<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  &#039;หมอสุกิจ&#039;แจงละเอียดพบ 2 รายติดโควิดในสภาฯ ผงะ! เสิร์ฟอาหารให้ส.ส.ด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
18&amp;nbsp; มิ.ย.64 -&amp;nbsp; ที่รัฐสภา นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงกรณีพบผู้ติดโควิด-19 จำนวน 2 ราย ในสภา ว่า รายแรกเป็นพนักงานเก็บจานในโรงอาหาร ชั้น 1 โซนสภาผู้แทนราษฎร โดยเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ทราบว่าบุตรชายติดโควิด พนักงานเก็บจานรายดังกล่าวจึงไปตรวจหาเชื้อในวันเดียวกัน จากนั้นวันที่16 มิ.ย. ทางรพ. แจ้งให้ทราบผลการตรวจว่าติดโควิด ทั้งนี้ มีกลุ่มผู้เสี่ยงสูงจากกรณีดังกล่าว&amp;nbsp; 4ราย โดยขณะนี้ 2 ราย อยู่ระหว่างรอผลตรวจ และรอส่งตรวจอีก2ราย นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มผู้เสี่ยงต่ำ&amp;nbsp; 2 ราย ซึ่งเราให้กักตัวอยู่บ้านรอดูอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุกิจ กล่าวต่อว่า อีกรายหนึ่งเป็นข้าราชการบำนาญของสภาฯ แต่ยังเข้ามาทำงานที่สภาฯ โดยบริการเสิร์ฟอาหารให้กับครม. และส.ส.บางคนที่คุ้นเคยกันมาก่อน โดยในวันที่ 9 มิ.ย. ไปช่วยเสิร์ฟอาหารที่ห้อง ครม. ชั้น3 และในวันที่ 10 มิ.ย. ไปเสิร์ฟอาหารในห้องทำงานส่วนตัวของส.ส.บางคน ทั้งนี้ วันที่ 11มิ.ย. ข้าราชการบำนาญรายดังกล่าว เป็นไข้ และมีอาการปวดเมื่อยตัว แต่ผ่านไป 3-4วัน อาการยังไม่หาย ดังนั้น วันที่ 15 มิ.ย. จึงตัดสินใจไปตรวจที่วชิระพยาบาล และวันที่ 16 มิ.ย. รพ.แจ้งว่าติดโควิด 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พบว่ามีเจ้าหน้าที่ของสภาเป็นผู้เสี่ยงสูง 4 ราย ขณะนี้กำลังรอผล และให้กักตัวที่บ้านแล้ว นอกจากนี้ ในวันที่ 18 มิ.ย. จะส่งตรวจเพิ่มเติมอีก 3 ราย และวันที่ 19 มิ.ย. ส่งตรวจเพิ่มอีก 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106822</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจเชื้อโควิด-19, นพ.สุกิจ อัตโถปกรณ์, เจ้าหน้าที่รัฐสภาติดโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60cc6877a1434.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106780</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 11:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โล่งอก! &#039;บิ๊กตู่&#039;-คณะทำงานตรวจเชื้อผลเป็นลบ หลังแม่บ้านห้องรับรองครม.ที่รัฐสภาติดโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(แฟ้มภาพ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.64 -ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ บนตึกไทยคู่ฟ้า ตามปกติ โดยเวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครั้งที่ 8/2564 หรือ ศบค. ชุดใหญ่ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า ช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ นายกฯได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 บนตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมด้วยคณะทำงานใกล้ชิดได้รับการตรวจเช่นกัน หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎร ประสานมายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อแจ้งให้ทราบว่ามีผู้ปฏิบัติงานในห้องรับรองคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่อาคารรัฐสภา ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 และพระราชกำหนดกู้เงิน 5 แสนล้านบาท ที่ผ่านมา ติดเชื้อโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผลการตรวจเชื้อนายกฯและคณะทำงานทุกคน ผลออกมาเป็นลบ ไม่พบเชื้อโควิด-19 แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106780</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจเชื้อโควิด-19, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210602/image_big_60b75441e7ab5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 13:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039;เฉ่งรัฐบาลล้มเหลวตรวจหาเชื้อโควิดแนะทุ่มเงินซื้ออุปกรณ์ตรวจฟรีทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 เม.ย.64 - นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ข้อความว่า ผมเห็นข่าวโรงพยาบาลเอกชน 10 แห่ง ปิดรับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 รู้สึกตกใจมาก ที่เห็นผู้คนตื่นตระหนกและตื่นตัวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ในครั้งนี้ ซึ่งทางรัฐบาลควรจะมีมาตรการสนองตอบ ต่อความต้องการของประชาชนให้เพียงพอ การตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นมาตรการค้นหาผู้ติดเชื้อในเบื้องต้น ซึ่งรัฐบาลควรจะจัดงบประมาณเพื่อตรวจหาผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้ได้มากที่สุด เพราะเป็นการรักษาพยาบาลเบื้องต้น ถ้าหากสามารถรู้ได้ว่ามีประชาชนคนใดติดเชื้อไวรัส โควิด-19 บ้าง ก็สามารถรักษาหรือแก้ปัญหาได้ตรงจุด ป้องกันการแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลควรให้ความสำคัญการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 มากกว่าการระดมงบประมาณไปจัดซื้อวัคซีน เพื่อฉีดป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 เสียอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเคยแสดงความเห็นในเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นว่า รัฐบาลควรจะจัดงบประมาณก้อนใหญ่ เพื่อระดมซื้อเครื่องมือ อุปกรณ์การตรวจหาเชื้อไวรัส โควิด-19 เพื่อบริการประชาชนทั่วประเทศโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ดีกว่านำเงินงบประมาณก้อนใหญ่ไปแจกให้กับประชาชนในโครงการต่างๆ เพื่อหวังคะแนนนิยม เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนเสพติดนโยบายประชานิยม&amp;nbsp; ซึ่งรัฐบาลควรตระหนักถึงปัญหาสุขภาพของประชาชน สำคัญกว่าปัญหาสิ่งอื่นใด&amp;quot; นายเทพไท กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98926</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจเชื้อโควิด-19, นายเทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_606ff45a80fee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2021 07:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2021 07:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะลุ105ล้านแล้ว!&#039;หมอธีระ&#039;ชี้ค่าใช้จ่ายตรวจเชื้อโควิดน้อยมากเมื่อเทียบกับงบเยียวยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5 ก.พ.64 -นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความเกี่ยวกับสถานการณ์ ไวรัสโควิด-19 ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
สถานการณ์ทั่วโลก 5 กุมภาพันธ์ 2564
ทะลุ 105 ล้านไปเรียบร้อยแล้ว
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 554,229 คน รวมแล้วตอนนี้ 105,318,792 คน ตายเพิ่มอีก 16,750 คน ยอดตายรวม 2,290,317 คน
อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 123,344 คน รวม 27,235,589 คน ตายเพิ่มอีก 5,162 คน ยอดตายรวม 465,806 คน
อินเดีย ติดเพิ่ม 11,922 คน รวม 10,802,831 คน
บราซิล ติดเพิ่ม 99,348 คน รวม 9,396,293 คน
รัสเซีย ติดเพิ่ม 16,714 คน รวม 3,917,918 คน
สหราชอาณาจักร ติดเพิ่มอีก 20,634 คน รวม 3,892,459 คน เกินสองหมื่นคนขึ้นมาอีกครั้ง ยอดตายรวมขณะนี้ 110,250 คน
อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลายพันถึงหลายหมื่นต่อวัน
แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ อิสราเอล อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็ยังมีติดเชื้อเพิ่มต่อเนื่องแบบทรงตัว
ล่าสุดทั้งเดนมาร์ก และไอร์แลนด์ ติดเชื้อเกินสองแสนคนไปแล้ว เปรียบเทียบกันพบว่าทั้งสองประเทศมีลักษณะโครงสร้างประชากรคล้ายกันมาก โดยมีอายุเฉลี่ยของประชากรราว 40 ปี มีจำนวนประชากรในประเทศประมาณ 5 ล้านคน ติดเชื้อรวมสองแสนคนพอๆ กัน ตอนนี้เดนมาร์กติดวันละ 500 กว่าคน ส่วนไอร์แลนด์วันละ 1,300 คนอัตราตายราว 1 เปอร์เซ็นต์กว่าๆ &amp;nbsp;
เมียนมาร์ เกาหลีใต้ และไทย ติดเพิ่มหลายร้อย ส่วนจีน ฮ่องกง เวียดนาม และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ
เวียดนามติดเชื้อเพิ่มหลายสิบคนต่อวัน ต่อเนื่องมา 8 วันแล้ว ระบาดครั้งนี้เริ่มจากจังหวัดทางภาคเหนือของประเทศ โดยเป็นสายพันธุ์สหราชอาณาจักร ซึ่งแพร่ได้เร็วกว่าสายพันธุ์เดิมราว 50%
วิเคราะห์สถานการณ์ของเรา...
เราเห็นกันได้ชัดเจนว่า การระบาดซ้ำครั้งนี้รุนแรงกว่าของเดิมตามที่ได้เคยคาดการณ์และเตือนมาก่อน
เน้นเสมอว่าจะรับมือได้ ต้องมีระบบการตรวจที่มากเพียงพอและต้องทำอย่างครอบคลุมต่อเนื่อง นอกจากนี้หากเกิดติดเชื้อขึ้นจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเข้มข้นอย่างเคร่งครัดและทันเวลา และประชาชนต้องร่วมมือกันในการป้องกันตนเองอย่างเต็มที่และพร้อมเพรียง
จะพบว่าที่ผ่านมาแม้จะคุยว่าพร้อม แต่เอาเข้าจริง ระบบการตรวจนั้นไม่สามารถขยายศักยภาพให้ครอบคลุมและมากพอที่จะตรวจทุกคนในพื้นที่เสี่ยงได้ ด้วยข้อจำกัดด้านทรัพยากร และกฎระเบียบการเบิกจ่ายต่างๆ ซึ่งอาจไม่ได้มีการตระเตรียมกรุยทางไว้ล่วงหน้าเพื่อรับสถานการณ์เช่นนี้
เราจึงเห็นการออกมาบอกให้ทราบกันผ่านการแถลง โอดครวญว่าค่าใช้จ่ายเยอะ พร้อมจะหาทางอื่นจัดการแทนการตะลุยตรวจมากๆ ทั้งที่จริงแล้วค่าใช้จ่ายนั้นถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับการต้องนำงบไปเยียวยาคนทั้งประเทศในระยะยาวหากไม่สามารถจบศึกได้โดยเร็ว ดังนั้นการลงทุนตรวจจึงน่าจะเป็นทางที่คุ้มค่ากว่าถ้าคิดจะทำจริงๆ
ทางเลือกในการตรวจมีหลากหลายทาง การตรวจด้วยการรวมน้ำลายหลายคนเพื่อคัดกรองก็จะช่วยลดค่าใช้จ่าย และตรวจได้จำนวนมากในเวลาจำกัด การรับรองมาตรฐานการตรวจแล็บนี้ก็จำเป็นต้องทำควบคู่กันไปอย่างมีประสิทธิภาพ
แต่หากสถานการณ์ระบาดยังมีความรุนแรง การติดเชื้อกระจาย มีคนติดเชื้อโดยไม่รู้ตัวและยังไม่ได้รับการตรวจ ก็ยากที่จะควบคุมได้ จะมี silent transmission ไปเรื่อยๆ และจะปะทุขึ้นมาในไม่ช้า
ยิ่งมาตรการควบคุมการเคลื่อนไหวของประชากรนั้นทำได้ไม่เต็มที่ ยังมีการทำกิจกรรมใช้ชีวิตประจำวันกันแทบทุกพื้นที่ และมีการละเมิด ละเลย เพิกเฉยของคนหลากหลาย ไม่ว่าจะไม่ป้องกันตัวเอง ลักลอบข้ามพื้นที่ สังสรรค์เฮฮาปาร์ตี้เป็นหมู่คณะ ก็ยิ่งทำให้เพิ่มความเสี่ยงที่จะระบาดหนักกลับมาได้เช่นกัน
ถ้าดูข้อมูลการระบาดซ้ำของประเทศอื่นๆ ทั่วโลก แล้วมาวิเคราะห์ล่วงหน้า
ปัจจัยกำหนดชะตาการระบาดของเรา จะไปตัดสินช่วงกลางมีนาคมเป็นต้นไป หากระบบการตรวจครอบคลุมและต่อเนื่องไม่เบี่ยงเบน แล้วจำนวนการติดเชื้อรายวันเป็นหลักสิบ จะมีโอกาสเริ่มการระบาดซ้ำระลอกถัดไปราว 10 สัปดาห์ แต่หากเป็นหลักร้อย หรือหลักพัน ระยะเวลาจะสั้นลง 21 วันหากขยับขึ้นมาแต่ละหลัก
ที่แลกเปลี่ยนมานี้ มิใช่ให้กังวลใจ แต่ให้เรารับรู้รับทราบ จะได้วางแผนเตรียมรับมืออย่างมีประสิทธิภาพ
รู้เค้า รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง
หากไม่รู้เค้า รู้แต่เรา คงชนะบ้างแพ้บ้าง
แต่หากไม่รู้เค้า แถมไม่รู้เรา โดยเก็บความรู้เราไว้เฉพาะบางคนบางกลุ่ม โอกาสพ่ายการศึกย่อมมีสูง
ศึกนี้จำเป็นต้องทำให้ทุกคนรู้ และร่วมแรงร่วมใจสู้
นอกจากนี้อยากแลกเปลี่ยนกับพวกเราทุกคนว่า การระบาดแบบนี้ แนวทางที่จะสู้สำเร็จนั้น ส่วนตัวแล้วให้น้ำหนักไปกับการตรวจให้มาก ต่อเนื่องและครอบคลุม เพื่อหาคนติดเชื้อให้เจอแล้วนำไปกักตัวและดูแลรักษาครับ
หากไม่ตรวจ หรือตรวจน้อย แล้วคิดจะไปทำมาตรการอื่น เช่น จะไปปิดประตูตีแมว
คงต้องเตรียมรับมือกับสัจธรรมในชีวิตที่ว่า ไม่ว่าใครก็ล้วนรักชีวิตของตน หากต้อนหรือบังคับให้อยู่ในภาวะที่ไม่ปลอดภัยหรือมีความเสี่ยง ก็ย่อมไม่อยู่นิ่งเฉย และต้องพยายามอย่างที่สุดที่จะออกไปจากภาวะนั้นให้ได้
เหนืออื่นใด จำเป็นต้องคำนึงถึงเรื่อง สิทธิมนุษยชน (Human Right) อันหมายถึง สิทธิที่มนุษย์ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลที่ได้รับการรับรอง ทั้งความคิดและการกระทำที่ไม่มีการล่วงละเมิดได้ โดยได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และสนธิสัญญาระหว่างประเทศ
ท้ายที่สุด ปัจจุบันเชื่อว่าสังคมโลกนั้นล้วนรักและเมตตาต่อแมว คงไม่สบายใจ และไม่ยอมหากใครคิดจะไปทำร้ายแมว...
ย้ำอีกครั้ง ไม่ว่าเราจะอยู่ในพื้นที่ใด ขอให้ใช้ชีวิตอย่างมีสติ ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด
ใส่หน้ากากเสมอ ล้างมือบ่อยๆ อยู่ห่างคนอื่นหนึ่งเมตร
ลดละเลี่ยงการกินดื่มในร้าน ซื้อกลับจะปลอดภัยที่สุด
ลดละเลี่ยงการพบปะกันแบบกลุ่ม ไม่ว่าจะประชุม สังสรรค์ หรือท่องเที่ยว
คอยสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากไม่สบาย อาการคล้ายหวัด ควรหยุดเรียนหยุดงานและรีบไปตรวจรักษา
ด้วยรักต่อทุกคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92036</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเยียวยา, ตรวจเชื้อโควิด-19, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f05230a5ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88963</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2021 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2021 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไทยยูเนี่ยน&#039;ตรวจโควิดพนักงานในสมุทรสาครพบติดเชื้อ69คน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ม.ค.2564 นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TU) เปิดเผยว่า ณ วันที่ 5 มกราคม 2564 พนักงานไทยยูเนี่ยนจำนวน 23,630 คน หรือมากกว่า 85% ได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 แล้ว โดยจำนวนพนักงานที่ปฏิบัติงานในจังหวัดสมุทรสาครมีทั้งสิ้น 27,552 คน และได้รับผลการตรวจยืนยันโดยวิธี PCR มีพนักงานที่ติดเชื้อเพียง 0.29% หรือ 69 คน ซึ่งบริษัทได้ทำการแยกพนักงานกลุ่มดังกล่าวเพื่อกักตัวและส่งรักษากับทางภาครัฐต่อไปหากมีอาการใดๆ ทั้งนี้การตรวจทั้งสิ้นจะแล้วเสร็จในช่วงสัปดาห์หน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอย้ำว่าพนักงานของเราทุกคนจะได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานของเราทุกคนจะได้รับการดูแลอย่างดี โดยไม่จำกัด อายุ เพศ หรือเชื้อชาติ เพื่อให้เรามั่นใจได้ว่าการผลิตของไทยยูเนี่ยนจะดำเนินอย่างต่อเนื่อง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ไทยยูเนี่ยนได้ปฏิบัติตามระเบียบวิธีและแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีการกักตัวพนักงานกลุ่มเสี่ยงที่มีการติดต่อกับผู้ติดเชื้อ นอกจากนี้หน่วยงานของรัฐยังมีการติดตามผู้ที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงต่อไป &amp;nbsp;ไทยยูเนี่ยนจะยังคงติดตามสถานการณ์และประสานงานกับภาครัฐอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราได้มีมาตรการที่ชัดเจนในการดูแลผู้ที่ติดเชื้อเอาไว้แล้ว มาตรการและขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้ยังรวมไปถึงการดูแลพนักงานที่ได้รับผลกระทบในขณะที่กักตัวตามแนวทางของภาครัฐ &amp;nbsp;มีการระบุผู้ใกล้ชิดผู้ที่ติดเชื้อและตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้ ตลอดจนการทำความสะอาดฆ่าเชื้อ big cleaning ในบริเวณต่างๆ สิ่งที่สำคัญอีกประการคือ โรงงานของไทยยูเนี่ยนทุกโรงยังคงเปิดดำเนินการตามปกติเนื่องจากจำนวนพนักงานที่ได้รับผลกระทบมีอัตราและจำนวนที่น้อยมาก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญสูงสุดคือสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน คู่ค้า ผู้บริโภคและชุมชนโดยรอบ และมีการเพิ่มมาตรการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีมาตรการคัดกรองผู้ที่จะเข้ามาปฏิบัติงานที่โรงงาน ซึ่งการผลิตยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง แต่ได้งดการประชุมติดต่อ ครอบคลุมทั้งพนักงานบริษัทฯ และผู้ที่มาติดต่อ ยกเว้นธุรกรรมที่จำเป็นเท่านั้นและต้องได้รับอนุญาตจากคณะผู้บริหารของบริษัทฯ รวมถึงยังมีการจำกัดการเคลื่อนย้ายพนักงานภายในโรงงานเองและให้ฝ่ายสนับสนุนต่างๆ ทำงานจากบ้าน มีการทำความสะอาดฆ่าเชื้อต่างๆ ในบริเวณสถานที่ปฏิบัติงาน และให้พนักงานปฏิบัติตามข้อแนะนำด้านสุขภาพและความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด อีกทั้งมีแผนการเตรียมพร้อมในด้านต่างๆ อาทิ การฝึกซ้อมรับมือสถานการณ์ต่างๆ และมีแผนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88963</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจเชื้อโควิด-19, ติดเชื้อ 69 คน, พนักงาน, โควิด-19, ไทยยูเนียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210106/image_big_5ff530b5ec17a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2020 15:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2020 15:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรุ่งนี้กระบี่เปิดใช้ห้องแล็บตรวจเชื้อรู้ผลเร็ว ปูพรมตรวจโควิดทั้งเกาะลันตา-พีพี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.63- ทีโรงพยาบาลกระบีี่ นายสมศักดิ์ กิติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ และนายแพทย์วิทยา วัฒนเรื่องโกวิท นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ ตรวจติดตามการก่อสร้างและปรับปรุงห้องปฏิบัติการอณูชีววิทยาทางการแพทย์โรงพยาบาลจังหวัดกระบี่ โดยมีนายแพทย์ สุพจน์ ภูเก้าล้วน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจังหวัดกระบี่ รายงานผลการดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ จัดงบโครงการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ใหม่ 2019 จำนวน 4 ล้าน 9 แสนบาท โรงพยาบาลจังหวัดกระบี่สมทบ 1 แสนบาท ก่อสร้างและปรับปรุงห้องปฏิบัติการอณูชีววิทยาทางการแพทย์ หรือห้องแล็บ3 ห้อง ในอาคารหลังเก่าขนาด 6 คูณ 8 เมตร พร้อมเครื่องปริมาณสารพันธุกรรมดีเอ็นเอเชื้อไวรัสโควิค -19 ในสภาพจริงพร้อมอุปกรณ์ 1 เครื่อง เครื่องสกัดสารพันธุกรรมดีเอ็นเอเชื้อไวรัสโควิค -19 แบบอัตโนมัติ 1 เครื่อง เครื่องปั่นเหวี่ยงแบบหมุนขนาดเล็ก 1 เครื่อง ตู้ชีวภาพหรือตู้แช่แข็งติดลบ 20 องศา 2 เครื่อง ซึ่งห้องแล็บก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ เหลือแต่การทาสีตัวอาคารภายนอก เปิดใช้งานได้วันที่ 27 เมษายน 2563 นี้โดยสามารถตรวจหาเชื้อไวรัสโควิค -19 ได้โดยไม่ต้องส่งสารคัดหลั่งไปตรวจที่โรงพยาบาลศูนย์จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดตรัง สามารถรู้ผลได้ภายใน 1 ชั่วโมง 45 นาทีต่อ &amp;nbsp;1 ราย วันละ 10 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิค 19 จังหวัดกระบี่มีผู้ป่วยสะสม 19 ราย รักษาหายกลับบ้าน 11 ราย ผู้ป่วยจากโรงพยาบาลอำเภอเกาะลันตา อยู่ในอาการหนัก 6 รายมารักษาตัวที่โรงพยาบาลจังหวัด และโรงพยาบาลอำเภอปลายพระยา 2 ราย เป็นคนไทย 12 ราย อายุ 20-54 ปี นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นชาว จีน เดนมาร์ก เยอรมัน ฝรั่งเศส อังกฤษ และอเมริกา 7 ราย อายุ 24-62 ปี รอผลการตรวจ 6 ราย ผลการตรวจไม่พบเชื้อ 780 ราย เพื่อให้จังหวัดกระบี่ปลอดจากโรคดังกล่าวร้อยเปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้มีมาตรการเชิงรุกหนักจัดส่งทีมสอบสวนโรคติดต่อ ออกค้นหาผู้ติดเชื้อที่มีอาการและไม่มีอาการ จากการสำรวจ 1,700 คน บนเกาะลันตา เกาะพีพี และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยงสูง ให้แล้วเสร็จวันที่ 30 เมษายน 2563 หากพบนำส่งโรงพยาบาลทำการรักษาอย่างทันท่วงที พร้อมทั้งเชิญอยู่สัมผัสและผู้ใกล้ชิดเข้าเก็บตัว 14 วัน คาดว่ามาตรการนี้สามารถควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิค 19 ได้อย่างแน่นอน จึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการโรงแรมที่มีนักท่องเที่ยวพักอาศัยอยู่ ทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยว และชาวกระบี่รวมถึงผู้ที่มาทำงานหรือมาอาศัยอยู่บนเกาะลันตาและเกาะพีพี ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วย ร่วมกันอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64312</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบี่, ตรวจเชื้อโควิด-19, ห้องตรวจแล็บ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea54a228fdea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
