<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โอ๊ค&#039; ต้องการอะไรจากสังคม &#039;สิระ&#039; สวนที่ควรเกลียดคือพ่อกับอา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.64 - นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ และหลานชายนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์รูปภาพพร้อมแคปชั่นลงในทวิตเตอร์ว่า ยึดอำนาจผ่านมา 7 ปีพอดี ว่า การโพสต์รูปดังกล่าวต้องการอะไรจากสังคม หรือนายพานทองแท้ แค่หิวแสงอยากโหนกระแสเรื่องการรัฐประหาร ซึ่งตัวเองรู้ดีแก่ใจ อย่าทำเป็นไร้เดียงสา และตระกูลของนายพานทองแท้ไม่ควรโทษรัฐประหารเลย เพราะถ้าไม่มีตระกูลที่ชื่อชินวัตร ประเทศไทยคงอยู่กันอย่าสงบโดยไม่ต้องการปฎิวัติรัฐประหารถึง 2 ครั้ง และลองย้อนไปดูว่า เกิดในยุคใครเป็นรัฐบาล ทหารจึงยึดอำนาจจากนักการเมืองชั่วๆ จ้องแต่โกงกินประเทศชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าผมเป็นนายพานทอง ผมคงเกลียดครอบครัวของตัวเองเช่น พ่อ หรือ อา มากกว่า ที่เป็นต้นเหตุทำให้ลูกหลานต้องเดือดร้อน เพราะตัว นางสาวยิ่งลักษณ์ก็เหลือเกินจริงๆ จะหนีทั้งที ไม่บอกหลานรักสักคำ ถ้าจะหนีบเอาไปด้วยกัน ประเทศคงจะสูงขึ้นกว่านี้ หรือว่าอาบอกจะพาหนีแล้วแต่หลานเมาน้ำแข็งอยู่ จนสุดท้ายต้องถูกปล่อยทิ้ง&amp;rdquo;นายสิระ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิระ กล่าวต่อว่า การพูดถึงรัฐประหารตั้งแต่ปี 57 เพื่อนำมาโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล เป็นแค่ความคิดของพวกเมาสารเคมี คาดว่าน่าจะตื่นขึ้นมาแล้วก็จับมือถือโพสต์เฟสฯเลย คงยังมึนๆ งงๆ อยู่ว่านี่อยู่ในปี 2564 รัฐบาลมาจากกว่าเลือกตั้ง ตั้งแต่ปี 62 ตนขอแนะนำให้นายพานทองแท้ไปพักผ่อนให้หายดีก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104256</URL_LINK>
                <HASHTAG>7ปีรัฐประหาร, ตระกูลชินวัตร, พานทองแท้ ชินวัตร, ยึดอำอนาจ, สิระ เจนจาคะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60ae0bf35a1f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104243</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าหาทำ! &#039;พานทองแท้&#039; รำลึก 7 ปีวันถูกควบคุมตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.64 - นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ และหลานชายนางสาวยิ่งลักษณ์ &amp;nbsp;ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์รูปภาพพร้อมแคปชั่นลงในทวิตเตอร์ว่า ยึดอำนาจผ่านมา 7 ปีพอดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น่ายืมชุดพี่ที่มาควบคุมตัวผม มาใส่เล่น Surf Board นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คงไม่ต้องเจ็บตัว ต้องเข้าเฝือกแบบทุกวันนี้ 55555&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#7ปีรัฐประหาร #ทำผิดซ้ำซาก #อย่าหาทำ #ล้มไม่เลิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;



&lt;p dir=&quot;ltr&quot; lang=&quot;th&quot;&gt;ยึดอำนาจผ่านมา 7 ปีพอดี

น่ายืมชุดพี่ที่มาควบคุมตัวผม มาใส่เล่น Surf Board นะครับ

คงไม่ต้องเจ็บตัว ต้องเข้าเฝือกแบบทุกวันนี้ 55555 #7ปีรัฐประหาร#ทำผิดซ้ำซาก#อย่าหาทำ#ล้มไม่เลิก pic.twitter.com/VnO9vNnqNH&lt;/p&gt;
&amp;mdash; Oak Panthongtae (@oak_ptt) May 26, 2021


&amp;nbsp;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104243</URL_LINK>
                <HASHTAG>7ปีปรัฐประหาร, ตระกูลชินวัตร, พานทองแท้ ชินวัตร, ยึดอำนาจ, โอ๊ค พานทองแท้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60adf41ac7aa6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2019 07:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2019 07:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกัดพปชร.-อนาคตใหม่!&#039;เจ๊แดง&#039;เคลื่อนไหวแล้ว สั่งเพื่อไทยตรึงภาคเหนือ-ยึดอบจ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค.62 - มีความเคลื่อนไหวของนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หรือเจ๊แดง แกนนำพรรคเพื่อไทย หลังเงียบหายไปนานหลายเดือน โดยเฉพาะช่วงเลือกตั้ง ท่ามกลางข่าวว่าถูกคณะกรรมการป้องกันการทุจริตแห่งชาติ( ป.ป.ช).แจ้งข้อกล่าวหาในคดีจีทูจีภาคสอง จนมีข่าวลือว่าหลบไปตั้งหลักที่ต่างประเทศนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดส.ส.ภาคเหนือรายหนึ่ง เปิดเผยว่าช่วงหลังเจ๊แดงเริ่มเคลื่อนไหวการเมือง มีการเดินทางไปพักผ่อนที่บ้านพักที่เชียงใหม่ โดยมี ส.ส.ภาคเหนือเพื่อไทยบางคนไปพบ เพื่อหารือเรื่องการเมือง จนเริ่มกลับมามีบทบาทอีกครั้งในพรรคเพื่อไทย เห็นได้จากการผลักดัน นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ &amp;nbsp;และในการเจอกับ ส.ส.ภาคเหนือ เพื่อไทย นัดล่าสุด เจ๊แดง มีการสั่งการให้ ส.ส.ของพรรคช่วยผู้สมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นที่เป็นคนของเพื่อไทย โดยเฉพาะ นายก อบจ. ที่คาดว่าจะเลือกกันช่วงใกล้ๆ ปลายปีนี้ ให้ชนะการเลือกตั้งในทุกจังหวัดภาคเหนือให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พี่แดงบอกพวกเรามาว่า เลือกตั้งท้องถิ่นในแต่ละระดับในภาคเหนือ ต้องให้คนเพื่อไทยเอาชนะให้ได้มากที่สุด อย่างนายก อบจ.เชียงใหม่ ให้ ส.ส.เชียงใหม่ เพื่อไทย ต้องช่วยชูชัย เลิศพงศ์อดิศร อดีต ส.ว.เชียงใหม่ ประธานสโมสรเชียงใหม่ ยูไนเต็ด ที่จะลงชิงนายก อบจ.ในนามเพื่อไทย เพื่อล้มบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ อดีตนายก อบจ. ที่ก่อนหน้านี้ก็อยู่กับเพื่อไทยให้ได้ เพราะไม่พอใจที่เขาไปช่วยพลังประชารัฐในตอนเลือกตั้งที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงในจังหวัดอื่นๆด้วย เช่นที่พะเยา ก็มีการบอกว่าต้องให้คนของเพื่อไทยที่ลงนายก อบจ. ต้องเอาชนะนายอัครา พรหมเผ่า น้องชาย ธรรมมนัส พรหมเผ่า แกนนำพลังประชารัฐภาคเหนือ ที่จะลงนายก อบจ.พะเยา โดยพี่แดงบอกว่า หากท้องถิ่นไม่มีคนของเพื่อไทยไปตรึงไว้ จะทำให้ต่อไปเพื่อไทยจะลำบากในภาคเหนือ หลังหลายจังหวัดทั้งเชียงราย พะเยา แม่ฮ่องสอน โดนทั้งพลังประชารัฐ อนาคตใหม่ เจาะได้&amp;quot; &amp;nbsp;ส.ส. เชียงใหม่ 5 สมัย พรรคเพื่อไทย ระบุ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40138</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตระกูลชินวัตร, พรรคเพื่อไทย, ส.ส.เชียงใหม่, เจ๊แดง, เยาวภา วงศ์สวัสดิ์, เลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181123/image_big_5bf7f060820d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายหนุน - ต้าน &#039;บิ๊กตู่&#039; ขยับ  แต่ไม่อยู่ระดับ &#039;น่ากังวล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังผลการโหวตลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ที่เทคะแนนให้ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ครองเก้าอี้นายกรัฐมนตรี เป็นสมัยที่ 2 ถึง 500 คะแนนเสียง ซึ่งล่าสุด &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์&amp;rdquo; ได้ออกมาขอบคุณทั้งสองสภาที่ให้การสนับสนุน และทำให้การประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถึงแม้การลงมติในสภาจะจบลงด้วยความเรียบร้อย แต่สถานการณ์ภายนอกสภาก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างต่อเนื่อง เพราะต้องไม่ลืมว่าการลงมติเลือก พล.อ.ประยุทธ์ครั้งนี้ มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งมีทั้งคนในสภาและคนนอกสภา รวมถึงกลุ่มเคลื่อนไหวและนักกิจกรรมทางการเมืองต่างๆ ที่อาจจะก่อตัวขึ้นได้ตลอดเวลาในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลใหม่นี้ ซึ่งสถานการณ์เหล่านี้ฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาลได้ประเมินและติดตามอย่างต่อเนื่องแบบเรียลไทม์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย &amp;ldquo;นายปณิธาน วัฒนายากร&amp;rdquo; ที่ปรึกษา &amp;ldquo;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ&amp;rdquo; รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหลาโหม ได้ประเมินสถานการณ์ในช่วงการเปลี่ยนผ่านนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า สถานการณ์ในช่วงนี้แบ่งออกในประเด็นแรก คือ ขณะนี้สถานการณ์ทางการเมืองยังอยู่ในสภาเป็นส่วนใหญ่ ตราบใดที่การเมืองและการเคลื่อนไหวยังอยู่ในสภา เดินตามกติกา ก็ไม่มีอะไรที่น่ากังวล ประเด็นที่สอง ในบางกลุ่มที่อาจจะทำงานในสภาไม่ได้ ซึ่งก็มีหลายพรรคการเมืองที่ผิดหวัง ที่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ ปัญหาเรื่องความไม่พร้อม ปัญหาที่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง มีปัญหามากมายหลายกลุ่ม คิดว่ากลุ่มเหล่านี้อาจจะใช้โอกาสที่มีการเปิดกว้างทางการเมืองออกมาเคลื่อนไหวนอกสภา ซึ่งนี่เป็นพัฒนาการใหม่ที่เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นที่สาม หากการเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมาย เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติเรื่องการชุมนุมในที่สาธารณะ ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร ฝ่ายความมั่นคงถือว่าเป็นสภาพปกติ ซึ่งคำสั่งของ คสช.ในการคุมเรื่องเหล่านี้ก็ลดน้อยลง บางคำสั่งอาจไม่มีแล้ว บางคำสั่งอาจไปอยู่ในเรื่องของความมั่นคง ดังนั้นก็อาจจะต้องเห็นการเคลื่อนไหวนอกสภาบ้าง และประเด็นสุดท้ายยังมีความเห็นพ้องต้องกันในหมู่ประชาชนทั่วไป ที่ไม่อยากเห็นวิกฤตการณ์แบบเดิมเกิดขึ้นนอกสภา คือการเดินบนท้องถนน การชุมนุมขนาดใหญ่ ทำให้เกิดการแปรปรวนในเรื่องของการประชุมอาเซียน ที่ในอดีตจัดที่พัทยา ประชาชนยังไม่อยากเห็นการประชุมอาเซียนในครั้งนี้เป็นเหมือนกับ 9 ปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ปรึกษารองนายกฯ กล่าวว่า เพราะฉะนั้นฝ่ายความมั่นคงยังติดตามความเคลื่อนไหวอยู่ แต่ก็มองว่าการทำการเมืองนอกสภายังเป็นเรื่องปกติตามกฎหมาย ถือว่าทำได้ แต่ความเคลื่อนไหวที่มากขึ้นและนอกกฎหมาย ฝ่ายความมั่นคงก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งขณะนี้แนวโน้มยังไม่มี แต่หากตั้งรัฐบาลได้แล้วก็อาจจะมีการเรียกร้อง มีการชุมนุม มีปัญหาปากท้อง ความไม่เป็นธรรม ความยุติธรรมทั้งหลายเหล่านี้ก็ต้องติดตามและดูไปเป็นระยะ ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่เกิดขึ้น แต่ในภาพรวมการเมืองในสภากำลังเดิน นอกสภาก็เริ่มมีบ้าง แต่ยังอยู่ในกรอบกฎหมาย บางคนแถลงในสภา บางคนแถลงนอกสภา อาจเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ ก็มีหลายรูปแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เมื่อได้นายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ต้องดูให้ดีว่า ปฏิกิริยาในการก่อตัวของการตอบรับของการต่อต้าน ของคนหลายกลุ่มเป็นอย่างไร รวมถึงปฏิกิริยาจากนานาชาติด้วย และหลังจากโปรดเกล้าฯ เป็นทางการแล้ว ก็ต้องดูปฏิกิริยาด้วยเช่นกัน แต่ ณ วันนี้ยังเรียบร้อย เราทำการประเมินเป็นรายวัน เพราะปัจจุบันกระแสโซเชียลมีเป็นรายชั่วโมง ทุกวันช่วงเช้ากับช่วงเย็นก็ไม่เหมือนกัน เช้าสถานการณ์หนึ่ง ตอนเย็นเป็นอีกสถานการณ์หนึ่ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการเคลื่อนไหวในต่างประเทศช่วงนี้ นายปณิธาน ระบุว่า ขณะนี้ก็เยอะขึ้นกว่าตอนแรก เพราะมีพลวัตรใหม่ๆ&amp;nbsp; มีพรรคการเมืองใหม่ๆ มีประเด็นใหม่ๆ เยอะ ทั้งการตรวจสอบคุณสมบัติ การแถลงของพรรคการเมือง การตรวจสอบพรรคการเมือง การตรวจสอบที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เป็นพลวัตรที่กลุ่มการเมืองทั้งในประเทศและต่างประเทศสนใจมากขึ้น เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่า ในยุคที่มีการเปิดกว้างทางการเมือง พลวัตรเหล่านี้ก็จะมีมากขึ้น แต่ ณ ขณะนี้ประเมินว่าอยู่ในสภา ทั้งพรรคเล็ก พรรคใหญ่ ไปอยู่ในสภาหมดก็ถือว่าดี ยังอยู่ในกรอบของกฎหมาย แต่ถ้าเริ่มออกมานอกสภาก็ต้องจับตาดู ถ้าเริ่มมีการนัดชุมนุม นัดประท้วง ก็ต้องดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ในปีนี้ยังมีงานใหญ่ๆของประเทศอีกหลายครั้ง ความจำเป็นในเรื่องเสถียรภาพยังต้องมีอยู่ เพียงแต่ทางการเมืองพอเปิดตัวที ก็มีพลังของมันอยู่ ถีบกันไปถีบกันมา ลาออกกันเป็นแถว คนก็สนใจกันมาก เรื่องพลังเหล่านี้มันห้ามกันไม่ได้ เป็นสิทธิ์ของเขา ก็จะเป็นกระแสใหม่ๆ ทุกวัน ส่วนจะกระทบต่อความรู้สึกให้เกิดอะไรใหม่ๆ ขึ้นนั้น ยังไม่มี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายปณิธานระบุอีกว่า การทำงานของฝ่ายความมั่นคง เพื่อประเมินสถานการณ์ต่างๆ เหล่านี้ ในช่วงนี้ก็หนักขึ้น ต้องปรับการทำงานมากขึ้น วงรอบการประชุมมากขึ้น ถี่ขึ้น การวิเคราะห์ละเอียดขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องปรับ ฝ่ายความมั่นคงต้องช่วยทำให้เกิดเสถียรภาพ แต่จะเข้าไปแทรกแซงหรือใช้กฎหมายอะไรเหมือนในอดีตคงไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นกรอบปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนจะต้องจับตา &amp;ldquo;ตระกูลชินวัตร&amp;rdquo; ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลด้วยหรือไม่นั้น ที่ปรึกษารองนายกฯ มองว่าพลังทางการเมืองเหล่านี้ยังมีอยู่ ยังเคลื่อนไหวอยู่ แต่ถือเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่เรามีเวทีใหม่ มีผู้นำรัฐสภาใหม่ เข้าระบบใหม่ ถึงพลังเหล่านี้ยังเคลื่อนไหวอยู่ แต่ก็จะเปิดตัวมากขึ้น เคลื่อนไหวในสภา นอกสภา ก็มีกฎหมาย ยังถือว่าดีที่ไม่เคลื่อนไหวใต้ดินเหมือนในอดีต เพราะจะมีปัญหา ซึ่งล่าสุด &amp;ldquo;พล.อ.ประวิตร&amp;rdquo; ก็ระบุว่าอยากเห็นการเมืองอยู่ในสภา แต่ถ้าบางกลุ่มเดินในสภาไม่ได้ ไม่ไหวจริงๆ เขาก็อาจจะออกมานอกสภา ซึ่งมันกำลังเริ่มต้น แต่ยังไม่มีอะไรที่น่ากังวลแต่อย่างใด!.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37882</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถาการณ์, ตระกูลชินวัตร, นายปณิธาน วัฒนายากร, ฝ่ายหนุน - ต้าน &#039;บิ๊กตู่&#039; ขยับ  แต่ไม่อยู่ระดับ &#039;น่ากังวล&#039;, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190606/image_big_5cf92ec702780.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31325</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2019 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2019 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ณัฐวุฒิ&#039;ยืนยัน&#039;แม้ว&#039;วาง&#039;หมัก-สมชาย-ปู&#039;เป็นนายกฯไม่ใช่สืบทอดอำนาจ เพราะมาจากการเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค.62 - นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคไทยรักษาชาติ และแกนนำกลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า เห็นลีลาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ที่จ.ขอนแก่นกับจ.นครราชสีมาแล้ว ใครยังกล้าบอกว่าไม่ใช่หาเสียงก็เกินไป การพูดบนเวทีแบบนั้น คือการซ้อมปราศรัยเพื่อขึ้นเวทีใหญ่ในวันที่ 22 มี.ค. ทราบมาว่าพรรคพลังประชารัฐเตรียมไว้เป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์ ใจคอพล.อ.ประยุทธ์คงต้องการเอาเปรียบพรรคคู่แข่งจนวินาทีสุดท้ายของการเลือกตั้ง ใช้งบหลวงให้หน่วยงานรัฐจัดคนมาฟัง เดินสายทั่วประเทศสลับพื้นที่กับพรรคในโค้งสุดท้าย ชัดกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ขอเรียกร้องให้ท่านแสดงความเคารพและให้เกียรติประชาชนด้วยการทำอะไรตรงไปตรงมาสักครั้ง โดยขึ้นเวทีพรรคพลังประชารัฐตั้งแต่วันนี้ บอกมาเลยว่าที่ไหนอย่างไร ตนจะย้ายเวทีก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตยไปเปิดในพื้นที่ใกล้เคียง พูดกันให้ชัดว่าท่านต้องการสืบทอดอำนาจ ส่วนพวกตนเป็นฝ่ายต่อต้านไม่ยอมให้เกิดขึ้น เอาวันเดียวกันเลยประชาชนจะได้ตัดสินใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ส่วนกรณีกองเชียร์พล.อ.ประยุทธ์ช่วยกันเฉไฉว่านักการเมืองก็สืบทอดอำนาจ โดยยกตัวอย่างนายทักษิณ ชินวัตร นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ นั้น ขอบอกว่าเป็นคนละเรื่อง สิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่พรรคไทยรักไทยถึงพรรคเพื่อไทย คือการชนะเลือกตั้งตามวิถีทางประชาธิปไตย ต่างกับตอนนี้ที่พล.อ.ประยุทธ์รัฐประหาร ยืดเวลาอยู่ในอำนาจถึง 5 ปี ออกกติกาเอง ควบคุมทุกอย่างเพื่ออยู่ต่อ แบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่สังคมโลกเขายอมรับ กกต.ก็เหมือนเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซีก ทำงานเฉพาะกับฝ่ายตรงข้ามผู้มีอำนาจ ส่วนกับอีกฝ่ายไม่เห็นทำอะไรได้ เชื่อว่าเรื่องหัวหน้าคสช.เป็นเจ้าหน้าที่รัฐก็จะรอดอีก เหลือแต่อำนาจประชาชนเท่านั้นที่จะจัดการได้ และพวกตนจะเดินหน้าถึงที่สุดเพื่อต่อต้านการสืบทอดอำนาจจนสำเร็จให้ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31325</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ตระกูลชินวัตร, ทักษิณ, สืบทอดอำนาจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181220/image_big_5c1b24a402f4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2019 17:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2019 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดฉากเสื้อแดง!เปิดรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์&#039;ทษช&#039;คนรับใช้ตระกูลชินวัตรยึดหัวแถวเรียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.62 - ความเคลื่อนไหวพรรคไทยรักษาชาติ ส่งผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อจำนวน 108คน ส่วนใหญ่ล้วนเป็นบุคคลที่เคยทำงานใกล้ชิดกับนายทักษิณ นส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นเครือข่ายลูกหลานคนใกล้ชิดตระกูลชินวัตร นักเคลื่อนไหวทางการเมือง มีการคาดการณ์ว่าบุคคลที่มีโอกาสจะได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประมาณ 35-40คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบัญชีรายชื่อ สี่สิบอันดับแรกประกอบด้วย 1.รท.ปรีชาพล พงษ์พานิช 2.นายจาตุรนต์ ฉายแสง 3.นายฤภพ ชินวัตร บุตรชายนายพายัพ ชินวัตร น้องชายนายทักษิณ 4.นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ผู้กว้างขวางเมืองเลย 5.นายมิตติ ติยะไพรัช 6.นส.ขัตติยา สวัสดิผล คนสนิทนส.ยิ่งลักษณ์และที่ปรึกษากฎหมายนายพานทองแท้ ชินวัตร 7. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดง 8.นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ รองเลขาธิการพรรคและเพื่อนสนิทนส.แพทองธาร ชินวัตร สมัยเรียนคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่ประเทศอังกฤษ &amp;nbsp;9.นายพิชัย นริพทะพันธ์ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจ 10.นายพงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล อดีตประธานนปช.ราชบุรี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11.นส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนพรรค หลานสาวนายทักษิณและนส.ยิ่งลักษณ์ 12.นายเจริญ จรรย์โกมล &amp;nbsp;อดีตรองประธานสภาฯรัฐบาลพรรคพลังประชาชน 13.นส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร คนสนิทนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล 14.นส.กฤษณา สีหลักษณ์ อดีตรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 15.นายพงศกร อรรณนพพร อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อธรรม และคนสนิทนางเยาวภา 16.นายพฤติชัย วิริยะโรจน์ 17.นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ แกนนำนปช.ขอนแก่น18.นายนิคม ไวรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภาฯ 19.นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรมช.คลัง รัฐบาลพรรคพลังประชาชน 20.นส.อรุณี กาสยานนท์ รองโฆษกพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21.นายพิชิต ชื่นบาน ทนายความตระกูลชินวัตร 22.นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ ภรรยานายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ 23.นายจุลพงษ์ โนนศรีชัย อดีตนักการทูต 24.นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายและยื่นตรวจสอบ 25.นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานนปก. 26.นายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการรฟม. 27.นายประวัฒน์ อุตโมท 28.นายสุธรรม แสงประทุม คนเดือนตุลา 29.นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำนปช. 30.นายอุเมสนัส ปานเดย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31.นส.อุบลกาญจน์ อมรสิน 32.นายพยุงศักดิ์ ชาญด้วยวิทย์ 33.นส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจ 34.นส.ประกายดาว ศิริพรรณาภิรัตน์ 35.นายวิม รุ่งวัฒนจินดา คนสนิทนายพงษ์ศักดิ์และนส.ยิ่งลักษณ์ 36.นายวราวุธ ยันต์เจริญ คนสนิทพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีตรมว.คมนาคม 37.นส.เพ็ญชิสา หงษ์อุปถัมภ์ชัย 38.นายพชร ธรรมมล 39.นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรค 40.นางระพิพรรณ พงษ์เรืองรอง ภรรยานายอริสมันต์ แกนนำเสื้อแดงฮาร์ดคอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่น่าสังเกตุว่าบุคคลที่ช่วยพรรค และเป็นคนสนิททั้งนายทักษิณ นส.ยิ่งลักษณ์ กลับมีอันดับต่ำกว่า40 ทำให้โอกาสที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ มีโอกาสค่อนข้างยาก อาทิ นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความนส.ยิ่งลักษณ์ พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ เพื่อนสนิทนักเรียนตำรวจของนายทักษิณ นายต้น ณ ระนอง บุตรชายนายกิตติรัตน์ นส.สุทิษา ประทุมกุล คนสนิทนส.ยิ่งลักษณ์ นพ.เหวง โตจิราการ นายวิภูมิแถลง พัฒนภูมิไท แกนนำคนเสื้อแดงและอดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานอีกว่า ผู้ที่คาดว่าจะได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีในนามพรรคไทยรักษาชาติ จะไม่ใช่ทั้งรท.ปรีชาพล พงษ์พานิชย์ หัวหน้าพรรค นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งของพรรค แต่จะเป็นบุคคลที่คนในตระกูลชินวัตรให้ความไว้วางใจอย่างสูง และจะเสนอรายชื่อเพียงคนเดียว ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาพูดคุย ซึ่งทางแกนนำพรรคจะไปยื่นบุคคลที่เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีในนามพรรคภายในวันที่ 8ก.พ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28385</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตระกูลชินวัตร, ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ, พรรคไทยรักษาชาติ, เขี่ยเสื้ิอแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190205/image_big_5c595fde6d0f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27083</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เขี่ย&#039;ปูซัวเถา&#039;พ้นปธ. ยิ่งลักษณ์โอดช้ำมาเยอะ/ทษช.ทาบโกร่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หน่อย&amp;quot; อยู่เป็น เล่นหน้าฉาก ไม่กล้าหือตระกูลชินวัตร พร้อมหลีกทางชัชชาติชิงนายกฯ &amp;quot;ปู&amp;quot; รีบแจงไม่เกี่ยววางแผนสกัดสุดารัตน์ ลือไทยรักษาชาติทาบ ดร.โกร่ง อดีตหัวหน้าทีม ศก.ยุคป๋าเปรมร่วมโผ 3 ชื่อ นายกฯ พรรคเพื่อไทย ประชาธิปไตยแต่เปลือก โวยเผด็จการ ดันเด็กเจ๊ลงส.ส.กทม. ถีบส่ง &amp;quot;ลีลาวดี-ค่ายธรรมกาย&amp;quot; ยิ่งลักษณ์ หลบฉาก ไม่นั่งประธานบริษัทท่าเรือที่ซัวเถา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเคลื่อนไหวทางการเมืองเรื่องการเตรียมการเลือกตั้งของพรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะพรรคเครือข่ายเพื่อไทย ที่เริ่มมีกระแสข่าวความขัดแย้งในระดับแกนนำพรรคเรื่องการผลักดันแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ระหว่างคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ขณะที่พรรคเครือข่ายอย่างพรรคไทยรักษาชาติ ก็มีกระแสข่าวจะมีการทาบทาม ดร.วีรพงษ์ รามางกูร หรือ ดร.โกร่ง อดีตทีมเศรษฐกิจรัฐบาลบ้านสี่เสาเทเวศร์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เข้าร่วมงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากพรรคไทยรักษาชาติเปิดเผยว่า ในส่วนของบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรี ตอนนี้ได้ 2 แคนดิเดตของพรรคแน่นอนแล้ว ประกอบด้วย นายจาตุรนต์ ฉายแสง, นายวีรพงษ์ รามางกูร หรือ ดร.โกร่ง อดีตรองนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ซึ่งที่ผ่านมา ดร.โกร่งได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมา และก่อนหน้านี้ นายทักษิณ ชินวัตร ก็เคยทาบทาม ดร.วีรพงษ์ให้มาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยตอนปี 2551 แต่นายวีรพงษ์ได้ปฏิเสธไปเพราะมีสัญญาณจากบ้านสี่เสาเทเวศร์ไม่เห็นด้วย ทำให้นายทักษิณไปดึงนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย มาทำหน้าที่แทน อีกทั้งก่อนหน้านี้นายวีรพงษ์ก็เคยไปช่วยงานรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาแล้ว ด้วยการเป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ หรือ กยอ. หลังประเทศผ่านพ้นเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ขณะที่อีกหนึ่งรายชื่อมีความเป็นไปได้สูงจะเป็นของ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค เพื่อตอบโจทย์ตามสโลแกนของพรรค โลกก้าวไกล ไทยต้องก้าวทัน ที่เน้นภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยหลังมีกระแสข่าวกลุ่มตระกูลชินวัตร ที่มีบทบาทในพรรคเพื่อไทยและไทยรักษาชาติ โดยเฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ส่งสัญญาณไม่หนุนหลังคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นนายกฯ หลังเลือกตั้ง หากเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง โดยจะหนุนนายชัชชาติแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวดังกล่าวทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีข่าวว่าผลักดันให้นายชัชชาติเป็นแคนดิเดตนายกฯ ได้สื่อสารผ่านทวิตเตอร์ทันทีว่า &amp;quot;ตามที่มีข่าวพาดหัวในหน้าหนังสือพิมพ์ว่าดิฉันสนับสนุนและเสนอชื่อบุคคลที่จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยนั้น ดิฉันขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะการดำเนินการดังกล่าวเป็นเรื่องกิจการของพรรคที่ต้องไปคัดสรรผู้เหมาะสมกันเอง และปัจจุบันดิฉันก็มีงานอื่นที่ต้องทำและรับผิดชอบเป็นจำนวนมาก ประกอบกับสิ่งที่ดิฉันได้รับในอดีตที่ผ่านมาก็ถูกกระทำเจ็บช้ำมากพอแล้วค่ะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ส่วนตัวสนับสนุนนายชัชชาติ ไม่ต้องกังวลว่าเราจะมีปัญหากัน นายชัชชาติมีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ตนเป็นผู้จัดการทีม คอยวางแผน หรือ เจเนรัลเบ๊ ทำทุกเรื่อง ทั้งนี้ บัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรี จะชัดเจนต่อเมื่อมีการกำหนดวันเลือกตั้งออกมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีข่าวไม่ลงรอยกับคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวถึงกรณีนายชัชชาติจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ เบอร์ 1 ของพรรคเพื่อไทยว่า &amp;quot;เป็นหน้าที่ของผู้บริหารพรรคที่จะพิจารณาว่าคนใดเหมาะเป็นเบอร์ 1, 2, 3 เพราะผมไม่มีตำแหน่งในพรรค หากผู้ใหญ่ตัดสินใจมาอย่างไรทุกคนก็ต้องยอมรับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ชี้แจงเรื่องนี้ว่า ที่ว่ามีอดีตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยเป็นผู้สนับสนุนและชี้นำนั้น เป็นการแสดงนัยซ่อนเร้นทางการเมืองเพื่อให้เกิดเงื่อนไขการโต้แย้งอันนำไปสู่การสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ขอยืนยันว่าข่าวดังกล่าวไม่มีความเป็นจริงแต่อย่างใด เป็นการแสดงถึงความพยายามที่จะกล่าวหาว่าพรรคถูกครอบงำและนำไปสู่ข้อกล่าวหาเรื่องการยุบพรรคในที่สุด การสื่อสารข้อมูลดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อทำให้เกิดความสับสน แตกแยก และใช้เป็นประเด็นยั่วยุในการทำลายพรรคการเมืองที่อยู่คนละฝ่าย รวมทั้งถือเป็นการเสี้ยมเพื่อสร้างเงื่อนไขให้เกิดการแตกแยกในพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บุคลากรในทีมเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นบุคลากรสำคัญในระดับแนวหน้าของการเมืองไทย ที่มากประสบการณ์ และมีความสามารถที่หลากหลายในงานการเมืองและการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน มีคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตนักบริหารมืออาชีพจากองค์การเอกชนขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ ประสบการณ์ ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาที่หลากหลาย รวมทั้งยังมีบุคลากรที่เป็นทีมงานมืออาชีพอีกหลายท่าน แม้ว่าปัจจุบันจะมีกลุ่มผู้มีอำนาจบางคนและกลุ่มบุคคลบางฝ่าย พยายามที่จะเสี้ยมหรือสร้างข่าวเพื่อให้เกิดความแตกแยกในพรรคเพื่อไทย ไม่เชื่อว่าความพยายามดังกล่าวจะประสบความสำเร็จ&amp;quot; เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าว
โผ กทม.เพื่อไทยป่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า ในการเตรียมความพร้อมผู้สมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่ กทม. 30 เขต ใกล้แล้วเสร็จ เป็นส่วนผสมของทั้งคนรุ่นใหม่ทางการเมือง ที่ไม่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งมาก่อน และอดีต ส.ส.เจ้าของพื้นที่เดิม นอกจากนี้ยังพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงผู้สมัครอย่างค้านสายตา จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในกลุ่มสมาชิกภาค กทม. เช่น ในเขตเลือกตั้งที่ 7 ดุสิต (เฉพาะแขวงถนนนครไชยศรี) เขตบางซื่อ ที่เป็นพื้นที่เดิมของ น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ กลับถูกผู้มีอำนาจในพรรคบางคนทุบโต๊ะดันให้คนสนิทของตัวเองคือ ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ที่ถือเป็นหน้าใหม่ทางการเมืองให้ลงสมัครแทน แล้วโยก น.ส.ลีลาวดีให้ไปลงสมัครรับเลือกตั้งในเขต 1 พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ ดุสิต (ยกเว้นแขวงถนนนครไชยศรี) ซึ่งจะต้องเจอกับอดีต ส.ส.พื้นที่เดิมในพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีฐานเสียงแข็งแกร่งมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แม้จะมีคำชี้แจงจากแกนนำพรรคบางคนตามมาว่าเป็นเพราะผลโพลภายในที่ทำออกมาแล้วเขต 1 รอบนี้ เพื่อไทยมีโอกาสชนะคู่แข่งขันเดิมจากประชาธิปัตย์ แต่ในส่วนกลุ่ม กทม. พรรคเพื่อไทยเห็นว่าควรจะให้เกียรติคนในพื้นที่เดิมก่อน เขตดุสิต ซึ่งเป็นพื้นที่ทหาร น.ส.ลีลาวดีไปสร้างฐาน จนผลักดันให้ตัวเองและทางพรรคได้มีที่นั่งใน กทม. การทำเช่นนี้ ทุบโต๊ะเอาคนตัวเองมาลง ไม่ถูกต้อง เท่ากับผลักอดีต ส.ส.เดิมไปสอบตก แล้วให้คนตัวเอง ที่ไม่เคยมีความนิยมทางการเมืองเลย มาคว้าโอกาสที่จะได้เป็น ส.ส. เพราะเจ้าของพื้นที่เดิมสร้างเอาไว้ให้มานาน ส่วน น.ส.ลีลาวดีนั้น แม้จะไม่เห็นด้วย ก็ได้แต่ก้มหน้ายอมรับ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวถูกทุบโต๊ะ มีรายการคุณขอมา&amp;rdquo; รายงานข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวเผยอีกว่า ในการเลือกตั้ง กทม. 30 เขต ภาค กทม.พรรคเพื่อไทยมีการวางยุทธศาสตร์ไว้ 2 สูตร คือเพื่อไทยส่งครบทั้ง 30 เขต เพื่อป้องกันข้อครหา ฮั้วกันทางการเมืองกับพรรคในซีกฝ่ายประชาธิปไตย อย่างพรรคไทยรักษาชาติ และสูตร 2เพื่อไทยจะส่งผู้สมัครเพียง 22 เขต ที่หวังผลได้ จากการทำโพลภายใน โดยปล่อยให้พรรคพันธมิตรอย่าง ไทยรักษาชาติ ส่งผู้สมัคร 8 เขต ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นพื้นที่ที่มีโอกาสสอบตกสูง แต่ต้องส่งไปเพื่อเก็บคะแนนรวม เพื่อนำมาคำนวณเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี จากผลสำรวจภายในพื้นที่ กทม. พบว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าคนตื่นตัวต่อการไปใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก ประกอบกับอดีต ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ลงพบปะพื้นที่ชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะทำให้ทางพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.มากถึง 12-15 ที่นั่งใน กทม. สูงกว่าในการเลือกตั้ง 2554 ที่ได้มา 10 ที่นั่ง
&amp;quot;ปู&amp;quot;ไม่ตกเป็นเป้า หลบนั่งปธ.บ.ท่าเรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวอื่นๆ จากกรณีหนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ในฮ่องกงนำเสนอข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ใช้หนังสือเดินทางกัมพูชาในการจดทะเบียนเป็นกรรมการเพียงผู้เดียวของ พี.ที. คอร์ปอเรชั่น (P.T. Corporation Company) บริษัทที่ก่อตั้งขึ้นในฮ่องกงเมื่อ 24 ส.ค.2560 หรือเกือบหนึ่งปี หลังจากหนีออกจากไทยก่อนคำตัดสินคดีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และน.ส.ยิ่งลักษณ์ยังได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ บริษัท ซ่านโถว (อ่านแบบจีนแต้จิ๋ว คือ ซัวเถา) อินเตอร์เนชั่นแนล คอนเทนเนอร์ เทอร์มินัลส์ (Shantou International Container Terminals) หรือ SICT ซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับท่าเรือที่ตั้งอยู่ในมณฑลกวางตุ้งของจีนด้วยนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org เผยแพร่ข่าวว่า ได้รับแจ้งข้อมูลจากแหล่งข่าวในฮ่องกง ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์บริษัท ซ่านโถว ได้เผยแพร่ข้อมูลการเปลี่ยนตัวประธานกรรมการใหม่ จาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นชาวจีนที่ชื่อว่า เฉิน อุยตง เมื่อวันที่ 12 ม.ค.2562 ที่ผ่านมา หลังจากที่เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2561 นับรวมระยะเวลาไม่ถึงเดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่งก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่ามอร์นิง โพสต์ในฮ่องกง ระบุในรายงานข่าวว่า บริษัท พี.ที. คอร์ปอเรชั่นฯ ได้เปิดกิจการตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.2561 ซึ่งเป็นระยะเวลาเกือบหนึ่งปีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้หลบหนีการถูกดำเนินคดีจำนำข้าวไปยังประเทศกัมพูชา แต่อย่างไรก็ตาม ทางการกัมพูชาได้ออกมาปฏิเสธเรื่อง น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นผู้ถือครองหนังสือเดินทางประเทศกัมพูชาแล้ว แต่ข้อมูลเอกสารดังกล่าวนั้นกลับแสดงข้อมูลที่ขัดแย้งกับคำชี้แจงของรัฐบาลกัมพูชาโดยสิ้นเชิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวชิ้นนี้ยังระบุว่า เอกสารในการเข้าบริหารบริษัทดังกล่าวถือเป็นหลักฐานอย่างเป็นทางการชิ้นแรกที่แสดงถึงการทำธุรกิจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์นับตั้งแต่ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้หนีคดีไป จนถึงบัดนี้ยังไม่มีข้อมูลออกมาว่าบริษัทดังกล่าวนั้นเป็นบริษัทอะไรกันแน่ แต่หลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ก่อตั้งบริษัทดังกล่าวเพียงแค่ 4 เดือน ก็มีรายงานออกมาว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เข้าไปนั่งเป็นประธานบริหารบริษัท ซ่านโถว คอนเทนเนอร์ เทอร์มินัล บริหารท่าเรือซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสำนักข่าวเซาธ์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อมูลบริษัท ตามที่อยู่คือ ชั้น 66 ตึก K11 Atelier ในย่านจิมซาจุ่ย พบว่าขณะนี้ออฟฟิศดังกล่าวนั้นมีผู้ถือครองคือบริษัท Pacific International Capital และมีผู้อำนวยการบริษัทคือ Chen Huaidan ซึ่งเคยใช้ชื่อ Celine Tang โดยพนักงานของบริษัทให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ปฏิเสธว่าไม่รู้จักอะไรเกี่ยวกับบริษัท P.T. Corporation และความเกี่ยวข้องเกี่ยวกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์มาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา สำนักข่าวอิศราตรวจสอบพบว่า ผู้จดทะเบียนก่อตั้งบริษัท &amp;nbsp;P.T. Corporation ในฮ่องกง คือ &amp;nbsp;บริษัท P.T. Corporation ซึ่งเป็นธุรกิจของคนในครอบครัวชินวัตรในประเทศไทย และยังเป็นผู้ถือหุ้นเพียงรายเดียวของบริษัทด้วย นอกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังแจ้งที่อยู่ส่วนตัวคือ บ้านเลขที่ 10 ถนน Severn 8 ในเขตปกครองพิเศษฮ่องกงด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในช่วงบ่ายวันที่ 14 ม.ค.2562 เว็บไซต์เดอะพนมเปญโพสต์ สื่อในประเทศกัมพูชา ได้เผยแพร่ข่าวกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาและหน่วยงานด้านความร่วมมือนานาชาติ ได้มีท่าทีร่วมกันว่าจะมีการยกเลิกการออกหนังสือเดินทางทางการทูตให้กับบุคคลที่ไม่ได้เกิดในประเทศกัมพูชา โดยนักวิเคราะห์ได้แสดงความเห็นว่าท่าทีดังกล่าวนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับกรณีที่มีรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยนั้น ได้ใช้หนังสือเดินทางประเทศกัมพูชาเพื่อจดทะเบียนบริษัทในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27083</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, ตระกูลชินวัตร, ทักษิณ ชินวัตร, พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์, ภูมิธรรม เวชยชัย, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง, วีรพงษ์ รามางกูร, สำนักข่าวอิศรา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190120/image_big_5c448cdc762bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
