<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2021 11:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2021 11:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยเลือดไหลอีกรอบ &#039;ตรีรัตน์&#039; พาทีมบางกะปิ-วังทองหลาง ลาออก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย. 64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตบางกะปิ วังทองหลาง และอดีตเลขาธิการกลุ่มเพื่อไทยพลัส นายบำรุง รัตนะ อดีตสมาชิกสภากรุงเทพฯ (ส.ก.) เขตวังทองหลาง4 สมัย และ นายประเสริฐ ทองนุ่น อดีตสมาชิกสภากรุงเทพฯ (ส.ก.)เขตบางกะปิ ได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ประเภทตลอดชีพ ต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายตรีรัตน์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กถึงสาเหตุการลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยว่า เรียน พี่น้องประชาชนชาวบางกะปิ-วังทองหลาง และทุกท่านที่เคารพครับ ผมมีความอึดอัดและลำบากใจที่ต้องกราบเรียนทุกท่านให้ทราบว่า วันนี้ผมได้ตัดสินใจลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย แล้วครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคเพื่อไทยถือเป็นบ้านหลังแรกที่ให้โอกาสทางการเมือง ให้โอกาสผมได้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเข้าทำงานในคณะกรรมาธิการสามัญและวิสามัญชุดต่างๆ ซึ่งเป็นกลไกของรัฐสภาที่สำคัญและมีเกียรติยิ่ง ผมขอบคุณพรรคและคณะผู้บริหารที่เคยให้โอกาสผมทำงานที่ผมรักเพื่อพี่น้องประชาชนมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หลังจากพรรคเพื่อไทยได้ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารพรรค แม้ผมจะไม่ได้ถูกเรียกให้ร่วมกิจกรรมกับพรรค แต่ในแง่ดีก็ทำให้ผมสามารถใช้เวลาในการทำงานพื้นที่ในเขตบางกะปิและวังทองหลางได้มากขึ้นร่วมกับพี่น้องอดีต ส.ก. และ อดีต ส.ข. ประจำเขต ซึ่งเป็นผู้ร่วมอุดมการณ์ในการรับใช้พี่น้องประชาชนในระดับท้องถิ่นเป็นเวลานาน พวกเรามีความรักความผูกพันกันอย่างแนบแน่น เสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน และด้วยความรู้ ความสามารถ และมีความตั้งใจที่ตรงกัน พวกเขาจึงได้อาสาลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อเป็นตัวแทนท้องถิ่นของพี่น้องประชาชนในเขตต่อไปในนามพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อพรรคเพื่อไทยมีมติส่ง ทีมงานจากเขตอื่น เข้ามาเป็นว่าที่ผู้สมัครท้องถิ่นแทนทีมงานเดิมที่ได้การไว้วางใจโดยพี่น้องชาวบางกะปิ-วังทองหลางเป็นเวลานาน และเป็นเสมือนครอบครัวผม โดยมติดังกล่าว ย่อมส่งผลให้ทีมงานของผมหมดสิทธิ์ในการอาสาเข้าเป็นผู้แทนในระดับท้องถิ่นของพรรคไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งจุดยืนในการทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนผม คือ ความเป็นทีมเวิร์คและการทำงานร่วมกันกับคนที่สัมผัสและรู้ปัญหาพี่น้องในเขตเลือกตั้งของผมอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นผมและพี่น้องของผมทั้งทีม ประกอบไปด้วย อดีต ส.ก. อดีต ส.ข. และผู้ปฏิบัติงานการเมืองส่วนหนึ่งจากพรรคเพื่อไทยในเขตบางกะปิ และวังทองหลาง จึงตัดสินใจลาออกจากพรรคเพื่อไทย นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เนื่องจากเป็นทางออกเดียวที่จะได้อาสาทำงานเคียงข้างและรับใช้พี่น้องประชาชนในเขตบางกะปิและเขตวังทองหลางต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอขอบคุณที่พี่น้องประชาชนในเขตที่สนับสนุนผมและทีมงานในฐานะพรรคเพื่อไทยมาตลอด และผมยืนยันว่า แม้จะไม่ได้สังกัดพรรคแล้ว แต่จะยังคงทำงานอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105339</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส, ลาออกจากสมาชิกพรรค, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210605/image_big_60baf9b6c8cd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เด็กพท.&#039;ขอวัคซีนสนามฉีดให้ปชช.บางกะปิหลังติดเชื้อ-เสียชีวิตพุ่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.64- นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส อดีตผู้สมัครส.ส.กทม.เขตบางกะปิ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค. ได้แถลงถึงเหตุการณ์ผู้ติดเชื้อโควิดในพื้นที่บางกะปิที่มีมากถึง 896 ราย เสียชีวิตไปแล้ว 12 รายนั้น ขณะนี้ ทุกคนทราบดีแล้วว่า บางกะปิเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ มีผู้ติดเชื้อมากขึ้นต่อเนื่องทุกวัน มีการขยายคลัสเตอร์อย่างต่อเนื่อง จึงร้องขอให้ ศบค.ช่วยพิจารณาอนุมัติวัคซีนสนามให้ประชาชนในพื้นที่บางกะปิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104663</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส, วัคซีน, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b33f3693b0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103709</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยผวาคลัสเตอร์ตลาดบางกะปิ ส่งทีมงานลุยฉีดยาฆ่าเชื้อ  จี้ภาครัฐรีบจัดหาวัคซีนให้จนท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.64 - นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขตบางกะปิ-วังทองหลาง พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ ทองนุ่น ว่าที่ผู้สมัครสก.เขตบางกะปิ พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่ฉีดฆ่าเชื้อที่ตลาดบางกะปิ พร้อมมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้เจ้าหน้าที่ด่านหน้าที่ศูนย์ตรวจโควิดเชิงรุกตลาดบางกะปิ หลังกทม. ได้มีคำสั่งปิดตลาดตั้งแต่วันที่ 20-25 พฤษภาคม เนื่องมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก และเกรงว่าจะเป็นคลัสเตอร์ใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายตรีรัตน์ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากเจ้าของตลาดและผู้ประกอบการในตลาดว่า หลังมีการตรวจพบผู้ติดเชื้อหลายราย ที่ตลาดบางกะปิและพื้นที่โดยรอบ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการค้าขาย ได้เข้ามาดำเนินการฉีดยาฆ่าเชื้อ พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัครแนวหน้า ที่กำลังตรวจเชิงรุก มีรถพระราชทานจำนวน 3 คัน กำลังให้บริการประชาชน ตั้งแต่เมื่อวันที่20พ.ค. ได้มีการตรวจแล้วทั้งสิ้น 1,300 คน และวันพรุ่งนี้ ในวันที่22พ.ค.อีก 500 คน ซึ่งต้องขอขอบคุณทางกทม.และศูนย์สาธารณสุขพื้นที่ที่เข้ามาดำเนินการอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเสริฐ ทองนุ่น ว่าที่ผู้สมัครสก.เขตบางกะปิ กล่าวว่า การตั้งศูนย์ตรวจโควิดเชิงรุกที่ตลาดบางกะปิ ถือเป็นสิ่งที่ดี รวดเร็วทันเหตุการณ์ ภาครัฐควรเพิ่มเจ้าหน้าที่บริเวณจุดตรวจเพื่อสนับสนุนบุคลากรแพทย์มากกว่านี้ เนื่องจากปัจจุบันเจ้าหน้าที่ที่ให้การช่วยเหลือคัดกรองผู้ป่วยนั้นเป็นพนักงานตลาดเกือบทั้งหมด หลายท่านก็ยังไม่ได้รับวัคซีน จึงร้องขอให้ภาครัฐดำเนินการรีบหาวัคซีนให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครบริเวณจุดคัดกรองด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103709</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส, ตลาดบางกะปิ, วัคซีนโควิิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190814/image_big_5d541f7050933.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96390</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 22:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังอยู่เพื่อไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับแต่ &amp;quot;หญิงหน่อย-คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์&amp;quot;&amp;nbsp; เจ้าแม่เมืองหลวง ลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย ไปก่อตั้ง &amp;quot;กลุ่มสร้างไทย&amp;quot; และกำลังเตรียมแต่งตัวเป็นพรรคการเมือง ทำให้สมาชิกพรรค ส.ส.คนใกล้ชิดที่ยังอยู่ในพรรคเพื่อไทย ถูกจับตามอง ถูกตั้งคำถาม ในวันข้างหน้าจะตัดสินใจอนาคตทางการเมืองอย่างไร ซึ่งคงมีแค่ไม่กี่ทางเลือก ออกจากพรรคไปร่วมงานกับสุดารัตน์ที่สร้างไทย หรือยังคงปักหลักทำงานในพรรคเพื่อไทยต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บรรดาคนใกล้ชิดหญิงหน่อยที่ยังอยู่ในพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp; ต่างถูกถามถึงอนาคตการเมือง ทั้งจากนักการเมืองในพรรค ต่างพรรค ไปจนถึงชาวบ้านในเขตพื้นที่ที่ก็อยากรู้เช่นกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เดอะปุ๊น-ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส อดีตผู้สมัครกทม. พรรคเพื่อไทย เป็นอีกคนที่เจอมรสุมข่าวทั้งหลาย&amp;nbsp; เลยขอชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ทั้งเรื่องอนาคตทางการเมือง ความสัมพันธ์กับคุณหญิงสุดารัตน์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;...ผมยังอยู่พรรคเพื่อไทย และยังทำพื้นที่บางกะปิ-วังทองหลางทุกๆ วัน ในฐานะอดีตผู้สมัคร&amp;nbsp; ส.ส.เขตบางกะปิ-วังทองหลาง มีก็กลุ่มบุคคลผู้ไม่หวังดีที่เป็น ส.ส.เขตอื่น อาศัยช่วงชุลมุนทางการเมืองมาปล่อยข่าวต่างๆ ว่าผมลาออกแล้ว ไปอยู่กับพรรคอีกพรรคบ้าง ไปอยู่กับกลุ่มการเมืองใหม่บ้าง เพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมืองเข้าตัวเอง ผ่านวิธีการเมืองสกปรกแบบเดิมๆ โดยการเล่นการเมืองใต้ดิน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผมต่อคุณหญิงสุดารัตน์ ประธานกลุ่มสร้างไทย ซึ่งผมรักและเคารพ ดังปรากฏในภาพสื่อต่างๆ ไม่มีความจำเป็นต้องเป็นอีแอบแต่อย่างใด อนาคตไม่ว่าท่านจะอยู่พรรคใด ก็จะรักและเคารพท่านเสมอ เพราะคุณหญิงสุดารัตน์เป็นผู้ให้โอกาสทางการเมือง เป็นเสมือนครู เสมือนพี่สาว ในทางการเมือง และให้คำแนะนำต่างๆ ในการดำรงชีวิต และถ้าวันนั้นคุณหญิงสุดารัตน์ไม่ได้ให้โอกาสนี้&amp;nbsp; ผมก็คงไม่มีโอกาสได้ดูแลพี่น้องชาวบางกะปิ-วังทองหลางเสมือนทุกวันนี้ ขอให้ท่านโปรดเข้าใจว่า ผมนั้นไม่เคยลืมบุญคน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...ส่วนอนาคตจะยังทำพื้นที่ในนามพรรค และสนับสนุนบุคคลที่เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ มีอุดมการณ์ ปราศจากการครอบงำ ในการดูแลพื้นที่บางกะปิอย่างมีประสิทธิภาพ ในสนามการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครต่อไปครับ&amp;quot;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนึ่งในคนใกล้ชิด &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; ออกมาย้ำชัดๆ อีกครั้ง นาทีนี้ยังฝากอนาคตไว้กับเพื่อไทย ยังไม่ไปไหน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;ม้าไม้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96390</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส, ม้าไม้, ยังอยู่เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2ff6c243787.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2020 08:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2020 08:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตามไปติดๆ &#039;ตรีรัตน์&#039; ไขก๊อกพ้นโฆษกยุทธศาสตร์เพื่อไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.63 - จากกรณี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;ลาออกจากประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ล่าสุด นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส &amp;nbsp;สมาชิกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า &amp;quot;ผมขอประกาศลาออกจากตำแหน่ง &amp;ldquo;โฆษกคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย&amp;rdquo; นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะยังคงเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และยืนเคียงข้างพี่น้องประชาชนในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอยู่เสมอ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78673</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200926/image_big_5f6e99e257d76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73450</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2020 09:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2020 09:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้องซูฮก!เด็กรุ่นใหม่พรรคเพื่อไทยแนะแนวทางแก้บ่อนชงเปิดถูกกฎหมายไปเลย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;05 ส.ค.2563 - &amp;nbsp;นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส เลขาธิการกลุ่มเพื่อไทยพลัส พรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวในหัวข้อว่ากันด้วยเรื่องบ่อนการพนันในประเทศไทย ว่าปัญหาเรื่องบ่อนการพนันในประเทศไทยมีมาทุกยุคทุกสมัย แต่ก็ไม่เคยกำจัดได้ซักที ตั้งแต่ตู้ม้า สนามไก่ ยัน บ่อนคาสิโน ไม่นับบรรดาหวยใต้ดิน ไม่ว่าจะผ่านไปกี่รัฐบาล ก็ไม่เคยแก้ไขบ่อนการพนันได้ ซึ่งการเปิดบ่อนนั้น เจ้าของบ่อนต้องเคลียร์เงินตั้งแต่ตำรวจ และอาจไปจนถึงผู้ใหญ่ในรัฐบาล และช่วงไหนที่รัฐบาลจริงจังก็จะปิดบ่อนชั่วคราว แต่ช่วงไหนที่รัฐบาลไม่เข้มงวดให้ไฟเขียว ก็จะมีบ่อนขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ทั้งบ่อนถาวร และบ่อนวิ่ง และถ้าเจ้าของบ่อนเงินไม่ถึง เคลียร์ไม่ครบ ก็จะมีข่าวบุกทลายบ่อนให้เห็นเป็นระยะๆ ซึ่งเมื่อเคลียร์จบ ก็สามารถเปิดต่อได้ เป็นวัฏจักรวงจรอุบาทว์ของบ้านเราใช่หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อยากขอเสนอรัฐบาลว่า หากบ่อนการพนัน มันยากต่อการปราบปราม ก็เสนอให้ทำถูกกฎหมายไปเลย แล้วให้รัฐเป็นเจ้าของ นักพนันต่างๆ หากเล่นเสียเงินเจ้ามือซึ่งเป็นรัฐ ก็ให้นำเงินส่วนนี้เข้างบประมาณคลังไปเลย ไม่ต้องมาคอยรีดภาษีประชาชนแพงๆ นอกเหนือจากนี้ หากรัฐสามารถทำให้ธุรกิจใต้ดินเหล่านี้ ขึ้นมาอยู่บนดินได้ พวกมาเฟีย และผู้มีอิทธิพลต่างๆก็จะหายไป และการวิ่งเต้นตำแหน่งต่างๆของตำรวจเพื่อขอขึ้นโรงพักเกรดเอ เกรดบี เกรดซี ก็ไม่มีอีกด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73450</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส, บ่อนการพนัน, พท., พรรคเพื่อไทย, เพื่อไทยพลัส, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200805/image_big_5f2a132216771.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายแค้นไม่ฉุกเฉิน 50ส.ส.เพื่อไทยเตรียมถล่ม วิษณุ:เลิกพรก.จบเคอร์ฟิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ย้ำถ้าเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ไม่ต้องพูดถึงเคอร์ฟิว ชี้สถิติโควิดดีขึ้นนั้นเป็นผลจากการควบคุม แต่ถ้าเราไม่ควบคุมสถิติก็อาจจะแย่ลงก็ได้ เลขาฯ สมช.เตรียมชง ครม. 26 พ.ค.นี้ อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาชี้คนที่ออกมาต่อต้านจ้องล้มรัฐบาลโดยไม่สนใจคนเจ็บป่วยล้มตาย ด้านเพื่อไทยเตรียมแก้ปัญหาโควิด-19 ด้วยปาก เตรียม 50 ขุนพลอภิปรายในสภา ยันรัฐบาลต้องยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเท่านั้นก่อนเศรษฐกิจจะล่มสลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 3 ฉบับ ในวันที่ 27-31 พฤษภาคมนี้ ว่ารายละเอียดของการประชุมดังกล่าว เป็นเรื่องของวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านที่จะต้องหารือกัน และจะนำมารายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารที่ 26 พฤษภาคม ซึ่งการอภิปรายที่จะยาวไปถึงวันเสาร์-อาทิตย์นั้น มีปัญหาอยู่ว่าจะมีคนมาเข้าร่วมประชุมหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.ศบค. มอบหมายให้ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ไปพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะลดเวลาเคอร์ฟิวจากเที่ยงคืนถึงตีสี่ว่า มีการนำเสนอขึ้นมาในที่ประชุม แต่ยังไม่ใช่มติแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าจะสามารถเชื่อมโยงไปถึงหลังการผ่อนคลายในระยะที่ 3 ได้หรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า ได้ ก็เป็นไปได้ แต่ก็ต้องเข้าใจก่อนว่าการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไปหรือไม่นั้นเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าไม่ใช้ต่อ เรื่องเคอร์ฟิวก็ไม่ต้องพูดถึง แต่ถ้าหากประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อ การนำเสนอในที่ประชุม ครม.ในสัปดาห์หน้านั้นก็ไม่จำเป็นว่าเมื่อประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้วจะต้องบังคับใช้มาตรการทุกอย่าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นไปตามมาตรา 5 แต่ผลของการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะเป็นไปตามมาตรา 9 ซึ่งมีอยู่ 7-8 ข้อ ดังนั้นจะเลือกใช้เป็นบางข้อก็ได้ เหมือนที่ผ่านมาเราประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินตามมาตรา 5 และประกาศใช้มาตรา 9 เกือบทุกข้อ ซึ่งข้อแรกคือเรื่องเคอร์ฟิว ดังนั้นถ้าต่อไปเราประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อาจจะเลือกบังคับใช้ตามมาตรา 9 เพียงบางข้อก็ได้ เช่น เคอร์ฟิวไม่มีก็ได้ หรือจะลดเวลาเคอร์ฟิวให้สั้นลงก็ได้ หรือเวลานี้ห้ามชุมนุม ต่อไปอาจจะไม่ห้ามก็ได้ ซึ่งนี่คือตัวอย่าง ที่ยกให้ฟังเพื่อให้เห็นว่าการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินกับการบังคับใช้มาตรการใดบ้างเป็นคนละส่วนกัน แต่ถ้าไม่ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ใช้ข้อไหนไม่ได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีแสดงความพอใจในภาพรวมแล้วบอกต่อที่ประชุม ศบค.อย่างไร นายวิษณุกล่าวว่า สถิติดูดีขึ้น ถ้าดูตัวเลขของสถิติแต่ทางการแพทย์ยืนยันว่าที่สถิติดีขึ้นนั้นเป็นผลจากการควบคุม แต่ถ้าเราไม่ควบคุม สถิติก็อาจจะแย่ลงก็ได้ ดังนั้นขอให้ตรึงไว้สักระยะหนึ่ง แล้วค่อยๆ ผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ลงตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุยังเผยว่า ในวันอังคารที่ 26 พฤษภาคม เลขาฯ สมช.จะรายงานในนาม ศบค. เพื่อขอต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และต่อหรือไม่ต่อเคอร์ฟิวเท่านั้น ส่วนมาตรการผ่อนคลายอื่นๆ ไม่เคยเข้าครม. จะมีการเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ซึ่งเป็นไปตามอำนาจของ ผอ.ศบค. ดังนั้น สมช.จะประชุมในคณะย่อยในวันที่ 27 พฤษภาคม ก่อนที่จะเสนอเข้าที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ในวันที่ 29 พฤษภาคม เพื่อที่จะมีผลในวันอาทิตย์หรือวันจันทร์ถัดไป
มีวินัยไม่ต้องบังคับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha โดยระบุว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ยังคงมีแสดงว่ายังมีการระบาด สามารถประเมินได้ว่ามากหรือน้อยโดยเฉพาะกลุ่มแพร่ที่ไม่มีอาการ ด้วยการหาหลักฐานการติดเชื้อโดยการเจาะเลือด หาแอนติบอดี เป็นระยะในกลุ่มที่คัดเลือกที่เหมาะสมว่าเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ ในการมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อเป็นการกระชับการควบคุมป้องกันโรคให้อยู่ในมาตรฐาน โดยให้มีการทำงานร่วมกันในการควบคุมอย่างมีเอกภาพ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าคนไทย สถานประกอบการ การประกอบกิจกรรม มีวินัยไม่ต้องให้มีใครบังคับ ก็ไม่ต้องมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือถ้ามุ่งประเด็นในการสามารถแยกกักกันควบคุมผู้ต้องสงสัยที่ไม่ปฏิบัติตาม จะสามารถใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อร้ายแรงได้อย่างเดียวหรือไม่ และจะเพียงพอหรือไม่&amp;quot; ศ.นพ.ธีระวัฒน์ตั้งคำถาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่า ถ้ายกเลิกการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และใช้พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 &amp;nbsp;เพียงฉบับเดียวมาใช้ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 &amp;nbsp;อำนาจในการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ เป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีท่านอื่นๆ ไม่มีอำนาจที่จะสั่งการใดๆ ตามกฎหมายฉบับนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูชาติระบุว่า ผู้ที่ออกมาต่อต้านและเรียกร้องให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน น่าจะรู้ดีว่าการแก้ปัญหาการระบาดของโควิด-19 ที่ประเทศไทยประสบความสำเร็จจนทั่วโลกให้การยอมรับและยกย่องนั้น เหตุผลสำคัญประการหนึ่งก็คือการนำ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาใช้ในการปัญหา เพราะนายกรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งการได้ในทุกกรณี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้ายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และใน รมต.สาธารณสุข ใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อแก้ปัญหา โดยนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีท่านอื่นๆ ไม่มีอำนาจยุ่งเกี่ยว เชื่อได้ว่าการระบาดของโควิด-19 รอบสอง เช่นที่เกิดขึ้นในประเทศสิงคโปร์ ที่ในรอบแรกมีผู้ป่วยเพียง 1,000 คนเศษ แต่ขณะนี้มีผู้ป่วยถึง 30,426 คน ทั้งๆ ที่มีประชากรทั้งประเทศเพียง 5 ล้านคนเศษเท่านั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกายังโพสต์ข้อความว่า ถ้าประเทศไทยมีผู้ป่วยเท่าหรือมากกว่าสิงคโปร์ จนเท่ากับประเทศฝรั่งเศสหรือสเปนหรือสหรัฐอเมริกาเมื่อใด ผู้ที่ออกมาต่อต้านการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และผู้ที่คอยจ้องล้มรัฐบาลชุดนี้ก็จะประสานเสียงออกมาขับไล่รัฐบาลชุดนี้โดยอ้างเหตุว่าแก้ไขป้องกันการระบาดของโควิด-19 ล้มเหลว ส่วนประชาชนคนไทยจะป่วยเจ็บและเสียชีวิตมากมาย แค่ไหน แม้อาจมีญาติพี่น้องของตนเองรวมอยู่ด้วย บุคคลเหล่านี้ก็คงไม่สนใจ เพราะต้องการเพียงให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พ้นจากผู้นำของประเทศไทยเท่านั้น
พท.เตรียม 50 ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย เรียกประชุม ส.ส.หารือร่วมกัน ผ่านระบบซูม เนื่องจากต้องเว้นระยะห่างในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 เพื่อเตรียมการอภิปราย โดยเฉพาะพระราชกำหนดรวม 3 ฉบับ ที่รัฐบาลออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรค ประกอบด้วย นายโภคิน พลกุล, นายชัยเกษม นิติสิริ, นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง, นายวัฒนา เมืองสุข, นายนพดล ปัทมะ, นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา, นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รวมทั้งนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ในการให้คำแนะนำประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและข้อกฎหมาย ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยมี ส.ส.ร่วมลงชื่อขออภิปรายดังกล่าวประมาณ 50 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาระในการประชุมสรุปเบื้องต้น พรรคเพื่อไทยเห็นว่า มาตรการที่รัฐใช้ในการควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ได้แก่ การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน การล็อกดาวน์ประเทศ การหยุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการประกาศเคอร์ฟิว ไม่ได้สัดส่วนกับการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด ทำให้เกิดผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจ ดังนั้นพรรคเพื่อไทยเห็นว่ารัฐบาลหมดความจำเป็นที่จะคงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอีกต่อไป ในทางกลับกัน รัฐบาลควรปลดล็อกให้ความสำคัญกับการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจที่จะเสียหายมากที่สุดในรอบ 100 ปี โดยประเมินว่าจีดีพีอาจจะติดลบถึงร้อยละ 7-9 ส่งผลคนตกงานมากกว่า 7-10 ล้านคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด พรรคเพื่อไทยเห็นว่ารัฐบาลยังเยียวยาไม่ทั่วถึง ดำเนินการด้วยความล่าช้า สร้างกติกากฎเกณฑ์ที่ยุ่งยากกับประชาชน ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงการเยียวยา และส่อไปในทางทุจริตเอื้อพวกพ้อง รวมทั้งไม่มียุทธศาสตร์ที่ทำให้การเยียวยา เกิดผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ โดยจะเห็นได้จากข่าวทำให้ประชาชนต้องฆ่าตัวตาย และเงินเยียวยาที่ประชาชนจะต้องเป็นผู้ชำระหนี้ไหลไปสู่กระเป๋าของมหาเศรษฐีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เขียนจดหมายไปขอให้ช่วยรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในส่วนการพยุงรักษาเศรษฐกิจไม่ให้ล่มสลาย พรรคเพื่อไทยเห็นว่ารัฐบาลมิได้มีมาตรการที่จะดูแลรักษาหรือช่วยเหลือผู้ประกอบการ ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการต้องเลิกกิจการ หรือบางรายต้องย้ายฐานเศรษฐกิจไปลงทุนในประเทศอื่น ส่งผลทำให้เกิดการเลิกจ้างงาน ซึ่งจะทำให้คนตกงานอย่างมหาศาล ปัญหาอาชญากรรมจะตามมา พระราชกำหนด 2 ฉบับ ได้แก่ พระราชกำหนดช่วยเหลือเอสเอ็มอี และพระราชกำหนดรักษาเสถียรภาพทางการเงิน หรือที่เรียกว่าพระราชกำหนดอุ้มหุ้นกู้เศรษฐีที่กระทรวงการคลังจะต้องเข้าไปช่วยใช้หนี้จากเงินภาษีของประชาชนไม่ตอบโจทย์ของประเทศ และไม่สามารถพยุงรักษาเศรษฐกิจไว้ได้ ทางพรรคเพื่อไทยเห็นว่าสถานการณ์โควิด-19 แม้จะเป็นวิกฤติทางเศรษฐกิจของโลก แต่จะเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ของไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหารปลอดภัย การท่องเที่ยวและบริการ การแพทย์และการสาธารณสุข การลงทุน และอสังหาริมทรัพย์ แต่รัฐบาลจะต้องรักษาฐานทางเศรษฐกิจของประเทศไว้ให้ได้ นั่นคือการบริโภคภายใน
เพื่อไทยกลัวคนตกงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องเร่งฟื้นฟูด้วยการกระตุ้นให้เกิดการบริโภคภายใน เพื่อเป็นฐานค้ำยันเศรษฐกิจของประเทศไม่ให้ล่มสลายเพื่อรอให้เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจตัวอื่นได้ทำงานหลังโควิด ได้แก่การส่งออก การท่องเที่ยว และการลงทุน แต่ปัญหาคือคนไทยขาดกำลังซื้อมาก่อนเกิดโควิดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โจทย์ของพรรคเพื่อไทยคือ รัฐบาลจะสร้างกำลังซื้อให้ประชาชนได้อย่างไร ในด้านผู้ขาย ได้แก่ ผู้ประกอบการรายย่อย หรือที่เรียกว่าเอสเอ็มอี ที่ได้รับความเสียหายมาก่อนเกิดโควิด-19 เช่นกัน แม้รัฐบาลจะออกพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอี โดยให้ธนาคารแห่งประเทศไทยจัดหาสินเชื่อรวม 500,000 บาท ให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อให้เอสเอ็มอี แต่ก็ไม่ได้มีมาตรการใดที่จะทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ประสบปัญหาทางด้านการเงินจะสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ อันจะทำให้ไม่เกิดการกระจายรายได้ เพราะเงินกู้ที่ประชาชนต้องใช้หนี้จะไหลไปสู่ธุรกิจของมหาเศรษฐีบางรายที่ค้ำจุนรัฐบาลอยู่ ปัญหาเหล่านี้รัฐบาลจะแก้อย่างไร&amp;quot; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมพรรคเพื่อไทยยังมีความกังวลที่รัฐบาลไม่มีมาตรการดูแลคนที่จะตกงานอีกจำนวนมหาศาล รวมทั้งไม่มีมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิดที่คนในโลกจะให้ความสำคัญกับสุขภาพและความสะอาด (health &amp;amp; hygienity) นอกจากจะเอาเงินกู้ 400,000 ล้านบาท มาแจก ส.ส. เอาไปแสวงหาผลประโยชน์ แต่ภาระจะตกแก่ประชาชนที่จะต้องเป็นผู้ชำระหนี้ เหมือนกับโครงการมิยาซาวา หรือโครงการไทยนิยมที่ล้มเหลวมาก่อนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวในที่ประชุมอีกว่า ขอให้ ส.ส.ได้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชนเรื่องการเยียวยา และรับฟังปัญหาของผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อนำมาอภิปรายในสภา โดยจะจัดให้มีการติวเข้ม ส.ส.ทุกวัน ตั้งแต่วันเสาร์จนถึงวันอังคารก่อนจะมีการอภิปราย โดยเชื่อว่าจะปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน และจะเสนอแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส เลขาธิการกลุ่มเพื่อไทยพลัส และอดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเหตุการณ์ที่ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ โดนเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงรวบตัวไปเมื่อเย็นวันที่ 22 พ.ค. ในฐานความผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่าบุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ มาตรา 44 &amp;nbsp;รัฐธรรมนูญ 2560 หลังจาก นพ.ทศพร เสรีรักษ์ โดนฝ่ายความมั่นคงรวบตัวเมื่อเย็นเมื่อวานนี้ ขณะที่ออกมาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ #6ปีรัฐประหาร โดยสงบ ที่หน้าหอศิลป์ ด้วยข้อกล่าวหาว่า ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงเป็นสิ่งที่น่าคิดว่าเจตนารมณ์ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น เพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด หรือเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของผู้มีอำนาจ เพราะตลอดระยะเวลา 6 ปีนับตั้งแต่เหตุการณ์รัฐประหารปี 2557 พลเอกประยุทธ์และผู้กระทำการรัฐประหารได้บอกกับสาธารณชนโดยเสมอว่าเข้ามาเพื่อปฏิรูปประเทศ และยึดตามหลักประชาธิปไตยมาโดยตลอด แต่การกระทำของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงนั้นก็ดูเหมือนจะสวนทางมาโดยเสมอ
&amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot;ร้องผู้ตรวจฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงขอตั้งคำถามกลับไปสู่นายกรัฐมนตรีว่าความเข้าใจของคำว่าประชาธิปไตยของพลเอกประยุทธ์ คือการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ท่านบอกว่าจะใช้เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิดมาดำเนินคดีกับผู้เห็นต่างทางการเมืองใช่หรือไม่ และถ้างั้นเจตนารมณ์ที่แท้จริงของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนี้คืออะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ทุเลาเบาบางลงไปมากแล้ว ตามคำแถลงของโฆษก ศบค. แต่ทว่ารัฐบาลก็ยังคงใช้อำนาจโดยไม่มีการยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่ตาม พ.ร.ก.ดังกล่าว ม.11 วรรคท้าย ได้บัญญัติไว้ชัดเจนว่า เมื่อเหตุกาณ์ตามเหตุผลที่ประกาศได้ยุติลงแล้ว ให้นายกรัฐมนตรียกเลิกประกาศโดยเร็วนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่นายกรัฐมนตรีออกประกาศและข้อกำหนดต่างๆ ตาม ม.9 เป็นการกระทบต่อสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 ให้การรับรองและคุ้มครองไว้ แต่กลับมีการเขียนกฎหมายในลักษณะที่เป็นการตัดอำนาจศาลปกครองในการเข้าไปพิจารณาคดี ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะข้อกำหนดที่ออกมาบังคับใช้ตามกฎหมายเหล่านั้น ส่วนใหญ่เป็นข้อพิพาททางปกครอง แต่กลับไปเขียนกฎหมายไม่ให้ศาลปกครองพิจารณา ตามที่ระบุไว้ใน ม.16 ที่ว่า &amp;ldquo;ข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง หรือการกระทำตามพระราชกำหนดนี้ไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญ 2560 ม.197 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า &amp;ldquo;ศาลปกครองมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีปกครองอันเนื่องมาจากการใช้อํานาจทางปกครองตามกฎหมาย หรือเนื่องมาจากการดําเนินกิจการทางปกครอง&amp;rdquo; ประกอบ ม.3 วรรคสอง ที่บัญญัติว่า &amp;ldquo;รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม&amp;rdquo; และ ม.5 บัญญัติว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ หรือการกระทำใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญจะนำมาบังคับมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การที่รัฐบาลประกาศและต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีเงื่อนไขกำหนดว่าจะจบลงอย่างไร หรือทีท่าว่าจะยกเลิกประกาศไปเมื่อใดและข้อกำหนดต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นกฎทางปกครองอย่างหนึ่งตามกฎหมาย ที่ออกมาบังคับใช้มีลักษณะของการ &amp;ldquo;เลือกปฏิบัติ&amp;rdquo; หลายประการ ย่อมชี้ให้เห็นว่า เป็นการใช้อำนาจที่ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม สร้างความเดือดร้อนและเสียหายต่อประชาชนหลายต่อหลายเรื่อง ซึ่งควรที่จะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนใช้สิทธิในการนำคดีขึ้นฟ้องร้องต่อศาลปกครองได้ เพื่อจะได้เป็นข้อยุติว่าการใช้อำนาจนั้นๆ ของรัฐบาลชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แต่กลับมีการเขียนกฎหมายเพื่อตัดอำนาจหรือขจัดอำนาจของศาลปกครองไปเลย ซึ่งไม่น่าจะถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมฯ จึงจะนำความไปร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ม.16 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2560 ม.197 หรือไม่ โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 25 พ.ค.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66734</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ชูชาติ ศรีแสง, ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส, พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา, วิษณุ เครืองาม, ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200523/image_big_5ec924037f41f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
