<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89419</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2021 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2021 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดเกณฑ์คัดกรองโควิด-19 “อนุทิน” ย้ำทุกคนตรวจฟรี ถ้าเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11ม.ค.64-นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า จากกรณีที่มีการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น ทางรัฐบาลมีความห่วงใยสุขภาพของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวนโรค ควบคุม ป้องกันโรค และจัดเตรียมมาตรการสนับสนุนต่างๆ เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาด ซึ่งทุกคนบนผืนแผ่นดินไทยจะได้รับตรวจการคัดกรองโควิด-19 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในการตรวจคัดกรองโควิด-19 แก่คนไทยทุกคนทุกสิทธิการรักษาพยาบาล สำหรับกลุ่มแรงงานต่างชาตินั้น ทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รับผิดชอบดูแลงบประมาณสำหรับตรวจคัดกรองโควิด-19 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเกณฑ์การตรวจคัดกรองโควิด-19 เป็นไปตามหลักเกณฑ์ผู้สงสัยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค หรือ PUI ซึ่งย่อมาจาก Patient Under Investigation ของกรมควบคุมโรค คือ ผู้สงสัยติดเชื้อที่มีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ประวัติมีไข้/อุณหภูมิกายตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป ไอ น้ำมูก เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส หายใจเร็ว หายใจเหนื่อย หายใจลำบาก ร่วมกับมีปัจจัยเสี่ยง คือ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.14 วันก่อนเริ่มป่วย มีประวัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.1 เดินทางไปยัง มาจาก หรืออยู่อาศัยในประเทศที่มีการรายงานโรคในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2 สัมผัสกับผู้ป่วยสงสัยหรือยืนยันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.3 ไปในสถานที่ชุมนุมชน หรือ สถานที่ที่มีการรวมกลุ่มคน เช่น ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า สถานพยาบาล หรือ ขนส่งสาธารณะ ที่พบผู้ป่วยสงสัยหรือยืนยันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.4 ปฏิบัติงานในสถานกักกันโรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.แพทย์ผู้ตรวจรักษาสงสัยว่าเป็นโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากมีอาการเข้าข่ายตามหลักเกณฑ์นี้ รวมถึงกรณีที่ท่านสงสัยหรือไม่แน่ใจ สามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองโควิด-19 ได้ที่โรงพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชน ไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยทางแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยว่าท่านมีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหนและวางแนวทางการปฏิบัติให้สอดคล้องกับความเสี่ยงของท่าน อย่านิ่งนอนใจหรือประมาทว่าตัวเองไม่น่าจะติดเชื้อ หากท่านมีประวัติเกี่ยวข้องกับพื้นที่ระบาดหรือสัมผัสกับบุคคลที่มาจากพื้นที่ที่มีการระบาด แม้จะไม่มีอาการอะไรก็ขอให้ไปพบแพทย์ก่อน ถ้าท่านไม่ติดเชื้อ ท่านก็จะได้สบายใจว่าไม่ติด แต่หากตรวจพบเชื้อ ก็จะได้เข้าสู่กระบวนการรักษาแต่เนิ่นๆ โดยกระบวนการทั้งหมดไม่เสียค่าใช้จ่าย&amp;quot; นายอนุทิน กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สปสช.จะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในการตรวจคัดกรองโควิด-19 แก่คนไทยทุกคน สำหรับกลุ่มแรงงานต่างชาตินั้น ทางกรมควบคุมโรคได้จัดเตรียมงบประมาณสำหรับตรวจคัดกรองโควิด-19 ไว้แล้ว ดังนั้น หากท่านมีลูกจ้างแรงงานต่างชาติหรือรู้จักกับแรงงานต่างชาติที่พักอาศัยใกล้บ้านท่านที่เป็นกลุ่มเสี่ยงตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว ก็สามารถแจ้งให้ไปรับการตรวจคัดกรองได้ฟรีเช่นกัน และหากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่สายด่วน สปสช. 1330 หรือ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89419</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจหาโควิด-19, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210111/image_big_5ffbbb34567e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอแนะตรวจหาโควิด -19 ทั้ง&quot;ครู -คนขับรถ- คนทำอาหาร &quot;ก่อนเปิดเทอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
27พ.ค.63-เพจ&amp;quot;แพทย์ไทย ไอเดียสุด / Doc Idea D&amp;quot;ได้โพสต์ ความเห็นว่าก่อนเปิดโรงเรียน &amp;nbsp;ควรมีการตรวจเช็คโควิด -19 กับบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับเด็กนักเรียน ทั้งครู ผู้ดูแลเด็ก คนขับรถ คนทำอาหาร &amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
รายงานทางการแพย์ระบุ บุคลากรทางการแพทย์นั้น​ ทั้งเสี่ยงติดเชื้อมาก
รายงานทางการแพย์ระบุ บุคลากรทางการแพทย์นั้น​ ทั้งเสี่ยงติดเชื้อมากที่สุด​ ... ย้อนไปดูอาชีพเสี่ยง​ จำได้ว่ามี &amp;quot;ครู​ คนขับรถโดยสาร​ คนขายอาหาร&amp;quot; ซึ่งล้วนทำงานในที่ความเสี่ยงสูง​ คือโรงพยาบาล​ และโรงเรียน​ (อัพเดท​ 13.30)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยเฉพาะ​ ครูสอนเด็กเล็ก​ และคนขับรถโรงเรียน&amp;quot; ในกราฟฟิกรูป​ 3​ (กรอบ​ และลูกศรแดง)​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาที่่่จะต้องคิดกันให้สะเด็ด​ ก่อนบางโรงเรียนจะเปิดเทอมอีกไม่กี่วันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.​ จะตรวจ​ Screen​ บุคลากร​ กับนักเรียนกันอย่างไร​ ก่อนเปิดเรียน​ ก่อนกระจาย​ หรือรอกระจายในแต่ละโรงเรียนก่อนแล้วค่อย​ Screen​ ที่หลัง​ ?!?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.​ ถ้าตรวจเจอ​ &amp;quot;ครู​ เจ้าหน้าที่​ หรือนักเรียน&amp;quot; ไม่สบาย​ หรือมีไข้ใดๆ​ จะต้องทำอย่างไรบ้าง​ กักตัวทันที​ และอื่นๆ รัฐบาลควรมีแนวทางที่เป็นมาตรฐานให้แต่ละ​โรงเรียนหรือไม่​ อย่างไร​ ​?? ไม่งั้น​ พอเจอเด็กมีไข้​มีอาการ​ ก็อาจจจะเก็บเงียบๆ​ เป็นความลับ​ อ้างกลัว​ Panic​ หรืออื่นๆ​ ซึ่งยิ่งทำให้มีความเสี่ยงกระจายได้ทั้งห้อง​ ทั้งโรงเรียน​ แล้วถ้ากฎหมายให้ต้องรายงานทางหน่วยงานราชการเพื่อมาสืบสวนหาผู้ใกล้ชิดทั้งหมด​ จะรายงานกับใคร​ หน่วยงานไหน​ ต้องส่งตรวจกับแพทย์ไหม​ ?!?
.
นโยบายของทั้งโลกอาจจะออกมาคล้ายๆ​ กัน​ คือเด็กเล็กมักไม่ค่อยให้ใส่มาส์ก​ เพราะใส่ก็มีความเสี่ยงในการใส่ผิดๆ​ ถูกๆ​ ความเสี่ยงอาจจะสูงขึ้นอีก​ ทำให้ครูเด็กเล็ก​มีความเสี่ยงมากกว่าครูเด็กโต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วนกลับมารายงานทางการแพทย์​นั้น​ ระบุว่าบุคลากรทางการแพทย์​มี​ % สูงที่จะแต่งงานกันเอง​ จึงทำให้มีปัญหาในการทำงานช่วงโควิดมาก​ เพราะช่วงล็อกดาวน์​ เด็กๆ​ อยู่บ้าน​ พ่อแม่ไปทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และก็มีปัญหาอื่นๆ​ ตามมา
- เสี่ยงติดเชื้อได้ทุกวินาที
- เสี่ยงกระจายเชื้อให้ครอบครัวตนเองมากที่สุด
- ไม่ได้รับสิทธิ์การตรวจ​ Screen​ โดยเฉพาะประเทศที่ไม่สนใจตัวเลข​ Carrier​s​ จริงจัง​ ประเทศที่งบน้อย​ ประเทศที่ไม่อยากรายงานตัวเลขจริง
- บางคนโดนให้ออกจากที่พักอาศัยที่ไปเช่าเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- มีปัญหาเครียด​ สุขภาพจิตเสีย​ ดังเห็นข่าวบุคลากรทางการแพทย์ที่เจอเคส​ Covid19​ มามากๆ​ ฆ่าตัวตายเป็นระยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ถ้าทำงานใน​ โรงพยายาลทั้ง​ 2​ คน​ ก็ไม่มีใครดูลูก​ ทำให้ลูกจะมีปัญหาอีก
- สังคมอาจหวาดระแวงผู้ที่ใส่ชุดฟอร์ม รพ​ (ซึ่งจริงๆ​ ก็มีความเสี่ยงติเชื้อมากสุดในโลก​ อาจจะตรวมถึงมีเชื้อติดมาในชุด​ฟอร์ม รองเท้าได้จริง
- ที่น่าสนใจมากๆ​ คือ​ บุคลากรที่เป็นกลุ่มแม่บ้านทำความสะอาด​ ผู้ช่วยดูแลคนไข้​ ผู้ช่วยต่างๆ​ ในโรงพยาบาล ที่มิใช่แพทย์​พยาบาลนั้น​ ความเสี่ยงสูงมาก​แต่ฐานเงินเดินน้อย​ (ลูกศรแดงอันขวาสุด​ ล่างสุด, Oderlies​)​ และแถมคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจ​ด้วย​ ... จากวิจัยนั้น​ พอลงสำรวจ​ Screen​ จริงๆ​ ก็เจอติดเชื้อไปแล้วไม่น้อย​ ไม่แพ้แพทย์​ พยาบาลเลย)​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และอื่นๆ​ ที่จะมาอัพเดทให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;......................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ... กลุ่มอาชีพด้านการศึกษา​ที่ทำงานในโรงเรียน​ มหาวิทยาลัย​
- มีโอกาสความเสี่ยงสูงอันดับรองจากบุคลากรทางการแพทย์
- มีความเสี่ยงกระจายเชื้อสูงทั้งในบ้าน​ หรือโรงเรียน
- เจอนักเรียน​ที่คุมความเสี่ยงยากมาก​ เพราะความรับผิดชอบยังน้อย
- สอนในห้องขนาดเล็ก​ทุกวัน
- ส่วนใหญ่ฐานเงินเดือนไม่มาก​ ถ้าไม่เปิดเทอมนานๆ​ ก็มีความเสี่ยงเรื่องงานอีก
- ต้องดูแลลูก​ ถ้าปิดเมืองเหมือนกัน
- และอื่นๆ​ ที่จะมาอัพเดท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางเพจได้ขอเสนอแนวทาง​ ให้มีการตรวจ​ Screen​ บุคลากรทางการแพทย์​ในประเทศ​ไทย​มาพอควร​ (รวมถึงในกลุ่มแพทย์​ไทย​ Fight​ COVID​ ด้วย)​ โดยใช้การผสมผสาน​ทั้ง​ PCR​ และ​ Antibody​ (ได้ผลดีในกรณีโรคเข้ามากระจายนานพอควร​แล้ว และสามารถปิดจุดอ่อน​ PCR​ ได้ )​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงตอนนี้​ จึงเสนอว่า​ &amp;quot;ถ้าจะเปิดเทอม​ไม่ว่ารัฐ​ เอกชน​ หรือ​ Inter ในทุกระดับ​ เราควรมีการตรวจ​ Screen​ บุคลากรในโรงเรียนเพื่อ
- เป็นสวัสดิการให้บุคลากรทางการศึกษาในองค์กร
- เพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้นของทั้งนักเรียน​ ผู้ปกครอง​ ซึ่งถือว่าเป็นผู้มาใช้บริการ
- เพื่อเป็นมาตรฐาน​ในการตรวจกลุ่มเสี่ยงอย่างจริงจัง​ เป็นทางการมากขึ้นกว่าเดิม
- เพื่อแสดงออกว่า​ สามารถ​ แบะจริงใจที่จะตรวจหา​ ผู้ติดเชื้อ​ และไม่มีอาการที่จะแฝงตัวในอาชีพเสี่ยงแบบจริงจัง
- เพื่อแสดงออกว่า​ ต้องการหาอัตราการติดเชื้ิอจริงๆ​ ในกลุ่มเสี่ยง​ (Infection​ Attack​ Rate)​ เพื่อเป็นฐานข้อมูล​ (Big​ Data)​ ในการทำนโยบายที่ถูกต้องจริงๆ
- และปัญหาอื่นๆ​ ที่จะมาอัพเดทเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าไม่ทำการ​ Screen​ แบบวางแผนในการหา​ตัวเลข​&amp;quot;อัตราการติดเชื้อจริง​&amp;quot; ที่ทั่วโลกยอมรับ​วิธีการ และนำมาคำนวนสถิติได้จริงๆ​ ... ก็คล้ายๆ​ คิดกันเอง​ในวงแคบๆ​ ของแต่ละประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถมปล่อยให้บุคลากรที่เสี่ยงทั่งชีวิตตนเอง​ และครอบครัว​ และผู้ป่วยที่มาตรวจใน​ รพ​ แขวนอยู่บนเส้นด้ายมาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้อาจจะเริ่มรวมถึง​ สถานการณ์​ในโรงเรียน​ที่ดูแล้ว​ ไม่รู้จะซ้ำรอยกับบุคลากรทางการแพทย์​หรือไม่​ ที่ก็ยังไม่ได้รับการตรวจแบบจริงจังเท่าที่ควร​ รวมถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือ​ คนขับรถโดยสารสาธารณะในเมืองใหญ่ๆ​​ บุคลากรในสายการบินทั้งใน​ และนอกประเทศ​ ผู้ขายอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราน่าจะตรวจ​ และมีหนังสือรับรองอะไรบ้างไหม​ ?!?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มทำสักนิด​ ทำ​ รายงานผลเป็นทางการมากขึ้น​ ตัวเลขจริงกระโดดบ้าง​ ประขาชนเข้าใจเป็นส่วนใหญ่​ ถือว่าโอเค​กว่า​ ตัวเลขน้อย​ คนคาใจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67094</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;ครู -คนขับรถ-คนทำอาหาร&quot;, ตรวจหาโควิด-19, เปิดเทอม, แพทย์ไทยไอเดียสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200527/image_big_5ece2879ebe70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2020 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2020 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม.มหิดล พัฒนานวัตกรรมเพิ่มความแม่นยำตรวจ Covid-19 โดยวิเคราะห์จาก&quot;ยีนเจ้าบ้าน (Housekeeping gene) &quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15เม.ย.63-การตรวจเชื้อเพื่อยืนยันผู้เข้าข่าย และยืนยันผู้ป่วย Covid-19 เป็นงานที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญสูง โดยปัจจุบันทำได้โดยบุคลากรทางการแพทย์เท่านั้น ซึ่งการรายงานผลที่ผิดพลาดอาจทำให้ผู้เข้ารับการตรวจเกิดความเข้าใจผิด คิดว่าตัวเองไม่ติดเชื้อ จนอาจละเลยการดูแลป้องกันตนเอง ทำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
ข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระบุว่า การตรวจโรคติดเชื้อ Covid-19 ในประเทศไทย สามารถทำได้ 2 วิธี โดยวิธีแรกคือ real-time RT PCR ซึ่งเป็นการตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัส โดยวิธีการขูดเก็บเยื่อบุในคอ หรือเยื่อหลังโพรงจมูก ใช้เวลาประมาณ 3-5 ชั่วโมง ต้นทุน 2,500-3,000 บาท/ครั้ง ซึ่งผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสามารถเข้ารับการตรวจได้ฟรี ในขณะที่วิธีที่สอง คือ Rapid test ซึ่งไม่ได้เป็นการตรวจหาเชื้อ แต่เป็นการตรวจหาภูมิคุ้มกันในเลือด โดยต้องตรวจหลังมีอาการป่วย 5-7 วัน หรือได้รับเชื้อมาแล้ว 10-14 วัน ร่างกายจึงจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต้านเชื้อโรค ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ค่าตรวจอยู่ที่ประมาณ 200-500 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
โดยวิธี real-time RT-PCR เป็นวิธีมาตรฐาน (Gold standard) ที่ต้องทำในห้องแล็บที่ได้รับมาตรฐานเท่านั้น และเป็นวิธีเดียวที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก และกระทรวงสาธารณสุขไทย ว่าเป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับการตรวจวินิจฉัยโรคเพื่อการรักษาที่รวดเร็ว ตั้งแต่ระยะแรกของการเกิดโรค และใช้ติดตามผลการรักษาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
ศาสตราจารย์ ดร. ฉัตรเฉลิม อิศรางกูร ณ อยุธยา คณบดีคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ในการตรวจเพื่อยืนยันผู้เข้าข่าย และยืนยันผู้ป่วย Covid-19 นั้น ความมีประสิทธิภาพ แม่นยำ เที่ยงตรง และได้มาตรฐาน เป็นปัจจัยสำคัญที่จะต้องนำมาพิจารณาเป็นลำดับแรกๆ ซึ่งวิธีการเก็บตัวอย่างโดยการขูดเก็บเยื่อบุในคอ หรือเยื่อหลังโพรงจมูกออกมาตรวจหาเชื้อนั้น จะต้องระวังการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม จึงต้องทำในห้องปฏิบัติการที่ได้รับมาตรฐานเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
เมื่อเร็วๆ นี้มหาวิทยาลัยมหิดล โดย คณะเทคนิคการแพทย์ ภายใต้การดูแลและให้คำแนะนำจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.พิไลพันธ์ พุธวัฒนะ นักไวรัสวิทยาแถวหน้าของประเทศ ได้ออกแบบกระบวนการทดสอบเพิ่มเติม โดยอาศัยการตรวจวิเคราะห์ RNA ในส่วนของยีนเจ้าบ้าน (Housekeeping gene) จากเซลล์มนุษย์ ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถช่วยตรวจสอบคุณภาพตัวอย่างตรวจ และป้องกันการแปลผลลบผิดพลาด โดยนับเป็นห้องปฏิบัติการตรวจ Covid-19 แห่งแรกของประเทศไทยที่ริเริ่มนวัตกรรมดังกล่าว โดยเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพ แม่นยำ เที่ยงตรง และได้มาตรฐาน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.พิไลพันธ์ พุธวัฒนะ
คณบดีคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า การเก็บสิ่งส่งตรวจที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดผลลบปลอมขึ้นได้ ซึ่งการนำ Housekeeping gene เข้ามาวิเคราะห์ร่วมด้วย เพื่อดูสัญญาณการเพิ่มขึ้นของยีนที่บ่งชี้ในเบื้องต้นว่า มีเซลล์ของมนุษย์ หรือเซลล์เจ้าบ้านอยู่ในสิ่งส่งตรวจอย่างเหมาะสมหรือไม่ โดยดูผลร่วมกับการวิเคราะห์หา RNA ของเชื้อไวรัส จะทำให้ได้ผลการตรวจที่แม่นยำขึ้น ซึ่งหากตรวจเจอสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสก่อโรค Covid-19 จะแปลผลว่า พบการติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้องปฏิบัติการคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อ Covid-19 โดยวิธี real-time RT-PCR เพิ่มการวิเคราะห์ RNA ในยีนเจ้าบ้าน (Housekeeping gene) โดยมี 2 รอบการทดสอบ คือ เวลา 09.30 น. และ 14.30 น. ทั้งนี้ สามารถส่งสิ่งส่งตรวจได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00-20.00 น. ณ ห้องปฏิบัติการศูนย์เทคนิคการแพทย์และรังสีเทคนิคนานาชาติ บริเวณชั้น 2 ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราเป็นหนึ่งในห้องปฏิบัติการของภาครัฐและเอกชนที่มีจำนวนมากกว่า 90 แห่ง ที่ได้รับการรับรองความชำนาญทางห้องปฏิบัติการจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อให้สามารถร่วมให้บริการรองรับความต้องการและทันต่อสถานการณ์ของประเทศได้ ด้วยนวัตกรรมการเพิ่มเติม Housekeeping gene ลงไปในการตรวจ จะทำให้กระบวนการควบคุมคุณภาพสิ่งส่งตรวจ และการแปลผลปฏิกิริยามีความถูกต้องมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความมั่นใจในการรายงานผลให้แก่โรงพยาบาลต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ตลอดจนเป็นการพิสูจน์ถึงศักยภาพทางวิชาการและการวิจัยที่นำมาซึ่งความภาคภูมิใจในวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่อยู่เบื้องหลังภารกิจพิชิต Covid-19 โดยเรามุ่งหวังให้ชาวไทยสามารถฟันฝ่าสถานการณ์วิกฤตในครั้งนี้ไปได้ในที่สุด&amp;quot; คณบดีกล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุลธิดา กิติดี โทร. 092-554-5230 หรือทางอีเมล์ mumtcovidlab@gmail.com สำหรับประชาชนชาวไทยสามารถเบิกค่าใช้จ่ายการตรวจคัดกรองได้ตามสิทธิ์สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63219</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะเทคนิคการแพทย์ ม.มหิดล, ฉัตรเฉลิม อิศรางกูร ณ อยุธยา, ตรวจหาโควิด-19, ยีนเจ้าบ้าน (Housekeeping gene), ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.พิไลพันธ์ พุธวัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200415/image_big_5e96c2917cb4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
