<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 11:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 11:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯรำลึก&#039;ครูจูหลิง&#039;สดุดีครูวีรชนใต้ ส่ง&#039;ตรีนุช&#039;มอบเงินเยียวยาครอบครัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 -&amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบหมาย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้แทนมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาครูและบุคลากรทางการศึกษา &amp;ldquo;ครูจูหลิง ปงกันมูล&amp;rdquo; ที่ อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายกฯยังได้วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จากห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ไปในงานดังกล่าว&amp;nbsp; พร้อมกล่าวเชิดชูครูจูหลิง และครูวีรชนผู้ล่วงลับจากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า นับเป็นเวลากว่า 14 ปี ของการสูญเสียบุคลากรทางการศึกษา ที่เปรียบไปด้วยจิตวิญญาณและความรักในอาชีพของความเป็นครู ครูจูหลิงต้องออกจากบ้านเกิดของตนจากพื้นที่ตอนเหนือสุดของประเทศไปสู่พื้นที่ตอนใต้ เพื่ออุดมการณ์ที่จะช่วยเหลือเด็กๆ ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ได้รับความรู้เทียบเท่ากับกับเด็กในภูมิภาคอื่นๆ นับเป็นความเสียสละและสมควรได้รับการยกย่องให้เป็นแม่พิมพ์ของชาติอย่างแท้จริง ที่ผ่านมารัฐบาลได้เร่งรัดให้ส่วนราชการดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับผลกระทบ โดยกระทรวงศึกษาธิการได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่นายสูน และนางคำมี ปงกันมูล บิดา มารดา ของครูจูหลิง ปงกันมูล จำนวน 2,742,000 บาท ในส่วนรายที่เหลือรัฐบาลและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิตต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกฯ&amp;nbsp; กล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรียังชื่นชมและให้กำลังใจต่อเพื่อนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละและอดทน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และแสดงความเสียใจต่อญาติของคุรุวีรชนผู้เสียชีวิตทุกคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120057</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูจูหลิง, ตรีนุช, นายกฯ, บิ๊กตู่, เยียวยา, โฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616cf0cd523c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 13:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศธ. แถลงเตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียนเทอม 2 ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ เดือนต.ค.นี้ในกลุ่มนร.-นศ.กว่า 4.5ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13ก.ย.64-ที่กระทรวงศึกษาธิการ - นางสาวตรีนุช เทียทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วย นพ.โอภาส การ์ยกวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และผู้บริหารระดับสูงของ ศธ.ร่วมแถลงข่าว &amp;quot;เตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียนที่ 2/2564 สถานศึกษาปลอดภัย เด็กได้รับวัคซีนถ้วนหน้า&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนางสาวตรีนุช กล่าวว่า &amp;nbsp;ศธ. ได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 หรือโควิด-19 อย่างใกล้ชิดและมีการถอดบทเรียนจากการจัดการเรียนการสอน 5 รูปแบบ หรือ 5 On ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 เพื่อนำไปสู่การกำหนดแนวทางการเปิดภาคเรียนต่อไปให้มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจากการหารือร่วมกันระหว่าง ศธ. กับ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกระทรวงมหาดไทย (มท.) เบื้องต้นมีแนวทางในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ได้แก่ 1.แผนการฉีดวัคซีน Pizer 2 เข็ม แก่กลุ่มผู้ที่มีอายุ 12 ปี จนถึง 17 ปี 11 เดือน 29 วัน ณ วันที่ฉีด โดยจะอนุโลมให้แก่ กลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่มีอายุเกิน 17 ปี 11 เดือน 29 วันด้วย ซึ่งจะครอบคลุมนักเรียนนักศึกษา ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือ เทียบเท่า รวมถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีอายุ 12 ปี โดยในเดือนตุลาคมเป็นตันไปจะเริ่มฉีดให้แก่นักเรียน นักศึกษา ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเช้ม) จำนวน 29 จังหวัดก่อน แต่ตั้งเป้าหมายให้นักเรียน นักศึกษาทุกคน ได้รับวัคซีน Pizer เข็มที่ 1 อย่างครบถ้วน ซึ่งที่ประชุม ศบค. ชุดใหญ่ ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. เป็น ประธาน ได้อนุมัติในหลักการให้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้แก่นักเรียน นักศึกษาทุกสังกัด กว่า 4.5 ล้านคน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า ทั้งนี้แผนการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับนักเรียนอายุ 12-17 ปีนั้น จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง ซึ่งตนได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดทำแบบสำรวจความยินยอมจากผู้ปกครองแล้ว โดยคาดว่าปลายเดือนกันยายนนี้ จะได้ข้อมูลสรุปจำนวนนักเรียนที่ผู้ปกครองยินยอมให้ฉีดวัคซีนได้ ส่วนการเปิดภาคเรียนของกลุ่มนักเรียนตั้งแต่ปฐมวัยไปจนถึงประถมศึกษาที่มีอายุยังไม่ถึง 12 ปีนั้นได้วางแผนการจัดการเรียนการสอนแบบ Onsite และ Online Ondemand และ Onhand รวมถึงการสลับวันมาเรียนและการจำกัดจำนวนนักเรียน ขณะเดียวกันพื้นที่ไหนที่ชุมชุนปลอดภัยไม่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อและเป็นพื้นที่สีเขียวแล้วก็สามารถเปิดเรียนได้ตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ศธ.ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักเรียน นักศึกษา เป็นอันดับแรก โดยได้ปรึกษาและประสานงานอย่างใกล้ชิด และการฉีดวัคนให้เด็กจะเป็นไปตามความสมัครใจ ที่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง ศธ. จะเร่งสร้างการรับรู้และความเข้าใจ เกี่ยวกับประโยชน์ของการฉีดวัคซีน รวมถึงวิธีการปฏิบัติก่อนและหลังการฉีดวัคซีน สำหรับการฉีดวัคซีนให้ครูและบุคลากรทางการศึกษานั้น ขณะนี้มีครูได้รับวัคซีนไปแล้วกว่าร้อยละ 70 โดยแผนการจัดสรรวัคซีนในเดือนตุลาคมนี้จะให้สถานศึกษาส่งรายชื่อครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ยัง ไม่ได้รับวัคซีนมาด้วย เพื่อเร่งจัดสรรวัคซีนให้กลุ่มครู&amp;quot;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค &amp;nbsp;กล่าวว่า การฉีดวัคซีนมีเรื่องที่จะต้องคำนึงอยู่ 2 ประการ คือ 1.ประสิทธิภาพของวัคซีน และ 2.คุณภาพของวัคซีน ซึ่งวัคซีนที่จะนำมาฉีดให้กับคนไทยนั้น จะต้องผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา แขะในเรื่องความปลอดภัยก็เป็นเรื่องที่ค้องคำนึงถึงมากที่สุดโดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่จะเป็นกำลังของประเทศชาติ ขณะนี้เรามีวัคซีนที่ อย.อนุมัติให้ฉีดในเด็กที่มีอายุ&amp;nbsp;12 ปีขึ้นไป คือ วัคซีน Pfizers จำนวน 30 ล้านโดส ซึ่งเพียงพอต่อกลุ่มนักเรียน นักศึกษา อย่างแน่นอน ทั้งนี้ตนของชี้แจงต่อผู้ปกครองว่า วัคซีนที่นำมาฉีดนั้นเป็นวัคซีนที่มีคุณภาพ ปลอดภัย สธ. และ ศธ.จะร่วมกันดูแบเรื่องนี้เป็นอย่างดี สำหรับวัคซีน Pfizer จะเข้ามาในช่วงปลายเดือนกันยายน รอบ 2 ล้านโดส&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116538</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีนไฟเซอร์, ฉีดวัคซีนในเด็ก12-18ปี, ตรีนุช, เปิดภาคเรียนเทอม 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613ef41e7cb11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115399</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2021 14:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2021 14:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกเครื่อง&#039; วิชาประวัติศาสตร์ &#039; เรียนแล้วคิดวิเคราะห์เป็น &#039; ตรีนุช&#039;แถลงเปิดมิติใหม่ 8ก.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
2ก.ย.64-นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมหารือถึงการปรับการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ว่า ในวันที่ 8 กันยายนนี้ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะแถลงข่าวเรื่องการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ ซึ่งตนต้องการให้การเรียนวิชาดังกล่าวมีความน่าสนใจมากขึ้น โดยเรื่องดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพราะจากนี้ไปการเรียนวิชาประวัติศาสตร์จะไม่ใช่การเรียนเพื่อท่องจำ แต่ต้องการให้นักเรียนได้เรียนวิชาประวัติศาสตร์แล้วคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ โดยการเดินหน้าปรับการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์นี้จะนำร่องในโรงเรียน 349 แห่งก่อน &amp;nbsp;หลังจากนั้นจะดำเนินการให้คลอบคลุมในโรงเรียนทุกแห่งต่อไป สำหรับการปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนวิชาประวัติศาสตร์นั้นจะมีเนื้อหาการเรียนด้วยสื่อการสอนที่ทันสมัย มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมการสอนในห้องเรียน เพื่อให้เด็กเกิดความสนุกและทำให้รู้สึกว่าการเรียนวิชานี้ไม่น่าเบื่อ นอกจากนี้จะมีการอบรมกระบวนการสอนวิชาประวัติศาสตร์รูปแบบใหม่ให้แก่ครูผู้สอนด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวตรีนุช กล่าวอีกว่า การเดินหน้าการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์เป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาลที่อยากให้การเรียนการสอนวิชาดังกล่าวปรับเปลี่ยนจากการเรียนการสอนรูปแบบเดิมๆ เพราะวิชาประวัติศาสตร์ไม่ได้จำกัดการเรียนเฉพาะเรื่องสู้รบอย่างเดียว แต่เป็นการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในท้องถิ่นและชุมชนของตัวเองได้ว่ามีความเป็นอย่างมาไร อีกทั้งที่ผ่านมาวิชาประวัติศาสตร์จะถูกสอนในวิชาสังคมศึกษา หมวดหน้าที่พลเมือง ดังนั้นการแยกวิชาประวัติศาสตร์ออกมาเป็นวิชาหนึ่งนั้นจะส่งผลให้การเรียนการสอนมีความน่าสนใจมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ ศธ.เราจะทำหลักสูตรข้อมูลของการเรียนประวัติศาสตร์ที่ถูกต้องให้กับระบบการศึกษา และกระบวนการเรียนการสอนต้องมีความน่าสนใจ เพราะไม่อยากให้การเรียนประวัติศาสตร์เรียนไปเพื่อท่องจำและนำไปสอบเท่านั้น แต่อยากให้เด็กได้คิดวิเคราะห์เป็นระบบจากการเรียนวิชานี้ด้วย &amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115399</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วิชาประวัติศาสตร์, #ศธ., ตรีนุช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c984be7b0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ยันช่วยเหลือนร.-ผู้ปกครอง-ครูฝ่าโควิด &#039;ตรีนุช&#039;เร่งจ่ายเยียวยาทันทีที่ได้งบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค. 64 - ที่ห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในงานแถลงข่าว &amp;quot;จุดยืนลดภาระทางการศึกษา&amp;quot; ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เชื่อมสัญญาณไปยังกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยมี น.ส. ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ และผู้บริหารกระทรวง ศธ. เข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จุดยืนของรัฐบาลคือการลดภาระทางการศึกษาภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้ร่วมมือกัน ทั้งนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทุกคนทราบดีว่าส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากการลดกิจกรรมทางสังคม กิจกรรมทางเศรษฐกิจ ที่ต้องหยุดชะงัก ทำให้เกิดรูปแบบการดำรงชีวิตวิถีใหม่หรือที่เรียกว่า นิวนอร์มอล ที่เชื่อมโยงกิจกรรมทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล และรวมถึงกิจกรรมทางด้านการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันการศึกษาตามรูปแบบวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนให้เป็นการเรียนการสอนทางไกล นักเรียนต้องเรียนหนังสืออยู่ที่บ้านโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยผ่านระบบออนไลน์ ส่งผลให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้ปกครองมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญและปัญหาโดยไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน ทั้งในส่วนของโรงเรียน นักเรียน ผู้ปกครอง รวมถึงบุคลากรทางการศึกษา ทั้งมาตรการทางการเงิน อุปกรณ์สำหรับเรียนการสอน รวมถึงอินเตอร์เน็ตฟรีสำหรับการศึกษาเพื่อลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เด็กและเยาวชนทั้งประเทศได้รับการศึกษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแม้จะอยู่ในสถานการณ์วิกฤต ผู้เรียนต้องไม่พลาดโอกาสในการเรียนรู้ โดยรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนไทยได้รับโอกาสทางการศึกษาเท่าเทียมกัน พร้อมทั้งให้มีการปรับรูปแบบการเรียนรู้ที่ไม่ได้มุ่งเน้นแต่เฉพาะองค์ความรู้ แต่ต้องสามารถนำองค์ความรู้ต่างๆไปประยุกต์กับการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพในอนาคตถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ขอให้กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือกันพัฒนารูปแบบการศึกษาให้สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตวิถีใหม่โดยผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ที่มีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ตลอดจนการสนับสนุน อุปกรณ์ด้านการศึกษาและระบบอินเตอร์เน็ตที่จำเป็น ต่อการศึกษาที่บ้านเพื่อให้เด็กทุกคนได้รับการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ ได้รับความรู้อย่างครบถ้วนและมีศักยภาพสูงสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล พร้อมการปลูกฝังวินัย จริยธรรม คุณธรรม ศีลธรรม ประวัติศาสตร์และความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อเป็นพื้นฐานสำคัญในการเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมขอเน้นย้ำโดยขอให้ใช้โอกาสนี้ ทำให้ทั้งครู เด็ก ผู้ปกครอง มีโอกาสเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน สนับสนุนซึ่งกันและกันในลักษณะของแอคทีฟ learning ขอให้สร้างแรงจูงใจกระตุ้นให้เด็กสนใจเอาใจใส่การเรียน แม้จะอยู่ที่บ้านก็ตาม ผู้ปกครองหลายคนมีภาระ อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่ที่ตัวเด็ก ครูและวิธีการสอนว่าจะทำอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ถือเป็นสิ่งสำคัญ ขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องดูแลครูทั้งในส่วนของการเตรียมความพร้อมรับการศึกษารูปแบบใหม่ในอนาคต เพราะนับวันจะยิ่งมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นในโลกยุคหลังสถานการณ์โควิดเมื่อยุติลงแล้ว ผมเคยให้แนวทางไปกับ รมว.ศึกษาธิการ รวมทั้ง รมช.ในหลายเรื่อง ขอให้นำสิ่งที่ผมได้มอบนโยบายลงไปนำสู่การปฏิบัติให้ได้ มีการประเมินผลทั้งครู เด็ก มีการเปลี่ยนแปลงปรับรูปแบบปรับหลักสูตร รวมทั้งเอกสารตำราต่างๆให้มีความทันสมัย สามารถสร้างแรงกระตุ้นให้เด็กได้เรียนรู้ว่าเราศึกษาไปเพื่ออะไร ทั้งเพื่อให้มีงานทำ รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถของตัวเองให้เป็นที่ยอมรับ สำคัญที่สุดคือเมื่อเรียนทางวิชาการแล้ว ต้องเรียนรู้ในทางปฏิบัติไปด้วยพร้อมๆ กัน&amp;rdquo; นายกฯ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวช่วงท้ายว่า ขอขอบคุณและชื่นชมทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในการผลักดันพัฒนารูปแบบการศึกษาให้มีประสิทธิภาพสูง สอดคล้องกับวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ในสถานการณ์ โควิด-19 ได้ช่วยกันสนับสนุนมาตรการการช่วยเหลือลดภาระให้กับผู้ปกครอง นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา เพื่ออำนวยให้การศึกษาไทยก้าวหน้าได้อย่างมั่นคงแม้ในยามสถานการณ์วิกฤต เพราะเราไม่ทราบว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกในอนาคต ดังนั้นจึงต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่บัดนี้ เพื่อให้เด็กมีความพร้อมตั้งแต่วันนี้ เป็นเด็กที่เข้มแข็ง เป็นคนดีในสังคม มีจิตสาธารณะเผื่อแผ่ แบ่งปัน เคารพในสถาบันหลักของชาติ สิ่งเหล่านี้เราต้องสร้างเยาวชนคนรุ่นใหม่ของเราให้มีอนาคต ประเทศชาติก็จะมั่นคงและยังยืนต่อไป เราต้องสร้างสังคมและครอบครัวให้เข้มแข็ง มีความผูกพันในครอบครัว ซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย ต้องดูแลไปพร้อมๆ กันเพื่อให้ทุกคนเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้าน น.ส.ตรีนุช กล่าวยืนยันว่า ทันทีที่งบประมาณที่ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) จำนวน 22,000 ล้านบาท จากกระทรวงการคลังถึงกระทรวงศึกษาธิการ จะเร่งส่งมอบเงินเยียวยาให้กับนักเรียนทุกคนทันที จำนวน 2,000 บาท ภายใน 7 วัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113461</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรีนุช, นายกฯ, บิ๊กตู่, พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา, ลดค่าเทอม, ศธ., เยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_6119f80906646.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
