<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกชน-วิชาการ หนุนเจ็บแล้วจบ ย้ำเรื่อง‘เยียวยา’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;เอกชน-นักวิชาการ&amp;rdquo; หนุนล็อกดาวน์ 10 จังหวัด แนะควรใช้เวลา 14 วันขยายผลตรวจเชิงรุก พร้อมเร่งหาวัคซีน ที่สำคัญต้องไม่ลืมมาตรการเยียวยา &amp;ldquo;ธนวรรธน์&amp;rdquo; คาดใช้เงินไม่ต่ำกว่า 2-3 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ครั้งที่ 9/2564 ที่ให้ล็อกดาวน์พื้นที่สีแดงเข้ม 10 จังหวัด ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 12 ก.ค.ว่า ส.อ.ท.เห็นว่ารัฐบาลควรใช้ช่วงจังหวะเร่งตรวจเชิงรุกเพื่อตรวจหาคนที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่อย่างเร่งด่วนและรวดเร็ว เพื่อเร่งควบคุมการแพร่ระบาดที่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐบาลต้องเร่งควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดให้ได้เร็วที่สุด ต้องเร่งคัดกรอง คัดแยกกลุ่มเสี่ยงออกมาจากกลุ่มคนที่ยังไม่ติดเชื้อ เพราะถ้าปล่อยไว้นานจำนวนผู้ติดเชื้อก็ยิ่งจะเพิ่มยิ่งขึ้น และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจหนักมากขึ้น เพราะการแพร่ระบาดรอบ 3 นี้ผลกระทบหนักกว่ารอบที่ผ่านๆ มา และภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลจัดการควบคุมการแพร่ระบาดให้จบโดยไว&amp;rdquo; นายสุพันธุ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพันธุ์ยังกล่าวว่า รัฐบาลควรอนุมัติหรืออนุญาตให้มีการนำชุดตรวจหาเชื้อไวรัสโควิดแบบเร่งด่วนเข้ามาใช้ เพื่อลดความแออัดของคนที่ไปรอรับการตรวจ และทำให้การตรวจเข้าถึงทั่วถึงทุกกลุ่ม รวมทั้งต้องเร่งจัดหาวัคซีนและระดมฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การล็อกดาวน์รอบนี้รัฐบาลต้องเพิ่มมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบมากขึ้น เช่น เพิ่มเวลาการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพิ่มมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการมากขึ้น เพื่อให้กลุ่มนี้สามารถรักษาอัตราการจ้างงานไว้ได้ รวมทั้งกลุ่มลูกจ้าง ซึ่งจะทำให้ผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์รอบนี้ไม่รุนแรงมาก&amp;rdquo;นายสุพันธุ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการหารือกับ 40 CEOs (พลัส) เมื่อช่วงค่ำวันที่ 8 ก.ค.ว่า 40 CEOs (พลัส) เห็นควรล็อกดาวน์จำกัดเฉพาะบางพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ไม่ควรล็อกดาวน์ทั้งประเทศ โดยมาตรการที่จะประกาศใช้ต้องคำนึงและให้ครอบคลุมถึงแนวทางการดูแล และเยียวยาทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนควบคู่กันไปด้วย ไม่เช่นนั้นจะเกิดการเคลื่อนย้ายของประชาชนกลับภูมิลำเนา ซึ่งส่งผลให้การระบาดกระจายไปทั่วประเทศ และในที่สุดจะนำไปสู่ความล้มเหลวทางสาธารณสุขและเศรษฐกิจที่เจ็บแต่ไม่จบ และจะลามไปถึงปัญหาทางสังคมอีกในอนาคต
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า มาตรการของ ศบค.ต้องการที่จะหยุดการติดเชื้อของประชาชนให้น้อยลงให้ได้ภายใน 14 วัน ซึ่งหากไม่มีมาตรการใดๆ ออกมา เชื่อว่าโอกาสประชาชนจะติดเชื้อในแต่ละวันจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นจนทำให้ระบบสาธารณสุขไทยล้มเหลว&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ต้องดูว่ารูปแบบการล็อกดาวน์จะเหมือนกับช่วงต้นปี 2563 หรือไม่ ซึ่งในช่วงดังกล่าวล็อกดาวน์ช่วงนั้นจะใช้เม็ดเงินเฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 200,000-300,000 ล้านบาท ดังนั้นหากล็อกดาวน์ในครั้งนี้รัฐบาลต้องเตรียมเม็ดเงินอัดฉีดเข้าระบบไม่ต่ำกว่า 200,000-300,000 ล้านบาทต่อเดือน เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้&amp;rdquo; นายธนวรรธน์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109195</URL_LINK>
                <HASHTAG>14 วัน, ตรวจเชิงรุก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หนุนล็อกดาวน์, เยียวยา, เอกชน-วิชาการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d32cbac9cf2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107340</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2021 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2021 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.เปิดจุดตรวจโควิดเชิงรุกในพื้นที่เริ่ม24มิ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย.2564 - เพจกรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์โพสต์กราฟฟิกพร้อมเนื้อหาว่า หน่วยบริการตรวจเชิงรุก COVID-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร วันที่ 24 มิ.ย. 64 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอกสารและอุปกรณ์ที่ต้องใช้: บัตรประจําตัวประชาชนตัวจริงพร้อมสำเนา ปากกาส่วนตัวเพื่อใช้ลงทะเบียน (เลี่ยงการสัมผัสหรือส่งต่อ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากต้องการเอกสารรับรองผลการตรวจ กรุณาสอบถามเจ้าหน้าที่ ณ หน่วยตรวจ ในวันที่เข้ารับการตรวจ สามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมในแต่ละจุด ได้ที่ Facebook แฟนเพจ ของสำนักงานเขตพื้นที่ที่ให้บริการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107340</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตรวจเชิงรุก, ปากกา, เพจกรุงเทพมหานคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d2ab267de21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 13:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 13:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ชาวบางเสาธงแห่ตรวจเชื้อโควิดนับพัน หลังนายกเทศมนตรีฯ-ลูกชายติดเชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.64&amp;nbsp; - เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ลานอเนกประสงค์หน้าโรงเรียนอนุบาลเคหะบางพลี (10 ปี สปช.) ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางเสาธง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานควบคุมโรคที่ 6 ชลบุรี กว่า 50 นายได้เข้าตรวจเชิงรุกชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ในชุมชนเคหะเมืองใหม่บางพลี&amp;nbsp; หลังจากเมื่อครั้งที่แล้วได้มีการตรวจพบพนักงานภายในโรงงานผลิตอะไหล่รถยนต์แห่งหนึ่งในละแวกใกล้เคียงติดเชื้อโควิดกว่า 40 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางเสาธงและบุตรชายได้เกิดการติดเชื้อโควิด 19 ทำให้ต้องปิดสำนักงานเทศบาลตำบลบางเสาธงเพื่อฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ และพนักงานอีกกว่า 30 คนต้องเข้ากระบวนการตรวจหาเชื้อและกักตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากในชุมชนเคหะเมืองใหม่บางพลีเป็นพื้นที่ใหญ่มีแรงงานทั้งชาวไทยและต่างด้าวมากพักอาศัยอยู่หลายพันคน เกรงว่าจะกลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางเสาธง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอบางเสาธง และเจ้าหน้าที่สำนักงานควบคุมโรคที่ 6 ชลบุรี ได้ร่วมกันเข้าทำการตรวจเชิงรุกชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้ซึ่งครั้งแรกตั้งเป้าไว้ประมาณ 600 คน แต่ผลปรากฏว่ามีชาวบ้านทั้งชาวไทยและต่างด้าวเกิดหวั่นวิตกอยากรู้ว่าตนเองติดเชื้อหรือไม่ ถ้าติดเชื้อโควิดจะได้รีบรักษาก่อนที่จะมีอาการหนัก จึงแห่กันมาลงทะเบียนขอตรวจกว่า 1 พันคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103684</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจเชิงรุก, ตำบลบางเสาธง, นายกเทศมนตรีบางเสาธง, ผู้ติดเชื้อโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a74eb412e46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลัสเตอร์คุกอีกสัปดาห์จบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ติดเชื้อรายใหม่ 3,394 ราย ดับ 27 ราย ติดจากเรือนจำ 1,498 ราย ลุยตรวจเชิงรุกในคุกอีก 2-3 วัน คาดสัปดาห์หน้าลดลง คุมเข้มแคมป์คนงาน กทม. หากไม่ทำตามมาตรการสำนักงานเขตสั่งปิดได้ เปิดรับจิตอาสาแพทย์ช่วย รพ.สนาม เตือนถ้าไม่ช่วยลดตัวเลขสร้าง รพ.เท่าไหร่ก็ไม่พอ เตรียมพร้อม รพ.สนามรองรับคลัสเตอร์แรงงาน-ราชทัณฑ์เร่งตรวจหาเชื้อโควิดให้ผู้ต้องขัง 100% อธิบดีราชทัณฑ์ยอมรับโควิดระบาดเกิดจากการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามระเบียบ สปสช.-สบส.ย้ำ รพ.เอกชนงดแจ้งค่าใช้จ่าย-ห้ามเก็บเงินผู้ป่วยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 19พฤษภาคม พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,394 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 1,879 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,625 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 254 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 1,498 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 17 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 116,949 ราย หายป่วยสะสม 74,368 ราย เฉพาะวันนี้หายป่วย 4,450 ราย อยู่ระหว่างรักษา 41,903 ราย อาการหนัก 1,210 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 402 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 29 ราย เป็นชาย 19 ราย หญิง 10 ราย อยู่ใน กทม. 14 ราย,&amp;nbsp; สมุทรปราการ 5 ราย, ปทุมธานี 2 ราย,&amp;nbsp; ฉะเชิงเทรา ลำพูน ชลบุรี สระบุรี นครปฐม กำแพงเพชร หนองคาย นนทบุรี จังหวัดละ 1 ราย โดยมีถึง 4 รายที่ทราบผลว่าติดเชื้อวันเดียวกับที่เสียชีวิต และมีถึง 13 รายที่เสียชีวิตในช่วงสัปดาห์แรกหลังทราบผลว่าติดเชื้อ ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 678 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 164,886,821 ราย เสียชีวิตสะสม 3,418,430 ราย&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า สำหรับผู้ติดเชื้อที่เดินทางต่างประเทศ 17 ราย ในจำนวนนี้มีสัญชาติอินเดีย 1 ราย เดินทางเข้าประเทศมาตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย.และทราบผลว่าติดเชื้อเมื่อวันที่ 27 เม.ย. ยืนยันว่าตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.ไม่มีคนสัญชาติอินเดียเข้าประเทศ นอกจากนี้ ยังพบว่ามี 5 รายที่เดินทางจากกัมพูชาเข้าเมืองผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติ เป็นสัญชาติไทย 4 ราย กัมพูชา 1 ราย และจากรายงานผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายในรอบ 24 ชั่วโมง มีทั้งสิ้น 113 ราย มีทั้งจากเมียนมา ลาว กัมพูชา มาเลเซีย โดยที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเข้มงวดสูงสุด เนื่องจากมีความเป็นห่วงทั้งการนำเชื้อเข้าประเทศและเป็นห่วงว่าเชื้อที่นำเข้ามานั้นจะเป็นเชื้อกลายพันธุ์หรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวว่า จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อ 5 จังหวัดแรกในวันที่ 19 พ.ค. ได้แก่ กทม. 876 ราย, สมุทรปราการ 153 ราย, นนทบุรี 130 ราย, ปทุมธานี 119 ราย และเพชรบุรี 76 ราย โดยการติดเชื้อที่เกิดขึ้นนั้น มีการร้องเรียนกันมาว่าแม้จะปิดสถานบันเทิงแล้ว แต่ยังมีการรวมตัวกันตามบ้าน เช่น เล่นการพนัน ตั้งวงสูบบารากู่ ขณะที่วันเดียวกัน พบว่ามี 14 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ ในส่วนของผู้ติดเชื้อในเรือนจำตั้งแต่วันที่ 13-19 พ.ค. มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 12,926 ราย หลังจากนี้จะมีการตรวจเชื้อเชิงรุกในเรือนจำอีก 2-3 วัน อาจทำให้เห็นตัวเลขในช่วงสัปดาห์นี้ หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ตัวเลขน่าจะลดลงและหมดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวอีกว่า ในส่วนของ กทม.จะยังมีการตรวจเชิงรุกต่อเนื่อง โดยข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ถึงปัจจุบัน มีการตรวจไปแล้ว 187,500 ราย ติดเชื้ออยู่ที่ 3.5% จะน้อยก็ถือว่าไม่น้อย เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องร่วมมือกันกดตัวเลขเหล่านี้ให้ได้ เพราะเปิดโรงพยาบาลอีกเท่าไหร่ก็ไม่พอ ถ้าไม่สามารถกดตัวเลขลงได้ อย่างไรก็ตาม คลัสเตอร์สำคัญที่ ศบค.เฝ้าติดตามใน กทม. ขณะนี้มีทั้งสิ้น 34 คลัสเตอร์ โดย 5 คลัสเตอร์ที่เพิ่มมาใหม่คือ แคมป์ก่อสร้างเขตบางคอแหลม โรงงานน้ำแข็ง เขตจตุจักร แคมป์ก่อสร้าง เขตดอนเมือง โกดังสินค้าให้เช่า เขตบางซื้อ ตลาดบางกะปิ เขตบางกะปิ และถ้าดูจาก 50 เขตใน กทม. พบว่ามีแคมป์คนงานทั้งหมดทุกเขต และมีบางเขตมีมากกว่า 20 แคมป์ เช่น บางกะปิ บางเขน ลาดพร้าว ห้วยขวาง บางแคมป์มีคนงานเกิน 1,000 คนอย่างในเขตบางคอแหลมที่แม้มีแคมป์คนงานเพียง 2 แคมป์ แต่ที่มีคนงานมากที่สุดมีเกิน 1,000 คน
สำนักงานเขตสั่งปิดแคมป์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดังนั้น สำหรับแคมป์คนงานที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ หน่วยงานภาครัฐจะเข้าไปเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการติดเชื้อ ผอ.เขตจะเข้าไปขอความร่วมมือ มาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ อาทิ การดื่มน้ำที่บางแคมป์ให้ดื่มน้ำจากกระติกเดียวกัน ใช้แก้วร่วมกัน จะต้องสื่อสารว่าทำเช่นนี้ไม่ได้ ขอลดการเคลื่อนย้ายคนงาน ส่วนแคมป์ที่มีผู้ติดเชื้อแล้ว หากไปปิดแคมป์ทั้งหมดเป็นห่วงว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจ แคมป์ที่มีที่พักติดกับพื้นที่ก่อสร้าง ขอให้งดออกจากพื้นที่ ส่วนแคมป์ที่มีที่พักอยู่ห่างกับพื้นที่ก่อสร้าง ขอให้ใช้มาตรการบับเบิลแอนด์ซีล หากจะมีการเคลื่อนย้ายคนงานต้องขออนุญาตจากสำนักงานเขต ถ้าแคมป์คนงานต่างๆ ทำตามไม่ได้ สำนักงานเขตมีอำนาจสั่งปิดแคมป์ได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวด้วยว่า ขอฝากเรื่องการระดมกำลังในแง่ของการตรวจคัดกรองเชิงรุก การเปิดโรงพยาบาลสนาม ความต้องการบุคลากรทางการแพทย์ ทางการสาธารณสุข มาช่วยดูแลประชาชนเหล่านี้ เนื่องจากเราเริ่มมีภาวะตึงตัว ดังนั้น ขอรับอาสาสมัคร จิตอาสา บุคลากรทางการแพทย์ โดยที่สามารถติดต่อมาที่สายด่วน 1669 ของกรมการแพทย์ได้ทันที จะได้ช่วยติดตามให้ทุกคนสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยประชาชนที่ติดเชื้อเจ็บป่วยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้มีการเตรียมพร้อมโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนาม เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิดจากคลัสเตอร์กลุ่มแคมป์คนงานก่อสร้าง โดยเฉพาะในพื้นที่เขตหลักสี่และวัฒนา ซึ่งพบว่าผู้ติดเชื้อโควิดส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว หากผู้ติดเชื้อมีอาการระดับสีเขียว จะนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลสนาม จ.สมุทรสาคร กลุ่มสีเหลือง มีศูนย์แรกรับ-ส่งต่อนิมิบุตร และสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนีได้รองรับบางส่วนแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือให้ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลบุษราคัม เพื่อช่วยรับบางส่วนด้วย อีกทั้งได้มีการสั่งการให้เรือนจำทั่วประเทศจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม หากเรือนจำและทัณฑสถานใดที่มีการแพร่ระบาดของโรค จะต้องดำเนินการตรวจหาเชื้อผู้ต้องขังทั้งเรือนจำและทัณฑสถานให้ครบ 100% รวมทั้งเอกซเรย์ปอดผู้ติดเชื้อจนครบทุกราย เพื่อแยกกลุ่มตามลักษณะอาการและเร่งการรักษาอย่างทันท่วงที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้ตอบคำถามสื่อมวลชนที่ส่งถึงนายกฯ กรณีการใช้งบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในโรงพยาบาลบุษราคัมว่า โรงพยาบาลบุษราคัมเป็นโรงพยาบาลอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ใช่โรงพยาบาลสนาม หรือจะไปเปรียบเทียบกับหอพักไม่ได้ โดยมีเครื่องมือต่างๆ ทางการแพทย์ครบถ้วน เช่น เครื่องออกซิเจน เครื่องเอกซเรย์ การติดตั้งเครื่องช่วยหายใจ ที่มีระบบการติดตั้งเหมือนกับที่โรงพยาบาล โดยดูแลผู้ป่วยที่มีอาการหรือผู้ป่วยสีเหลือง และผู้ป่วยสีเขียวบางส่วน ขณะเดียวกันยังรองรับผู้ป่วยสีแดงที่ออกจากห้องไอซียูแล้วมารักษาต่อที่โรงพยาบาลบุษราคัมแห่งนี้ อีกทั้งมีบุคลากรที่มาจากจังหวัดต่างๆ ซึ่งมีแพทย์มากกว่า 20 คน พยาบาลมากกว่า 130 คน และเภสัชกรประจำอีกมากมาย จึงเป็นโรงพยาบาลที่สมบูรณ์แบบ และขอให้ประชาชนในพื้นที่บริเวณดังกล่าวไม่ต้องกังวล
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แถลงข่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ว่าข้อมูล ณ วันที่ 18 พ.ค.2564 เวลา 11.00 น. มีผู้ต้องขังติดเชื้ออยู่ระหว่างการรักษา 12,767 ราย จากเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ จำนวน 11 แห่ง โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในวันนี้ จำนวน 1,117 ราย อีก 2 แห่ง ไม่พบผู้ติดเชื้อแล้วคือเรือนจำจังหวัดนราธิวาสและเรือนจำอำเภอแม่สอด ทั้งนี้ ได้สั่งการให้เรือนจำตั้งศูนย์แก้การระบาดโควิดประจำเรือนจำ มอบนโยบายให้ทุกแห่งจัดโรงพยาบาลสนาม ให้ตรวจหาเชื้อโดยเร็ว จำกัดวงการแพร่กระจาย
ยธ.ตั้งวอร์รูมคุมโควิดคุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ได้ยกระดับการป้องกันจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายในสถานที่ควบคุมของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม โดยมีศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้อำนวยการศูนย์ นอกจากนี้กรณีมีผู้ต้องขังล้นเรือนจำ บางเรือนจำมีผู้ต้องขังเกินจากความเป็นอยู่ ตามมาตรฐาน 1.2 ตารางเมตรต่อคน หากเรือนจำไหนเกลี่ยคนไม่ให้แออัดไม่ได้ แล้วมีเชื้อโควิดเข้าไป ผบ.เรือนจำต้องรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวัฒน์ เทพอารักษ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ทำหน้าที่แทนประธาน กสม. เปิดเผยว่า ในการประชุม กสม.ด้านการบริหารมีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่งต่อสิทธิในสุขภาพและชีวิตของผู้ต้องขัง จึงมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดหาและดำเนินการฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ต้องขังในเรือนจำอย่างทั่วถึง ขอให้กรมราชทัณฑ์ทำความเข้าใจกับญาติของผู้ต้องขังถึงข้อจำกัดเรื่องสิทธิในการเข้าเยี่ยมการเปิดเผยข้อมูลความเจ็บป่วยของผู้ต้องขังที่ติดเชื้อ และเปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารหรือเข้าเยี่ยมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ตรวจความพร้อมโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ 2 ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสนาม กทม.แห่งที่ 6 เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด ณ วัดศรีสุดารามวรวิหาร เขตบางกอกน้อย โดยได้รับความเมตตาจากพระเทพประสิทธิมนต์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสวัดศรีสุดารามวรวิหาร ให้ใช้พื้นที่ของโรงเรียนพระปริยัติธรรมของวัด เปิดให้เป็นหอผู้ป่วยโควิดที่ไม่มีอาการ หรือมีอาการไม่รุนแรง (โควิดเขียว) สามารถรองรับผู้ป่วยได้ 200 เตียง เริ่มเปิดรับผู้ป่วยตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันที่ 19 พ.ค.เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) จ.ปทุมธานี นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์, นพ.กิตตินันท์ อนรรฆมณี ผอ.สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.), ดร.ริชาร์ด บราวน์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานหอผู้ป่วยโควิด-19 ส่วนขยายฯ (Extended Cohort Ward) ของ สบยช. กรมการแพทย์ โดยนายสาธิต กล่าวว่า ได้เชิญผู้แทนองค์การอนามัยโลกและ สรพ.มาเยี่ยมชมการดำเนินงานหอผู้ป่วยโควิดส่วนขยายฯ สบยช. ซึ่งเป็น รพ.ดูแลผู้ป่วยยาเสพติด ได้พัฒนาศักยภาพให้สามารถดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียว (ไม่มีอาการ) และสีเหลือง (มีอาการปานกลาง)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เป็นประธานประชุมผ่านระบบผ่านระบบออนไลน์โปรแกรม Zoom Meeting ร่วมกับตัวแทนโรงพยาบาล (รพ.) เอกชนทั่วประเทศกว่า 300 แห่ง เพื่อชี้แจงแนวทางการขอรับค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขสำหรับกรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 และกรณีการเบิกจ่ายยูเซ็ป (UCEP) โควิด-19 ตามนโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติมีสิทธิทุกที่ ในช่วงที่ผ่านมา ที่มี รพ.เอกชนเรียกเก็บเงินจากประชาชน พบว่ามี 3-4 สาเหตุ ที่มี รพ.เอกชนเรียกเก็บเงินจากผู้ป่วย แต่ตอนนี้แก้ปัญหาหมดแล้ว เชื่อว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดี กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวว่า หลักการของทั้ง สบส.และ สปสช. คือใช้กลไกการไกล่เกลี่ยและดูข้อเท็จจริงว่าประชาชนมีสิทธิได้รับการรักษาฟรีตามสิทธิหรือไม่ เมื่อไกล่เกลี่ยกันได้ก็คืนเงินให้ผู้ป่วย แต่ในกรณีที่ตกลงกันไม่ได้ ก็ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ มีบางกรณีที่ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดว่ากำลังถูกเรียกเก็บเงินขณะที่กำลังรักษาโควิด เนื่องจากตามระบบของ รพ.เอกชนบางแห่ง จะมีการแจ้งอัตราค่ารักษาพยาบาลให้ทราบเป็นระยะๆ ซึ่งตรงนี้ สบส.ได้ทำหนังสือขอความร่วมมือให้งดแจ้งค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วยที่มีสิทธิได้รับการรักษาฟรีไปก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สบส.ประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคฉุกเฉินตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล ทำให้ รพ.เอกชน ทุกแห่งต้องดูแลผู้ป่วยเหมือนเป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยประชาชนไม่เสียค่าใช้จ่าย และโรงพยาบาลเบิกค่ารักษากับ สปสช. ส่วนค่าใช้จ่ายที่ไม่อยู่ในรายการที่กำหนด สามารถแจ้งมาที่ สบส. เพื่อพิจารณาขยายเพิ่มเติมแล้วจะคืนเงินให้เมื่อผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว โดยขณะนี้สมาคม รพ.เอกชนได้เสนอเพิ่มเติมรายการเข้ามา 6-7 รายการ&amp;rdquo; นพ.ธเรศ กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103501</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คลัสเตอร์คุก, ตรวจเชิงรุก, ตรวจเชิงรุกในคุก, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ติดจากเรือนจำ, ติดเชื้อรายใหม่, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แคมป์คนงาน, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a524e23f253.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103002</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2021 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2021 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.ระวัง 27 คลัสเตอร์สำคัญ เข้มตรวจเชิงรุก &#039;แคมป์คนงานก่อสร้าง&#039; กว่า 300 แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันตอนหนึ่งว่า สำหรับจังหวัดที่ติดเชื้อโควิดสูงสุดในวันนี้ 5 จังหวัดแรกได้แก่ กทม. 1,163 ราย ปทุมธานี 222 ราย สมุทรปราการ 201 ราย นนทบุรี 126 ราย สมุทรสาคร 37 ราย และถ้าดูการติดเชื้อจะเห็นว่าส่วนใหญ่อยู่ที่กทม.และปริมณฑล ที่มีผู้ติดเชื้อในวันนี้ถึง 1,779 ราย ขณะจังหวัดที่เหลือ 77 จังหวัดมีผู้ติดเชื้อเพียง 436 ราย และวันเดียวกันนี้มีการรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อในจังหวัดสมุทรปราการ ที่ท่าอาการศยานสุวรรณภูมิ มีถึง 105 ราย กระจายไปหลายส่วน ทั้งบริษัทเอกชนที่เชื่อมโยงการขนส่ง ฝ่ายช่าง ฝ่ายบริการ วันนี้เขตสุขภาพที่ 6 และจังหวัดสมุทรปราการจะออกมาชี้แจงรายละเอียดและมาตรการควบคุมโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า จากการวิเคราะห์การติดเชื้อตัวเลขในกทม. ขณะนี้มีทั้งหมด 27 คลัสเตอร์สำคัญ กระจายใน 17 เขต ได้แก่ ดินแดง วัฒนา คลองเตย หลักสี่ ลาดพร้าว ราชเทวี พระนคร ดุสิต ป้อมปราบศัตรูพ่าย สวนหลวง ปทุมวัน สาธร สัมพันธวงศ์ จตุจักร สีลม ประเวศ และวังทองหลาง อยู่ระหว่างการดำเนินการสอบสวนและควบคุมโรค 27 คลัสเตอร์ สามารถดำเนินการควบคุมได้และใกล้ปิดการสอบสวน 7 คลัสเตอร์ โดยคลัสเตอร์ที่ต้องให้ความสำคัญและน่าเป็นห่วงคือ คลัสเตอร์แคมป์คนงานก่อสร้าง ซึ่งกทม.รายงานว่าปลายปี 63 มีแคมป์คนงานก่อสร้างในกทม.ประมาณ 300 กว่าแคมป์ มีคนงานก่อสร้างประมาณ 60,000 คน เป็นคนไทย 20,000 กว่าคน ต่างชาติ 30,000 กว่าคน จึงเป็นเรื่องยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเข้าไปตรวจเชิงรุก เพื่อเอาออกมารักษา หากเป็นชาวต่างชาติทางจังหวัดสมุทรสาครจะรับไป เนื่องจากมีประสบการณ์มีล่ามคอยดูแล จากนี้จะให้สำนักงานเขตต่างๆรายงานจำนวนแคมป์ ให้ศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ในกทม. และปริมณฑล รับทราบข้อมูล และแจ้งไปยังผู้ประกอบการต่างๆเข้มงวดการดูแลแคมป์คนงานทั้งโครงสร้างและพฤติกรรมส่วนตัว รับต้องเข้าไปแนะนำมาตรการป้องกันโควิดในแคมป์คนงาน มาตรการตรงนี้ต้องขึงให้ตึง ปฏิบัติอย่างเข้มงวดเต็มที่ 60,000 กว่าคน ต้องได้รับการดูแลอย่างดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103002</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ตรวจเชิงรุก, ศบค., แคมป์คนงาน, แคมป์คนงานก่อสร้าง, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608a78c2cbdd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 20:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 20:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธรรมศาสตร์&#039; ตรวจโควิดเชิงรุก 3 พันราย ลดภาระบุคลากรทางการแพทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ร่วมกับสํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 สระบุรี เดินหน้าคัดกรองเชื้อโควิด-19 เชิงรุก ให้แก่ ประชาชนในพื้นที่ ชุมชนรอบมหาวิทยาลัย ศูนย์รังสิต รวมถึงนักศึกษา คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 4-5 พ.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค.64 - รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้พื้นที่ จ.ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร (กทม.) ถูกยกระดับให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นที่สีแดงเข้ม) ทำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่มีความกังวล และมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 ทาง มธ. จึงได้ร่วมกับสํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 สระบุรี ดำเนินการตรวจคัดกรองเชิงรุกให้แก่ประชาชนที่อยู่ใน จ.ปทุมธานี และชุมชนที่อยู่ในละแวกมหาวิทยาลัย รวมถึงผู้ที่อยู่ในมหาวิทยาลัยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.เกศินี กล่าวว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาคมธรรมศาสตร์ และผู้ที่พักอาศัยในชุมชนโดยรอบ จึงไม่ได้ดูแลเฉพาะชาวธรรมศาสตร์เท่านั้น แต่ยังสนับสนุนผู้ที่ประกอบอาชีพต่างๆ ในมหาวิทยาลัย เช่น พ่อค้า แม่ค้า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แม่บ้าน แรงงานข้ามชาติ รวมไปถึงประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้เข้าถึงการตรวจคัดกรองโรค และทำให้มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 ในครั้งนี้ มีผู้ขอเข้ารับการตรวจเป็นจำนวนมากถึง 3,093 ราย โดยใช้วิธีการตรวจแบบ RT-PCR (Real Time Polymerase Chain Reaction) ที่มีความแม่นยำสูง โดยสํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 สระบุรี ได้นำรถพระราชทาน รถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย (Biosafety Mobile Unit) จำนวน 2 คัน รวมถึงรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ (Express Analysis Mobile Unit) เพื่อใช้ห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ออกตรวจวิเคราะห์ผล COVID-19 นอกโรงพยาบาล ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการขนส่งตัวอย่างและระยะเวลาในการรอผลวิเคราะห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.เกศินี กล่าวว่า มธ. ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลประชาชนคนไทยและคนต่างชาติ เพื่อสนับสนุนรัฐบาลและการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 ภายใต้ทรัพยากรที่ตัวเองมีอยู่ ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับคนในพื้นที่แล้ว ยังเป็นการช่วยประเทศสู้วิกฤต และลดภาระบุคลากรทางการแพทย์อีกทางหนึ่ง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการดำเนินการด้วยความภาคภูมิใจในฐานะมหาวิทยาลัยเพื่อประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102133</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดปทุมธานี, ตรวจเชิงรุก, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210507/image_big_60953de130e8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวาคลัสเตอร์บางแค ผู้ติดเชื้อชุมชนบ้านขิงพุ่ง!ขยับตรวจเชิงรุกมากขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศบค.แจงตัวเลขติดเชื้อใหม่ 1,911 ราย เสียชีวิตอีก 18 ราย แต่มีข่าวดีผู้ป่วยหายถึง 2,435 คน หมอทวีศิลป์เผย &amp;ldquo;กทม.และปริมณฑล&amp;rdquo; ยังต้องจับตาใกล้ชิด ผวา! คลัสเตอร์ชุมชนบ้านขิง เตรียมขยับตรวจเชิงรุกมากขึ้น &amp;ldquo;พล.อ.ณัฐพล&amp;rdquo; ย้ำมาตรการล็อกดาวน์หรือเคอร์ฟิวจะเป็นมาตรการสุดท้าย ส่วนจะขยับโซนสีหรือไม่ต้องรอ สธ.วิเคราะห์ ตั้งเป้า 4 เดือนจะฉีดวัคซีนให้คน กทม. 6 ล้าน สาธารณสุขประชุมยันไม่หว่านแหแจกยาฟาวิพิราเวียร์ &amp;ldquo;อัศวิน&amp;rdquo; ลั่นขอ 2 สัปดาห์สกัดโควิด-19 เมืองกรุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,911 ราย โดยเป็นการติดเชื้อในประเทศ 1,902 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,749 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 153 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 9 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 76,811 ราย หายป่วยสะสม 46,795 ราย เฉพาะวันนี้หายป่วยถึง 2,435 ราย ซึ่งมากกว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่วันเดียวกัน ทำให้มีเตียงว่างมากขึ้น และอยู่ระหว่างรักษา 29,680 ราย อาการหนัก 1,073 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 356 ราย
&amp;ldquo;มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 18 ราย อยู่ใน กทม. 6 ราย, สมุทรปราการ 3 ราย, นนทบุรี, เชียงใหม่และสมุทรสาคร จังหวัดละ 2 ราย ปทุมธานี, ยะลาและสิงห์บุรี จังหวัดละ 1 ราย เป็นชาย 5 ราย หญิง 13 ราย มี 1 รายที่อายุ 100 ปี สาเหตุส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว ไม่ว่าจะเป็นความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจ ไขมันในเลือดสูง และภาวะอ้วน ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 336 ราย&amp;rdquo; นพ.ทวีศิลป์ระบุ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์แถลงอีกว่า 5 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดในวันที่ 6 พ.ค. ได้แก่ กทม. 739 ราย, นนทบุรี 273 ราย, สมุทรปราการ 143 ราย, ชลบุรี 76 ราย และสมุทรสาคร 65 ราย แต่ถ้าดูเฉพาะตัวเลข กทม.และปริมณฑล ยังไม่น่าไว้วางใจ กราฟตัวเลขผู้ติดเชื้อยังสูง ส่วนใหญ่อยู่ในชุมชนแออัด ตลาด โดยศูนย์บูรณาการแก้ไขโควิด-19 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ได้วิเคราะห์ข้อมูลยอดผู้ติดเชื้อระลอกเดือน เม.ย. ซึ่งดูแนวโน้มแล้วยังสูงขึ้น โดย 10 เขตที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ ห้วยขวาง, ดินแดง, บางเขน, วัฒนา, จตุจักร, ลาดพร้าว, วังทองหลาง, สวนหลวง, บางกะปิ และบางแค โดยที่ประชุมมีการพูดคุยถึงชุมชนที่เป็นคลัสเตอร์ใหญ่ 3 ชุมชน คือ ชุมชนคลองเตย, ชุมชนพัฒนาบ่อนไก่ ปทุมวัน และชุมชนบ้านขิง บางแค โดยเฉพาะชุมชนบ้านขิง ที่ระหว่างวันที่ 28 เม.ย.-1 พ.ค.มีการตรวจเชิงรุกในห้างสรรพสินค้าบางแห่งในเขตดังกล่าว 1,413 ราย พบติดเชื้อ 68 ราย คิดเป็น 4.8% และยังมีท่าปล่อยรถเมล์ที่มีพนักงาน 100 คน พบติดเชื้อ 4 ราย โดยเมื่อวันที่ 4 พ.ค. มีการตรวจหาเชื้อพนักงาน 70 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผล ซึ่งพนักงานเหล่านี้เชื่อมโยงไปยังชุมชนบ้านขิงที่มีประชากรกว่า 1,000 คน&amp;nbsp; โดยเมื่อวันที่ 28 เม.ย. มีการรับแจ้งว่าคนในชุมชนพบเชื้อ 30 ราย&amp;nbsp; วันที่ 30 เม.ย. พบเชื้ออีก 24 ราย วันที่ 3 พ.ค. มีการค้นหาเชิงรุกในชุมชนพบติดเชื้ออีก 25 ราย &amp;nbsp;
ขยับตรวจเชิงรุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า หลังจากนี้จะตรวจพื้นที่เชิงรุกมากยิ่งขึ้น เพราะถ้าดูตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันแล้ว จำนวนที่พบจากการตรวจเชิงรุกถือว่าน้อยกว่าระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ จึงคุยกันว่าต้องเพิ่มการตรวจเชิงรุกหรือไม่ เนื่องจากข้อมูลระหว่างวันที่ 5 เม.ย.-5 พ.ค. มีการตรวจเชิงรุกในพื้นที่ กทม. ทั้งสถานบันเทิง สถานประกอบการ ตลาด ชุมชน และห้างสรรพสินค้า รวม 49 แห่ง 69 ครั้ง ตรวจไปแล้ว 42,251 ราย พบติดเชื้อ 1,677 ราย คิดเป็น 3.97% และยังรอผลอีก 559 ราย โดย กทม.มีแผนตรวจเชิงรุกให้ได้ 26,850 รายต่อสัปดาห์ แบ่งเป็นการตรวจเชิงรุกในคลัสเตอร์สำคัญ 8,300 รายต่อสัปดาห์ เฝ้าระวังเชิงรุกใน 6 โซน กทม. วันละ 3,000 ราย หรือ 15,000 รายต่อสัปดาห์ การสุ่มตรวจในผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 250 ตัวอย่างต่อวัน หรือ 1,750 รายต่อสัปดาห์ และการตรวจในสถานกักตัวของรัฐ ที่มีการจัดเป็นที่พักให้ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงแยกตัวออกมาอยู่ในโรงแรม 3 แห่ง คือ โรงแรมธำรงอินน์ จรัญสนิทวงศ์, โรงแรมมายโฮเทล ห้วยขวาง และโรงแรมแอมบาสเดอร์ สุขุมวิท วันละ 600 คนต่อวัน หรือ 1,800 รายต่อสัปดาห์ ขณะเดียวกัน จะจัดเตรียมเตียงรองรับไว้ให้ได้ 1,343 เตียงต่อสัปดาห์ เพื่อรองรับคนที่ตรวจแล้วพบว่าติดเชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีคณะกรรมการ 3 ชุดที่นายกรัฐมนตรีได้ตั้งขึ้นเพื่อบูรณาการงานในส่วนของ กทม.และปริมณฑล จะทำงานอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดความทับซ้อนกับงานของ ศบค. นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งใน ศบค. ทำงานประสานงานเชื่อมโยงระหว่างคณะทำงานชุดต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องและเชื่อมโยงข้อมูลขึ้นมาสู่การบริหารจัดการในระดับที่นายกฯ จะได้เข้ามารับรู้ข้อมูลเป็นรายวันโดยเร็วเพื่อบริหารสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว สำหรับภาคส่วนอื่นๆ ยังดูแลกันเหมือนเดิม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศปก.ศบค. และประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบูรณาการด้านการแพทย์และสาธารณสุข กล่าวถึงการทำงานที่อาจซ้ำซ้อนกันว่า ในกรอบ ศบค.ทั้งหมด มีส่วนเข้าร่วมในทุกกิจกรรม ทุกกรรมการ โดยเป็นบุคคลหลักในการบูรณาการงานทุกคณะกรรมการให้เป็นไปอย่างประสานสอดคล้อง ไม่ให้ไม่ซ้ำซ้อน ส่วนความจำเป็นที่ต้องตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ เพื่อให้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายมารองรับการทำงาน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปก้าวล่วงทุกหน่วยงานได้ ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่า ศบค.ให้ทหารมารบโรคระบาดแทนที่จะเป็นแพทย์นั้น ใน ศบค.มีหลายหน่วยงาน ถ้าไม่มีหน่วยงานบูรณาการ หมอซึ่งรับผิดชอบรักษาโรคหรือป้องกันการแพร่ระบาดก็ต้องมารับภาระประสาน เช่น การระวังป้องกันตามแนวชายแดน ฉะนั้นเห็นว่างานต่างๆ มีมากมาย การที่ได้รับมอบจากนายกฯ เข้ามาก็เพื่อประสานการปฏิบัติเท่านั้น การรักษาโรคการป้องกันการแพร่ระบาดเป็นหน้าที่ของ สธ.
ล็อกดาวน์มาตรการสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า หากถึงวันศุกร์ที่ 14 พ.ค. ตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตยังเพิ่มขึ้น ศบค.จะมีมาตรการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ทุกครั้งที่ ศบค.กำหนดมาตรการการแพร่ระบาด จะฟังข้อเสนอแนะของ สธ.เป็นหลัก ซึ่งจะวิเคราะห์ต้นเหตุของการแพร่ระบาดในแต่ละครั้งว่ามีสาเหตุมาจากอะไร และเมื่อออกมาตรการมาแล้ว และใกล้ครบ 14 วัน ก็ต้องมาประเมินอีกครั้งหนึ่งว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ยังทำให้เกิดการแพร่ระบาด และต้องออกมาตรการป้องกันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีแนวโน้มที่จะถึงขั้นล็อกดาวน์หรือเคอร์ฟิวหรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า นายกฯ ห่วงใยในเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน โดยให้ ศบค.พิจารณาอย่างรอบคอบในการพิจารณาการออกมาตรการยับยั้งการแพร่ระบาด พยายามให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด มาตรการล็อกดาวน์หรือมาตรการเคอร์ฟิวจะเป็นมาตรการสุดท้าย หากไม่สามารถหยุดยั้งได้จริงๆ
เมื่อถามถึงความคืบหน้าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ที่จะเปิดประเทศกระตุ้นเศรษฐกิจ ยังเป็นไปตามกำหนดเดิม 1 ก.ค.นี้หรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า จะตอบว่าเป็นไปได้หรือไม่ ศบค.ก็จะพยายามทำให้เป็นไปได้ แต่คงต้องดูสถานการณ์ในช่วงเวลานั้นอีกครั้ง ขณะนี้นายกฯ ได้ให้นโยบายกระทรวงสาธารณสุขว่า วัคซีนที่ทยอยเข้ามาในเดือนนี้ก็จะเร่งฉีดให้กับในพื้นที่เศรษฐกิจและพื้นที่ที่มีการระบาดเป็นอันดับแรก เพื่อให้ทำให้แผนการแพร่ระบาดลดลง และเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เช่น ภูเก็ต เกาะสมุย และพัทยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงจังหวัดที่เป็นพื้นที่สีแดงเข้ม จะยังคงมีมาตรการเข้มงวดในสถานบริการยาวถึงสิ้นเดือน พ.ค.นี้หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า คงต้องรับฟังจาก สธ.เป็นหลักว่าจะมีความเห็นอย่างไร หลังจากที่ได้มีการสอบสวนโรคแล้ว ก็จะทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาด โดย สธ.จะนำมาวิเคราะห์เมื่อครบ 14 วัน เพื่อออกมาตรการที่เหมาะสมต่อไป
เมื่อถามว่า กรณีที่มีหัวคะแนนในพื้นที่เขตคลองเตยจัดคิวฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนบางกลุ่ม ศบค.จะมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ในชั้นต้นได้รับข้อมูล แต่ได้สอบถามหน่วยงานในพื้นที่ ไม่เป็นเช่นนั้น ซึ่งช่วงเช้า ศปก.ศบค.ได้เน้นย้ำหน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะ ผอ.เขตคลองเตยและหน่วยงานด้านสาธารณสุข ขอเพ่งเล็งเรื่องนี้เป็นพิเศษ และมิให้เกิดปัญหาเช่นนั้นขึ้น โดยในอนาคตหากยังมีเหตุการณ์เช่นนี้ อาจจะให้ฝ่ายความมั่นคงเข้าไปสนับสนุนต่อไป&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นอกจากกลุ่มเสี่ยงเช่นผู้สูงอายุ โรคประจำตัว ที่เป็นเป้าหมายแรกในการฉีดวัคซีน คนหนุ่มสาวมีความจำเป็นต้องฉีดวัคซีนหรือไม่ เพราะเสี่ยงติดเชื้อโควิดเช่นกัน เลขาฯ สมช.กล่าวว่า นายกฯ ได้สั่งการเมื่อวันที่ 5 พ.ค. ในการประชุม ครม. ให้นโยบายแก่ สธ. จำเป็นจะต้องฉีดให้คนกลุ่มอื่นและคนทำงาน ไม่ใช่ฉีดเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัวหรืออายุ 60 ปีขึ้นไป เพราะวันนี้มีพื้นที่เสี่ยงและคนกลุ่มอื่นอาจเข้าไปติดเชื้อ โดย สธ.กำลังประชุมเรื่องนี้อยู่ คาดว่าจะจัดสรรฉีดวัคซีนให้คนกลุ่มอื่นด้วย &amp;nbsp;
4 เดือนฉีดคน กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีการตั้งเป้าการฉีดวัคซีนให้คนกรุงเทพฯ อย่างไร พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า เป็นนโยบายจากนายกฯ ตั้งเป้าจะฉีดให้คนไทย 50 ล้านคนในสิ้นปีนี้ ที่เหลือเวลาอีก 8 เดือน และ ศบค.ก็วางแผนว่าใน 4 เดือนแรกควรฉีดในเข็มแรกให้คนกรุงเทพฯ และประชากรแฝง คาดว่า 6 ล้านคน หรือประมาณวันละ 6 หมื่นคน โดย ศบค.ให้กรอบดังกล่าวไปให้ กทม. และ กทม.ต้องไปการวางแผนว่าในพื้นที่ 50 เขตว่าจะมีกี่จุด เพื่อให้สามารถฉีดได้ตามเป้าหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงโควิด-19 สายพันธุ์บราซิลและแอฟริกาที่มีข้อกังวลว่าจะมีการแพร่ระบาดเข้ามาทางชายแดน หรืออาจพบในสถานกักกัน ศบค.จะเข้าไปแก้ปัญหาและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้อย่างไร พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า นายกฯ ได้เน้นย้ำฝ่ายความมั่นคง ทั้งกองทัพไทยและกระทรวงมหาดไทย ให้เข้มงวดตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการลักลอบเข้ามาโดยผิดกฎหมาย และแม้จะเข้าโดยถูกกฎหมาย ก็ให้เพิ่มความเข้มงวดตรวจคัดกรองให้รอบคอบมากยิ่งขึ้น โดยได้หารือกันแล้วว่าถึงแม้ขยายเวลากักตัวเป็น 14 วันเหมือนเดิม สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ก็จะให้ติดตามหลังจากที่ได้ออกจากสถานกักกัน และก็ขอความร่วมมือที่จะหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับคนอื่นอีกสักระยะหนึ่งเพื่อป้องกันการติดเชื้อต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงถึงการฉีดวัคซีนโควิดว่า จะฉีดวัคซีนให้ทุกคนที่อยู่ในไทย ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างชาติที่ประสงค์จะฉีดทุกคนโดยความสมัครใจ โดยในการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับประเทศต้องฉีด 70% ของประชากร ซึ่งแผนการจัดหาวัคซีนมีประชากรทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่อยู่ หรือมีการทำงานต่อเนื่องในไทย รวมทั้งคณะทูตานุทูตทั้งหมด 70 ล้านคน เป็นคนไทย 67 ล้านคน และต่างชาติอีก 3 ล้านคน เมื่อคิดยอดที่ต้องฉีด 70% คือ 50 ล้านคน โดย 1 คนฉีด 2 โดส รวมวัคซีน 100 ล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่ฉีดวัคซีนให้กับทุกคนในแผ่นดินไทย รัฐบาลและ สธ.&amp;nbsp; โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ย้ำหลายครั้งว่า Nobody is safe until everyone is safe. ทุกคนจะปลอดภัย เราต้องทำให้ทุกคนในแผ่นดินไทยให้ปลอดภัย&amp;rdquo; นพ.โอภาสกล่าว และว่า การฉีดวัคซีนให้กับคนต่างชาติและคณะทูตานุทูต ยึดหลักการปฏิบัติแบบสากล ด้วยความเคารพและให้เกียรติกันและกัน จะไม่มีใครฉีดก่อนฉีดหลัง เป็นไปตามความสมัครใจ และข้อบ่งชี้ทางการแพทย์และสาธารณสุข ยืนยันว่าทุกคนที่อยู่ในแผ่นดินไทยจะได้ฉีดวัคซีนอย่างพร้อมเพรียงและใกล้เคียงกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า ข่าวดีวันนี้วัคซีนซิโนแวคเข้ามาในไทยอีก 1 ล้านโดส ทำให้ในเดือน พ.ค.เป็นเดือนที่ได้รับวัคซีนค่อนข้างมาก โดยจะมีกระบวนการขั้นตอนในการตรวจเชิงคุณภาพใช้เวลาประมาณ 7 วัน จากนั้นจะเร่งกระจายวัคซีนไปฉีดให้กลุ่มเป้าหมายในจังหวัดต่างๆ และกระจายวัคซีนไปฉีดเพื่อควบคุมสถานการณ์ในจุดที่มีการระบาด เช่น เขตคลองเตย
ไม่หว่านแหฟาวิพิราเวียร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเวลา 05.35 น. ที่เขตปลอดอากรและคลังสินค้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้รับมอบวัคซีนโควิด-19 ของซิโนแวค 1 ล้านโดส จากประเทศจีนที่ขนส่งโดยสายการบิน Air China Airline
ขณะที่ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงเรื่องการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ ว่าผู้เชี่ยวชาญจากทุกภาคส่วนยืนยันตรงกันว่า กรณีผู้ติดเชื้อยืนยันที่ไม่มีอาการและไม่มีโรคร่วม จะยังไม่ให้ยารักษาเฉพาะ ส่วนผู้ติดเชื้อยืนยันที่อาจมีอาการเล็กน้อย หรือไม่มีอาการ แต่มีโรคร่วมหรือมีปัจจัยเสี่ยง ซึ่งนอกเหนือจากการรักษาตามอาการแล้ว สามารถให้ยาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์ได้ตามดุลพินิจของแพทย์ อาทิ อายุ 60 ปีขึ้นไป เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง รวมโรคปอดเรื้อรังอื่นๆ โรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคหัวใจแต่กำเนิด โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวานที่ควบคุมได้ไม่ดี ภาวะอ้วน น้ำหนักมากกว่า 90 กิโลกรัม ตับแข็ง ภาวะ ภูมิคุ้มกันตาและภาวะอื่นๆ ที่แพทย์พิจารณาเห็นว่าเป็นปัจจัยเสี่ยง จึงเปิดช่องเอาไว้ให้แพทย์ที่รักษาให้พิจารณาเป็นรายๆ ไป ขณะที่คนติดเชื้อที่เริ่มมีอาการปอดอักเสบเล็กน้อย นอกจากให้ยาฟาวิพิราเวียร์แล้ว การให้ยาสเตียรอยด์ยังช่วยลดความรุนแรงจนต้องใส่เครื่องช่วยหายใจในอนาคตได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่เราไม่หว่านแหให้ยาฟาวิพิราเวียร์ เพราะมีผลข้างเคียง บางคนจะมีปัญหาตับอักเสบ และในที่สุดจะเกิดปัญหาเชื้อดื้อยา ซึ่งเป็นภาวะที่ผู้เชี่ยวชาญเป็นห่วงมาก เพราะตอนนี้เท่าที่ดูยังไม่มียารักษาเฉพาะ มีเพียงการวิจัยระยะ 2 และ 3 แต่ยังไม่ได้มีการขึ้นทะเบียนและยังเอามาใช้ไม่ได้ ดังนั้นเราจะต้องเก็บยาตัวนี้เอาไว้เป็นอาวุธสําคัญ ที่ใช้รักษาโรคโควิด-19 จึงไม่อยากหว่านแห ที่สำคัญเราพบว่าผู้ติดเชื้อยืนยันที่ไม่มีอาการและไม่มีโรคร่วมที่มีประมาณ 30-40% นั้น ในจำนวนนี้มี 80-90% ไม่เปลี่ยนไปเป็นผู้ป่วยอาการสีเหลืองหรือสีแดง จึงไม่จำเป็นต้องให้ยา เพราะเป็นการให้ยาโดยเปล่าประโยชน์&amp;quot; นพ.สมศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมจัดตั้งศูนย์ควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยได้มอบหมายสำนักงานเขต 50 เขต เร่งจัดตั้งศูนย์ควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 โดยแบ่งการดำเนินการเป็น 5 ฝ่าย และมอบหมายทุกสำนักงานเขตเร่งสำรวจผู้ป่วยตกค้างในพื้นที่ ทั้งในส่วนที่ทำการตรวจคัดกรองหาเชื้อจากที่อื่น หรืออยู่ในรายชื่อผู้ป่วยของทีมแพทย์ กทม.ให้เพื่อให้การช่วยเหลือเข้ารับระบบการรักษาไม่ให้มีผู้ป่วยตกค้างในพื้นที่ กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ได้สั่งการในที่ประชุมหัวหน้าหน่วยงาน ให้ทั้ง 50 เขตปูพรมทำการ Swab และฉีดวัคซีน โดยเฉพาะชุมชนหนาแน่นและกลุ่มเสี่ยง โดยมีเป้าหมายร่วมกันควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้อยู่ภายในวงจำกัดภายใน 2 สัปดาห์นี้&amp;rdquo; นางศิลปสวยระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102040</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กทม.และปริมณฑล, คลัสเตอร์บางแค, ฉีดวัคซีน, ตรวจเชิงรุก, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ผู้ติดเชื้อชุมชนบ้านขิง, วัคซีนโควิด, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_6093f9432c094.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
