<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 18:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 18:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พิธา’นำทีมก้าวไกลลงพื้นที่ภาคตะวันออก ย้ำพร้อมสู้ทุกกติกาเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ตุลาคม&amp;nbsp;14.00&amp;nbsp;น.ที่ห้องประชุมโรงเรียนเขาสมิงวิทยาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.เขาสมิง&amp;nbsp;จ.ตราด&amp;nbsp;นายพิธา&amp;nbsp;ลิ้มเจริญรัตน์&amp;nbsp;หัวหน้าพรรคก้าวไกล&amp;nbsp;พร้อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประกอบด้วย&amp;nbsp;นายวุฒินันท์&amp;nbsp;บุญชู&amp;nbsp;&amp;nbsp;จ.สมุทรปราการ,นายธีรชัย&amp;nbsp;พันธุมาศ,นางศิริกัญญา&amp;nbsp;ตันสกุล&amp;nbsp;,นายวรรัตน์&amp;nbsp;โชตปมิตกุล&amp;nbsp;นายสุรเชษ&amp;nbsp;ปลิณวงค์วุฒิ&amp;nbsp;และนางวรรณิภา&amp;nbsp;ไม้สน. ร่วมเวที&amp;rdquo;หัวหน้าพรรคก้าวไกลร่วมรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน&amp;rdquo;ที่นายศักดินัย&amp;nbsp;นุ่มหนู&amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจ.ตราด&amp;nbsp;เป็นผู้จัดขึ้นโดยมีภาคเอกชนหลักของจังหวัดตราดประกอบด้วย&amp;nbsp;นายสัคศิษฎ์&amp;nbsp;มุ่งการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจ.ตราด&amp;nbsp;,นายวุฒิพงษ์&amp;nbsp;รัตนมนต์&amp;nbsp;ประธานหอการค้าจ.ตราด&amp;nbsp;,นายพิพัฒน์&amp;nbsp;ฤกษ์สหกุล&amp;nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคตะวันออก&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นายสว่าง&amp;nbsp;ชื่นอารมณ์&amp;nbsp;ประธานสภาการเกษตรจ.ตราด&amp;nbsp;นายสมเกียรติ&amp;nbsp;สมรรถการนายกสมาคมอนุรักษ์และพิทักษ์สิ่งเเวดล้อมจ.ตราด&amp;nbsp;นายณรงค์&amp;nbsp;ชัยศิริ&amp;nbsp;นายกสมาคมประมงจ.ตราด&amp;nbsp;เป็นต้นร่วมพร้อมเอกชนเข้าร่วมกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนเข้าร่วมเวที&amp;nbsp;นายพิธา&amp;nbsp;ได้กล่าวกับสื่อมวลชนถึงการเดินทางมายัง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดในภาคตะวันออกว่า&amp;nbsp;การเดินทางมา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดในภาคตะวันออกครั้งนี้มาด้วยหมวกหลายใบ&amp;nbsp;ใบหนึ่งก็คือ&amp;nbsp;ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาของพรรคอนาคตใหม่ได้รับการไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนมากทั้งปราจีนบุรี&amp;nbsp;,ระยองแพ้ไปนิดเดียวจันทบุรีได้ทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;จ.ตราดได้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เขตซึ่งการเดินทางมาก็เพื่อทำงานการเมืองที่ต่อเนื่อง&amp;nbsp;และต้องการรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เพื่อนำไปแก้ไขทั้งราคาผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;การท่องเที่ยว&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ปัญหาโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;สถานการณ์ที่น่าห่วงและต้องทำไปแก้ไขก็คือสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ที่จ.ปราจีนบุรี&amp;nbsp;และจันทบุรีที่เพิ่มสูงขึ้นถึง&amp;nbsp;20 %&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;450&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งทุบสถิติ&amp;nbsp;ตราด&amp;nbsp;8 %&amp;nbsp;ซึ่งยังโชคดีทั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า&amp;nbsp;การแก้ปัญหาในพื้นที่ยังมีปัญหา&amp;nbsp;เพราะส่วนกลางไม่เข้ามาสนับสนุนในท้องถิ่น&amp;nbsp;รวมทั้งงบประมาณไม่มีหรือมีน้อย&amp;nbsp;จึงต้องเร่งดำเนินการแก้ไข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อีกด้านหนึ่งคือ&amp;nbsp;ได้มีการพบปะพูดคุยกับว่าที่ผู้สมัครของพรรค&amp;nbsp;สมาชิกพรรคและผู้สนใจการเมืองในพื้นที่ที่มีความฝันในการทำงานการเมืองซึ่งทางพรรคยังไม่มีผู้สมัครครบในทุกเขตเลือกตั้ง&amp;nbsp;จึงต้องมาหารือและกำหนดเป้าหมายทางการเมืองกัน&amp;nbsp;ซึ่งการที่พรรคประชาธิปัตย์ประกาศว่าในจำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ที่นั่งในภาคตะวันออกมีโอกาสสูงที่จะได้รับทั้งหมดก็เป็นเรื่องของพรรคประชาธิปัตย์แต่เราพรรคก้าวไกลเราทำงานการเมืองเพื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ&amp;nbsp;แต่ใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดในภาคตะวันออกมีความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร&amp;nbsp;เพราะการมีครบทั้งน้ำทะเล&amp;nbsp;ทั้งภูเขาทั้งถนนมอเตอร์เวย์&amp;nbsp;มีท่าเรือ&amp;nbsp;มีวัตถุดิบ&amp;nbsp;แต่การเรื่องการบริหารจัดการที่จะทำให้เกิดความสำเร็จ&amp;nbsp;คือการที่จะเลือกผู้แทนราษฎรและเลือกผู้นำเข้าไปบริหารจัดการให้เกิดความสำเร็จ&amp;nbsp;การเลือกผู้นำประชาชนต้องเลือกผู้ทีทจะปรุงหรือผู้เจียระไนเพชรให้งดงามเหมือนที่จ.ตราดเลือกผู้แทนราษฎรของพรรคที่มีคุณภาพ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิธา&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;ในส่วนของกติกาเลือกตั้งที่มี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ใบนั้น&amp;nbsp;เรามักจะคิดว่าพรรคใดจะได้เปรียบเสียเปรียบซึ่งพรรคก้าวไกลไม่ได้สนใจแต่เราพร้อมที่จะปรับตัว&amp;nbsp;และเรายังมีเวลา&amp;nbsp;และจะต่อสู้ในทุกมิติ&amp;nbsp;ทุกกติกาแน่นอน&amp;nbsp;เพราะหากเราเป็นรัฐบาลที่ดี&amp;nbsp;อำนาจจะต้องอยู่ที่ประชาชนแต่หากเราจะกำหนดกติกาอะไรออกมาเพื่อให้ตัวเองได้เปรียบก็เป็นเรื่องของเขา&amp;nbsp;แต่เราก็ไม่บ่น&amp;nbsp;แต่เราพร้อมจะสู้ไม่ว่าจะ&amp;nbsp;400&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เพราะพรรคก้าวไกลมีวิธีการสู้&amp;nbsp;เพราะปลายทางของเราคือสถาบันการเมืองที่เคารพกฏหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับคะแนนนิยมของผมและของพรรคนั้นจะเก็บไว้เป็นกำลังและทำงานให้หนักมากขึ้น&amp;nbsp;แต่ไม่ได้ประมาท&amp;nbsp;ท่ามกลางวิกฤติการณ์การเมืองทีทผมจะต้องพิสูจน์ถึงภาวะผู้นำ&amp;nbsp;วิสัยทัศน์ในการทำงาน&amp;nbsp;และไม่ว่าจะมีคะแนนมากน้อยเพียงใดก็จะทำงานให้มากกว่าเดิม&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายพิธา&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นนายพิธา&amp;nbsp;ลิ้มเจริญรัตน์&amp;nbsp;ได้เข้าร่วมหารือกับภาคเอกชนจนถึงเวลา16.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;และเดินทางไปยังตลาดเอกสิน&amp;nbsp;ต.หนองเสม็ด&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ตราด&amp;nbsp;เพื่อพบพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;และในเวลา&amp;nbsp;18.00&amp;nbsp;น.จะร่วมงานกับสมาคมประมงจ.ตราดจนถึงเวลา&amp;nbsp;19.00&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119329</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, ตราด, พิธา, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_6162cdc77af3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 07:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 07:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวิดเสียท่า!โจรแสบอ้างถูกหวย 30 ล้านตระเวนสั่งน้ำดื่ม หมู ไก่ ไข่ มูลค่ากว่า5แสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.64 - นายชยพัทธ์ เพชรหีด อายุ 52 ปี และนางชญดา วิชัยดิษฐ์ สองสามีภรรยาร้านสุทธิวารีน้ำแข็งหลอด เลขที่ 7/2 ถนนราษฎร์อนุสรณ์ ตำบลบางพระ อำเภอเมือง จังหวัดตราด ร้องผู้สื่อข่าว หลังถูก 2 หนุ่มไม่ทราบชื่อ เข้ามาสั่งน้ำดื่มและน้ำอัดลมมูลค่ากว่า 2 แสนบาท เพื่อนำไปบริจาคให้กับผู้ป่วยโควิด-19 แต่กลับไม่จ่ายเงิน ก่อนจะขาดการติดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชยพัทธ์ เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2564 ผ่านมา ช่วงเวลา 8.20 น. มีชายจำนวน 2 คน คนแรกสวมสีแดงเป็นขี่รถจักรยานยนต์ มาจากหน้าร้าน โดยคนซ้อนเป็นชายสวมเสื้อสีขาว ก่อนที่คนซ้อนจะเข้ามาในร้านเข้ามาสั่งของจำนวน 6 ราย คือ 1.น้ำดื่มขนาด 600 มล. จำนวน 1,500 แพ็ค 2.น้ำอัดลมโคค่าโคล่า ขนาด 600 มล. จำนวน 200 แพ็ค 3.น้ำอัดลมสีเขียว ขนาด 600 มล. จำนวน 200 แพ็ค 4.น้ำอัดลมสีส้ม ขนาด 600 มล. จำนวน 200 แพ็ค 5.น้ำอัดลมสีเขียว ขนาด 1.25 ลิตร จำนวน 200 แพ็ค และ 6.น้ำแข็งแช่ รวมมูลค่าประมาณ 254,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่สั่งแล้ว ชายที่สวมเสื้อสีขาว บอกว่า ถูกหวยรางวัลที่ 1 จำนวน 30 ล้านบาท งวดล่าสุด และต้องการนำน้ำดื่มที่สั่งไว้ไปบริจาคให้กับผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยให้ทางร้านนำไปส่งตามจุดต่าง ๆ ในวันรุ่งขึ้น และอีก 40 นาที จะโอนเงินมาให้ และชายทั้ง 2 คน ก็ออกจากร้านไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายชยพัทธ์ จึงโทรศัพท์สั่งของตามรายการที่สั่งไว้แล้วทั้งหมด และเมื่อครบกำหนด 40 นาที นายชยพัทธ์โทรติดต่อไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่ให้ไว้ เพื่อสอบถามถึงค่าใช้จ่าย แต่ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อไป และก็ไม่มีใครติดต่อกลับมาเช่นกัน จึงทำการยกเลิกรายการที่สั่งเอาไว้ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อรู้ว่าถูกหลอก จึงนำหลักฐานกล้องวงจรปิดไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตราด เนื่องจากนายชยพัทธ์ ได้จดหมายเลขบัญชีให้กับชายคนดังกล่าวไว้ เพราะเกรงว่าจะเกิดความเสียหายในภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ชายรายนี้ที่อ้างตัวถูกหวยนั้น ยังได้อ้างว่าทำงานโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดตราด เมื่อตรวจสอบแล้ว ไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่รายไหนถูกหวยรางวัลที่ 1 จำนวน 30 ล้านบาท ขณะเดียวชายรายนี้ยังได้ก่อเหตุในลักษณะเดียวกันในตลาดไร่รั้งเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึงตลาดไร่รั้ง เพื่อสอบถามข้อเท็จเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็พบว่า ชายรายนี้ ได้เข้าไปติดต่อขอซื้อวัตถุดิบหลายอย่าง มากกว่า 10 ร้าน โดยอ้างว่าถูกหวย 30 ล้าน จะซื้อไปบริจาคให้กับโรงพยาบาลสนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสมคิด เทพอรุณ อายุ 53 ปี แม่ค้าเขียงหมู เปิดเผยว่า ชายรายนี้ ได้เดินเข้ามาที่ร้านและติดต่อขอซื้อหัวหมูจำนวน 300 หัว มูลค่าประมาณ 50,000-70,000 บาท แล้วก็พูดว่าถูกหวย 30 ล้าน จะซื้อของไปช่วยเหลือ ที่แรกก็ตกใจและสงสัย ทำไมถึงสั่งเยอะขนาดนี้ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก จากนั้นชายรายนี้ก็เดินไปสั่งวัตถุดิบทุกร้านอยู่ในบริเวณใกล้เคียงทั้ง ไก่ 300 ตัว ไข่ไก่ 60,000 บาท ร้านผัก ร้านขายปลา ขายอาหารทะเล รวม ๆ แล้วมีร้านที่โดนประมาณ 10 กว่าร้าน และหากคิดเป็นเงินรวมแล้วมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่ชายรายนี้สั่งแล้ว ก็เดินออกไปแล้วบอกว่าจะโดนเงินมาให้ภายหลัง แต่ของให้นำของที่สั่งไปส่งให้ตามจุดต่าง ๆ ที่บอกเอาไว้ กระทั่งวันรุ่งขึ้น ทุกคนเฝ้ารอชายรายนี้ เพื่อที่จะรับโอนเงิน แต่ก็ไม่ได้วี่แววที่จะโอนเงิน และพยายามติดต่อกลับ แต่ก็ไม่รับสาย ซึ่งโชคดีบางร้านยังไม่ได้สั่งวัตถุดิบมากเพิ่ม และก็มีบางร้านที่สั่งวัตถุดิบมาแล้วส่วนหนึ่ง แต่ก็ต้องได้รับผลกระทบไปตาม ๆ กัน ส่วนพ่อค้าแม่ค้า ในตลาดยังไม่มีใครเข้าแจ้งความ และก็ไม่รู้ถึงสาเหตุว่าทำไมชายรายนี้ถึงต้องก่อเหตุในลักษณะแบบนี้.
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117351</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตราด, หลอกซื้อของ, อ้างถูกหวย30ล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149258bcc801.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น่าสน! ททท.ผนึก &#039;บันลือกรุ๊ป&#039; ฟื้นฟูท่องเที่ยวเปิดแลนด์มาร์คใหม่ เกาะขายหัวเราะ จ.ตราด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค. 2564 &amp;nbsp;นายอิษฎา เสาวรส ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตราด กล่าวถึงที่มาของการร่วมมือกันกับขายหัวเราะในครั้งนี้ว่า เกิดจากความเข้ากันพอดีของสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดตราด กับภาพจำของหนังสือการ์ตูนขายหัวเราะ ที่แฟนการ์ตูน และนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจังหวัดตราดได้พบกับเกาะแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเกาะนกนอก เชื่อมมาจากเกาะนกใน และเกาะกระดาด เกาะนี้จะมีจังหวะที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาในช่วงน้ำลด ซึ่งทำให้เห็นพื้นที่เกาะเล็กน้อยและมีต้นตะบันขึ้นอยู่เพียงโดดๆ เพียงต้นเดียว ทำให้มีลักษณะเหมือนแก๊กติดเกาะของการ์ตูนขายหัวเราะ ทำให้นักท่องเที่ยวพากันเรียกเกาะนี้ว่า &amp;ldquo;เกาะขายหัวเราะ&amp;rdquo; จนกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดตราดในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทาง ททท.สำนักงานตราด จึงเชิญขายหัวเราะมาร่วมส่งเสริมโปรโมตเกาะแห่งนี้ในนาม ผ&amp;rdquo;เกาะขายหัวเราะ&amp;rdquo; อย่างเป็นทางการโดยมีความตั้งใจที่จะร่วมมือกันตั้งรับ ฟื้นฟู และส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสถานการณ์โรคโควิด 19 คลี่คลาย ซึ่งหลายภาคส่วนทั้งการท่องเที่ยวระดับประเทศและระดับท้องถิ่นต้องการการส่งเสริมสนับสนุนอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายอิษฎา กล่าวถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวในพื้นที่ที่รับผิดชอบในรอบปี 2564 ที่ผ่านมา และคาดการณ์ในไตรมาส 4 คือช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึง (ต.ค.-ธ.ค. 2564)ว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวในประเทศครึ่งปีแรกอยู่ในภาวะหดตัว ในช่วงเดือน ม.ค.-เม.ย. 2564 ยังคงมีการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศให้เห็นอยู่บ้าง ขณะที่ปลายเดือนเมษายนเป็นต้นไป สถานการณ์อยู่ในภาวะชะลอตัว เนื่องจากมีการติดเชื้อเป็นวงกว้างต่อเนื่อง อีกทั้งพบการติดเชื้อจากกลุ่มคลัสเตอร์ใหม่ และยังพบเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่อีกหลายสายพันธุ์ ส่งผลให้การเดินทางท่องเที่ยวทุกจังหวัดตกอยู่ในภาวะทรุดตัว และเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัวลง ซึ่งการระบาดระลอกใหม่ ได้ส่งผลกระทบด้านลบต่อการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเป็นอย่างมากทำให้สถานการณ์ท่องเที่ยวครึ่งปีแรก 2564 ติดลบทั้งจำนวน และรายได้ทางการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 เริ่มคลี่คลายลง คาดว่าจะไตรมาส 4 ของปี 2564 อนาคตของการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นในระยะการปรับตัวเข้าสู่ยุควิถีปกติใหม่ นักท่องเที่ยวจะนิยมการเดินทางท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและประสบการณ์แสวงหากิจกรรมการมีส่วนร่วมกับชุมชนในพื้นที่ท่องเที่ยวและผลลัพธ์ในระยะยาวที่ยั่งยืน มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนท้องถิ่นมากขึ้น นักท่องเที่ยวจะมีความยืดหยุ่นและหลากหลายมากขึ้น และเน้นการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ที่มีความปลอดภัยด้านสุขอนามัยคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการเที่ยวยุคใหม่ การทำให้นักท่องเที่ยวเชื่อมั่นในความปลอดภัยด้านสุขอนามัยกลายเป็นสิ่งสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;จากวิกฤตโรคระบาด ส่งผลให้ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ บางรายต้องหยุดกิจการชั่วคราว บางรายต้องเลิกกิจการไป และอีกจำนวนมากที่ต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่ต้องหยุดชะงัก ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมฯ ซึ่ง ททท. ต้องเร่งฟื้นฟูและเตรียมความพร้อมรองรับการกลับมาของนักท่องเที่ยว ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็ต้องปรับตัวด้วยการพัฒนาสินค้าและบริการ เพิ่มคุณค่าและมูลค่าด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ รองรับการเปลี่ยนแปลงภายใต้วิถีปกติใหม่ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้ฟื้นคืนกลับมาเข้มแข็งกว่าเดิมบนพื้นฐานของปลอดภัยและความยั่งยืน&amp;rdquo;
นายอิษฎา กล่าวต่อว่า การประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวร่วมกับหนังสือการตูนขายหัวเราะที่มีผู้อ่านทุกช่วงอายุ ทุกกลุ่มอาชีพ ในครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่ที่นำภาพของการ์ตูนมาคู่กับแหล่งท่องเที่ยว คาดว่าจะทำให้แหล่งท่องเที่ยวในบริเวณนี้เป็นที่รู้จักได้อย่างกว้างขวาง อีกทั้งช่วยสร้างบุคลิก และบรรยากาศให้การท่องเที่ยวเต็มไปด้วยความสนุกสนาน อารมณ์ดี และมีความสุขเมื่อได้มาเยือน รวมถึงเป็นการตอกย้ำว่าเกาะขายหัวเราะนั้นมีอยู่จริงที่จังหวัดตราด ถือเป็นการเชื่อมโลกแห่งความจริงเข้ากับโลกของการ์ตูนที่คนไทยคุ้นเคยกันมายาวนาน ซึ่งนอกจากเกาะขายหัวเราะแล้ว เชื่อว่ายังสามารถช่วยกระจายนักท่องเที่ยวไปตามเกาะอื่น ๆ อาทิ เกาะหมาก เกาะกระดาด เชื่อมโยงให้เกิดเส้นทางสร้างรายได้ลงสู่พื้นที่นั้นอย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านน.ส.พิมพ์พิชา อุตสาหจิต กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทเครือบันลือกรุ๊ปบอกว่า การ์ตูนสามารถใช้เป็นเครื่องมือได้ทั้งในโลกจริง และโลกเสมือน การผูกเรื่องราวและภาพลักษณ์ของคาแรกเตอร์กับการท่องเที่ยวในมิติต่างๆ สามารถทำได้อย่างไม่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เชิงอนุรักษ์ เชิงวัฒนธรรม การมุ่งสร้างองค์ความรู้เพื่อนักท่องเที่ยวทั่วไปหรือเฉพาะกลุ่ม การเล่าด้วยการ์ตูนก็ทำได้อย่างไม่ยัดเยียด ประสบการณ์ที่มีความสัมพันธ์กับคาแรกเตอร์ เรื่องเล่าวัยเยาว์ ล้วนทำให้เกิดมิตรภาพและความประทับใจ ซึ่งพิสูจน์มาแล้วจากแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำทั่วโลกว่า การ์ตูนและคาแรกเตอร์ทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดีและเข้าถึงกับผู้คนได้ทุกเพศทุกวัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ประเทศญี่ปุ่นเป็นต้นแบบแห่งการใช้การ์ตูนและคาแรกเตอร์มาโปรโมตสารพัดสิ่ง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมท้องถิ่นของญี่ปุ่น ก็ยังมีการต่อยอดรูปแบบใหม่ๆ ออกไปอยู่เรื่อยๆ สำหรับประเทศไทยนั้น ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นมิติใหม่ของการท่องเที่ยวไทยในการใช้พลังการ์ตูนและ soft power มาสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์และแปลกใหม่ เรียกได้ว่าแคมเปญเกาะขายหัวเราะ เป็นก้าวแรกที่สำคัญทั้งกับขายหัวเราะและโอกาสใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งในอนาคต อาจจะมีรูปแบบใหม่ๆ ออกมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคาแรกเตอร์ใหม่ๆ รูปแบบ storytelling ที่ต่างไปจากเดิม หรือการทำแคมเปญ ที่ไม่จำกัดรูปแบบ ซึ่งน่าจะเหมาะกับเทรนด์การท่องเที่ยวในอนาคต ที่นักท่องเที่ยวต้องการมีประสบการณ์ร่วมกับเรื่องราวท้องถิ่นหลากหลายรูปแบบและเชิงลึกมากขึ้นด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
น.ส.พิมพ์พิชา กล่าวต่อว่า ขายหัวเราะในฐานะ &amp;ldquo;สำนักการ์ตูนไทย&amp;rdquo; นั้นมี DNA จุดเด่นเฉพาะตัว คือ ความถนัดในการใช้สื่อการ์ตูนเล่าเรื่องได้ทุกเรื่อง และความเข้าใจ insight รสนิยมความบันเทิงสนุกสนานและ culture แบบไทย ๆ อยู่แล้ว ซึ่งน่าจะนำมาต่อยอดในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้อีกหลากหลายแนวทาง ซึ่งขายหัวเราะต้องการใช้ความถนัดของเราในด้านการ์ตูน คาแรกเตอร์ อารมณ์ขัน และ storytelling มาเป็นสื่อและสร้างกิมมิกในการพัฒนา Content และออกแบบ Content Marketing รูปแบบแคมเปญที่สนับสนุนต่อยอดอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายในการสร้างการรับรู้ ว่าเกาะขายหัวเราะที่ทุกคนคุ้นเคยจากแก๊กการ์ตูนและปกขายหัวเราะนั้นมีอยู่จริงๆ เป็นการเชื่อมโยงจินตนาการและความสนุกด้วยประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ การ์ตูนสามารถยกระดับ เป็นเครื่องมือสำคัญของเศรษฐกิจสร้างสรรค์จากทุนวัฒนธรรม ยังมีเรื่องราวดี ๆ อีกมากมายในหลากหลายท้องที่ ซึ่งรอให้นักท่องเที่ยวได้มาค้นพบ มิติใหม่ของการเล่าเรื่องด้วยพลังการ์ตูนของ ททท. น่าจะจุดประกายเชื้อเชิญให้นักเดินทางมุ่งหน้าสู่สถานที่จริง ไม่ว่าจะเป็นเกาะขายหัวเราะ มุมตึกคึกคัก หรือทะเลทรายสบายใจ รวมทั้งกองทัพตัวการ์ตูนมากมายที่พร้อมใจรอต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนทุกๆคน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114585</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), ตราด, เกาะขายหัวเราะ, เปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_612703e972f44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2021 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2021 15:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โลมาอิรวดีตายปริศนาทะเลตราด  จนท.เร่งหาสาเหตุก่อนฝังกลบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค.64 - &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เกาะหลักจังหวัดตราดได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบโลมาเกยตื้น บริเวณสะพานแหลมศอก ต.อ่าวใหญ่ อ.เมือง จ.ตราด หลังรับแจ้งแล้ว ได้ประสานกำลังอาสาใกล้เคียงเข้าตรวจสอบ ในที่เกิดเหตุพบซากโลมาเกยตื้นบริเวณทางเข้าสะพานแหลมศอกจากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ทำการตรวจสอบซากโลมา พบว่า เป็นโลมาพันธุ์อิรวดี ความยาว 2 เมตร สภาพเน่าอืด คาดว่าน่าจะตายมาตั้งแต่ในทะเลแล้วลอยเข้าฝั่งมา จากนั้นอาสากู้ภัยถ่ายรูปไว้เป็นฐาน เพื่อส่งให้กับศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 จ.ระยอง ก่อนได้นำซากโลมาขึ้นจากน้ำทำการฝังกลบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปราณีต พิมเสนาะ อายุ 83 ปี ชาวบ้านที่เห็นโลมาเป็นคนแรก กล่าวว่า ตนเองออกมาดูชาวบ้านมาจับปลาที่สะพานแหลมศอก ระหว่างเดินดูปรากฎว่า พบซากโลมาลอยกลางทะเลมาก ตอนแรกคิดว่าเป็นศพคนลอยทะเลมา แต่เมื่อมองดูดีๆ ไม่ใช่ศพคน แต่เป็นซากโลมา จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ส่วนสาเหตุนั้นไม่น่าจะมาจากติดอวนตาย เพราะไม่มีอวนติดมาด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108579</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตราด, โลมาตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210704/image_big_60e167572ca68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 12:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 12:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตราดผวาคลัสเตอร์ใหม่ระบาด50ราย! เลื่อนเปิดเทอมไป1ก.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย. 64 - ที่จังหวัดตราด จากการที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตราด ที่มีนายภิญโญ ประกอบผล ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตราด เป็นประธานประชุมพิจารณาการขยายเวลาการเปิดภาคเรียนของสถานศึกษาจังหวัดตราด เนื่องจากจังหวัดตราดพบคลัสเตอร์ใหม่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มีผู้ติดเชื้อกว่า 50 ราย ที่ซอยกลางนา ม.1 ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2564 นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวทิวา ยายไกล รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จันทบุรี ตราด กล่าวว่า มีโรงเรียนระดับมัธยมจำนวน 4 โรงเรียนในพื้นที่ที่ไม่มีการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ยังยืนยันที่จะเปิดโรงเรียนที่ 14 มิถุนายน 2564 โดยทั้ง 4 โรงเรียน ผ่านมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 แล้ว ส่วนโรงเรียนที่เหลือขอเลื่อนไปเปิดวันที่ 1 กรกฎาคม2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายวิชชา ครุปิติ รอง ผอ.สพป.ตราด กล่าวว่า ในระดับประถมศึกษามีโรงเรียนจำนวน 4 โรงที่ขอเลื่อนไปเปิดวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เพราะอยู่ในพื้นที่เสี่ยงของการแพร่ระบาดวิด ส่วนอีก กว่า 100 โรงเรียน ยังคงเปิดตามปกติในที่ 14 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.ตราด ได้รับทราบเหตุผลทางหน่วยงานต้นสังกัดที่ดูแลรับผิดชอบสถานศึกษาทั้งระดับประถมและมัธยมแล้ว ก่อนที่จะมีมติเห็นชอบให้ทุกโรงเรียนเลื่อนเปิดโรงเรียนไปเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ทุกโรงเรียน ตั้งแต่ศูนย์เด็กเล็ก ระดับประถม ระดับมัธยมและระดับอาชีวะ เนื่องจากสถานการณ์ของจังหวัดตราดในตอนนี้ มีความเสี่ยงในของการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จากคลัสเตอร์ซอยกลางนา มีพบผู้ป่วยติดเชื้อแล้วกว่า 50 ราย ในตอนนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106320</URL_LINK>
                <HASHTAG>1ก.ค., คกก.โรคติดต่อ, ตราด, เปิดเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c6ee65aa6c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95279</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2021 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2021 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไอซ์ลอยทะเลจากสมุยถึงเกาะหมากเตือนชาวบ้านห้ามเก็บไว้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค.64- &amp;nbsp;ที่เกาะหมาก จ.ตราด ชาวบ้านและกำนันในพื้นที่พบห่อวัตถุต้องสงสัย ที่บริเวณอ่าวแดง กระจัดกระจายอยู่บริเวณ รอบๆอ่าวแดง&amp;nbsp;โดยได้ช่วยกันเก็บมารวมกัน นับได้ 17 ห่อ ขณะเดียวกันสายตรวจ ดาบตำรวจ อิทธิภัณ &amp;nbsp;ศิริสิลป์ หน ชุดปฏิบัติการบริการนักท่องเที่ยว 1155 เกาะหมาก ตร.ทท.เกาะหมาก พร้อมด้วยพ.ต.ท.พัฒนพงษ์ ศิริเจริญนำ สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวจ.ตราด และร.ต.ต.วันชัยคณารักษ์ ร่วมกับสายตรวจตร.เกาะหมาก เข้าไปตรวจสอบแล้วนำมาไว้เพื่อตรวจสอบที่ ที่พักสายตรวจ ตร.เกาะหมาก.ต่อมาฝ่ายปกครองกำนัน ผู้ใหญ่บ้านแจ้งว่า นายสมศักดิ์ จุฑาวงศ์สกุล นายอำเภอเกาะกูดนายอำเภอเกาะกูดจะเดินทางมาทางเรือสปีดและมาพร้อมกับคณะเพื่อตรวจสอบด้วยตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 14.00น. นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จุฑาวงศ์กุล นายอำเภอเกาะกูดพร้อมด้วยปลัด ,พ.ต.ท.พนัส บุญอินทร์ รอง ผกก.ป.สภ.เกาะกูด,พ.ต.ต.ศิววิชญ์ &amp;nbsp;สมบูรณ์ผล สว.สส.สภ.เกาะกูด,อส.และชรบ. เข้าตรวจสอบ ซึ่งผลการตรวจเบื้องต้นพบ เป็นยาไอซ์ จริงซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มของเมทแอมเฟตามีน มีฤทธิ์กระตุ้นประสาท ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1. จำนวน 17 ห่อ/ละ1กิโลกรัม รวมทั้งหมด 17 กิโลกรัม สอบปากคำไว้เป็นหลักฐานส่งสภ.เกาะกูด เพื่อดำเนินการในส่วนเกี่ยวข้องต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้านพ.ต.อ.วิเชียร ยันตรัตน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.ตราด กล่าวว่าเรื่องนี้ได้รับแจ้งจากผกก.สภ.เกาะกูดเบี้ยงต้นแล้ว และทราบว่าจะนำยาไอซ์จำนวนดังกล่าวว่ามาที่สภ.เกาะกูดเพื่อทำการสอบสวน แต่ไม่ทราบว่ารายละเอียด แต่คาดว่าเป็นล็อตเดียวกับที่พบในอ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ที่มีการพบเมื่อปลายเดือนมกราคม 2564 ที่ผ่านมา และมีลักษณะใกล้เคียงหรือเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนายสมศักดิ์ กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากแรงงานต่างด้าวที่ได้แจ้งให้ตำรวจตำบลเกาะหมากทราบ และกำนันต.เกาะหมากได้รายงานให้ทราบจึงได้ส่งปลัดอำเภอเกาะกูดมาดูแลและเจ้าหน้าที่ลงพื้นซึ่งได้ทำการทดสอบแล้วพบว่า เป็นยาไอซ์บริสุทธิจึงได้สั่งการให้นำมาเก็บไว้ที่อำเภอเกาะกูด และสอบสวนที่มา ขณะนี้ยังไม่ทราบว่ามาจากสถานที่ใด แต่ได้แจ้งประชาสัมพันธ์ให้ชาวเกาะหมากและเกาะกูดทราบว่า หากใครพบเห็นยาเสพติดหรือสิ่งของต้องสงสัยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อไปตรวจสอบ และหากเก็บไว้จะมีความผิดทางอาญา ทั้งนี้ทางอำเภอเกาะกูดจะได้แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95279</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตราด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210307/image_big_60449d549854b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2021 18:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2021 18:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนถางป่าจุดไฟเผากองไม้ ลมแรงโหมลามไหม้ต่อเนื่อง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค.64- องค์การบริหารตำบลห้วยแร้ง &amp;nbsp;อ.เมือง จ.ตราด ได้รับแจ้งจากนางแสงจันทร์ สงวนหงส์ อายุ 50 ปี ชาวบ้าน ม.3 บ้านบางปรง ต.ห้วยแร้ง อ.เมือง จ.ตราด ไฟไหม้สวนไม่สามารถดับไฟได้เอง หลังรับแจ้งนายประสิทธ์ สุนาตุ นายกอบต.ห้วยแร้ง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสารธารณภัยนำรถน้ำไปยังที่เกิดเหตุทันที เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่า ที่เกิดเหตุรถดับเพลิงเข้าไปลำบากและไม่สามารถเข้าไปถึงจุดที่ไฟไหม้ ขณะที่มีกลุ่มควันจำนวนมากลอยปกคลุมเป็นวงกว้างประกอบกับมีลมแรงโหมไฟเป็นระยะ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องขอกำลังสนับสนุนชุดผจญเพลิงจากสมาคมกู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราด &amp;nbsp;เนื่องจากไม่สามารถฉีดน้ำดับไฟที่อยู่ลึกจากด้านในประมาณ 100 เมตร โดยได้รับการสนับสนุนกำลังชุดผจญเพลิงจำนวน 10 นาย เดินเท้าเข้าไปยังจุดที่ไฟไหม้ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสารธารณภัย อบต.ห้วยแร้ง ได้ลากสายน้ำยาวกว่า 50 เมตร เข้าไประดมดับไฟที่กำลังลุกไหม้ พร้อมตัดทางไฟ ซึ่งตอนนี้เวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ เนื่องจากสภาพที่เกิดเหตุค่อนเข้าเดินเท้าไปถึงยาก ยังคงมีไฟลุกลามตามจุด ๆ ไม่หยุด เนื่องจากมีลมแรงตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางแสงจันทร์ กล่าวว่า &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุเป็นที่ดินที่ของตนเอง ที่ถางป่าเอาไว้และจุดไฟเผากองไม้เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา แต่ช่วงนั้นไม่มีลม ตนเองและสามียังเฝ้าระวังไม่ให้ไฟลุกลามไปที่อื่นได้ แต่ปรากฎว่าวันนี้ เกิดมีลมกรรโชกแรง ทำให้สะเก็ดไฟลอยขึ้นสู่อากาศและตกไปติดหญ้าแห้ง จนลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งเป็นป่าจนตนเองไม่สามารถคุมเพลิงไว้ได้ ได้ขอความช่วยเหลือจาก อบต.ห้วยแร้ง ส่วนพื้นที่ที่ไฟไหม้นั้นคาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 10-15 ไร่อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสารธารณภัย อบต.ห้วยแร้ง ให้ข้อมูลว่าไฟไหม้ป่าครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 ในรอบ 2 สัปดาห์ของพื้นที่ตำบลห้วยแร้งแล้ว มีทั้งที่เกิดจากไฟป่าและจากที่ชาวบ้านจุดไฟเผาแล้วลุกลามไหม้ป่าที่ติดกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90122</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตราด, ไฟไหม้ป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210117/image_big_60041eab901bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
