<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113766</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อย.แจ้งปคบ.สอบ‘พิมรี่พาย’ขายน้ำแถมATK</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย.ส่งหนังสือถึง บก.ปคบ.สืบหาข้อเท็จจริงกรณี &amp;quot;พิมรี่พาย&amp;quot; แม่ค้าออนไลน์ โฆษณาแจกชุดตรวจ ATK ย้ำชุดตรวจโควิด-19 ต้องขายผ่านในสถานพยาบาลและร้านขายยาที่มีเภสัชกรเท่านั้น พร้อมเตือนประชาชนหยุดใช้ชุดตรวจโควิด-19 ที่ขายผ่านออนไลน์ อาจเสี่ยงเจอสินค้าไม่มีมาตรฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 ส.ค.64&amp;nbsp; นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏว่าแม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง พิมรี่พาย-พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กขายน้ำแร่ 1 ขวด ปริมาณ 300 ซีซี โดยระบุว่า &amp;ldquo;&amp;hellip;น้ำแร่คิตตี้ เพื่อนอาจจะหากินที่ไหนก็ได้ แต่น้ำแร่ที่นี่ ซื้อน้ำแร่ 1 ขวด แถมชุดตรวจโควิดแบบที่ขายในร้านยาค่ะ เพราะว่า อย.ไม่ให้ขายในออนไลน์ค่ะ เราก็ไม่ทำการละเมิดกฎแต่อย่างใด &amp;hellip; ราคาขายในร้านขายยา 350 ค่ะ ของเราไม่ขายนะคะ เราไม่ขายนะคะ ร้านขายยา 350 ราคาส่ง 200 กว่าบาท เราไม่ขายนะคะ เราขายน้ำแร่ 120 บาท น้ำแร่ 1 ขวด แถมชุดตรวจโควิด 1 ชิ้นค่ะ&amp;hellip;&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการไลฟ์สดดังกล่าวได้มีการแชร์ทางสื่อออนไลน์เป็นจำนวนมากนั้น อย.ได้ตรวจสอบพบว่าการไลฟ์สดแจกชุดตรวจโควิด COVID-19 Antigen test Kit (ATK) ดังกล่าวนั้น เป็นเรื่องที่กระทำไม่ได้ตามกฎหมาย การจำหน่าย จ่าย แจก มีความหมายเท่ากับเป็นการขายทั้งหมด ทั้งนี้ชุดตรวจ ATK นั้น อย.อนุญาตให้มีการขายในสถานพยาบาลและร้านขายยาที่มีเภสัชกรเท่านั้น การโฆษณาต้องมีการขออนุญาตจาก อย.ก่อน ตรวจสอบเบื้องต้นผลิตภัณฑ์ที่นำมาไลฟ์ขายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับ อย. จึงน่าเป็นห่วงในเรื่องคุณภาพมาตรฐานของชุดตรวจที่อาจทำให้เกิดการแปลผลที่ผิดพลาดได้ และการโฆษณาผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษสูงสุดคือจำคุก 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ อย.จะส่งหนังสือไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เพื่อสืบข้อเท็จจริงตามกรณีที่ปรากฏในไลฟ์สด และสืบหาตัวผู้นำเข้าและขายผลิตภัณฑ์ชุดตรวจโควิด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม อย.ไม่ได้ห้ามเรื่องการโฆษณา สามารถโฆษณาได้ แต่ต้องมาขออนุญาตโฆษณาก่อน ซึ่งผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ที่จะอนุญาตให้โฆษณานั้น ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองเลขาธิการ อย.กล่าวว่า เหตุผลที่ชุดตรวจหา ATK ด้วยตนเองนี้ ต้องวางจำหน่ายในสถานพยาบาลและร้านขายยาที่มีเภสัชกรเท่านั้น เพื่อจะได้ให้คำแนะนำแก่ประชาชนเกี่ยวกับวิธีการแปลผล ข้อปฏิบัติตัวหลังทราบผลการตรวจ ขอให้ผู้บริโภคสังเกตที่ฉลากของชุดตรวจจะมีข้อความภาษาไทยระบุว่า &amp;ldquo;บุคคลทั่วไปสามารถใช้ได้&amp;rdquo; และเลขที่ประเมินเทคโนโลยีที่ได้รับอนุมัติจาก อย. ปรากฏบนฉลากหรือเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ด้วย ซึ่งชุดตรวจดังกล่าวจะเป็นการเก็บตัวอย่างจากโพรงจมูกด้านหน้าหรือน้ำลาย ภายในชุดตรวจจะมีคู่มืออธิบายถึงวิธีการใช้ และวิธีการแปลผลฉบับภาษาไทย เพื่อให้ประชาชนเข้าใจและนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ ชุดตรวจนี้เป็นการตรวจเบื้องต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเป็นผู้มีความเสี่ยงสูงควรกักตัว 14 วัน และถ้าตรวจแล้วมีผลลบควรตรวจซ้ำภายใน 3-5 วัน หรือถ้ามีอาการ โดยผู้บริโภคสามารถตรวจสอบชุดตรวจที่ได้รับอนุญาตจาก อย.ได้ทางเว็บไซต์กองโดยควบคุมเครื่องมือแพทย์ https://www.fda.moph.go.th/sites/Medical/SitePages/test_kit_covid19.asp
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ประกอบการที่จะโฆษณาจำหน่ายชุดตรวจต้องได้รับอนุญาตจาก อย.ก่อน หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113766</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุดตรวจ ATK, ตรวจโควิด-19, ปคบ., พิมรี่พาย, สินค้าไม่มีมาตรฐาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เภสัชกร, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แม่ค้าออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611babd185005.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์ชนบทร่วมมือภาคีเครือข่าย ‘ปฏิบัติการ กทม.ครั้งที่ 3’ ลุยตรวจโควิดเชิงรุกชุมชนกรุงเทพฯ รอบใหม่  4-10 ส.ค.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ทีมแพทย์ชนบทจากโรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลา ลงพื้นที่อ่อนนุช14 เขตประเวศ เมื่อ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา (ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กรุงเทพฯ / ชมรมแพทย์ชนบทหลายจังหวัดเตรียมระดมพล &amp;lsquo;ปฏิบัติการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; ครั้งที่ 3&amp;rsquo; &amp;nbsp;ตรวจโควิด-19&amp;nbsp; เชิงรุกชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 4-10 สิงหาคมนี้&amp;nbsp; หลังจากตรวจไปโควิดไปแล้ว 2 ครั้ง&amp;nbsp; รวมผู้ตรวจกว่า 50,000 คน&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อ 6,863 คน หรือ 13.35 %&amp;nbsp; เสนอ 6 แนวทางกู้วิกฤตโควิด&amp;nbsp; ชูยุทธศาสตร์ &amp;lsquo;กรุงเทพฯ รอด&amp;nbsp; ตจว.รอด&amp;rsquo; เสนอรัฐบาลใช้ &amp;lsquo;อู่ฮั่นโมเดล&amp;rsquo;&amp;nbsp; ล็อกดาวน์เฉพาะชุมชนที่ระบาดและเยียวยาเพื่อให้ชาวบ้านยังชีพได้&amp;nbsp; ด้านเครือข่ายสลัม 4 ภาค-พอช. หนุน 35 ชุมชน ตรวจโควิดกว่า 4,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)&amp;nbsp; เครือข่ายประชาชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; มูลนิธิเข้าถึงเอดส์&amp;nbsp; มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพ.ศ.)&amp;nbsp; ได้ร่วมกันสนับสนุนการตรวจหาเชื้อโควิดเชิงรุกให้แก่ชุมชนแออัดใน กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 14-16 กรกฎาคม &amp;nbsp;รวม 39 ชุมชน&amp;nbsp; ใช้ทีมแพทย์ชนบท 6 ทีม &amp;nbsp;และวันที่ 21-23 กรกฏาคม ประมาณ 42 ชุมชน&amp;nbsp; ใช้ทีมแพทย์ 16 ทีม&amp;nbsp; มีชาวชุมชนได้รับการตรวจหาเชื้อโควิดทั้งหมด&amp;nbsp; 51,389 คน&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อ &amp;nbsp;6,863 คน คิดเป็น 13.35% &amp;nbsp;ของผู้ตรวจทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;แพทย์ชนบทเสนอยุทธศาสตร์ &amp;nbsp;&amp;lsquo;กรุงเทพฯ รอด&amp;nbsp; ตจว.รอด&amp;rsquo; ใช้หลัก &amp;lsquo;6 R&amp;rsquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;จากผลการตรวจหาเชื้อโควิดเชิงรุกทั้ง 2 ครั้งของชมรมแพทย์ชนบทดังกล่าว&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อในชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ ค่อนข้างสูง&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 13.35 %&amp;nbsp; ของจำนวนผู้ตรวจทั้งหมด&amp;nbsp; ขณะเดียวกันยังมีชาวชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ อีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการตรวจหาเชื้อ (ข้อมูลจากสำนักพัฒนาสังคม กทม.ระบุว่า&amp;nbsp; ในกรุงเทพฯ มีชุมชนทั้งหมด 2,016 ชุมชน&amp;nbsp; เป็นชุมชนแออัด 641 ชุมชน)&amp;nbsp; ดังนั้นกรุงเทพฯ จึงเป็นแหล่งแพร่เชื้อแหล่งใหญ่&amp;nbsp; ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม&amp;nbsp; มีผู้ติดเชื้อในกรุงเทพฯ รายใหม่&amp;nbsp; รวม 3,997 ราย&amp;nbsp; ขณะที่ชมรมแพทย์ชนบทได้เสนอมาตรการเร่งด่วนต่อรัฐบาล&amp;nbsp; และเตรียมจัดทีมแพทย์ลุยตรวจโควิดรอบใหม่ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;ประชาชนที่มารับบริการ (ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม &amp;nbsp;นพ.สุภัทร &amp;nbsp;ฮาสุวรรณกิจ ประธานชมรมแพทย์ชนบท &amp;nbsp;ได้โพสต์ข้อความลงใน facebook&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบท&amp;nbsp; หัวข้อว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;ข้อเสนอ แนวทาง 6R สำหรับ ปฏิบัติการกรุงเทพมหานครครั้งที่ 3&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ 28 กรกฎาคม 2564 ทางชมรมแพทย์ชนบท ได้มีโอกาสนำเสนอแนวคิดแนวทางการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดโควิดในกรุงเทพมหานคร ในที่ประชุม EOC ของกระทรวงสาธารณสุข ที่มีปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แพทย์ชนบทได้นำเสนอข้อมูลการปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุง 2 ครั้ง ตรวจ rapid test ให้พี่น้องประชาชนในชุมชนแออัดไปทั้งสิ้น 51,389 คน พบผลบวก 6,863 คน คิดเป็น 13.35% และได้นำเสนอข้อเสนอสำหรับการกู้กรุงเทพฯ ซึ่งสังเคราะห์จากประสบการณ์ 2 ครั้งที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ข้อเสนอของแพทย์ชนบทยังมุ่งเน้นการควบคุมการแพร่ระบาดในชุมชนแออัดให้ได้ &amp;nbsp;เพราะนั่นคือจุดระบาดใหญ่ แล้วกรุงเทพฯจะรอด &amp;nbsp;เมื่อกรุงเทพฯรอด ต่างจังหวัดก็จะรอดด้วย &amp;nbsp;เราประมวลแนวทางได้เป็นตัวย่อว่า 6R กล่าวคือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1.Rapid Testing แม้เตียงเต็ม จะล้น เรายิ่งต้อง rapid testing โดย ATK-antigentest kit ให้มาก เพื่อแยกผู้ป่วยออกมา 2.Rapid tracing นำผู้สัมผัสร่วมบ้านร่วมงานมาตรวจให้มากที่สุดในวันเดียวกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;3.Rapid treatment ด้วย early home favipiravir หรือจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ทันทีที่พบผู้ติดเชื้อที่มีอาการหรือมีโรคประจำตัวหรือสูงอายุ &amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เขาต้องป่วยหนัก &amp;nbsp;ส่วนคนติดเชื้อที่ไม่ป่วยให้ฟ้าทะลายโจร &amp;nbsp;และรับเข้า HI-home isolation ในวันเดียวกัน&amp;nbsp; 4.Rapid vaccination ฉีดวัคซีนให้เร็วและให้ครอบคลุมในชุมชนแออัด &amp;nbsp;โดยเน้นที่ผู้สูงอายุก่อน &amp;nbsp;และหากมีวัคซีนมากพอก็ฉีดทุกคนที่อายุมากกว่า 18 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หากทำทั้ง 4 มาตรการแล้ว จะลดการระบาดได้แน่ &amp;nbsp;ลดการป่วยหนักและการตายลงได้ &amp;nbsp;ส่งผลให้ลดภาวะการมีเตียงไม่พอลงได้ &amp;nbsp;สิ่งนี้คือบทบาทของภาคสาธารณสุขทั้งของ สธ. กทม. และทีมแพทย์ชนบทสามารถดำเนินการร่วมกันได้&amp;nbsp; และหากรัฐบาลจะกู้กรุงเทพฯแบบอู่ฮั่นโมเดล ก็ต้องทำอีก 2R ก็จะยิ่งสามารถลดการระบาดได้อีก &amp;nbsp;คือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 5. Rapid lockdown ในชุมชนที่ระบาด &amp;nbsp;เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อออกนอกชุมชน &amp;nbsp;เนื่องจากบางรายมีเชื้อระยะเริ่มต้น&amp;nbsp; แต่ยังตรวจด้วย ATK หรือ rtPCR ไม่พบ &amp;nbsp;ทั้งนี้ ไม่จำเป็นต้อง lockdown ทั้ง กทม.&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.Rapid healing หาก lockdown ก็ต้องมีการเยียวยาผู้คนในชุมชนแออัดนั้นๆ &amp;nbsp;เยียวยาให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย &amp;nbsp;เพื่อให้เขามีรายได้เพื่อสามารถยังชีพได้ในระหว่างที่มีการล็อกดาวน์ชุมชนของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;ตรวจถึงบ้านสำหรับผู้สูงอายุที่ป่วย (ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นี่คือ 6 ข้อเสนอของชมรมแพทย์ชนบท &amp;nbsp;ขณะนี้ทีมแพทย์ชนบทกำลังประสานงาน &amp;nbsp;ระดมความร่วมมือ ซึ่งได้รับการสนับสนุนและตอบรับจากทุกฝ่าย &amp;nbsp;ทั้งภาครัฐ &amp;nbsp;ท้องถิ่น &amp;nbsp;เอกชน &amp;nbsp;และภาคประชาชนที่จะร่วมกัน &amp;lsquo;ปฏิบัติการกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 3&amp;rsquo; &amp;nbsp;ร่วมกันเร็วๆ นี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; ข้อความใน facebook ชมรมแพทย์ชนบทระบุในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ที่ผ่านมา&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทได้ระดมบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลในจังหวัดต่างๆ เข้ามาตรวจโควิด-19 ที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทีมแพทย์จาก อ.สิชล&amp;nbsp; จ.นครศรีธรรมราช, รพ.จะนะ, รพ.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp; อ.นาทวี จ.สงขลา, รพ.ตากใบ จ.นราธิวาส, รพ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี, ขอนแก่น, จ.สุรินทร์, รพ.บ่อเกลือ จ.น่าน, ทีมแพทย์จาก จ.สุโขทัย&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฯลฯ รวมประมาณครั้งละ 60-80 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการตรวจรอบที่ 3 นี้&amp;nbsp; คาดว่าจะตรวจได้ไม่ต่ำกว่า 40,000-50,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;แพทย์ชนบทกินอยู่แบบติดดิน (ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;เตรียมบุกกรุงเทพฯ ตรวจโควิดเชิงรุกรอบ 3 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสยาม&amp;nbsp; นนท์คำจันทร์&amp;nbsp; โฆษกสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า&amp;nbsp; ปฏิบัติการตรวจโควิด-19 เชิงรุกในกรุงเทพฯ ของทีมแพทย์ชนบทรอบ 3 นี้&amp;nbsp; มีกำหนดการตรวจระหว่างวันที่ 4-10 สิงหาคมนี้&amp;nbsp; และนอกจากทีมแพทย์ชนบทจะลงตรวจในชุมชนต่างๆ แล้ว&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้เตรียมชุมชนในเครือข่ายเพื่อให้ชาวบ้านได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด&amp;nbsp; รวมทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 40 ชุมชน&amp;nbsp; มีจุดตรวจ 12 จุด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประกอบด้วย 1.ชุมชนรุ่งมณีพัฒนา&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง (20 ชุมชน)&amp;nbsp; 2.วัดจันทร์ประดิษฐาราม&amp;nbsp; เขตภาษีเจริญ&amp;nbsp; (3 ชุมชน) 3.ศูนย์พักโรงเรียนประถมนนทรีย์&amp;nbsp; เขตยานนาวา (.....) 4.สนามฟุตบอลโปโลคลับ และลานจารุเมือง เขตปทุมวัน (.....) 5.ชุมชนร่วมมิตรแรงศรัทธา&amp;nbsp; เขตดอนเมือง (3 ชุมชน) 6.ชุมชนบ้านมั่นคงวิมานทอง&amp;nbsp; เขตบางบอน (1 ชุมชน) 7. อาคารพุทธวิชา&amp;nbsp; ม.ราชภัฏพระนคร&amp;nbsp; เขตบางเขน (5 ชุมชน) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 8.สหกรณ์ริมคลองสอง (บ้านมั่นคงคลองลาดพร้าว) ซอยผักหวาน&amp;nbsp; เขตสายไหม (1 ชุมชน) 9.สหกรณ์ริมคลองพัฒนา (บ้านมั่นคงคลองลาดพร้าว) ซอยจิระมะกร&amp;nbsp; เขตสายไหม (1 ชุมชน) 10.ชุมชนเพิ่มสินร่วมใจ (บ้านมั่นคงคลองลาดพร้าว) เขตสายไหม (1 ชุมชน) 11.บ้านมั่นคงประชาสามัคคี&amp;nbsp; เขตบางพลัด (1 ชุมชน)&amp;nbsp; และ 12.ชุมชนบ่อฝรั่งริมน้ำพัฒนา เขตจตุจักร (1 ชุมชน)&amp;nbsp; รวมชาวบ้านที่จะตรวจในขณะนี้ประมาณ 4,280 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ส่วนประชาชนทั่วไปที่ยังไม่ได้ตรวจหาเชื้อโควิด&amp;nbsp; สามารถติดต่อเพื่อแจ้งความต้องการตรวจหาเชื้อได้ที่จุดตรวจชุมชนใกล้เคียงทั้ง 12 แห่ง&amp;nbsp; โดยต้องแจ้งรายชื่อแก่ผู้นำชุมชนนั้นๆ&amp;nbsp; เพื่อจะได้ทราบจำนวนผู้ที่จะตรวจทั้งหมด&amp;nbsp; และนำส่งต่อให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานเพื่อให้ทีมแพทย์ได้เตรียมอุปกรณ์การตรวจให้พอเพียง&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายสยามกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เขาบอกด้วยว่า&amp;nbsp; การตรวจเชิงรุกรอบ 3 ของทีมแพทย์ชนบทในครั้งนี้&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จะส่งอาสาสมัครเข้าร่วมสนับสนุนการทำงานของทีมแพทย์ด้วย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การลงทะเบียนรายชื่อผู้ตรวจ&amp;nbsp; การจัดลำดับคิวตรวจ&amp;nbsp; การเว้นระยะห่าง&amp;nbsp; การประสานงานต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อให้การตรวจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; รวดเร็ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมแพทย์ชนบทจากจังหวัดสุโขทัยมาตรวจโควิดให้ชาวชุมชนที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เขตบางกะปิเมื่อวันที่ 21 กรกฏาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้การตรวจโควิดเชิงรุกของทีมแพทย์ชนบทจะใช้การตรวจแบบ rapid &amp;nbsp;testing หรือชุดตรวจแบบเร็ว&amp;nbsp; โดยใช้วิธี&amp;nbsp; ATK (antigentest kit) &amp;nbsp;โดยแพทย์จะใช้ก้านสำลีเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากโพรงจมูกของผู้ตรวจ&amp;nbsp; แล้วนำก้านสำลีมาตรวจด้วยน้ำยา&amp;nbsp; สามารถทราบผลได้ภายในเวลาประมาณ 30 นาที&amp;nbsp; หากพบว่ามีผลเป็นบวกหรือติดเชื้อ&amp;nbsp; แพทย์จะตรวจซ้ำด้วยวิธี Rt-Pcr (Real&amp;nbsp; time - Polymerase chain reaction) เพื่อให้ได้ผลที่แน่นอน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กรณีผู้ติดเชื้อมีอาการไม่มาก&amp;nbsp; (อยู่ในสถานะสีเขียวหรือเหลืองอ่อน) แพทย์จะให้คำแนะนำในการรักษาตัวที่บ้านหรือสถานพักคอยในชุมชน&amp;nbsp; พร้อมกับให้ยาฟ้าทะลายโจรและยาพื้นฐานอื่นๆ&amp;nbsp; ซึ่งผู้ป่วยที่มีอาการไม่มากเมื่อกินยาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์จะหายป่วยได้ภายในระยะเวลา 14 วัน&amp;nbsp; แต่หากยังไม่หายหรือมีอาการรุนแรงจะต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวง พม.-พอช.หนุนชุมชนสู้โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563&amp;nbsp; นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีนโยบายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของวิด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; แม่เลี้ยงเดี่ยว&amp;nbsp; เด็ก&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; คนป่วยติดเตียง&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; คนตกงาน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยการมอบอาหาร&amp;nbsp; นม&amp;nbsp; สิ่งของจำเป็น&amp;nbsp; จัดทำครัวกลางแจกจ่ายอาหารผู้ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดในปีนี้&amp;nbsp; กระทรวง พม.ได้ให้หน่วยงานในสังกัดจัดทำถุงยังชีพแจกจ่ายแก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยทั้ง 50 เขตในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; ดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด&amp;nbsp; เด็กที่ขาดผู้ดูแล&amp;nbsp; รวมทั้งดูแลกลุ่มคนไร้บ้านในสถานที่สาธารณะ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้บริหารกระทรวง พม.ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือกลุ่มคนไร้บ้านเมื่อเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; ในปี 2563 ได้สนับสนุนชุมชนที่ได้รับผลกระทบทั้งกรุงเทพฯ&amp;nbsp; และต่างจังหวัดจัดทำครัวกลางและโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท&amp;nbsp; รวม 1,754 โครงการ&amp;nbsp; ประชาชนได้รับประโยชน์ 535,577 ครัวเรือน&amp;nbsp; ใช้งบประมาณรวม 122 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; และพักชำระสินเชื่อ 6 เดือน (ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อก่อสร้างบ้านมั่นคง) ทั่วประเทศ 409 องค์กร&amp;nbsp; รวมสินเชื่อพักชำระ 76 ล้านบาทเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนในปีนี้ พอช.พักชำระสินเชื่อ 3 เดือน (ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม) รวม 149 องค์กร&amp;nbsp; จำนวนดอกเบี้ยที่พักชำระรวม 18 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; นอกจากนี้ พอช.ยังสนับสนุนการแก้ไขปัญหาชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; รวม 1,386 ชุมชน&amp;nbsp; ใช้งบประมาณรวม 30 ล้านบาท&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังส่งเจ้าหน้าที่อาสาสมัครจาก พอช.&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; จำนวน 11 ทีม&amp;nbsp; ประมาณ 200 คนลงไปสนับสนุนชุมชน&amp;nbsp; รวมทั้งศูนย์พักพิงของคนไร้บ้าน&amp;nbsp; เพื่อต่อสู้กับโควิด&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขตวังทองหลางจัดเตรียมศูนย์พักคอย-ดูแลผู้กักตัวที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นุชจรี&amp;nbsp; พันธ์โสม &amp;nbsp;เลขานุการสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางมีสมาชิก 20 ชุมชน&amp;nbsp; ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช.ระดับเขตจำนวน 150,000 บาท&amp;nbsp; และระดับชุมชนไม่เกินชุมชนละ 40,000 บาท&amp;nbsp; นำมาจัดทำโครงการเพื่อช่วยเหลือชาวชุมชนที่เดือดร้อนและได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; รณรงค์ให้ความรู้ป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; ทำอาหารแจกให้ผู้ถูกกักตัว&amp;nbsp; ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; เลี้ยงปลาดุก&amp;nbsp; เพื่อนำมาเป็นทำอาหาร&amp;nbsp; และเป็นแหล่งอาหารสำรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากนี้เรายังเตรียมสถานที่พักคอยในชุมชน (Community Isolation) เพื่อรองรับผู้ป่วย&amp;nbsp; โดยจะใช้ศูนย์เด็กเล็กในชุมชน&amp;nbsp; รองรับได้ผู้ป่วยได้ 10 เตียง&amp;nbsp; และเตรียมห้องประชุมของชุมชนรองรับได้ประมาณ 30 เตียง&amp;nbsp; ส่วนผู้ที่ป่วยไม่มากหรือมีสถานะสีเขียว&amp;nbsp; เราจะให้กักตัวในบ้าน (Home Isolation)&amp;nbsp; แยกตัวออกจากคนในครอบครัว&amp;nbsp; โดยเราจะส่งข้าวกล่องให้ 3 มื้อ&amp;nbsp; และประสานงานกับ สปสช.เพื่อจัดส่งยา&amp;nbsp; เครื่องวัดอ๊อกซิเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อวัดค่าและรายงานผลทางไลน์ให้ทางศูนย์สาธารณสุขทราบทุกวันเพื่อติดตามอาการและดูแลผู้ป่วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นุชจรีบอกถึงการดูแลผู้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนรุ่งมณี&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; เตรียมเตียงกระดาษรองรับผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอนวิธีวัดค่าอ๊อกซิเจนให้ผู้ดูแลผู้ป่วยที่กักตัวที่บ้าน&amp;nbsp; หากค่าอ๊อกซิเจนต่ำกว่า 90 ถือว่าอยู่ในภาวะอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากชุมชนในเขตวังทองหลางแล้ว&amp;nbsp; ยังมีชุมชนและเขตต่างๆ&amp;nbsp; ร่วมจัดทำโครงการเพื่อต่อสู้กับโควิดระลอกใหม่นี้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตประเวศ&amp;nbsp; จัดทำโครงการอบรมให้ความรู้ป้องกันโควิดแก่กลุ่มผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; จำนวน 20 วิน&amp;nbsp; เนื่องจากที่ผ่านมามีผู้ขับมอเตอร์ไซต์รับจ้างได้รับเชื้อโควิดและเสียชีวิตแล้ว 1 ราย,ปลูกสมุนไพร&amp;nbsp; ฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp; กระชาย&amp;nbsp; ผักต่างๆ เพื่อเป็นยาและอาหาร&amp;nbsp; ทำโครงการ &amp;lsquo;อิ่มละ 20 บาท&amp;rsquo; จำหน่ายอาหาร พร้อมข้าวถุงเพื่อช่วยเหลือเรื่องปากท้องชาวชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมืองบางบอน (สภาองค์กรชุมชนเขตบางบอน&amp;nbsp; กรุงเทพฯ)&amp;nbsp; รวม 34 ชุมชน&amp;nbsp; จัดทำโครงการป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ติดตั้งเครื่องสแกนอุณหภูมิวัดไข้ในชุมชน&amp;nbsp;จำหน่ายอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; สิ่งของจำเป็นในราคาถูกให้แก่ชาวชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; แจกอาหารฟรีให้ผู้กักตัว&amp;nbsp; กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลของชุมชนเครือข่ายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; จำนวน 332 ชุมชน&amp;nbsp; ล่าสุดเมื่อวันที่&amp;nbsp; 20 กรกฎาคม 2564&amp;nbsp; พบว่า&amp;nbsp; มีผู้สูงอายุ&amp;nbsp; รวม 24,473 คน &amp;nbsp;ผู้พิการติดเตียง รวม 11,610 คน &amp;nbsp;ผู้สูงอายุ +พิการ &amp;nbsp;รวม 3,735 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด็กเล็ก 0-5 ปี &amp;nbsp;รวม 9,886 คน &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อ &amp;nbsp;รวม 4,078 คน &amp;nbsp;ผู้กักตัว &amp;nbsp;รวม &amp;nbsp;8,148 คน &amp;nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบด้านอาชีพรายได้ &amp;nbsp;รวม&amp;nbsp; 17,959 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ชุมชนติดเชื้อสะสม&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 421 ชุมชน&amp;nbsp; ผู้ติดเชื้อสะสม จำนวน &amp;nbsp;3,551 คน&amp;nbsp; เสียชีวิต &amp;nbsp;รวม 59 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;วัคซีนขาดแคลน&amp;nbsp; ชาวชุมชนเฟื่องฟ้า&amp;nbsp; เขตประเวศ&amp;nbsp; เพาะพันธุ์กระชายและฟ้าทะลายโจรสู้โควิด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111542</URL_LINK>
                <HASHTAG>6 R, ATK-antigentest kit, early home favipiravir, lockdown, Rapid healing, Rapid lockdown, Rapid test, Rapid treatment, Rapid vaccination, Real  time - Polymerase chain reaction, RT-PCR, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กรุงเทพฯ รอด  ตจว.รอด, ข้อเสนอ แนวทาง 6R สำหรับ ปฏิบัติการกรุงเทพมหานครครั้งที่ 3, ชมรมแพทย์ชนบท, ตรวจโควิด-19, นพ.สุภัทร  ฮาสุวรรณกิจ, นายจุติ  ไกรฤกษ์, นายสยาม  นนท์คำจันทร์, นุชจรี  พันธ์โสม, ปฏิบัติการกรุงเทพมหานคร  ครั้งที่ 3, พม., พอช., ฟ้าทะลายโจร, มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.), มูลนิธิเข้าถึงเอดส์, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สปสช., สภาองค์กรชุมชนเขตประเวศ, สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, อู่ฮั่นโมเดล, เครือข่ายสลัม 4 ภาค, เชิงรุกชุมชนแออัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_610275f068378.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99661</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2021 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2021 14:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.สุชาติ นำทีมเช็คความพร้อมสถานที่ตรวจโควิด-19 เชิงรุกผู้ประกันตน ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนฯ (ไทย – ญี่ปุ่น) ดินแดง กทม. ก่อนเปิดบริการ 17 เม.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะ ลงพื้นที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย - ญี่ปุ่น) เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจสอบความพร้อม ของสถานที่สำหรับเปิดใช้เป็นช่องทางหน่วยบริการตรวจโควิด-19 เชิงรุกแก่ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมตามมาตรา 33 ,39 และ 40 ที่อยู่ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร เพื่อลดความแออัดและอำนวยความสะดวก ในวันเสาร์ที่ 17 เมษายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2564 ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย - ญี่ปุ่น) เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการตรวจความพร้อมของสถานที่เพื่อสำหรับเปิดใช้เป็นช่องทางหน่วยบริการตรวจโควิด-19 ในวันเสาร์ที่ 17 เมษายนนี้ เพื่อลดความแออัดและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมตามมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ที่อยู่ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร สามารถเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยมี นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม และคณะผู้บริหารสำนักงานประกันสังคม นายแพทย์ไพโรจน์ สุรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ ทันตแพทย์อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. นายสมบูรณ์ หอมนาน ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย โดยนายสุชาติ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยผู้ประกันตนจากกรณีการแพร่ระบาด ของโควิด -19 จึงกำชับกระทรวงแรงงาน บูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย (กรุงเทพมหานคร) และ สปสช.เป็นการเพิ่มช่องทางหรือทางเลือกหนึ่งเพื่อบริการผู้ประกันตนให้ได้รับการตรวจอย่างรวดเร็ว ลดความแออัดหรือรอคิวนาน ในวันนี้ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องจึงได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจความพร้อมของสถานที่ที่จะเปิดใช้เป็นช่องทางหน่วยบริการตรวจโควิด-19 เพื่อลดความแออัดและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมตามมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยจะเริ่มต้นในวันพรุ่งนี้ (17 เม.ย.64)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุชาติ กล่าวต่อว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งกระทรวงแรงงานภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มีความห่วงใยต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19 เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับในทุกด้านหากสถานการณ์การแพร่ระบาดรุนแรงมากขึ้น ซึ่งผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้หารือกำหนดแนวทางที่จะร่วมกับกระทรวงมหาดไทย (กรุงเทพมหานคร) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยจะเปิดให้ผู้ประกันตนที่จะเข้ารับการตรวจสามารถลงทะเบียนจองคิวตรวจผ่านระบบแอพพลิเคชั่นออนไลน์ สำหรับผู้ประกันตนที่จะได้เข้าตรวจคือผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คัดกรอง ทั้งนี้ หากผู้ประกันตนรายใดตรวจพบเชื้อโควิด-19 จะต้องส่งตัวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเครือข่าย ในสังกัดสำนักงานประกันสังคม โดยจะได้รับการรักษาฟรี ซึ่งมีอยู่จำนวน 81 แห่ง ที่มีความพร้อม มีเตียงรองรับกว่า 1,000 เตียง มี HQ 200 กว่าเตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับขั้นตอนการลงทะเบียนออนไลน์เพื่อจองคิวตรวจของกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33, 39, และ 40 สามารถเข้าเว็บไซต์ https://www.google.com แล้วพิมพ์คำว่า แรงงานเราสู้ด้วยกัน แล้วคลิกที เว็บไซต์&amp;nbsp;&amp;nbsp;https://sso.icntracking.com/icntracking/self_register.php จากนั้นผู้ประกันตน กรอกเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรือเลขพาสปอร์ต กรอกข้อมูลประเมินความเสี่ยงตามที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ซึ่งเป็นบุคคลที่มีกลุ่มเสี่ยงหรือมีอาการป่วย ซึ่งเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์มาตั้งแต่เมื่อวานนี้ (15 เม.ย.64) เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป โดยแต่ละวันสามารถตรวจได้วันละ 3,000 คน แบ่งเป็นช่วงเช้า 1,500 คน ช่วงบ่าย 1,500 คน ทั้งนี้ ผู้ประกันตนจะต้องพกบัตรประชาชน พร้อมสำเนา 1 ชุด เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการตรวจด้วย หากผู้ประกันตนรายใดลงทะเบียนแล้วไม่มาตรวจตามนัดจะต้องลงทะเบียนใหม่ และเมื่อเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด -19 เรียบร้อยแล้วสามารถกลับบ้านได้ทันที เนื่องจาก ผลการตรวจจะส่งทาง SMS ให้ผู้ประกันตนทราบตามหมายเลขโทรศัพท์ที่แจ้งไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ทั้งนี้ ผู้ประกันตนที่เข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยงตามที่กระทรวงสาธารณสุข และ สปสช.กำหนด สามารถลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ https://sso.icntracking.com/icntracking/self_register.phpเพื่อจองคิวตรวจโควิด-19 ซึ่งช่องทางดังกล่าวกระทรวงแรงงาน ได้ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย (กรุงเทพมหานคร) และ สปสช.เพื่ออำนวยความสะดวก ลดความแออัดและเพิ่มช่องทางให้กับผู้ประกันตน ได้เข้าถึงการตรวจโควิด -19 ซึ่งหากพบเชื้อสามารถเข้ารับการรักษาตามขั้นตอนที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดได้อย่างทันท่วงที&amp;rdquo; รมว.สุชาติ กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99661</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการแพทย์, กระทรวงแรงงาน, ตรวจโควิด-19, ทันตแพทย์อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ, นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน, นายสมบูรณ์ หอมนาน, นายสุชาติ ชมกลิ่น, นายสุทธิ สุโกศล, นายแพทย์ไพโรจน์ สุรัตนวนิช, ผู้ประกันตน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สปสช., สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_60793a77b4578.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ผบ.ทบ.สหรัฐให้ตรวจโควิด ทูตหนุนไทยขยับขึ้น‘เทียร์1’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ทูตสหรัฐเข้าหารือ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; พร้อมหนุนไทยขยับอันดับค้ามนุษย์ จากเทียร์ 2 ขึ้นเทียร์ 1 ขณะที่ ผบ.ทบ.อเมริกาถึงแล้ว เผยภาพประวัติศาสตร์ ยินดีให้ตรวจโควิด-19 พร้อมคณะ&amp;nbsp; ยินยอมทำตามเงื่อนไขของไทยทุกประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไมเคิล จอร์จ ดีซอมเบร เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปณิธาน วัฒนายากร ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านความมั่นคง กล่าวว่า ขณะนี้เป็นช่วงที่สหรัฐอเมริกากำลังดำเนินการกระชับความสัมพันธ์กับมิตรประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคนี้ ซึ่งในวันที่ 10 ก.ค. ทางเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยจะมีการเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมด้วย เพื่อพูดคุยในรายละเอียดหลายเรื่อง อาทิ การพูดคุยเรื่องความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศ การแนะนำตัวเนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ การแลกเปลี่ยนเรื่องการฝึกทางทหาร และการช่วยเหลือการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนมาตรการและเทคโนโลยีต่างๆ เพราะประเทศสหรัฐต้องการเข้ามาลงทุนในอีอีซีของไทย ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเสนอให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจไปเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายไมเคิลเปิดเผยว่า ทางสหรัฐและไทยจะร่วมมือกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นต่อไป สำหรับความร่วมมือทางด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งไทยและสหรัฐมีความร่วมมือกันอย่างแข็งแกร่งมานาน ไม่เฉพาะในช่วงที่มีโควิด-19 ขณะที่ทางสหรัฐได้สนับสนุนให้บริษัทในประเทศย้ายฐานการลงทุนมาในประเทศไทย โดยเฉพาะเทคโนโลยีชั้นสูงที่จะขยายมาที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประวิตรได้ฝากในเรื่องใดบ้าง นายไมเคิลตอบว่า พล.อ.ประวิตรได้ฝากให้ทางสหรัฐพิจารณาช่วยเหลือสนับสนุนเรื่องการจัดอันดับประเทศไทยเรื่องการค้ามนุษย์จากเทียร์ 2 ขึ้นมาเป็นเทียร์ 1 ซึ่งทางสหรัฐพร้อมสนับสนุนในเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ว่า พูดคุยกันหลายเรื่อง เรื่องสำคัญคือการค้ามนุษย์ เพราะเราทำเรื่องนี้มา 7 ปีแล้ว จนประเทศไทยย้ายจากเทียร์ 3 มาเทียร์ 2 และเราอยากจะขึ้นไปถึงเทียร์ 1 ให้เขาไปดูเพื่อที่จะได้ตั้งคณะกรรมการร่วมกัน ก็ต้องดูว่าเขาสนใจเราว่าเราทำอะไรบ้างที่ก้าวหน้า เพราะเราถือว่าเป็นวาระแห่งชาติในการที่จะทำความตกลงร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ทูตสหรัฐได้ฝากเรื่องความร่วมมือกับประเทศไทยหรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า เรื่องความร่วมมือเราร่วมมือกันมานานแล้ว แน่นหนามาเป็นเวลา 180 ปี ส่วนในเรื่องของความร่วมมือด้านความมั่นคงประมาณกว่า 40 ปี ฉะนั้นถือว่าไม่มีปัญหาอะไร เรายังคงยึดมั่นต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) กล่าวถึงการเดินทางเยือนของผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐและคณะที่มาไทยว่า ยอมรับว่าในที่สุดแล้วประเทศไทยจะต้องมีแขกมาจากต่างประเทศมากขึ้น อาจมีเจ้าของธุรกิจ เจ้าของกิจการ เพราะต้องมีการทำธุรกิจกัน และเศรษฐกิจประเทศต้องเดินหน้า ซึ่งทาง ศบค.ได้มีข้อกำหนดให้ปฏิบัติตัวไว้อย่างเคร่งครัด โดยอาจมีการเดินทางมาระยะสั้น ซึ่งทางสหรัฐได้ปฏิบัติตามระเบียบไม่มีเกี่ยงงอน โดยเชื่อว่าเมื่อผู้นำสหรัฐเดินทางกลับแล้ว จะสามารถใช้ข้อปฏิบัตินี้เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติได้สำหรับการเดินทางในระยะสั้นๆในการเยือนของแขกได้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เพจ SMART soldiers strong ARMY เผยแพร่ภาพคณะ ผบ.ทบ.สหรัฐเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ วันที่ 9-10 กรกฎาคม 63 โดยเป็นแขกต่างประเทศคณะแรก ภายหลัง ศบค.ประกาศมาตรการเฉพาะสำหรับแขกต่างประเทศที่จะเดินทางมาเยือนประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาระบุว่า ความคืบหน้าการมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของ ผบ.ทบ.สหรัฐและคณะ ก่อนมาถึงประเทศไทย คณะได้เดินทางเยือนสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 8 ก.ค.63 โดยได้พบปะกับ ผบ.ทบ.สิงคโปร์ เพื่อหารือข้อราชการ โดยที่ประเทศสิงคโปร์ได้มีการตรวจเชื้อ Covid 19 ของคณะทั้งหมดแล้ว ผลเป็นลบ (Negative) และมีมาตรการที่เข้มงวดระหว่างอยู่ในสิงคโปร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้ ผบ.ทบ.สหรัฐเดินทางมาเยือนไทยแล้ว ณ ท่าอากาศยานทหารดอนเมือง โดยใช้อากาศยานของสหรัฐอเมริกา ถึงเวลาประมาณ 10.15 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมาตรการแนวทางการปฏิบัติเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส COVID-19 ตามมาตรฐานของ ศบค. ที่ได้กำหนดไว้นั้น คณะ ผบ.ทบ.สหรัฐและกองทัพบกในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพผู้รับผิดชอบได้ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ได้เพิ่มเติมการปฏิบัติเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการป้องกันโควิด-19 อีกหลายประการ อาทิ การจัดรถตู้ที่มีฉากกั้น การทำความสะอาดฆ่าเชื้อในทุกจุดตามแผนกำหนดการ สำหรับอุปกรณ์ประจำรถประกอบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังได้จัดเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ติดตามคณะ ผบ.ทบ.สหรัฐตลอดการเดินทางมาเยือนไทยด้วย โดยกำหนดการมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการนั้น ได้รับการพิจารณาจากทาง ศบค. แล้ว ยืนยันว่าไม่มีการเดินทางส่วนตัวนอกแผนอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นยังมีการโพสต์ภาพ ผบ.ทบ.สหรัฐรับตรวจ Nasopharyngeal Swab COVID-19 Test ณ ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 ดอนเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก เดินทางไปให้การต้อนรับด้วยตนเอง พร้อมทั้งได้ให้ข้อมูลถึงมาตรการของไทยเกี่ยวกับการต้อนรับแขกต่างประเทศที่มาเยือนไทย โดยคณะ ผบ.ทบ.สหรัฐถือเป็นแขกต่างประเทศคณะแรกที่มาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะถือเป็นมาตรฐานและแนวทางการต้อนรับคณะแขกต่างประเทศในโอกาสต่อๆ ไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp; พล.อ.เจมส์ แมคคอนวิลล์ ผบ.ทบ.สหรัฐอเมริกา และคณะ ได้ชื่นชมมาตรการป้องกันโควิด-19 ของรัฐบาลไทย พร้อมอนุญาตให้เผยแพร่ภาพ SWAB TEST ซึ่งถือว่าเป็นภาพประวัติศาสตร์อีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่ง กรณีการเดินทางเข้าประเทศไทยของ ผบ.ทบ.สหรัฐและคณะที่ไม่ต้องกักตัว 14 วันนั้น เป็นไปตามข้อกำหนดฉบับที่ 12 ที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และตามคำสั่ง ศบค. ที่ 7/2563 ได้แก่ ผู้มีเหตุยกเว้นหรือเป็นกรณีที่นายกรัฐมนตรีหรือหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน อนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรได้ตามความจำเป็นโดยอาจกำหนดเงื่อนไขและเงื่อนเวลาก็ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70986</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยับอันดับค้ามนุษย์, ตรวจโควิด-19, ทูตสหรัฐอเมริกา, ผบ.ทบ.สหรัฐอเมริกา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทียร์ 1, เทียร์ 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200709/image_big_5f071a367aea9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
