<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110807</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 10:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 10:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯแนะตั้งสถานพยาบาลขนาดเล็กกระจายทุกพื้นที่ ทุกเขต รองรับผู้ป่วยติดเชื้อรายวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23ก.ค.64-นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) เมื่อวันที่ 22 ก.ค.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เน้นการทำงานร่วมกันในการตัดสินใจกำหนดแนวทางและมาตรการตามที่คณะอนุกรรมการชุดต่างๆ ที่ได้เสนอเข้ามาซึ่งเกี่ยวข้องกับทุกกระทรวง และเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน ที่ทุกกระทรวงต้องดำเนินตามมาตรการอย่างทั่วถึง ซึ่งขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการใน 2 ส่วนพร้อมๆกัน คือทั้งการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยมีความจำเป็นที่ศบค. และศบศ. จะต้องมีข้อมูลเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน เน้นการสื่อสารที่เข้าใจง่าย รวมทั้งติดตามผลการดำเนินงานโครงการภูเก็ตโมเดล และสมุยพลัสโมเดล ซึ่งเป็นการเดินหน้าตามเป้าหมาย 120 วันของรัฐบาลในการเปิดประเทศ ภายใต้ความปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งในระยะต่อไปจะมีการขยายโครงการต่อไปในพื้นที่ที่มีศักยภาพ รวมทั้งเร่งแก้ไขปัญหาการติดเชื้อไวรัสในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศในขณะนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเสนอในที่ประชุม ศบศ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาปรับปรุงมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายทั้งโครงการ &amp;ldquo;คนละครึ่ง&amp;rdquo; โครงการ &amp;ldquo;ยิ่งใช้ยิ่งได้&amp;rdquo; หรือพิจารณานำ &amp;ldquo;ช็อปดีมีคืน&amp;rdquo; กลับมาใช้ เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เร่งให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจตามเป้าหมายของโครงการ รวมทั้งยังอยากเห็นการจัดตั้งศูนย์รับเรื่องและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับมาตรการของรัฐ เพื่อช่วยเหลือประชาชนทั้งการลงทะเบียนออนไลน์เพื่อร่วมโครงการ ชี้แจงข้อสงสัย รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ซึ่งจะเป็นการสร้างความเข้าใจในมาตรการรัฐในระดับพื้นที่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันนายกฯก็ขอให้ ศบศ. นำผลการหารือกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและภาคเอกชนในการประชุม 40 ซีอีโอพลัส มาขับเคลื่อนในการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 ร่วมฟื้นฟูประเทศร่วมกับภาคเอกชน ขณะเดียวกันก็ต้องเร่งส่งเสริมโมเดลเศรษฐกิจใหม่ๆ เช่น การดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงเข้าประเทศไทย ผู้มีกำลังซื้อสูง ผู้เชี่ยวชาญ ผู้สูงอายุ เพื่อสนับสนุนกำลังซื้อภายในประเทศอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ได้สั่งการในที่ประชุมครม. ให้เร่งพิจารณาแผนงานของทุกกระทรวง ที่อยู่ภายใต้งบประมาณฯปี 2564 และ 2565 ที่เบิกจ่ายต่ำกว่าเป้าหมาย หากโครงการใดที่ติดขัดเพราะสถานการณ์โควิด-19 ก็สามารถชะลอได้ และพิจารณาการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา กล่าวอีกว่า สำหรับการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 นายกรัฐมนตรีเสนอให้มีการจัดตั้งสถานพยาบาลขนาดเล็ก ให้กระจายไปในทุกพื้นที่ ทุกเขต เพื่อรองรับผู้ป่วยติดเชื้อรายวัน ลดการแพร่เชื้อในครอบครัวและชุมชน โดยให้กระทรวงสาธารณสุขจัดหาเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ที่จำเป็นโดยมุ่งจำกัดพื้นที่การแพร่ระบาด โดยเฉพาะในพื้นที่สีแดงเข้มเพื่อลดความสูญเสีย รักษาระบบสาธารณสุข นายกรัฐมนตรียังยืนยันแผนการจัดหาและกระจายวัคซีนตามเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านโดสในปีนี้ และขณะนี้ได้มีการอนุมัติการใช้ Antigen Test Kit ที่ได้รับการอนุญาตให้ประชาชนได้ใช้แล้วเพื่อเร่งตรวจหาเชื้อ การจัดหายาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) รวมถึงสมุนไพรไทยเช่น ฟ้าทะลายโจร ให้กระจายไปทุกจังหวัดตามลำดับความรุนแรง ปรับระดับเตียงเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้ป่วย รวมทั้งการจัดรถรับส่งผู้ป่วยให้เข้าถึงสถานพยาบาลในระดับต่างๆ ทั้งโรงพยาบาลสนามและศูนย์คัดกรองแรกรับอย่างเร่งด่วนด้วย โดยให้เป็นความรับผิดชอบของทุกหน่วยงานที่ต้องออกมาช่วยเหลือประชาชน และจะต้องไม่มีภาพประชาชนที่ถูกทอดทิ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับที่ประชุมศบศ. ได้มีการรับทราบการดำเนินการมาตรการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในพื้นที่นำร่อง ในโครงการ Phuket Sandbox และ Samui Plus Model รวมทั้งยังได้มีการพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน โดยการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงเข้าสู่ประเทศไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110807</URL_LINK>
                <HASHTAG>Antigen Test Kit, ตรวจโรงพยาบาลสนาม, นายอนุชา บูรพชัยศรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา, ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจฯ (ศบศ.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60c9dc30183a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯตรังลงพื้นที่ตรวจโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 1รอรับผู้ป่วยโรงงานถุงมือยาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่อาคารโรงยิมเนเซี่ยม 1000 ที่นั่ง สนามกีฬาทุ่งแจ้ง&amp;nbsp; อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp; จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นสถานที่ใช้เป็นโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 1 ของจังหวัดตรัง นายขจรศักดิ์&amp;nbsp; เจริญโสภา&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วยนายวิศิษฐ์&amp;nbsp; อนันต์วรปัญญา&amp;nbsp; ปลัดจังหวัดตรัง,&amp;nbsp;นายแพทย์บรรเจิด&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุขพิพัฒน์ปานนท์&amp;nbsp; นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง&amp;nbsp; และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมของโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 1 ทั้งนี้โรงพยาบาลสนามแห่งที่ 1 สนามกีฬาทุ่งแจ้งนั้น ได้ใช้งบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง กว่า 5 ล้าน 7 แสนบาทในการปรับปรุง และการเตรียมอุปกรณ์ของใช้ภายในโรงพยาบาล ในการเตรียมรองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด -19 ซึ่งได้ทำการปรับปรุงแล้วเสร็จ ที่ผ่านมานั้นสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด -19 เริ่มดีขึ้น มีการพบผู้ป่วยลดลง จนใกล้จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หากไม่มีการแพร่ระบาดอีก แต่เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ที่ผ่านมา มีรายงานคนงานของโรงงานถุงมือยาง ศรีตรังโกลฟส์&amp;nbsp; ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 39 คน และยังพบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยโรงงานดังกล่าวมีคนงานชาวไทยและชาวเมียนมาร์ ประมาณ 1,600 คน ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังสวอปหาเชื้อและซักประวัติ ของผู้ป่วย การติดเชื้อกลุ่มคลัสเตอร์โรงงานถุงมือยางนั้น ทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ต้องทำงานหนักเพิ่มมากขึ้นอีกครั้ง หลังจากสถานการณ์เริ่มที่จะดีขึ้นตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้านขจรศักดิ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจริญโสภา&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp; กล่าวว่า ทางจังหวัดตรังได้เร่งควบคุมและจำกัดวงของกลุ่มโรงงานถุงมือยาง อีกทั้งมีคนงานจำนวนมาก ทางจังหวัดจึงต้องมีการจัดเตรียมโรงพยาบาลสนามเพื่อเตรียมพร้อมในการรับตัวผู้ป่วยหากผลตรวจผู้ป่วยออกมาเป็นบวก ซึ่งสิ่งที่ต้องแก้ไขคือปัญหาแมลงวันที่รบกวน ทางจังหวัดได้ประสานร่วมกับเทศบาลนครตรัง ในแก้ปัญหาดังกล่าวแล้ว ส่วนอุปกรณ์ สิ่งของเครื่องใช้นั้นได้จัดเตรียมไว้พรอมแล้ว สามารถรองรับผู้ป่วย ชาย-หญิง ได้ 90 เตียง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104685</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขจรศักดิ์  เจริญโสภา, คลัสเตอร์โรงงานถุงมือยาง, ตรวจโรงพยาบาลสนาม, ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b36ba68beb6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
