<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116530</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 12:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 12:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.โชว์สัญญาหุ้น&#039;ตรีนุช&#039;63.9ล้าน โอนกองทุนบัวหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย. 64 - สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่สัญญาการจัดการหุ้นของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง กรณีเข้ารับตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ โดยโอนหุ้นที่ถือเกิน 5% ในบริษัทต่าง ๆ ให้นิติบุคคลดำเนินการ ตาม พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ น.ส.ตรีนุช ดำเนินการโอนหุ้น 8 แห่งให้กับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด ดำเนินการ โดยเสียค่าธรรมเนียมจัดการในอัตรา 1.8 แสนบาท/ปี โดยจัดเก็บเป็นรายเดือน ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหุ้นในบริษัท 8 แห่ง รวมมูลค่า 63,959,980 บาท ได้แก่&amp;nbsp; 1.บริษัท เค.ที.มาร์ท จำกัด จำนวน 99,800 หุ้น มูลค่า 998,000 บาท (99.8% ของทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท) 2.บริษัท โชคทองธุรกิจ จำกัด จำนวน 99,800 หุ้น มูลค่า 998,000 บาท (99.8% ของทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท) 3.บริษัท โกลเด้น มาร์ท จำกัด จำนวน 97,998 หุ้น มูลค่า 979,980 บาท (97.99% ของทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท) 4.บริษัท กรทวี จำกัด จำนวน 8,990 หุ้น มูลค่า 899,000 บาท (89.9% ของทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.บริษัท กรเจริญ จำกัด จำนวน 9,800 หุ้น มูลค่า 980,000 บาท (98% ของทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท) 6.บริษัท คอฟฟี่ คูล จำกัด จำนวน 9,800 หุ้น มูลค่า 980,000 บาท (98% ของทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท) 7.บริษัท สระแก้ว เวลธี กรุ๊ป จำกัด จำนวน 8,000 หุ้น มูลค่า 5 ล้านบาท (20% ของทุนจดทะเบียน 40 ล้านบาท) 8.บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ อาคเนย์ จำกัด จำนวน 10,625,000 หุ้น มูลค่า 53,125,000 บาท (10.62% ของทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ตรีนุช แจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน กรณีรับตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2562 มีทรัพย์สิน 416,016,596 บาท ได้แก่ เงินฝาก 36,163,608 บาท เงินลงทุน 38,587,406 บาท ที่ดิน 298,447,200 บาท (ส่วนใหญ่อยู่ใน สระแก้ว สุพรรณบุรี นนทบุรี) โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 31,160,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 11,699,382 บาท เป็นต้น&amp;nbsp; ขณะที่ นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข คู่สมรส มีทรัพย์สิน 70,449,104 บาท ส่วนบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีทรัพย์สิน 8,474,773 บาท รวมมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 494,981,474 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 2,536,193 บาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116530</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนบัวหลวง, ตรีนุช เทียนทอง, ป.ป.ช., หุ้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139c5f116bcb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102058</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.ก้าวไกล&#039;จี้ ‘ตรีนุช’ เร่งรัดเบิกจ่ายงบครุภัณฑ์ 2.7 พันล้าน ให้นักเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 พ.ค.64 - นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขตบางขุนเทียน ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล​ แจ้งความคืบหน้าหลังได้รับการร้องเรียนจากโรงเรียนหลายแห่งในพื้นที่ กทม. และต่างจังหวัดที่ขาดแคลน อุปกรณ์การเรียนการสอนจำนวนมากซึ่งกำลังรอให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จัดสรรงบประมาณดังกล่าวให้กับโรงเรียนเพื่อให้ทันต่อการเปิดภาคเรียนประจำปี 2564 ซึ่งตนกังวลถึงการขาดโอกาสของนักเรียนที่จะได้รับอุปกรณ์การเรียนการสอนในช่วงเปิดเทอมที่กำลังใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐชา ระบุว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับการจัดสรรงบครุภัณฑ์การศึกษาประจำปี ตาม พรบ.งบประมาณ 2564 ที่จำเป็นต่อการเรียนการสอนของนักเรียนให้กับโรงเรียนเพื่อทันต่อการเปิดภาคเรียนประจำปี 2564 นั้น ตามที่ตนได้ตรวจสอบงบประมาณที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ได้รับเฉพาะครุภัณฑ์จึงอยากถามไปยัง นางตรีนุช&amp;nbsp; เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ว่าเหตุใดท่านไม่เร่งรัดจัดสรรงบประมาณจำนวนประมาณ 2,700 กว่าล้านบาท ลงไปให้โรงเรียนที่รอคอยอุปกรณ์การสอน นี่ก็ล่วงเลยมากว่า 8 เดือนแล้ว อีก 4 เดือนก็สิ้นปีงบประมาณแล้ว และนายกรัฐมนตรีก็ได้มีการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงวิกฤตโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในฐานะผู้แทนราษฎรที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน จะติดตามเรื่องนี้ให้ถึงที่สุดและก็จะทำหนังสือทวงถามถึงนางตรีนุช&amp;nbsp; เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาการ และ นายกรัฐมนตรีให้เร่งรัดจัดสรรงบประมาณที่เป็นภาษีอากรของพี่น้องประชาชนเพื่อมาดูแลบุตรหลานของพวกเขาให้มีอุปกรณ์การเรียนการสอนเด็กนักเรียนรออุปกรณ์การเรียนเหล่านี้อยู่&amp;rdquo; นายณัฐชา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102058</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบครุภัณฑ์การศึกษา, ณัฐชา บุญอินไชยสวัสดิ์, ตรีนุช เทียนทอง, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_60797ed5aae27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 14:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตรีนุช&#039; ถก &#039;อนุทิน&#039; เสนอฉีดวัคซีนโควิดครูกลุ่มเสี่ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;28เม.ย.64-นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้หารือกับ นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) เรื่องการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ให้แก่ครู และบุคลากรทางการศึกษา ของ ศธ. ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับนักเรียน นักศึกษา และประชาชน ถ้าหากครูและบุคลากรทางการศึกษาติดเชื้ออาจจะกลายเป็นซูเปอร์สเปรดเดอร์ ที่ส่งผ่านเชื้อไปยังผู้อื่นได้เป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดคลัสเตอร์ใหม่ ๆ ขึ้นมา โดยเบื้องต้นการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษานั้น จะจัดลำดับความสำคัญ โดยให้ความสำคัญกับครูและบุคลากรที่อยู่ในจังหวัดที่เป็นพื้นที่สีแดงและมีความเสี่ยงสูงก่อน แต่ทั้งนี้การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้เป็นไปตามความสมัครใจของครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วย ศธ. ไม่บังคับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาว กล่าวต่อว่า ขณะนี้ตนได้มอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) สำรวจจำนวนครูและบุคลากรในแต่ละจังหวัด โดยจำแนกตามพื้นที่ที่มีความเสี่ยงตามประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เพื่อรวบรวมข้อมูลนำไปหารือกับ ศบค.ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับกรณีที่มีผู้เสนอแนะให้ทบทวนนโยบายครูเยี่ยมบ้านนักเรียน เพื่อความปลอดภัยของทั้งครู นักเรียน และผู้ปกครอง นั้น เรื่องการเยี่ยมนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา สามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งในช่วงสถานการณ์วิกฤตการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 นี้ ครูไม่จำเป็นต้องลงพื้นที่ไปที่บ้านนักเรียนจริงๆ ครู สามารถโทรศัพท์ หรือ สื่อสารผ่านทางออนไลน์ หรือวิธีอื่นๆ ที่สะดวกและปลอดภัย เพื่อพูดคุยสอบถามสร้างความอบอุ่นใจให้แก่นักเรียน ผู้ปกครอง รวมทั้งส่งเสริมการเรียนรู้ และการดูแลตนเอง ในช่วงที่ไม่ได้มาโรงเรียน&amp;quot;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101053</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ครู, #วัคซีน, การฉีดวัคซีนโควิด19, ตรีนุช เทียนทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210423/image_big_60828a0e608ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในที่สุดต้องเลื่อน ศธ.ประกาศเปิดเทอมเป็น 1 มิ.ย.  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
27เม.ย.64- นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ประชุมหารือเรื่องการเปิดภาคเรียนและการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ร่วมกับปลัด ศธ., เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาฯ กช.) และเลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (เลขาฯ กศน.) โดยที่ประชุมมีมติว่าจะเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จากวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 เป็นวันที่ 1 มิถุนายน 2564 เนื่องจากสถานการณ์โดยรวมการแพร่ระบาดของของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อาจจะมีความรุนแรงมากขึ้น และจะกระทบต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนส่วนใหญ่ของสถานศึกษา ประกอบกับผู้ปกครองก็ได้แสดงความห่วงใยในบุตรหลาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า ศธ. ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงาน เพื่อไม่ให้การเลื่อนวันเปิดภาคเรียนกระทบต่อโอกาสในการเรียนรู้และสิทธิของผู้เรียน ดังนี้ ช่วงเวลาจากวันที่ 17 - 30 พฤษภาคม 2564 ให้สถานศึกษา ครูและบุคลากร เตรียมความพร้อมในด้านอาคารสถานที่ การจัดการเรียนการสอน และอื่นๆ เพื่อรองรับการเปิดภาคเรียน , สื่อสารและทำความเข้าใจกับผู้ปกครองในการเลื่อนวันเปิดภาคเรียน, ครู อาจไปเยี่ยมนักเรียน นักศึกษา ที่บ้าน , จัดกิจกรรมเสริมให้แก่ผู้เรียน ซึ่งอาจใช้ระบบออนไลน์ หรือระบบอื่นๆที่เหมาะสม โดยพิจารณาตามบริบทและประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ทั้งนี้ ศธ.จะมีการประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และประกาศของ ศบค. เป็นระยะ โดยจะให้การเลื่อนวันเปิดภาคเรียนกระทบต่อนักเรียน นักศึกษาน้อยที่สุด อย่างไรก็ตามสำหรับโรงเรียนที่อยู่นอกเขตเมือง ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่มาก ก็สามารถเตรียมการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบปกติเป็นหลักเช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้กระบวนการรับนักเรียนเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ มัธยมศึกษาปีที่ 4 ของโรงเรียนทั่วประเทศยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ และมีประมาณ 10,000 โรงเรียนที่ไม่สามารถดำเนินการรับนักเรียนตามปฏิทินการรับนักเรียนที่กำหนดไว้ ซึ่งเป็นอีกสาเหตุสำคัญที่จำเป็นต้องเลื่อนการเปิดภาคเรียน และการเลื่อนครั้งนี้ก็เลื่อนออกไปอีกเพียง 11 วัน โดยสถานศึกษาจะทำการจัดการเรียนการสอนชดเชยให้ครบตามหลักสูตร และกำหนดการปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ให้เป็นไปตามปฏิทินเดิมที่กำหนดไว้ คือ วันที่ 11 ตุลาคม 2564 &amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100914</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เปิดเทอม, #โควิด19, ตรีนุช เทียนทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_6061d41a42137.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100450</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ.สั่งย้ายด่วน! ผอ.รร.-ครูอ่างทองตีหลังเด็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
23เม.ย.64- &amp;ldquo;ตรีนุช&amp;rdquo; ลั่นความปลอดภัยในโรงเรียนต้องมีจริง ยกเป็นกรณีตัวอย่างย้ายคนถ่วงเวลา ขีดเส้นเรื่องครูทำร้ายเด็กต้องตัดสินให้แล้วเสร็จใน 2 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่ผู้ปกครองนักเรียนกว่า 50 คนได้รวมกลุ่มไปที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอ่างทอง เพื่อติดตามเรื่องร้องเรียนครูโรงเรียนพวงทองอุปถัมภ์ อ.แสวงหา จ.อ่างทอง ทำร้ายนักเรียนโดยการใช้มือตีกลางหลังประมาณ 10 ครั้ง ซึ่งที่ผ่านมาผู้ปกครองได้ร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอ่างทอง และลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจภูธรตำรวจแสวงหา แต่เรื่องเงียบหาย ว่า ความปลอดภัยในสถานศึกษา เป็นนโยบายหลักสำคัญเร่งด่วนของตนที่จะต้องขับเคลื่อนให้นักเรียนมีความปลอดภัยในโรงเรียน และที่เน้นเป็นพิเศษ คือ ความปลอดภัยของนักเรียนที่ถูกครูทำร้ายจะต้องไม่เกิดขึ้น เมื่อตนทราบเรื่องดังกล่าวก็ได้สั่งการให้นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) ดำเนินการติดตามเรื่องดังกล่าว และทราบว่าเมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา สพฐ.ได้มีคำสั่งสั่งย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนพวงทองอุปถัมภ์ และ ครูที่ผู้ปกครองร้องเรียนแล้ว พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว โดยตนได้ย้ำกับเลขาฯ กพฐ. ไปว่าควรเร่งดำเนินการสอบสวนเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความปลอดภัยในสถานศึกษามีความหลากหลาย ซึ่งดิฉันได้ตั้งข้อสังเกตเช่นกันว่า เหตุใดความไม่ปลอดภัยในสถานศึกษายังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจะมาทบทวนมาตรการต่างๆ ของกระทรวงศึกษาธิการในเรื่องนี้ทั้งหมด และยังได้กำชับเลขาฯ กพฐ.ไปด้วยว่าหากเกิดเหตุการณ์ครูทำร้ายเด็กขึ้นอีก ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนให้เห็นผลภายใน 2 สัปดาห์ ต้องไม่มีการแกล้งถ่วงเวลา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้องติดตามเร่งรัด หรือ ใช้มาตรการที่เข้มข้น เช่น ให้ย้ายครูที่ก่อเหตุออกจากพื้นที่ แต่ถ้าผู้บริหารสถานศึกษาไม่ดำเนินการใดๆมีการถ่วงเวลา มีการช่วยเหลือกัน ก็ต้องย้ายผู้บริหารสถานศึกษาด้วย และถ้าผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ก็ไม่สนใจติดตามเรื่องความไม่ปลอดภัยในสถานศึกษาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก็ต้องพิจารณาย้าย ผอ.สพท.เป็นต้น เราต้องจริงจังกับเรื่องนี้ เพื่อให้สถานศึกษาเป็นสถานที่ปลอดภัยต่อนักเรียนอย่างแท้จริง&amp;rdquo; รมว.ศธ. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100450</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความปลอดภัยในโรงเรียน, ตรีนุช เทียนทอง, ตีเด็ก, สั่งย้าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210423/image_big_608289f80999f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100448</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ตรีนุช&quot; ยันยังไม่ปิด&quot;ศธ.&quot; แม้จะมีข้าราชการ -เจ้าหน้าที่ และผู้สื่อข่าวต้องกักตัวเพิ่มเป็นรายวัน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23เม.ย.64-นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับรายงานถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นรายวัน โดยขณะนี้พบผู้ติดเชื้อภายในศธ.แล้ว 15 ราย แบ่งเป็น สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) จำนวน 6 ราย &amp;nbsp;สำนักงานปลัดศธ.จำนวน 1 ราย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 3 ราย และกองทุนสงเคราะห์ศธ. จำนวน 3 ราย ทั้งนี้มาตรการการบริหารจัดการการติดเชื้อโควิด-19 นั้น ตนได้มีคำสั่งแจ้งให้ผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ.ไว้แล้ว ว่า หากมีข้าราชการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของตัวเองติดเชื้อโควิด-19 ให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ เพื่อวางแนวทางการช่วยเหลือเบื้องต้นก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับกรณีของข้าราชการสังกัด สช.ที่ติดเชื้อโควิด-19 ได้กักตัวอยู่ที่พักอาศัยของตัวเองจนมีอาการวิกฤตแต่ยังไม่ได้รับการประสานงานจากโรงพยาบาลเพื่อรับตัวไปรักษานั้น ขณะนี้ดิฉันได้รับรายงาน ว่า ข้าราชการคนดังกล่าวได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนข้อเรียกร้องที่หลายฝ่ายกังวลว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อภายใน ศธ.มีเพิ่มขึ้นเป็นรายวัน จึงต้องการให้รมว.ศธ.ได้มีคำสั่งปิดกระทรวงนั้น ดิฉันเข้าใจความกังวลของทุกคนเป็นอย่างดี แต่ยืนยันว่าในตอนนี้ยังไม่มีคำสั่งปิดหน่วยงานราชการแต่อย่างใด เพราะมาตรการต่างๆที่เราออกเป็นคำสั่งออกไปก่อนหน้านี้ถือเป็นมาตรการที่เข้มข้นอยู่แล้ว อีกทั้งมาตรการสลับวันทำงาน และ Work Form Home ร้อยละ 10 หากผู้บริหารหน่วยงานเห็นว่าสถานการณ์ยังสุ่มเสี่ยงก็สามารถปรับลดการทำงานให้เหลือ ร้อยละ 5 ได้ อย่างไรก็ตามให้ข้าราชการและพนักงานเจ้าหน้าที่ทุกคนป้องกันตัวเองให้ดีไม่ประมาทการ์ดอย่าตก และปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อย่างเคร่งครัด &amp;quot;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในกลุ่มผู้สื่อข่าวประจำ ศธ. ต้่องอยู่ในข่ายกักตัว 14 วัน เพื่อสังเกตุอาการ เนื่องจาก ได้สัมผัสกับผู้ติดเชื้อที่เป็นเจ้าหน้าที่ ศธ.รายหนึ่งในระหว่างการแถลงข่าว เมื่อสัปดาห์ก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100448</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., #โควิด-19, ตรีนุช เทียนทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210423/image_big_60828a0e608ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2021 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ตรีนุช&quot;ฝากสทศ .วิเคราะห์ข้อมูล ผลการสอบนักเรียน ชี้จุดอ่อน จุดแข็งได้   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
21เม.ย.64 - นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ประชุมหารือร่วมกับสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) โดยในการประชุมดังกล่าว ตนต้องการรับทราบข้อมูล ว่า การทำงานของ สทศ.มีข้อมูลอะไรบ้างที่ จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนและระบบการศึกษาของประเทศไทย เพราะที่ผ่านมาเราอาจมองภาพของ สทศ.ทำงานเฉพาะเรื่องการจัดสอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต การจัดทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านอาชีวศึกษา แต่จริงๆแล้วการทำงานของ สทศ.เชิงลึกจะมีอะไรบ้างที่นอกเหนือจากการจัดทดสอบต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นผลการทดสอบที่สามารถระบุให้เห็นจุดอ่อน จุดแข็งของพื้นที่ต่างๆ ทั้งนี้ตนมองเห็นว่าการทำงานของ สทศ.มีรายละเอียดข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อระบบการศึกษา แต่ยังไม่ได้มีการนำมาใช้ประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดิฉันมองว่าศูนย์ข้อมูลของ สทศ.ทำได้ดีและมีประสิทธิภาพแต่ไม่ได้มีการนำมาใช้อย่างเต็มที่ ดังนั้น ดิฉันจึงมอบโจทย์ให้ สทศ.ไปวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว เพื่อนำมาต่อยอดและใช้ประโยชน์ในการที่จะนำไปพัฒนาเป็นนโยบายให้กับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อจะแก้ปัญหาคุณภาพของผู้เรียนได้อย่างตรงจุด เพราะดิฉันไม่อยากให้การทำงานของ สทศ.กำหนดแค่การชี้วัดในเรื่องการจัดทดสอบเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นศูนย์ข้อมูลในการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนได้ด้วย อย่างไรก็ตามภายใน 2 สัปดาห์นี้ สทศ.จะต้องสรุปข้อมูลมาให้พิจารณาด้วย&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100217</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรีนุช เทียนทอง, วิเคราะห์ผลสอบ, สทศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607fecd6d4da5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
