<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75927</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2020 07:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2020 07:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กาญจนบุรีเข้มปิดเส้นทางเข้าออกทุกช่องทางในพื้นที่รับมือโรคโควิต-19จากเมียนมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 13.30น.ของวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน กองกำลังสุรสีห์ ที่ 104 บ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ที่ 9 ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี พล.ตรี.ฐกัด หลอดศิริ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์ ได้เดินทางมาประชุมร่วมกับ หัวหน้าส่วนราชการ อำเภอ เมือง อำเภอไทรโยค และอำเภอสังขละบุรี ผู้นำชุมชน เพื่อหารือและวางมาตรการ ในการป้องกันและรับมือ โรคโควิต-19 บริเวณชายแดนบ้านพระเจดีย์สามองค์ ตามคำสั่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ภายหลังจากที่มีการระบาดในระยะที่ 2 ในพื้นที่เมืองชิตตะเว รัฐยะไข่ จนปัจจุบันพบว่า เริ่มมีการตรวจพบผู้ป่วยและผู้ต้องสงสัย ในเมืองมะละแหม่ง (เมาะลำเลิง) ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนด้านด่านเจดีย์สามองค์ เพียง 270 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยได้เน้นย้ำให้มีการปิดเส้นทางเข้าออกทุกช่องทางในพื้นที่ กาญจนบุรี ตั้งแต่ช่องทางด่านพุน้ำร้อน อำเภอเมือง ช่องทางด่านบ้องตี้ อำเภอทรโยค ช่องทางบ้านอีต่อง อำเภอทองผาภูมิ และช่องทางด่านเจดีย์สามองค์ อำเภอสังขละบุรี เพื่อเป็นการสะกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิต 19 แม้ที่ผ่านมาจะยังไม่มีการรายงานว่ามีการพบผู้ป่วยในพื้นที่ พญาตองซู ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านพระเจดีย์ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยให้หน่วยงานฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ อส. ตม.ตชด.กำนันผู้ใหญ่บ้าน ชรบ. ร่วมกันในการวางกำลังตามช่องทางธรรมชาติ ตั้งแต่บริเวณ บ้านน้ำเกิ๊ก จนถึงบริเวณ ด่านเจดีย์สามองค์ ซึ่งมีชอ่งทางธรรมชาติที่ชาวบ้านทั้งไทยและเมียนมา ใช้เดินทางข้ามแดนมากว่า 20 ช่องทาง โดยให้ทหารเป็นหลักในการเฝ้าระวัง รวมทั้งให้มีการออกลาดตระเวนเพื่อป้องกันการหลบหนีเข้ามาในช่วงกลางคืน..เสียง..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสินค้าเข้าออกในช่วงนี้ยังให้สามารถให้ผู้ประกอบการนำสินค้าเข้าออกได้ตามปกติ โดยกำหนดให้มีจุดรับส่งสินค้าบริเวณชายแดน โดยไม่อนุญาตให้ผู้ประกอบการพม่าเข้ามาส่งสินค้าในไทยเช่นเดียวกับไม่ให้คนไทยเข้าไปส่งสินค้าในพม่า ทั้งนี้จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น หรืออาจเปลี่ยนแปลงคำสั่งตามสถานการณ์ข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่บรรยากาศการท่องเที่ยวบริเวณด่านเจดีย์สามองค์ วันนี้พบว่ายังมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและเลือกซื้อสินค้าที่ระลึก ในร้านค้าที่มีจำหน่ายรอบๆบริเวณด่านเจดีย์สามองค์ ส่วนร้านค้าสุราและบุหรี่ปลอดภาษี ที่ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ no man land &amp;nbsp;ซึ่งเป็นของชาวเมียนมา ที่เดินทางเข้ามาจำหน่ายสินค้าจำพวก เครื่องแอลกอฮอล์ บุหรี่ รวมทั้งกล้วยไม้ป่า โดยมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาซื้อ เนื่องจากมีราคาที่ถูก ซึ่งเป็นอีกช่องทางที่อาจเป็นช่องโหว่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคในครั้งนี้ได้ พล.ตรี.ฐกัด หลอดศิริ ได้สั่งการให้มีการจัดเวรยามและประชาสัมพันธ์ นักท่องเที่ยวไม่ให้ซื้อสินค้าในบริเวณดังกล่าว พร้อมทั้งจะทำการปิดกั้นช่องทางในวันพรุ่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกำชับทุกหน่วยงานให้ปฎิบัติหน้าที่และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด หากยังพบว่ามีชาวเมียนมา &amp;nbsp;ลักลอบเข้ามาในพื้นที จะมีการดำเนินการลงโทษทางวินัยและอาญา เนื่องจากหากมีการแพร่ระบาดในพื้นที่จะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างใหญ่หลวง เนื่องจาก อ.สังขละบุรี และจ.กาญจนบุรี เป็นเมืองท่องเที่ยวซึ่งในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก.. &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75927</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนบุรี, ด่านชายแดนเมียนมา, ตรวจเข้ม, ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์, พล.ตรี.ฐกัด หลอดศิริ, รับมือโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200830/image_big_5f4aec9dbb113.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2020 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2020 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัตตานีตรวจเข้มหลังสามจังหวัดเกิดเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้สื่อข่าวรายงานวันที่ 5 กค 2563 หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงได้แจ้งหน่วยงาน จนท.สามฝ่าย ในพื้นที่สนธิกำลังทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองได้ ระดมกำลังเพิ่มมาตรการณ์เข้มงวด ในการตรวจค้น ยานพาหนะทุกชนิด มี่ผ่านเข้า &amp;ndash; ออกทางจุดตรวจต่างๆและเข้มงวดเส้นทางเข้าเมืองปัตตานี 4 มุมเมืองเป็นหลัก รวมทั้งตั้งจุดตรวจรอง &amp;nbsp;จุดตรวจสกัดเฉพาะกิจ เสริมอีกทางหนึ่งด้วย และมี การวางกำลังจุดตรวจร่วมตำรวจทหาร และฝ่ายปกครองในพื้นที่ ตามแยกต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันด่านตรวจค้นต่างๆในจังหวัดปัตตานี &amp;nbsp;ให้มีการตรวจสอบข้อมูลของบุคคลที่เดินทางเข้าสู่จังหวัดปัตตานีอย่างเข้มงวดอีกทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ได้มีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษโดยเฉพาะตลอดสัปดาห์นี้ที่เกิดเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง เพราะมีแหล่งข่าวแจ้งว่ากลุ่มคนร้ายมีการเคลื่อนไหวในการที่จะสร้างสถานการณ์เพื่อตอบโต้ &amp;nbsp;จนท.ของรัฐ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70542</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจเข้ม, ปัตตานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200705/image_big_5f014bd2575be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2020 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2020 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตม.หนองคายตรวจเข้ม! สกัด&#039;โจรชิงทอง&#039;หนีไปลาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค. 63 -&amp;nbsp; ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย &amp;ndash; ลาว แห่งที่ 1 จังหวัดหนองคาย เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย และเจ้าหน้าที่ศุลกากรหนองคาย ที่ปฏิบัติหน้าที่ภายในด่านพรมแดนฯ ได้ร่วมกันเพิ่มความเข้มในการตรวจทั้งรถและบุคคลที่ผ่านเข้า-ออก ด่านพรมแดนฯ โดยเฉพาะด่านขาออก หลังจากที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเผยพบชายต้องสงสัยคล้ายคลึงกับคนร้ายชิงทองที่ลพบุรี ในพื้นที่จังหวัดหนองคาย เพื่อป้องกันผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นคนร้ายหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหนองคายและเจ้าหน้าที่ศุลกากรหนองคาย ได้ตรวจรถทุกคัน ทั้งรถทะเบียนไทย และทะเบียน สปป.ลาว เน้นรถที่จะเดินทางออกไปที่ สปป.ลาว ทุกคัน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังได้ให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.หนองคาย เดินปะปนอยู่กับบุคคลที่ผ่านเข้า-ออก ด่านพรมแดนฯ รวมทั้งออกสืบสวนหาข่าวตามจุดจอดเรือประเพณีและจุดผ่อนปรนไทย-ลาว เพื่อเป็นการป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศอีกทางหนึ่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55010</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว, ตม., ตร., ตรวจเข้ม, หนองคาย, โจรชิงทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200120/image_big_5e25199e7e74e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2019 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2019 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สรรพากร” กดปุ่ม 1 ก.ค. ลุยตรวจภาษีเอสเอ็มอีเข้มงวด 4.6 แสนบริษัท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค. 2562 นายเกรียงศักดิ์ ประสงค์สุกาญจน์ รองอธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2562 เป็นต้นไป กรมฯ จะใช้มาตรการตรวจสอบภาษีในกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนิติบุคคลที่มีรายได้ไม่เกิน 500 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 4.6 แสนรายทั่วประเทศอย่างเข้มข้น &amp;nbsp;โดยเฉพาะธุรกิจที่มีการใช้ธุรกรรมเงินสด และมีการฝากเงินก้อนใหญ่เข้าสถาบันการเงิน เช่น ธุรกิจค้าขายออนไลน์ อีคอมเมิร์ซ จะเป็นกลุ่มเสี่ยง ที่จะเข้าไปตรวจสอบเข้มข้นรุนแรง เพื่อป้องกันการหลบเลี่ยงภาษี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้กรมสรรพากรมีการลงนามความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลในการตรวจสอบไว้แล้ว ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จะแจ้งให้ธนาคารพาณิชย์ต้องนำงบการเงินที่แจ้งกับกรมสรรพากรประกอบการขอสินเชื่อ รวมถึงเชื่อมโยงข้อมูลการรายงานงบการเงินจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และบริษัทผู้ทำบัญชีด้วย จากนั้นจะนำข้อมูลมาวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เพื่อแยกประเภทธุรกิจที่มีความเสี่ยงออกมา โดยบทลงโทษนอกจากจะต้องจ่ายภาษีแล้ว ยังต้องเสียค่าปรับและเงินเพิ่มหรือดอกเบี้ย 1.5 เท่าด้วย&amp;rdquo; นายเกรียงศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเกรียงศักดิ์ กล่าวอีกว่า ระหว่างนี้กรมสรรพากรจะเปิดโอกาสให้เอสเอ็มอีเข้ามายื่นแบบแสดงรายการปรับปรุงการเสียภาษีย้อนหลังให้ถูกต้อง โดยออก พ.ร.บ.ยกเว้นเบี้ยปรับ เงินเพิ่มภาษีอากร และความรับผิดทางอาญา พ.ศ. 2562 ซึ่งจะทำให้ผู้ลงทะเบียนไม่ต้องรับภาระเสียเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม แต่ต้องเสียภาษีอยู่ โดยเริ่มลงทะเบียนเว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-30 มิ.ย. 2562 จากนั้นต้องยื่นแบบทุกประเภทภาษีทางอินเทอร์เน็ตต่ออีก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.62 -30 มิ.ย. 2563 แต่ยกเว้นคนที่ทำใบกำกับภาษีปลอมจะไม่ได้รับสิทธิเข้าร่วมมาตรการนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งในมาตรการส่งเสริมการจัดทำบัญชีเดียว ซึ่งครั้งนี้กรมฯจะเปิดโอกาสให้ปรับปรุงเป็นรอบสุดท้ายแล้ว จะไม่มีการเปิดอีก หากใครยังไม่เข้ามาลงทะเบียนภายใน 30 มิ.ย.นี้ กรมฯจะเข้าไปตรวจสอบการเสียภาษีอย่างเข้มข้นและรุนแรง แต่ถ้าใครเข้ามาแล้วก็จะไม่ใช่กลุ่มเสี่ยและได้รับการยกเว้นเบี้ยปรับและเงินเพิ่มให้ ส่วนภาษียังต้องจ่ายอยู่ ซึ่งแตกต่างจากรอบที่แล้วเมื่อปี 2558 ที่กรมฯนิรโทษกรรมให้ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกอบการที่ลงทะเบียนแจ้งใช้สิทธิ และยื่นแบบแสดงรายการภาษีอากรหรือยื่นขอเสียอากรเป็นตัวเงิน พร้อมทั้งชำระหรือนำส่งภาษีอากรให้ครบถ้วนภายในวันที่ 30 มิ.ย.62 จะได้รับการยกเว้นเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และค่าปรับทางอาญา สำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาที่เริ่มต้นในหรือหลังวันที่ 1 ม.ค. 2559 -31 ธ.ค. 2560 ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะ สำหรับเดือนภาษีม.ค. 2559-ก.พ. 2562 &amp;nbsp;อากรแสตมป์ ที่ชำระเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากร ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2559 &amp;nbsp;-25 มี.ค. 2562 &amp;nbsp;ภาษีอากรทุกประเภทที่มีหน้าที่ต้องหักหรือนำส่งสำหรับธุรกรรมที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2559 -25 มี.ค. 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พ.ร.บ.ยกเว้นเบี้ยปรับ เงินเพิ่มภาษีอากร และความรับผิดทางอาญา พ.ศ. 2562 มีวัตถุประสงค์สนับสนุนการจัดทำบัญชีให้สอดคล้องกับสภาพที่แท้จริงของกิจการ เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และทำธุรกรรมการเงินได้โดยสะดวก และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 26 มี.ค.2562&amp;rdquo; นายเกรียงศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32420</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพากร, ตรวจเข้ม, ภาษีบริษัทเอสเอ็มอี, เกรียงศักดิ์ ประสงค์สุกาญจน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a7871c7d0d1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15763</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2018 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2018 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัตตานีคุมเข้มหลังผู้ก่อเหตุจ้องป่วนในพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัตตานีตรวจเข้มพื้นที่เข้าออก พร้อมตรวจยานพาหนะทุกชนิด หลังผู้ก่อเหตุสารภาพเตรียมป่วนโจมตีฐานปฎิบัตการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20ส.ค.61-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเกิดเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการยิงแม่ลูกไทยพุทธ 2 ศพ อ.บาเจาะ และมีการเอารถจักรยานยนต์ที่ขับขี่มาไปเพื่อประกอบเป็นจักรยานยนต์บอมบ์ ซึ่งที่ผ่านมามีรถจักรยานยนต์หายในพื้นที่ จชต.เตรียมเพื่อก่อเหตุ โดยเฉพาะกับ เป้าหมายอ่อนแอ ขณะเดียวกัน จากเหตุการณ์ปิดล้อมวิสามัญผกร.และควบคุมผู้ต้องสงสัยได้จำนวน 5 คน ซึ่งทั้ง 5 คนมีหมาย ป.วิอาญาให้การรับสารภาพว่าจะมีการก่อเหตุลอบโจมตีฐานปฏิบัติการและมีเหตุยิงรายวันต่อเนื่อง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางฝ่ายความมั่นคง &amp;nbsp;จึงสั่งการให้ทุกพื้นที่ดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ได้ตั้งด่าน ตรวจสอบ ยานพาหนะทุกชนิด ที่จะเข้ามายังตัวเมืองปัตตานี &amp;nbsp;อย่างละเอียด พร้อมตรวจสอบที่มาที่ไปของยานพานะและผู้ขับขี่อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น หลังจากการฝ่ายข่าวความมั่นคงยังแจ้งเตือนให้ระมัดระวังการก่อเหตุในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งการพร้อมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแลบุคคลและวัตถุต้องสงสัย ป้องกันผู้ก่อความไม่สงบเข้ามาก่อเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15763</URL_LINK>
                <HASHTAG>3จังหวัดชายแดนภาคใต้, ก่อความไม่สงบ, ฐานปฎิบัตการ, ตรวจเข้ม, ปัตตานี, ฝ่ายมั่นคง, เข้าออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180820/image_big_5b7a484c3e5ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2018 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2018 10:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปัตตานีจับมือบึ้ม2รายตรวจเข้มสกัดป่วนใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ. 61 - ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงานว่า ฝ่ายความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองในพื้นที่ปัตตานี&amp;nbsp; เพิ่มความเข้มในการตรวจสอบเข้มรถที่เข้า-ออกเมืองปัตตานี โดยเฉพาะการวางมาตรการตรวจชั้นใน ชั้นนอก&amp;nbsp; ตรวจสอบยานพาหนะทุกชนิดอย่างละเอียด รวมถึงที่มาที่ไปของยานพานะและผู้ขับขี่อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น และสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้กับประชาชน พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแลบุคคลและวัตถุต้องสงสัย ป้องกันผู้ก่อความไม่สงบเข้ามาก่อเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่ เนื่องจากระยะนี้มีคำเตือนจากหน่วยข่าวด้านความมั่นคงถึงความพยายามที่จะก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความไม่สงบขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และบางส่วนของจังหวัดสงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด ภายหลังทหารนำกำลังตรวจค้นพื้นที่ ต.บางเขา และต.ท่ากำฃำ อ.หนองจิก โดยเฉพาะตามพื้นที่ป่าละเมาะบ้านผู้ต้องสงสัย และตรวจค้นรถทุกชนิดที่ผ่านไปมา&amp;nbsp; กดดันทุกตารางนิ้วเพื่อปฏิบัติการเชิงรุก และจำกัดเสรีภาพการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้าย จนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยมีหมายตาม ป.วิอาญาจำนวน 2 คน คือในพื้นที่บางเขา&amp;nbsp; จำนวน 1 คน และพื้นที่ต.ท่ากำชำ 1 คน ซึ่งทั้งสองคนเกี่ยวข้องกับการลอบวางระเบิด จึงได้ควบคุมตัวส่งศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 43&amp;nbsp; ค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3569</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจเข้ม, บึ้ม, ปัตตานี, ฝ่ายมั่นคง, โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180221/image_big_5a8cea43a11bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
