<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2018 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2018 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอปราเสริฐ ยังครองบัลลังก์เศรษฐีหุ้นไทย ปีที่ 6 ติดต่อกัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ&amp;quot; ครองบัลลังก์ติดต่อกันเป็นปีที่ 6 แชมป์เศรษฐีหุ้นไทย ปี 61 รวยล้น 77,000 ล้านบาท ด้านตระกูลปราสาททองโอสถ ครองแชมป์ตระกูลเศรษฐีหุ้นไทย 6 เครือญาติสร้างสถิติใหม่ถือครองหุ้นทะลุ 100,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานงานว่า วารสารการเงินธนาคาร ร่วมกับอาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดอันดับเศรษฐีหุ้นไทย ที่วัดจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ประเภทบุคคลธรรมดาในประเทศที่ถือหุ้นสัดส่วน 0.5% ขึ้นไป ตามการปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ก่อนวันที่ 30 ก.ย.61 ส่งผลให้ น.พ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ เจ้าของกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ ครองแชมป์เศรษฐีหุ้นไทยปี 61 ถือเป็นการครองแชมป์เศรษฐีหุ้นไทยติดต่อกันเป็นปีที่ 6 โดยครองหุ้นมูลค่าสูงสุดเป็นอันดับ 1 รวม 77,129.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13,602.02 ล้านบาท หรือ 21.41% จากปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ เศรษฐีหุ้นอันดับ 2 นายสารัชถ์ รัตนาวะดี กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (กัลฟ์) ติดทำเนียบเศรษฐีหุ้นไทยเป็นครั้งแรกจากการนำหุ้นกัลฟ์เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ซึ่งเมื่อวันที่ 30 ก.ย.61 ราคาหุ้นกัลฟ์อยู่ที่ 76.25 บาท หรือเพิ่มขึ้น 69.44% จากราคาเสนอขายประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ที่ราคา 45 บาทต่อหุ้น โดยนายสารัชถ์ถือหุ้นกัลฟ์ 35.44% มูลค่า 57,645 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเศรษฐีหุ้นอันดับ 3 นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (อีเอ) รักษาตำแหน่งเศรษฐีหุ้นอันดับ 3 ไว้ได้อีกปีหนึ่ง เนื่องจากราคาหุ้นอีเอ ที่นายสมโภชน์ถือสัดส่วน 23.44% ปรับตัวสูงขึ้น 10 บาท หรือ 26.14% คิดเป็นมูลค่าหุ้นที่ถือครอง 42,191.56 ล้านบาท เมื่อรวมกับหุ้น บมจ.อีเทอเนิล เอนเนอยี (อีอี) สัดส่วน 0.92% มูลค่า 17.85 ล้านบาท ทำให้มีมูลค่าหุ้นที่ถือครองรวม 42,209.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,940.11 ล้านบาท หรือ 26.87% จากปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เศรษฐีหุ้นอันดับ 4 คือ นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เมืองไทยแคปปิตอล (เอ็มทีซี) ก้าวขึ้นจากอันดับ 8 เมื่อปี 60 ถือครองหุ้นเอ็มทีซีและบริษัทอื่นรวมมูลค่า 35,392.22 ล้านบาท เพิ่มขี้น 9,664.53 ล้านบาท หรือ 37.56% จากปีก่อน ส่วนเศรษฐีหุ้นอันดับ 5 นางดาวนภา เพชรอำไพ กรรมการผู้จัดการ บมจ.เมืองไทยแคปปิตอล (เอ็มทีซี) ก้าวขึ้นจากอันดับ 9 เมื่อปีที่แล้ว โดยถือหุ้นเอ็มทีซี สัดส่วน 33.96% มูลค่า 34,740 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,360 ล้านบาท หรือ 36.88% จากปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เศรษฐีหุ้นอันดับ 6 คือ นายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ขยับขึ้นมาจากอันดับ 7 เมื่อปีที่แล้ว ถือครองหุ้นมูลค่ารวม 32,900.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,580.30 ล้านบาท หรือ 16.17% จากปีก่อน, เศรษฐีหุ้นอันดับ 7 คือ นายนิติ โอสถานุเคราะห์ &amp;nbsp;นักลงทุนรายใหญ่ทายาท บมจ.โอสถสภา ร่วงจากอันดับ 5 เมื่อปีที่แล้ว โดยถือครองหุ้น 10 บริษัทมูลค่ารวม 31,964.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,066.86 ล้านบาท หรือ 10.61% จากปีก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเศรษฐีหุ้นอันดับ 8 คือ นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ทายาทของนายอดิศัย โพธารามิก อดีตรมว.พาณิชย์ ร่วงจากอันดับ 2 เมื่อปีที่แล้ว ถือครองหุ้นรวม 28,919.28 ล้านบาท ลดลง 15,163.65 ล้านบาท หรือ 34.40% จากปีก่อน, เศรษฐีหุ้นอันดับ 9 คือ นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (บีทีเอส) ร่วงลงจากอันดับ 6 เมื่อปีที่แล้ว ถือครองหุ้นรวม 28,372 ล้านบาท ลดลง 518.44 ล้านบาท หรือ 1.79% จากปีก่อน และเศรษฐีหุ้นอันดับ 10 คือ นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท ร่วงจากอันดับ 4 เมื่อปีที่แล้ว ถือครองหุ้นรวม 28,011.68 ล้านบาท ลดลง 3,025.71 ล้านบาท หรือ 9.75% จากปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแชมป์ตระกูลเศรษฐีหุ้นไทย ปี 61 ได้แก่ ตระกูลปราสาททองโอสถ โดยเป็นแชมป์ตระกูลเศรษฐีหุ้นไทยเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน &amp;nbsp;ซึ่งปีนี้เครือญาติในตระกูลครองหุ้นรวมกันมีมูลค่าทะลุแสนล้านบาทเป็นครั้งแรกของทำเนียบเศรษฐีหุ้นไทย โดย 6 เครือญาติในตระกูล ได้แก่ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ และ 5 ทายาท ถือครองหุ้นรวมกันเป็นมูลค่า 104,530.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,230.94 ล้านบาท หรือ 8.55% ส่วนตระกูลเศรษฐีหุ้นไทยอันดับ 2 ตระกูลเพ็ชรอำไพ-เพชรอำไพ โดย 3 เครือญาติเจ้าของ บมจ.เมืองไทยแคปปิตอล ถือครองหุ้นรวมมูลค่า 70,592.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18,951.94 ล้านบาท หรือ 36.70%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตระกูลเศรษฐีหุ้นอันดับ 3 ตระกูลจิราธิวัฒน์ เครือญาติเศรษฐีหุ้นในตระกูล 40 คน ถือครองหุ้นรวมกันทั้งสิ้น 70,382.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 644.05 ล้านบาท หรือ 0.92%, ตระกูลเศรษฐีหุ้นอันดับ 4 ตระกูลรัตนาวะดี ถือครองหุ้นมูลค่ารวม 57,645 ล้านบาท และตระกูลเศรษฐีหุ้นอันดับ 5 ตระกูลอาหุนัย โดย 4 เครือญาติในตระกูล ถือครองหุ้นรวมมูลค่า 45,421.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,825.06 ล้านบาท หรือ 24.11%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23623</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี, ตระกูลปราสาททองโอสถ, ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ, วารสารการเงินธนาคาร, เศรษฐีหุ้นปี 2561, เศรษฐีหุ้นไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181206/image_big_5c08a6ca5d720.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
