<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 20:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 20:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โจรบอนสีอาละวาดทุกหย่อมหญ้า ชาวตรังโร่ร้องตำรวจไม่คืบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.64 - ชาวบ้านในพื้นที่ จ.ตรัง ได้รวมตัวกันร้องเรียน ว่า มีโจรมือดีตระเวนแอบมาขโมยพันธุ์ไม้สวยงามเป็นที่นิยมยอดฮิตกันในช่วงนี้ ซึ่งบางต้นบางสายพันธุ์มีราคาสูงมากนับหมื่นบาท โดยไม่แคร์กล้องวงจรปิด เดินเลือกดูหยิบเอาต้นที่ต้องการไปอย่างใจเย็นและเข้ามาขโมยซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่เกรงกลัว ชาวบ้านที่ปลูกพันธ์ไม้สวยงามเดือดร้อนกันทั้งหมู่บ้านกว่า 30 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวชลธิชา เสถียรพงษ์ &amp;nbsp; ชาวบ้าน อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง กล่าว โจรจะทยอยไปตามบ้านแต่ละหลังและจะเลือกต้นไม้ที่ตัวเองต้องการ แล้วถอนออกไปเหลือแต่กระถางไว้ให้ดูต่างหน้า บ้านตนเองโดนขโมยไป 2 ครั้ง ครั้งแรก 2 ต้น ครั้งที่ 2 จำนวน 8 ต้น มาเดินเลือกต้นไม่อย่างใจเย็นแล้วก็ถอนเอาไปแต่ต้น ก็รู้สึกเสียดายถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้มีราคามาก แต่ก็มีคุณค่าทางจิตใจตนเองก็ได้แจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ผ่านไป 1 เดือนตำรวจก็ยังนิ่งเฉยอยู่ ตอนนี้โจรก็ยังระบาดหนักมากขโมยทุกบ้านที่มีต้นไม้ในละแวกนี้ ตนเองก็มีภาพกล้องวงจรปิดให้ตำรวจแต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า เรื่องยังเงียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นางสาวสำรวย กล่าวว่า บ้านตนเองและบ้านแม่ซึ่งอยู่ติดกันจะมีกระถางเพาะเลี้ยงต้นไม้อยู่หลังบ้านเป็นกองใหญ่ๆ ซึ่งยังไม่โตจึงไม่ได้เอาออกมาโชว์ไว้หน้าบ้าน ทุกๆเช้าจะตื่นมาดูเป็นประจำอยู่มาวันหนึ่งตื่นมาดูเจอแต่กระถางเปล่าจำนวน 28 กระถาง ล่าสุดก็โดนไปอีก 2 ต้น ตอนนี้เหลือต้นไม้ไว้ไม่กี่ต้นแล้วตนเองได้นำเอาไปไว้ในบ้านหมดแล้ว รอบแรกที่ถูกขโมยไปราคารวมแล้วเกือบ 1 หมื่นบาท เป็นต้นไม้ที่มีชื่อเสียงทั้งนั้น ซึ่งตอนนี้ราคาอาจจะสูง ตนเองก็ไม่ได้ตั้งใจซื้อมาขายซื้อมาเลี้ยงดูเพื่อความสวยงามเท่านั้น มีหลายชนิด เช่นต้น มิ่งมงคล ต้นทรัพย์ทวีโชค ต้นนางไหม &amp;nbsp;ต้นไก่ตัวงาม ต้นไก่ราชาวดี และอีกหลายสายพันธุ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119342</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรัง, บอนสี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_6162dab762bf4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117788</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2021 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2021 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด! เด็กชายวัย 13 ปี เตะก้านคอเด็กวัย 11 ปี เสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.64 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดตรัง รายงานว่าเมื่อเวลา 17.30 น. วานนี้ ร.ต.อ.ธีระ เอียดชะตา รอง สว.(สอบสวน) สภ.หาดสำราญ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ รพ.หาดสำราญเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ว่ามีเด็กชายวัย 11 ปี ถูกทำร้ายร่างกายเข้ามารับรักษาและเสียชีวิต หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย &amp;nbsp;ร.ต.อ.ปณตพร ผลบุญ รอง สว.สส. พบร่าง ด.ช.เบียร์ (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี ชาว ต.หาดสำราญ นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนแห่งหนึ่ง นอนเสียชีวิตในสภาพมีร่องรอยฟกช้ำและบวมบริเวณจมูกมีเลือดไหลออกมา หน้าผากและหัวเข่าด้านซ้าย โดยทราบตัวผู้ก่อเหตุเป็นเพื่อนต่างวัย คือ ด.ช.หนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาทางนายวิวา เก้าเอี้ยน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านปากปรน ต.หาดสำราญ ได้นำตัว ด.ช.หนึ่ง ผู้ก่อเหตุ พร้อมด้วย พ่อเลี้ยง และแม่คือ นายอัตชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี พ่อเลี้ยง และนางบวรรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี อาชีพประมงพื้นบ้าน เข้ามารายงานตัวต่อพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตาย พร้อมเพื่อนจำนวน 3 คน ได้ชักชวนกันไปเล่นเกมในมือถือ ภายในห้องนอนที่บ้านของผู้ก่อเหตุ จนกระทั่งช่วงเที่ยงวัน นายอัตชัย ผู้เป็นพ่อเลี้ยง ได้เรียกให้ผู้ก่อเหตุไปกินข้าว โดยที่เพื่อนจำนวน 3 คนยังคงเล่นเกมมือถือกันอยู่ภายในห้องนอน กระทั่งผู้ก่อเหตุกลับเข้าห้องนอน ปรากฏว่ามีดพก ขนาดความยาวประมาณ 5 นิ้ว ซึ่งเป็นของผู้ก่อเหตุที่ตั้งไว้ใต้หมอนหนุนภายในห้องนอนได้สูญหายไป จึงได้สอบถามเพื่อนๆ &amp;ldquo;ว่ามีใครเห็นหรือไม่ ใครขโมยไป&amp;rdquo; แต่กลับไม่มีใครยอมรับ และปรากฏว่าผู้ตายได้เดินออกจากห้องนอนและเดินออกจากบ้านของผู้ก่อเหตุโดยทันที ทำให้ผู้ก่อเหตุได้ตะโกนว่าให้หยุด แต่ผู้ตายกลับไม่หยุด จึงวิ่งตามไปห่างจากบ้านประมาณ 50 เมตร &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ก่อเหตุจึงได้ขู่ฆ่าผู้ตาย ทำให้ผู้ตายควักอาวุธมีดพกที่ขโมยออกมากลับคืนให้ ผู้ก่อเหตุจึงได้ใช้เท้าเตะเข้าไปบริเวณก้านคอจำนวน 1 ครั้ง และผู้ตายได้เดินไปต่อได้ประมาณ 4 เมตร ก่อนจะล้มหมดสติคว่ำหน้าลงกับพื้นถนนลูกรัง ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะเดินกลับไปบ้าน และได้บอกกล่าวกับ นายอัตชัย ผู้เป็นพ่อเลี้ยงที่นอนอยู่บนเปลญวนหน้าบ้าน พร้อมด้วยเพื่อนของผู้ตาย ให้ไปช่วยดูผู้ตายเป็นลมนอนอยู่บนพื้นถนน ก่อนที่นายอัตชัย พ่อเลี้ยง และ นางบวรรัตน์ แม่ผู้ก่อเหตุ ได้ช่วยกันอุ้มผู้ตาย กลับมานอนที่บ้านเพื่อดูอาการ และพยายามที่จะช่วยเหลือ อยู่พักหนึ่งแต่ปรากฏว่าผู้ตายไม่ฟื้น จึงขอช่วยเพื่อนบ้านที่ขับรถสามล้อพ่วงข้าง นำตัวส่งไปโรงพยาบาลย่างเร่งด่วน แต่ปรากฏว่าได้เสียชีวิตลงในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัตชัย พ่อเลี้ยงผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า ลูกเลี้ยงได้มาแจ้งตนเวลาประมาณ 14.00 น. ตนพยามช่วยเหลือเต็มที่ ทั้งนำยาดมให้ดม โดยที่ผู้ตายยังคงหายใจอยู่ นิสัยลูกเลี้ยงไม่ดื้อ เชื่อฟัง และว่านอนสอนง่าย โดยที่บรรดาเพื่อนๆจะมาเล่นเกมส์และสอนการบ้านกัน ขณะเกิดเหตุไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ การนำลูกเลี้ยงมารายงานตัวก็เพื่อความบริสุทธิ์ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายวิวา เก้าเอี้ยน ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า ทราบว่า เด็กผู้ก่อเหตุ เป็นชาว อ.เขาพนม ก่อนที่ผู้เป็นแม่จะนำมาอยู่อาศัยที่บ้านพ่อเลี้ยงในพื้นที่ดังกล่าว และเคยมีการฝึกซ้อมชกมวยมาด้วย หลังเกิดเหตุจึงได้เข้าไปพูดคุยกับพ่อแม่เด็กผู้ก่อเหตุ ก่อนนำเข้ามารายงานตัว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถควบคุมตัวเด็กไว้ได้ ซึ่งยังคงเป็นเด็กและเยาวชน จึงได้ให้ญาติเด็กที่ก่อเหตุนำกลับไปดูแลที่บ้าน พร้อมทั้งให้ทางผู้นำชุมชนรับรอง โดยในวันจันทร์ที่ 27 ก.ย.นี้ จะมีการสอบสวนพร้อมด้วยสหวิชาชีพอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนนำตัวดำเนินการตามขั้นตอนขบวนการตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามร่างผู้เสียชีวิตทางหน่วยกู้ภัยสว่างภักดีปะเหลียน ได้นำตัวไป รพ.สงขลานครินทร์ (ม.อ.) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อผ่าชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117788</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210925/image_big_614e9111112c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกจับร้านคาเฟ่ชื่่อดัง! ปล่อยลูกค้าดื่มเหล้าไม่สนโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย. 64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.40 น. ของคืนวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ภายใต้การอำนวยการของ นายสราวุฒิ ธนาเจริญสกุล นายอำเภอเมืองตรัง สั่งการให้ นายณหทัย สุนทรนนท์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง และนายธวัชชัย กรเพชร ปลัดอำเภอฝ่ายอำนวยความเป็นธรรม พร้อมด้วย สมาชิก อส. กองร้อย อส.อ เมืองตรัง ที่ 3 นายชาญวิทย์ ขวัญนิมิต นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตรัง ร่วมกันเข้าตรวจสอบร้านคาเฟ่ริมคลอง ถนนวังตอ ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง (เขตเทศบาลนครตรัง) หลังมีการร้องเรียนว่าเปิดสถานบริการและจำหน่ายสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนำกำลังกว่า 10 นายเข้าตรวจค้น พบว่าร้านดังกล่าวกำลังเปิดให้บริการอยู่ และมีการจำหน่ายสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือมีการดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้าน และพบมีลูกค้าจำนวน 3 ราย นั่งดื่มสุราอยู่ที่โต๊ะหมายเลข 9 ทราบชื่อภายหลังคือ นายปริวัตร (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี น.ส.สุพัตรา (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี และ น.ส.ประกายแก้ว (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ส่วนโต๊ะอื่นๆ ไม่มีการดื่มสุรา ทั้งนี้จึงได้เชิญตัวผู้จัดการร้าน ทราบชื่อคือ นายมงคล พูลสวัสดิ์ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/2 หมู่ 1 ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต เพื่อแจ้งให้ทราบว่าได้มีการฝ่าฝืนคำสั่ง จ.ตรัง พร้อมทั้งได้ควบคุมตัวนายมงคล ผู้จัดการร้าน พร้อมด้วยของกลางสุราจำนวน 1 ขวดไปดำเนินคดี และได้เชิญตัวลูกค้าจำนวน 3 รายไปเป็นพยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติการณ์การจับกุมเบื้องต้น ชุดปฎิบัติการร่วม ตามคำสั่งศูนย์ปฎิบัติการแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.อ.เมืองตรัง) ได้รับร้องเรียนจากประชาชน ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ว่าร้านคาเฟ่ดังกล่าวได้มีการอนุญาตให้มีการนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปนั่งดื่มภายในร้าน มาเป็นจำนวน 2 ครั้งแล้ว โดยที่ครั้งที่ 1 ไม่สามารถเข้าจับกุมผู้กระทำความผิดได้ จนกระทั่งในครั้งนี้สามารถจับกุมได้ในที่สุด เบื้องต้นจากการสอบสวน นายมงคล ผู้จัดการร้านได้ยอมรับว่าได้ปล่อยให้ลูกค้าดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนร่วมกันแจ้งข้อกล่าวหา นายมงคล ผู้จัดการร้าน ฝ่าฝืนคำสั่ง จ.ตรัง ที่ 3345/2564 ลงวันที่ 12 ก.ย. 2564 เรื่องมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่ จ.ตรัง ตามข้อ 2 (2) งดการจำหน่ายและงดดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในร้านอาหารหรือสถานประกอบการ ตามมาตรา 18 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนได้นำตัวทำบันทึกจับกุมที่ว่าการ อ.เมืองตรัง แล้วนำส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองตรัง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117250</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายเหล้า, ตรัง, ร้านคาเฟ่ดัง, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_61480285be6a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114921</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 13:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดับซ่าวัยโจ๋เมืองตรัง นัดดวลปืนกลางถนน โดนรวบยกแก๊ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.64 - เมื่อเวลา ประมาณ 02.00 น.วันที่ 28 ส.ค.64 พ.ต.ท.อพิเชฐ จิตอักษร หน.ชปส.ภ.จว.ตรัง และ ร.ต.อ.ศิวกรณ์ แป้นไทย ร.ต.อ.ณฐกร สุขบังเกิด รอง หน.ชปส.ภ.จว.ตรัง ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ ชปส.ว่าระหว่างกำลังเดินทางกลับบ้านพบเหตุต้องสงสัยกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 15 ราย รถยนต์เก๋ง และรถยนต์กระบะ 4 คัน ได้รวมตัวกันบริเวณสี่แยกต้นรัก ถ.สายตรัง-น้ำผุด ม.5 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมืองตรัง และได้แสดงตัวเข้าทำการตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 6 ราย มากับรถยนต์เก๋งพร้อมยึดอาวุธปืนจึงแจ้งประสาน &amp;nbsp;ร.ต.อ.กุญชร ช่องพิทักษ์ รอง สวป.สภ.เมืองตรัง หน.สายตรวจรถยนต์ ร.ต.อ.ศักดิ์ชัย หวังโสะ รอง สวป.ชุดขยายผลยาเสพติด นำกำลังมาร่วมสมทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหา จำนวน 6 ราย ทราบชื่อคือ นายณัฐพล หรือ&amp;ldquo;หยาง&amp;rdquo; ร่มทองคำ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/2 หมู่ 6 ต.บางรัก อ.เมืองตรัง นายสุขสวัสดิ์ หรือ&amp;ldquo;ขวด&amp;rdquo; หรือ&amp;ldquo;อ๊อด&amp;rdquo; จีนตีด อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43/22 ถ.โรงเรียน ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง เช็คประวัติมีหมายจับค้างเก่าคดีจำหน่ายยาเสพติด (ยาบ้า) 3 ถุง เมื่อปี 63 ในพื้นที่เมืองตรัง นายสุธารักษ์ หรือ&amp;ldquo;แบ็ค&amp;rdquo; พรหมดวง อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 124/11 หมู่ 4 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมืองตรัง นายณัฐพงษ์ หรือ&amp;ldquo;เบิร์ด&amp;rdquo; ขวัญเสน อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 175/182 ถ.บ้านหนองยวน ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง นายกิตติศักดิ์ หรือ&amp;ldquo;เจมส์&amp;rdquo; ทองฤทธิ์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 135/2 หมู่1 ต.หนองตรุด อ.เมืองตรัง นายธัญพิสิทธ์ หรือ&amp;ldquo;อ๊อด&amp;rdquo; เอ่งฉ้วน อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58 หมู่ 4 ต.หนองช้างแล่น อ.ห้วยยอด จ.ตรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมตรวจยึดของกลางอีกหลายรายการ มีอาวุธปืนพกสั้นชนิดไทยประดิษฐ์ จำนวน 4 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาดเบอร์ 12 (สีแดง) จำนวน 9 นัด และพบว่า 1 กระบอกใช้ยิงกับเครื่องกระสุนปืนขนาด .410 ขนาดลำกล้องยาวประมาณ 4.5 นิ้ว 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาด .410 (สีแดง) จำนวน 4 นัด และอาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 ยี่ห้อ SMITH&amp;amp;WESSON สีดำ ไม่ปรากฏหมายเลขทะเบียนปืน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน 8 นัด จึงตรวจยึดไว้ตรวจสอบทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับพฤติการณ์ในการจับกุม สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ ตร.ชปส.ภ.จว.ตรัง กำลังเดินทางกลับบ้านหลังจากไปสืบสวนขยายผลคดียาเสพติด ก่อนแยกย้ายกันเดินทางกลับบ้าน ระหว่างทางมาถึงเกิดเหตุตรงบริเวณใกล้สี่แยกต้นรัก &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ ตร.มาด้วยกัน 2 นาย พบพิรุธเห็นกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 15 คน กำลังรวมตัวกันอยู่มีรถยนต์จอดอยู่ 3 คัน และรถยนต์เก๋ง 1 คัน ได้สังเกตเห็นเดินพกพาอาวุธปืน จึงจอดรถลงไปแสดงตัว ขณะที่รถยนต์ได้ไหวตัวขับรถหลบหนีก่อนทำการตรวจค้นรถยนต์เก๋ง มาด้วยกัน 6 ราย ยึดอาวุธปืนไม่มีทะเบียน 5 กระบอก เครื่องกระสุนปืนอีกจำนวนหนึ่ง เค้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่านัดมาดวลปืนหลังเจรจาเคลียร์ปัญหาเรื่องจีบสาวไม่ลงตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนควบคุมตัวแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันฝ่าฝืนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งพระราชกำหนด (พรก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และร่วมกันพาอาวุธ(ปืน)ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธรณะโดยไม่มีเหตุสมควร และซ่องโจร จึงได้ควบคุมตัวผู้ถูกจับพร้อมด้วยของกลางนำส่ง พงส.สภ.เมืองตรัง เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114921</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรัง, ยาเสพติด, อาวุธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210829/image_big_612b2bd6abe38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114919</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระดมค้นหาหายายวัย78  หายตัวปริศนาริมฝายน้ำ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค. 64 - &amp;nbsp; ร.ต.อ.สดุดี หวังดี รองสว.ป.สภ.ห้วยยอด ได้รับแจ้งเหตุ รับแจ้งเหตุมีหญิงหาหอยสูญหาย ภายในฝายเก็บน้ำวังปริง ม.1 บ้านควนไทร ต.ปากคม อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เมื่อวันที่ 28 ส.ค.จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดตรวจสอบพร้อมสายตรวจ สภ.ห้วยยอด อาสากู้ภัยมูลนิธิสว่างภักดีตรังพร้อมชุดประดาน้ำมูลนิธิกุศลสถานตรังและสมาคมกู้ภัยพิทักษ์ชีพการกุศลสงเคราะห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเป็นฝายเก็บน้ำ มีประตูกั้นน้ำเพื่อระบายลงคลองน้ำพราย โดยรอบมีชาวบ้านต่างมามุงดูเป็นจำนวนมาก ข้างสระพบรถจักรยานสีเทาจอดอยู่ ตะกร้าหน้ารถมีรองเท้าแตะและถุงใส่หอยขมหรือหอยจุ๊บจำนวนหนึ่ง ส่วนผู้สูญหายทราบชื่อต่อมานางถนอม สมาธิ อายุ 78 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/2 หมู่ 1 ต.ปากคม อ.ห้วยยอด จ.ตรัง และเป็นแม่ของนายถนัด สมาธิ ส.อบต.ปากคม โดยทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยและชาวบ้านได้ช่วยกันตามหาตั้งแต่ช่วงบ่ายแต่ยังไม่พบ ต่อมาเวลา 20.00 น. ทางเจ้าหน้าที่ได้ประชุมวางแผนก่อนได้ข้อสรุปให้ทำการวางอวนดักปลาบริเวณปากท่อระบายน้ำฝั่งคลองน้ำพราย เพื่อระบายน้ำในฝายให้มีระดับลดลงเพื่อง่ายต่อการค้นหา ก่อนที่นักประดาน้ำทำการค้นหาอีกครั้งโดยแบ่งออกค้นหาทั้ง 2 ฝั่ง ตรวจสอบตั้งแต่กลางสระจนถึงริมตลิ่ง แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยของผู้สูญหายจึงยุติการค้นหาในช่วงเวลา 23.00 น. รวมเวลาค้นหากว่า 6 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถาม นางลาภ ยอดกิจ อายุ 73 ปี &amp;nbsp;ชาวบ้านที่มาตกปลา เล่าว่า ปกติตนมักจะเห็นผู้สูญหายปั่นจักรยานมาจอดไว้แล้วไปงมหาหอยเป็นประจำ ล่าสุดเห็นผู้สูญหายลงไปหาหอยตอน 11.00 น. ซึ่งขณะนั้นกำลังนั่งตกปลาอยู่ โดยที่นางถนอมบอกกับตนเองว่า อยากหาหอยให้ได้อีกสัก 1 กก. กลับบ้านไปก่อนมาทราบว่าหายตัวไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายถนัด หรือหู สมาธิ ส.อบต. ลูกชาย กล่าวว่า ปกติแม่จะมาหาหอยเป็นประจำในช่วงเช้า และจะกลับบ้านช่วง 13.00 -14.00 น. แต่วันนี้ผิดสังเกต เวลา 15.00 น.ก็ไม่เห็นกลับมาจึงออกมาตามหา โดยการลงน้ำหาบริเวณรอบคลองแต่ก็ไม่พบ ตนเองและชาวบ้านได้ช่วยกันเร่งตามหาแต่ก็มาทราบว่าจุดสุดท้ายที่หายคือตรงไหน จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและประสานกู้ภัยเร่งตามหา ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้วางแผนค้นหาอย่างต่อเนื่องเพื่อตามหาแม่ของตนเอง .
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114919</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรัง, สูญหาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210829/image_big_612b26157d73f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113466</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 13:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก๊งมอดไม้เหิมตัดต้นยางนาอายุ200ปีมูลค่า1ล้าน! สอบจนท.รัฐมีเอี่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค. 64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.30 น. ของวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ป่าไม้จังหวัดตรัง ภายใต้การอำนวยการของ นายชีวะภาพ ชีวะธรรม และ นายจิระศักดิ์ ชูความดี รองอธิบดีกรมป่าไม้ สั่งการให้ นายศุภชัย สุกใส ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 4 (ภาคใต้) พร้อมด้วย นายสมนึก กุลหลัด หน.หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้สิเกา หน.ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ตรัง สนธิกำลังเข้าตรวจสอบภายในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าไสป่าแก่ หมู่ 9 บ้านโตนชี ต.อ่าวตง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง หลังรับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีการลักลอบแอบตัดไม้ยางนาและขนย้ายท่อนไม้ จึงส่งสายลับเข้าไปตระเวนสืบหาเบาะแสข้อเท็จจริง พร้อมด้วย จ่าเอกสุวัฒน์ สัญวงษ์ นายอำเภอวังวิเศษ นายประวี กัญชนะกาญจน์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นายสรรชัย ตั้งคำ หรือใหญ่ฉุด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการพิเศษป่าไม้ตรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดเส้นทางที่เจ้าหน้าที่เข้าไปพบเป็นถนนลูกรังดินแดง พื้นที่หมู่ 11 ต.อ่างตง อ.วังวิเศษ ก่อนถึงเป้าหมายประมาณ 1 กม. พบรถบรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีเขียว ทะเบียน 71-6323 พระนครศรีอยุธยา ข้างรถเขียนว่า &amp;ldquo;บุญทรัพย์ขนส่ง จำกัด&amp;rdquo; ภายในรถบรรทุกไม้ยางท่อน จำนวน 12 ท่อน สภาพลักษณะท้ายรถบรรทุกตกลงไปในลำคลอง สะพานไม้หัก หัวรถชี้ฟ้า คาดว่าสะพานที่ก่อสร้างด้วยไม้ไม่สามารถรองรับน้ำหนักได้ทำให้สะพานหักจนรถตกได้รับความเสียหาย ในที่เกิดเหตุพบนายสมพร จามะรีย์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 122 หมู่ 1 ต.ภูฝ้าย อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นคนขับรถ 10 ล้อคันดังกล่าว ก่อนเจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวมาสอบปากคำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาได้เดินทางต่อไปยังเป้าหมายซึ่งเป็นสวนยางพาราถูกบุกรุก ไม่มีเอกสารสิทธิ ปลูกอยู่ภายในป่าสงวนแห่งชาติป่าไสป่าแก่ หมู่ 9 บ้านโตนชี ต.อ่าวตง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำติดกับน้ำตกร้อยชั้นพันวัง มีบ้านไม้ปลูกอยู่จำนวน 1 หลังแบบถาวร แต่ไม่พบผู้อาศัย ตรวจสอบพื้นดินบริเวณภายในสวนยางพังเสียหายยับเยินจากการบดทับของล้อรถบรรทุก ทั้งนี้พบต้นยางนา อายุกว่า 200 ปี ขนาดกว่าสองคนโอบถูกโค่นเหลือแต่ตอจำนวน 7 ต้น และพบไม้ที่ถูกตัดเป็นท่อนรอขนย้ายรวมทั้งหมดจำนวน 38 ท่อน ท่อนละ 3 เมตร ปริมาตร 30 ลูกบาศก์เมตร กระจายอยู่ภายในสวนจำนวนหลายจุด และพบรถแบคโฮ ยี่ห้อ โคบิวโค้ สีเหลือง จอดอยู่ใกล้กับริมทาง ห่างจากกองไม้ประมาณ 200 เมตร และพบรถยนต์กระบะมีรั้ว ยี่ห้อโตโยต้า ไม่มีทะเบียน ไม่มีแบตเตอรี่ มีลวดสลิงอยู่ในรถพร้อมเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับซื้อไม่อยู่ในกระเป๋า เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการเค้นสอบ นายสมพร จามะรีย์ คนขับรถ 10 ล้อ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาเพียงรายเดียว ให้การว่าวันที่ 12 ส.ค.64 ที่ผ่านมาได้รับการว่าจ้างจาก นายโจ และ เจ๊ผอม (ไม่ทราบชื่อ-สกุล) ให้มาขนย้ายไม้ออกจากพื้นที่ในราคา 7,000 บาท และในช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. ได้เข้าไปขนไม้ โดยมีนายโจ เป็นคนขับรถแบคโฮ ทำการคีบไม้ขึ้นรถบรรทุก 12 ท่อน และขับออกมาในเวลา 23.00 น. ขณะขับข้ามสะพานปรากฏว่าสะพานไม้รับน้ำหนักไม่ไหว ตกลงไปในลำคลอง จากนั้นได้มีคนไปตามให้ &amp;ldquo;เจ๊ผอม&amp;rdquo; มาดูสะพาน ขณะนั้นไม่มีบุคคลใดอยู่ในที่เกิดเหตุ มีเพียงชาวบ้านบางคนที่จะข้ามสะพานไปกรีดยางพารา แต่ข้ามไม่ได้เนื่องจากสะพานหัก &amp;ldquo;เจ๊ผอม&amp;rdquo; จึงนำตนออกไปจากพื้นที่ และเดินทางไปบ้านของ &amp;ldquo;เจ๊ผอม&amp;rdquo; พื้นที่ บ้านต้นโพธิ์ ต.นาวง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง และได้แจ้งกับตนว่าจะทำการยกรถขึ้นในวันรุ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายชัยญา ทองอ่อน อายุ 60 ปี ส.อบต.อ่าวตง กล่าวว่า ตนคอยดูแลพื้นที่มาตลอด เห็นว่ามีการขนไม้ช่วงไม่เกิน 7 วันที่ผ่านมา มีรถบรรทุก 3 คันผ่านมาในช่วงกลางดึก เมื่อคันที่ 3 ซึ่งเป็นรถ 10 ล้อบรรทุกไม้ ผ่านมาโดยขึ้นบนสะพานไม้นี้ทำให้สะพานไม้ดังกล่าวหักลงไป เนื่องจากเป็นสะพานที่รองรับน้ำหนักเพียง 5 ตันหรือไม่เกิน 10 ตันเท่านั้น ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากชาวบ้านต้องใช้สะพานขับรถไปมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายสุวัฒน์ สัญวงษ์ นายอำเภอวังวิเศษ กล่าวว่า บริเวณนี้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของคลองชี ซึ่งเป็นสายหลักชองอำเภอ ที่ผ่านมาตนก็กำชับฝ่ายปกครองท้องที่ในสังกัดเสมอในเรื่องให้ดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นหลักสำคัญ และหากมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง ตนก็จะดำเนินการอย่างเฉียบขาด ส่วนเรื่องที่มีผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้เซ็นรับอนุญาตนั้น ก็ให้เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนต่อไป หากมีความผิดก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน นายศุภชัย สุกใส ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 4 (ภาคใต้) กล่าวว่า ไม้ดังกล่าวมูลค่าทางตลาดคาดประมาณ 1 ล้านบาท เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติอย่างมาก ที่นี่ถือเป็นแหล่งต้นน้ำชาวบ้าน พฤติการณ์ของกลุ่มตัดไม้นั้นทำกันมานานแล้ว อาจจะมีนายทุนนอกพื้นที่เข้ามาหาซื้อไม้ โดยจะมีชาวบ้านในพื้นที่เป็นนายหน้าอีกทีหนึ่ง คอยติดต่อหาซื้อไม้ จากข้อมูลที่ทราบ &amp;ldquo;เจ๊ผอม&amp;rdquo; น่าจะเป็นคนเข้ามาซื้อและหาไม้ โดยอาศัยช่องโหว่ ของมาตรา 7 ที่กรมป่าไม้ แก้ไขเพื่อช่วยเหลือราษฎรให้สามารถตัดไม้ในที่ดินกรรมสิทธิ์ได้ แต่จะต้องเป็นไม้ที่ปลูกขึ้นเอง ไม่ใช้ไม่จากธรรมชาติ คนร้ายจึงอาศัยช่องว่างตรงนี้ นำไม้ในป่าเข้าไปสวมทะเบียน สันนิฐานว่าจะนำไม้ออกไปให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เซ็นรับรอง เพื่อตบตาที่เจ้าหน้าที่หากมีการตรวจสอบ ตนก็ได้เรียนไปยังนายอำเภอไว้แล้ว หากไม่ดูแลกำนัน ผู้ใหญ่บ้านนั้น อาจจะตกเป็นผู้ต้องหาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานเชิงลึกว่างานนี้เจ้าหน้าที่รัฐเข้ามามีเอี่ยวในการร่วมกระทำผิด เนื่องจากนำเครื่องจักรมาในพื้นที่แต่กลับไม่มีใครรับรู้เรื่องราว และมีการตัดโค่นทำลายตั้งแต่เริ่มแรกที่เข้ามายึดถือครองพื้นที่ แต่ต่อมาไม้ยางนาเป็นสินค้าที่มีราคาเป็นที่ต้องการของตลาดผู้ค้าไม้ จึงได้มีการโค่นต้นไม้ยางนาเพื่อเป็นสินค้าตามที่ต้องการของตลาด นำไปจำหน่ายในลานรับซื้อไม้พื้นที่ จ.ชุมพร และ จ.สุราษฎร์ธานี เบื้องต้นได้นำตัวผู้ต้องหาจำนวน 1 ราย พร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังวิเศษ และทำการสืบสวนขยายผลถึงกลุ่มผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113466</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรัง, ต้นไม้ยางนา, ป่าไม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_611a0250cf9ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 14:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 14:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดลต้ารุกคืบเมืองตรัง! ขยับติดเชื้อเพิ่ม22ราย  เร่งสอบกลายพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.64 - &amp;nbsp;นพ.ตุลกานต์ มักคุ้น นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ รพ.ตรัง ในฐานะโฆษก ศบค.จ.ตรัง แถลงสถานการณ์โรคโควิด-19 พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่จำนวน 9 ราย ยอดสะสม 1,725 ราย เป็นสัญชาติไทยชาย 6 ราย หญิง 3 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมผู้เสียชีวิตสะสมจำนวน 2 ราย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ตุลกานต์ กล่าวว่า มีรายงานจากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ว่า มีสายพันธุ์เดลต้า หรือสายพันธ์อินเดีย พบติดเชื้อจำนวน 18 ราย โดยทั้ง 18 รายล่าสุดเป็นผู้ป่วยรายเดิมที่ทำการรักษาอยู่แล้ว ไม่ใช่รายใหม่ อยู่ในพื้นที่ต่างๆดังนี้ คลัสเตอร์ ต.ละมอ อ.นาโยง จำนวน 5 ราย คลัสเตอร์ ต.นาวง 1 ราย ผู้ป่วยหมายเลข 1604 อยู่ระหว่างการสอบสวน 1 ราย คลัสเตอร์ครอบครัวประกอบธุรกิจส่งสินค้า 4 ราย คลัสเตอร์บริษัทนาเมืองเพชร พาราวู้ด 1 ราย คลัสเตอร์เพื่อนมาเยี่ยมจาก จ.สงขลา 4 ราย เป็นแม่บ้านในสถานกักกันของรัฐโรงแรมธรรมรินทร์ 1 ราย และอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ตุลกานต์ กล่าวอีกว่า โดยกระจายตามอำเภอดังนี้ ต.ควนธานี อ.กันตัง &amp;nbsp;3 ราย ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง 3 ราย ต.นาพละ อ.เมืองตรัง 3 ราย ต.บางเป้า อ.กันตัง 3 ราย ต.ลำภูรา อ.ห้วยยอด 2 ราย &amp;nbsp;ต.ทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว 1 ราย ต.นาเมืองเพชร อ.สิเกา 1 ราย ต.นาโยงเหนือ อ.นาโยง 1 ราย และ ต.น้ำผุด อ.เมืองตรัง 1 ราย รวม 18 ราย ผู้ป่วยทั้งหมดอยู่ใน รพ.สนามของรัฐ ซึ่งการรักษาผู้ป่วยสายพันธุ์เดลต้ายังคงรักษาใน รพ.สนาม 14 วัน ตามรายงานยังไม่พบการแพร่ระบาดขอให้พี่น้องประชาชนได้มั่นใจว่ายังไม่มีการแพร่ระบาดในชุมชน ของ จ.ตรัง เนื่องจากผู้สัมผัสซึ่งเป็นผู้เสี่ยงสูง ได้รับการตรวจและผลเป็นลบและกักตัวอยู่ใน LQ และผู้ที่มีผลเป็นบวกได้ส่งหาสายพันธุ์ยืนยันเดลต้าเช่นเดียวกับผู้ป่วยยืนยัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ตุลกานต์ กล่าวต่อไปว่า ล่าสุดมีรายงานเพิ่มเติมจากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ว่าผู้ป่วยคลัสเตอร์พนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงแรมแห่ง กทม.ซึ่งเป็นผู้ป่วยของ จ.ตรัง ที่รายงานยอดไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นครอบครัวจำนวน 4 ราย &amp;nbsp;ผลรายงานว่าเป็นเชื้อสายพันธุ์เดลต้าเช่นเดียวกัน รวมยอดสายพันธุ์เดลต้าแล้วขณะนี้18 บวก 4 เป็นจำนวน 22 ราย ส่วนรายละเอียดในส่วนของเชื้อสายพันธุ์เดลต้ามีการกลายเชื้อ อย่างไรจากไหน ยังอยู่ในการตรวจสอบเชิงลึกอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ตุลกานต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มติคณะโรคติดต่อ จ.ตรัง มีมติว่าผู้ที่มีการติดเชื้อโควิด-19 ที่เป็นคนตรัง มีทะเบียนบ้านอยู่ในจังหวัด หรือมีพ่อแม่ สามีภรรยา ที่มีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.ตรัง ยังไม่มีสถานพยาบาลเข้ารับการรักษาในเขต กทม.ปริมณฑลขอให้ติดต่อที่หมายเลข 075-290-901 หรือ 075-290-902 และ 085-888-9497 ซึ่งเป็น คอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ของ สสจ.ตรัง จะประสานงานให้ผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.ตรัง ได้เดินทางกลับมารักษาใน รพ.ของ จ.ตรัง และขอให้ประสานงานกับทางคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) เพียงอย่างเดียว โดยจะมีการประสานงานมีรถรับส่ง ห้ามเดินทางโดยขนส่งสาธารณะ และไม่แนะนำให้เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นสำหรับมติคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.ตรัง ได้มีมติว่าประชาชนที่อยู่ใน กทม.และปริมณฑล ที่จะเดินทางเข้า จ.ตรัง ไม่ว่าจะทางใด จะต้องกักตัว 14 วันทุกราย ส่วนการกักตัวจะแบ่งเป็นที่บ้าน หรือ LQ ก็ขึ้นอยู่กับประวัติการสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน ส่วนจังหวัดอื่นๆ ที่ไม่ใช่ กทม.และปริมณฑล สามารถเดินทางเข้าได้ แต่ต้องกักตัว 14 วัน ซึ่งจะเป็นมาตรการที่อ่อนกว่า คือเป็นคำแนะนำให้กักตัว หรือส่งชื่อไปยังพื้นที่ปลายทาง แต่ไม่ได้ออกเป็นคำสั่งกักตัวอย่าง 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้าไม่จำเป็น ก็ขอให้พิจารณาว่าจะเดินทางเข้าหรือไม่ .&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109348</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรัง, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60eaa00c1ccea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
