<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92566</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2021 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แมสก์กงเต็กก็มา!ชาวอ่างทองแห่ซื้อคึกคัก     </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.พ.2564 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศจับจ่ายซื้อของในช่วงเทศกาลตรุษจีน ที่บริเวณตลาดสดเทศบาล2 &amp;nbsp;อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง พบชาวไทยเชื้อสายจีนออกจับจ่ายซื้อของไหว้บรรพบุรุษกันอย่างคึกคัก และที่ขาดไม่ได้ปีนี้ มีการหาซื้อแมสก์กงเต็กในช่วงสถานการณ์การของโรคโควิด-19 แพร่ระบาดด้วย โดยลูกหลานได้หาซื้อ แมสก์กงเต๊ก ที่เป็นหน้ากากอนามัยกระดาษสีสันสวยงามในราคา 20 บาท เพื่อส่งไปให้บรรพบุรุษด้วยความห่วงใย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนราคาหมู เป็ดไก่ ราคายังคงเท่าเดิมเหมือทุกปีที่ผ่านมา &amp;nbsp;ไก่ต้ม อยู่ที่ราคาตัวละ 200 บาท เป็ดพะโล้ ราคาตัวละ 350 บาท ส่วนหมูชิ้น ราคา 120 บาท และ 240 บาทต่อชิ้น &amp;nbsp;ส่วนผลไม้แก้วมังกร ราคากิโลละ &amp;nbsp;60 บาท &amp;nbsp;องุ่น กิโลกรัมละ 120 บาท สาลี่ ลูกละ 10บาท &amp;nbsp;แอปเปิลแดง ราคาลูกละ 10 บาท ส้มสายน้ำผึ้งราคากิโลละ 80 บาท &amp;nbsp;ชมพู่ ราคากิโลละ 35 บาท &amp;nbsp;ซึ่งบรรยากาศการจับจ่ายเป็นไปอย่างคึกคัก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92566</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวไทยเชื้อสายจีน, ตรุษจีน, ที่บริเวณตลาดสดเทศบาล, บรรยากาศ, อ่างทอง, แมสก์กงเต็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_60234bd2c5a48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แมสก์กงเต็กก็มา!ชาวอ่างทองแห่ซื้อคึกคัก     </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.พ.2564 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศจับจ่ายซื้อของในช่วงเทศกาลตรุษจีน ที่บริเวณตลาดสดเทศบาล2 &amp;nbsp;อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง พบชาวไทยเชื้อสายจีนออกจับจ่ายซื้อของไหว้บรรพบุรุษกันอย่างคึกคัก และที่ขาดไม่ได้ปีนี้ มีการหาซื้อแมสก์กงเต็กในช่วงสถานการณ์การของโรคโควิด-19 แพร่ระบาดด้วย โดยลูกหลานได้หาซื้อ แมสก์กงเต๊ก ที่เป็นหน้ากากอนามัยกระดาษสีสันสวยงามในราคา 20 บาท เพื่อส่งไปให้บรรพบุรุษด้วยความห่วงใย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนราคาหมู เป็ดไก่ ราคายังคงเท่าเดิมเหมือทุกปีที่ผ่านมา &amp;nbsp;ไก่ต้ม อยู่ที่ราคาตัวละ 200 บาท เป็ดพะโล้ ราคาตัวละ 350 บาท ส่วนหมูชิ้น ราคา 120 บาท และ 240 บาทต่อชิ้น &amp;nbsp;ส่วนผลไม้แก้วมังกร ราคากิโลละ &amp;nbsp;60 บาท &amp;nbsp;องุ่น กิโลกรัมละ 120 บาท สาลี่ ลูกละ 10บาท &amp;nbsp;แอปเปิลแดง ราคาลูกละ 10 บาท ส้มสายน้ำผึ้งราคากิโลละ 80 บาท &amp;nbsp;ชมพู่ ราคากิโลละ 35 บาท &amp;nbsp;ซึ่งบรรยากาศการจับจ่ายเป็นไปอย่างคึกคัก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92565</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวไทยเชื้อสายจีน, ตรุษจีน, ที่บริเวณตลาดสดเทศบาล, บรรยากาศ, อ่างทอง, แมสก์กงเต็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_60234bd2c5a48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2021 07:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 07:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ตรุษจีน’ยุคโควิด-19งดเที่ยว-งดสังสรรค์!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.พ.2564 &amp;ndash; กรุงเทพโพลล์ โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;เซ่นไหว้ แบบไหน ในตรุษจีนปีฉลู&amp;rdquo; โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,212 คน โดยเมื่อถามผู้ที่ไหว้เทพเจ้า ไหว้บรรพบุรุษ และทำกิจกรรมต่างๆ ตามประเพณีจีน พบว่าได้มีการปรับรูปแบบการทำกิจกรรมต่างๆ ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันจ่ายส่วนใหญ่ร้อยละ 63.5 ยังคงซื้อของไหว้ในวันจ่ายตามประเพณีเหมือนทุกปี รองลงมาร้อยละ 29.6 ระบุว่าปรับเป็นซื้อของไหว้เตรียมไว้ล่วงหน้าเพื่อลดความแออัดในวันจ่าย และร้อยละ 5.1 ระบุว่าสั่งซื้อของไหว้ออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันไหว้ส่วนใหญ่ร้อยละ 58.2 ระบุว่าแยกกันไหว้ ไม่รวมญาติเหมือนทุกปี รองลงมาร้อยละ 28.5 ระบุว่ายังไหว้แบบรวมญาติและทานอาหารร่วมกันเหมือนทุกปี และร้อยละ 11.7 ระบุว่าไหว้แบบรวมญาติเหมือนเดิม แต่งดทานอาหารร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ในวันเที่ยวส่วนใหญ่ร้อยละ 86 ระบุว่าปีนี้งดเที่ยว งดสังสรรค์ รองลงมาร้อยละ 9 ระบุว่า แยกกันไปไม่รวมญาติท่องเที่ยวเหมือนทุกปี และร้อยละ 5 ระบุว่า ยังรวมญาติท่องเที่ยวสังสรรค์เหมือนทุกปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการแจกอั่งเปา พบว่าร้อยละ 49.4 &amp;nbsp;แจกอั่งเป่าด้วยเงินสดใส่ซองเหมือนทุกปี ขณะที่ร้อยละ 41.6 ระบุว่าปีนี้งดแจกอั่งเปา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามประชาชนทั่วไปว่าการกำหนดให้ &amp;quot;วันตรุษจีน&amp;quot; ในปีนี้เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษทำให้มีการหยุดติดกัน 3 วัน มีแผนจะไปท่องเที่ยวหรือไม่อย่างไร พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 95.3 ระบุว่าไม่มีแผนจะไปท่องเที่ยวโดยให้เหตุผลว่า ติดช่วง COVID-19 จึงไม่อยากเดินทาง ร้อยละ 40.7 รองลงมาคือ ช่วงนี้ต้องประหยัดค่าใช้จ่ายร้อยละ 21.3 และ ที่ทำงานไม่ได้หยุด ร้อยละ 19.2 &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการให้&amp;quot;วันตรุษจีน&amp;quot; เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษในปีนี้ ประชาชนร้อยละ 46 เห็นว่าจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศได้ปานกลาง รองลงมาร้อยละ 42 เห็นว่าช่วยได้น้อยถึงน้อยที่สุด และร้อยละ 12 ระบุว่า ช่วยได้มากถึงมากที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92544</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพโพลล์, ตรุษจีน, ปีฉลู, ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ, เซ่นไหว้, โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_6023221c27bfa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2021 19:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2021 19:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039; สั่งพาณิชย์ทุกจังหวัดตรวจเข้มตลาดทุกพื้นที่ ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาช่วงตรุษจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.พ.64 -&amp;nbsp;เวลา 13.00 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ให้พาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัด ออกตรวจตลาดทุกพื้นที่ในความรับผิดชอบ โดยกำชับห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยเด็ดขาดโดยเฉพาะช่วงตรุษจีน ที่คนไทยเชื้อสายจีนจำเป็นต้องจับจ่ายใช้สอยเพื่อทำบุญในช่วงวันขึ้นปีใหม่ของจีน หากพบการกระทำความผิดกฎหมายให้ดำเนินการตามกฏหมายอย่างเต็มที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จัดพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชนอย่างต่อเนื่องจนถึงล็อตที่9 และเริ่มไปตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งเป็นการลดราคาผ่าน 11 แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ประชาชนนิยมใช้ในปัจจุบันในสถานการณ์โควิด ซึ่งประชาชนใช้ช่องทางสั่งอาหาร เครื่องอุปโภคและบริการขนส่งแบบเดลิเวอรี่ และได้กำชับให้พาณิชย์ทุกจังหวัดสำรวจราคาสินค้าพร้อมการตรวจการปิดป้ายราคาสินค้ามาอย่างต่อเนื่องรวมทั้งการปิดป้ายราคารับซื้อพืชผลทางการเกษตรด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามรายงานจากกรมการค้าภายใน ระบุด้วยว่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีกำหนดการที่เปิดโครงการจำหน่ายสินค้าบริโภคราคาถูกที่จำเป็นในช่วงเทศกาลตรุษจีน ไม่ว่าจะเป็น หมู ไก่ ไข่ และน้ำมันพืช เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92401</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าภายใน, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ตรุษจีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210208/image_big_60212c01946b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2021 18:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2021 18:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษโควิดฉุดตรุษจีนกร่อยเงินหายวูบ1.27หมื่นล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.พ.2564 นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ที่ปรึกษาสภามหาวิทยาลัย และที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจพฤติกรรมและการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 64 สำรวจ ระหว่างวันที่ 25 ม.ค.-3 ก.พ.64ว่า ปีนี้มีมูลค่าการใช้จ่าย 44,939 ล้านบาทลดลง 21.85% เมื่อเทียบกับปี 63 ที่มีมูลค่าใช้จ่าย 57,639 ล้านบาท ลดลง 1.30% หรือมูลค่าหายไป 12,700 ล้านบาท ถือว่า ลดลงมากสุดเป็นประวัติการณ์ หรือลดลงต่ำสุดในรอบ 13 ปีนับตั้งแต่มีการสำรวจมาตั้งแต่ปี 52 เนื่องจากเศรษฐกิจแย่ การแพร่ระบาดของโควิด รายได้ลด ลดค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มูลค่าใช้จ่ายปี 63 ที่ติดลบ 1.3% จากปี 62 ก็ว่าน่าตกใจแล้ว พอมาเจอปี 64 ที่ติดลบมากถึง 21.85% หายไป 12,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 63 ยิ่งน่าตกใจมาก โดยมูลค่าการใช้จ่ายปี 64 ที่ลดลง เป็นเพราะผู้ตอบมากถึง 42.2% ตอบว่า ใช้จ่ายลดลง เพราะเศรษฐกิจแย่ลง รายได้ลดลง ลดค่าใช้จ่าย การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นหนี้เพิ่ม ของแพง ตกงาน ส่งผลให้ปริมาณการซื้อสินค้าลดลง ส่วนอีก 33.2% ใช้จ่ายไม่เปลี่ยนแปลง และมีเพียง 24.6% ที่ตอบใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เพราะราคาสินค้าแพงขึ้น รายได้-โบนัสเพิ่มขึ้น และเศรษฐกิจดีขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแหล่งที่มาของเงินที่นำมาใช้จ่าย ผู้ตอบ 66.8% ตอบมาจากเงินเดือน รายได้ปกติ, 19.8% เงินออม, 10% โบนัส/รายได้พิเศษ, 1.6% เงินกู้ และอีก 1.8% เป็นเงินช่วยเหลือจากภาครัฐจากมาตรการต่างๆ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด ซึ่งมากกว่าปี 63 ที่มีพียง 0.1% ดังนั้น การที่ภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือ สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้บ้างในช่วงตรุษจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังสอบถามในเรื่องแต๊ะเอีย ซึ่งผู้ตอบมีทั้งมีทั้งเป็นผู้ให้ และผู้รับ โดยผู้ให้มากถึง 74.2% บอกว่า ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันมีผลกระทบปานกลางถึงน้อยต่อการให้แต๊ะเอีย และคิดว่า จะให้เงินแต๊ะเอียไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับปี 63 มีเพียง 25.8% ที่ตอบว่า เศรษฐกิจปัจจุบันมีผลต่อการให้แต๊ะเอีย และจะให้เงินแต๊ะเอียลดลง ส่วนกรณีเป็นผู้รับ ส่วนใหญ่คาดว่าจะได้รับเงินแต๊ะเอีย และจำนวนเงินไม่เปลี่ยนแปลงจากปี 63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า บรรยากาศตรุษจีปีนี้กร่อย เพราะประชาชนใช้จ่ายลดลงมากถึง 12,700 ล้านบาท ลดลงมากที่สุดรอบ 13 ปี เพราะเศรษฐกิจไม่ดี การแพร่ระบาดของโควิด รายได้ลด ดังนั้น จะเห็นได้ว่า โควิดมีผลกระทบต่อการใช้จ่ายของประชาชนทุกเทศกาล ทำให้เห็นว่า เศรษฐกิจอยู่ในช่วงซึมลึก แต่เชื่อว่า การใช้จ่ายน่าจะเริ่มดีขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ.นี้ มีรัฐเริ่มอัดฉีดเงินเข้าระบบจากมาตรการเราชนะ เรารักกันแต่ยังไม่มีผลชดเชยรายได้ที่หายไปจากช่วงตรุษจีนที่ 12,000 ล้านบาทได้ คงต้องรอดูมาตรการกระตุ้นของรัฐในระยะต่อไปว่าจะมีผลกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มูลค่าใช้จ่ายช่วงตรุษจีนที่หายไป 12,000 ล้านบาท มีผลทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) หายไป 0.05-0.07% แต่ถ้ารัฐอัดฉีดเงินเราชนะ เรารักกันเข้ามาในช่วงปลายเดือนนี้ จะมีผลกระตุ้นการใช้จ่ายได้ คาดว่า เศรษฐกิจจะเริ่มดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป และถ้ารัฐยังมีมาตรการกระตุ้นออกมาต่อเนื่อง รวมถึงมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาได้บ้าง 4-6 ล้านคน น่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้โตได้ประมาณ 3% แต่ถ้ายังไม่มีเข้ามาเลยก็อาจโตต่ำกว่า 3% ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92395</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์, ตรุษจีน, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191217/image_big_5df8e588012f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92279</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2021 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2021 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสั่งคุมราคาสินค้าช่วงตรุษจีนป้องกันการฉวยโอกาส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.พ.64-น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีน 2564 ซึ่งตรงกับวันที่ 12 ก.พ.นี้ โดยประชาชนนิยมออกไปเลือกซื้อวัตถุดิบเพื่อประกอบพิธีในการไหว้บรรพบุรุษ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จึงได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ให้ดูแลควบคุมราคาสินค้าให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ตรวจตราป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าเอาเปรียบประชาชน พร้อมกำชับให้ร้านค้า ต้องปิดป้ายแสดงราคาอย่างชัดเจน เพื่อง่ายในการตรวจสอบราคาและความสะดวกของประชาชน &amp;nbsp;นอกจากนี้ การไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า ยังมีโทษตามกฎหมายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเทศกาลตรุษจีนปีนี้ คาดการณ์ว่า ประชาชน จะเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น นายกรัฐมนตรี จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม โดยตรวจสอบทั้งราคาและการโฆษณาเกินจริง ป้องกันการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค รวมถึงป้องกันมิจฉาชีพ โฆษณาชวนเชื่อ หลอกลวงประชาชน จึงให้ประชาชน ได้ตรวจสอบข้อมูลก่อนเลือกซื้อสินค้า หากพบพฤติกรรมเข้าข่ายการกระทำความผิด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) 1166&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตรุษจีน วันที่ 12 ก.พ. นี้ รัฐบาลกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษ โดย พล.อ.ประยุทธ์ เชิญชวนประชาชนจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยสามารถซื้อสินค้าและบริการผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐได้ เช่น โครงการคนละครึ่ง โครงการเราชนะ ฯลฯ ทั้งนี้ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดการหมุดเวียนของเม็ดเงิน กระจายสู่ประชาชนอย่างทั่วถึง ช่วยบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชน เว้นระยะห่าง เพื่อป้องกันโรคโควิด-19 ด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92279</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรุษจีน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ราคาสินค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201116/image_big_5fb21492ad90d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92025</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนะตรุษจีนตั้งการ์ดสูง สั่งกวาดล้างปาร์ตี้มั่วสุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยติดเชื้อใหม่ 809 ราย ศบค.เล็งปรับค้นหาเชิงรุกสมุทรสาครใช้วิธีสุ่มตรวจ แนะตรุษจีนวันรวมญาติ ยกการ์ดสูงงดแอลกฮอล์ลดเสียงดัง แจกอั่งเปาออนไลน์ ผบ.ทสส.แจงคำสั่งห้ามชุมนุมฉบับล่าสุด ปรับเข้มตามพื้นที่ควบคุม ตร.รับลูกสั่งกวาดล้างปาร์ตี้มั่วสุมฝ่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ เวลา 11.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 809 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 796 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 45 ราย ในจำนวนนี้พบที่ จ.ตาก 5 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 751 ราย ในจำนวนนี้เป็นการค้นหาเชิงรุกใน จ.สมุทรสาคร 750 ราย แบ่งเป็นคนไทย 201 ราย, แรงงานเมียนมา 549 ราย และราชบุรีอีก 1 ราย นอกจากนี้ เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 13 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 22,058 ราย หายป่วยสะสม 14,798 ราย อยู่ระหว่างรักษา 7,181 ราย ในจำนวนนี้อาการหนักต้องใส่ท่อช่วยหายใจ 8 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ยอดสะสมคงที่ 79 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม สำหรับที่ จ.สมุทรสาคร การค้นหาเชิงรุกยังพบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก จะค้นหาต่อไปเป็นสัปดาห์ แต่ถ้าค้นหาวันละหมื่นรายจะใช้งบประมาณวันละ 20 ล้านบาท ถือว่าไม่น้อย จึงต้องมาดูว่าจะทำให้ทุกอย่างสมดุลกันอย่างไร ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก จึงมีการพูดคุยกันว่าถ้าไม่ไปค้นหาเชิงรุก มีช่วงเว้นว่าง เราต้องหาคำตอบมาบอกกับประชาชนว่าตัวเลขจะทรงตัวหรือลดลง ทีมสมุทรสาครกับกรมควบคุมโรคพยายามนำหลักวิชาการมาศึกษา โดยทั่วไปถ้ามีคน 1 แสน ไม่ใช่ต้องค้นหาทั้ง 1 แสน เพราะค่าใช้จ่ายจะมาก เราจะใช้ระบบควบคุมโรคจากนั้นไปสุ่มหา เพราะเรารู้ระยะเวลาฟักตัวของโรคที่มี 14 วัน จึงมีคำถามว่าการไปค้นหาทุกวันจะมีประโยชน์อย่างไร เป็นสิ่งที่ต้องมาคุยกัน ซึ่งจะนำชุดข้อมูลมาให้ประชาชนทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สัปดาห์หน้าเป็นช่วงเทศกาลตรุษจีน ยังต้องได้รับความร่วมมือจากทุกคนต่อไป ต้องระมัดระวัง เรื่องการแพร่กระจายของเชื้อโรคโควิด-19 ทั้งเรื่องการจับจ่ายใช้สอยซื้อของไหว้ การไหว้เจ้า ต้องพยายามล้างมือและสวมหน้ากากอนามัย สัมผัสสิ่งต่างๆ การรวมญาติต้องรักษาระยะห่าง สามารถพบเจอกันได้ แต่ต้องสวมหน้ากากผ้าหน้ากากอนามัย หรือถ้าจะใช้ระบบออนไลน์พบกันก็ได้ จะได้ไม่ต้องเดินทาง ส่วนเรื่องอั่งเปาก็ใช้การออนไลน์เข้ามาช่วยได้ ดีมากกว่าการให้ซองให้เงินกันโดยตรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ว่าถ้าพิจารณาตามสถานการณ์ประเทศไทยวางแผนการฉีดวัคซีนแพร่หลายในเดือน มิ.ย. โดยเป็นวัคซีนจากแอสตราเซเนกา ที่ผลิตโดยบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ฯ รวมกว่า 61 ล้านโดส ครอบคลุม 50 เปอร์เซ็นต์ของประชากร แต่ที่เราต้องหาวัคซีนจากแหล่งอื่นๆ เพื่อมาใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินเนื่องจากมีการระบาดที่สมุทรสาคร ภาคตะวันออกก่อนหน้านี้ แต่วันนี้สถานการณ์ขณะนี้ถือว่าดีขึ้น สามารถคุมการระบาดได้ ร่วมกับการค้นหาเชิงรุก ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่ต้องได้วัคซีนมาก่อนแผนเดิมในเดือน มิ.ย.ก็ได้ ยืนยันว่าการจัดหาวัคซีนไม่ล่าช้า อย่างไรก็ตาม วัคซีนล็อตอื่นที่จะได้มานอกเหนือจาก 61 ล้านโดสนั้น ตอนนี้ยังไม่ขอเปิดเผยข้อมูล อะไรที่ได้มาเพิ่มนอกเหนือจากแผนเดิมในเดือน มิ.ย.ก็ดี เต็มที่ถ้าจะได้มาคือ 2 ล้านโดส แต่หากมีความชัดเจน โดยวัคซีนส่งออกจากประเทศผู้ผลิตมายังประเทศไทยเมื่อไหร่จะแจ้งให้ทราบทันที&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากกรณีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในคลัสเตอร์โต๊ะแชร์มหาสารคาม ซึ่งเป็นการระบาดแบบกลุ่มก้อน จึงจำเป็นที่ต้องคุมเข้มเมื่อต้องรวมกลุ่มกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในสัปดาห์หน้าจะเป็นช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งคนไทยเชื้อสายจีนจำนวนมากที่อยู่ในประเทศไทย ได้ถือปฏิบัติประเพณีของบรรพบรุษมาอย่างต่อเนื่อง และมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น เซ่นไหว้บรรพบุรุษ การนัดรวมตัวกันระหว่างญาติมิตร หรือมีการจัดงานเลี้ยงที่เป็นการรวมตัวของคนจำนวนมาก จึงขอให้คุมเข้มยกการ์ดสูง โดยปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลดการพูดคุยเสียงดัง&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง (ศปม.) เปิดเผยถึงการออกประกาศเรื่องห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ฉบับที่ 3 ว่า เป็นไปตามแนวทางที่รัฐบาลกำหนดระดับและเปลี่ยนแปลงพื้นที่การควบคุม และเจ้าหน้าที่ต้องบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งต้องห้ามไม่ให้มีการมั่วสุมในลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด ห้ามชุมนุม และบ่อนการพนัน หรือทำกิจกรรมที่มีการรวมตัวกันในทุกพื้นที่ ให้เป็นไปตามมาตรการสาธารณสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ยังคงดำรงความเข้มงวดการเข้าและออกในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดคือ จ.สมุทรสาคร ส่วนในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 4 จังหวัด ประกอบด้วย กทม. นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ จะบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และย้ำห้ามทำกิจกรรมรวมกลุ่ม มั่วสุม ชุมนุม ที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด ตามที่แต่ละจังหวัดกำหนดเวลาไว้ แต่ในส่วนของจังหวัดอื่นๆ จะใช้ความร่วมมือ และหากพบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่กล่าวมาข้างต้น จะแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดให้สั่งดำเนินการขั้นเด็ดขาด โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคม ส่วนพื้นที่ชายแดน เข้มงวด ลาดตระเวน สกัดกั้น แรงงานที่เข้ามาอย่างผิดกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ได้มีวิทยุในราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด่วนที่สุด ที่ ศปม 5.31/73 ลงวันที่ 1 ก.พ. ถึงผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคที่ 1-9 ใจความอ้างถึงข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 18) ผ่อนคลายการกำหนดเขตพื้นที่สถานการณ์และการบังคับใช้บางมาตรการตามลำดับขั้นตอนและตามสภาพของพื้นที่ เพื่อให้สถานที่ กิจการ หรือกิจกรรม สามารถเปิดดำเนินการได้ภายใต้เงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบและระเบียบต่างๆ รวมทั้งมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด ทั้งนี้ ตั้งแต่ 1 ก.พ.2564 เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้การดำเนินการตามข้อกำหนดฯ ดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ผบ.ตร. จึงกำชับให้ทุกหน่วยดำเนินการ ดังนี้ 1.ศึกษาข้อกำหนดฯ ฉบับที่ 18 ให้เข้าใจว่าพื้นที่รับผิดชอบของตนถูกกำหนดเป็นพื้นที่สถานการณ์ใด ระหว่าง (1) พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (2) พื้นที่ควบคุมสูงสุด (3) พื้นที่ควบคุม พื้นที่เฝ้าระวังสูง และพื้นที่เฝ้าระวัง เพื่อบังคับใช้กฎหมายให้ถูกต้องและมีประสิทธิภาพในพื้นที่รับผิดชอบของตน 2.ให้ชุดตรวจร่วม สายตรวจจักรยานยนต์ และฝ่ายสืบสวน ระดมกำลังสุ่มตรวจสอบ ออกตรวจในเขตพื้นที่รับผิดชอบและกวดขันจับกุมสถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ผับบาร์ คาราโอเกะ สถานประกอบกิจการอาบน้ำ อาบอบนวด ร้านจำหน่ายสุรา และอื่นๆ ที่เปิดให้บริการหรือเปิดเกินกำหนดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ให้สืบสวนหาข่าวทางโซเชียลมีเดียในการนัดรวมตัวของกลุ่มบุคคลเพื่อทำกิจกรรมหรือมั่วสุม โดยเน้นการจัดปาร์ตี้ตามสถานที่ต่างๆ ทั้งพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ส่วนบุคคล เช่น โรงแรม หอพัก คอนโดมิเนียม บ้านเช่า ร้านอาหาร สถานบริการ ที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดฯ และคำสั่งที่เกี่ยวข้อง ให้ทราบ วัน เวลา และสถานที่ในการนัดหมาย เพื่อจะได้วางมาตรการในการป้องกันและสืบสวนจับกุม 4.ให้มีคำสั่งมอบหมายผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติให้ชัดเจน รวมทั้งให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ควบคุม กำกับ ดูแลการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด อย่าให้เกิดข้อบกพร่องในกรณีดังกล่าว 5.ห้ามมิให้ข้าราชการตำรวจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด และเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบใดๆ โดยเด็ดขาด 6.เมื่อมีผลการจับกุมหรือผลการปฏิบัติให้ประชาสัมพันธ์ทางสื่อต่างๆ ให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง โดยให้ประชาสัมพันธ์ช่องทางการรับแจ้งทางสายด่วนหมายเลข 1599 หรือ 191.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92025</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ค้นหาเชิงรุก, ตรุษจีน, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ศบค., สมุทรสาคร, สุ่มตรวจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210204/image_big_601c041e4cb7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
