่ออีกว่า สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีระบบการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อ ด้วยการตรวจวินิจฉัยที่รวดเร็วทางห้องปฏิบัติการ โดยการตรวจสารพันธุกรรม ด้วยวิธีเรียลไทม์ อาร์ที พีซีอาร์ (Real &amp;ndash; time RT- PCR) ที่ให้ทั้งความไว และความจำเพาะสูง สามารถแยกชนิดของเชื้อไวรัสเดงกี่ ได้ด้วยตัวอย่างตรวจที่เหมาะสมคือ ซีรัมหรือพลาสมาชนิด EDTA ที่เจาะจากผู้ป่วยภายใน 0&amp;ndash;7 วันหลังจากเริ่มป่วย สามารถตรวจและรู้ผลรวดเร็วภายใน 8 ชั่วโมง หลังจากที่ได้รับตัวอย่าง นอกจากนี้ยังมีการตรวจแอนติบอดี้ชนิดไอจีเอ็ม (IgM) และ ไอจีจี(IgG) ที่จำเพาะต่อไวรัสเดงกี่ด้วยวิธีอิไลซ่า (ELISA) ซึ่งจะสามารถยืนยันการติดเชื้อได้เช่นกัน &amp;nbsp;
&amp;ldquo;โรคติดเชื้อไวรัสเดงกี่ ยังไม่มียารักษาและการพัฒนาวัคซีนยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ แต่ประชาชนสามารถป้องกันการติดเชื้อโดยหลีกเลี่ยงการถูกยุงกัด ใช้สารเคมีฉีดพ่นไล่ยุง ทายากันยุง นอนในมุ้ง ใช้ฝาปิดภาชนะเก็บน้ำใช้ และกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในบ้านและรอบบ้านพักอาศัย&amp;rdquo; &amp;nbsp;นพ.สุขุมกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11905</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, ตรวจหาสารพันธุกรรมรู้ผลใน 8ชั่วโมง, รักษารวดเร็วแยกแยะจากโรคอื่น, ไข้เลือดออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180622/image_big_5b2cb675b4a2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
