<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98682</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 17:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 17:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักลงทุนขายลดความเสี่ยงโควิด-19 ระบาดรอบใหม่ กดดันหุ้นไทยดิ่ง 23.10 จุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เมษายน 2564 รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 7 เมษายน 2564 เคลื่อนไหวในแดนลบตลอดทั้งวัน รับแรงขายลดความเสี่ยง หลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และพบในกลุ่มหลากหลายอาชีพ โดยดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 1,556.56 จุด ลดลง 23.10 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 1.46% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 107,774.43 ล้านบาท&amp;nbsp;ขณะที่ ดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,570.69 จุด และต่ำสุดอยู่ที่ 1,555.57 จุด

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินว่า การระบาดของไวรัสโควิด--9 ในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงสั้นๆ โดยช่วงเวลาที่ให้น้ำหนัก คือ หลังเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp; หากผ่านพ้นไป และผู้ติดเชื้อรายใหม่ไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก เชื่อว่าดัชนีหุ้นไทยยังอยู่ในทิศทางขาขึ้นได้&amp;nbsp; เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันดูดีกว่าปี 2563 และช่วงต้นปี 2564 ที่เกิดการระบาด เพราะเริ่มมีการกระจายวัคซีนในประเทศมากขึ้น ซึ่งล่าสุดมีผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วจำนวน&amp;nbsp; 248,000 ราย หรือประมาณ 0.36% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ&amp;nbsp; และวัคซีนชุดใหญ่ จาก AStrazeneca จะมาหลักๆ หลังช่วงครึ่งหลังของเดือนพฤษภาคม 2564 ที่ดีกว่ารอบก่อนหน้ามาก

ขณะเดียวกัน มองว่าความผันผวนให้กับตลาดหุ้นในระยะสั้น โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเมือง, หุ้นที่มีรายได้หลักในพื้นที่กรุงเทพ ฯลฯ หากเปรียบเทียบกับการติดเชื้อระลอก 2 วันที่ 21 ธันวาคม 2563 หลังจากนั้นตลาดหุ้นไทยปรับฐานแรงเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น แล้วตลาดค่อยๆ ฟื้น เนื่องจากการควบคุมตัวเลขผู้ติดเชื้อทำได้อย่างรวดเร็ว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98682</URL_LINK>
                <HASHTAG>#การระบาดของโควิด, ตลท., ตลาดหุ้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_6062f608afbc3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตลท.เตือนนักลงทุนระวังซื้อขายหุ้นZMICO </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค.2564 รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลท.เตือนผู้ลงทุนให้ระมัดระวังและพิจารณาปัจจัยพื้นฐานให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อขาย รวมถึงให้บริษัทสมาชิกทุกรายกำกับดูแลการซื้อขายในหลักทรัพย์ บริษัท ซีมิโก้ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (ZMICO) อย่างเคร่งครัด เนื่องจากสภาพการซื้อขายเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก แม้อยู่ในมาตรการกำกับการซื้อขาย ระดับ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ZMICO อยู่ในมาตรการกำกับการซื้อขาย ระดับ 3 บริษัทสมาชิกต้องดำเนินการดังนี้ คือ ให้ผู้ลงทุนทุกประเภทที่ต้องการซื้อหลักทรัพย์ ZMICO ต้องวางเงินสด 100% ก่อนซื้อ, บริษัทสมาชิกห้ามนำหลักทรัพย์ ZMICO คำนวณเป็นวงเงินในการซื้อขายในทุกประเภทบัญชี และบริษัทสมาชิกห้ามหักกลบค่าซื้อและค่าขายหลักทรัพย์ ZMICO ในวันเดียวกัน (ห้าม Net Settlement)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการติดตามสภาพการซื้อขายหลักทรัพย์ ZMICO พบว่า มีสภาพที่เปลี่ยนแปลงไปจากสภาพปกติอย่างมาก โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง +119.64% จากราคาวันก่อนเข้ามาตรการในระดับ 1 อยู่ที่ 2.24 บาท มาปิดที่ 4.92 บาทในวันที่ 29 มีนาคม 2564 และวันที่ 30 มีนาคม 2564 ราคาปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยปิดตลาดภาคเช้า +7.72% ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 166 ล้านบาท มี P/E ติดลบ และ P/BV อยู่ที่ 3.42 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการกำกับการซื้อขาย ระดับ 1 : วางเงินสด 100% ก่อนซื้อ, ระดับ 2 : ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย และวางเงินสด 100% ก่อนซื้อ และระดับ 3 : ห้าม Net Settlement, ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย และวางเงินสด 100% ก่อนซื้อ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97784</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลท., ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.), มิโก้ แคปปิตอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_6062f608afbc3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93574</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2021 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2021 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตลท.กระตุกนักลงทุนคิดให้รอบคอบก่อนลงทุนหุ้น TQR</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลท.ขอให้ผู้ลงทุนใช้ความระมัดระวังในการซื้อขายหลักทรัพย์ บริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน) (TQR) เนื่องจากราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้น 349% จากราคา IPO ที่ 5.10 บาท มาปิดที่ 22.90 บาท ในภาคเช้าของการซื้อขายวันนี้ (19 กุมภาพันธ์ 2564) ด้วยมูลค่าการซื้อขายในวันแรก (17 กุมภาพันธ์ 2564) ที่เริ่มเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่ 216 ล้านบาท และวันถัดมาที่ 565 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมี P/E และ P/BV 119.61 เท่า และ 12.65 เท่า ตามลำดับ
&amp;nbsp;
โดยในช่วงสองวันนับแต่วันที่เริ่มเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ราคาปรับตัวสูงต่อเนื่อง ด้วยปริมาณการซื้อมาก และมีผลให้จำนวนหุ้นที่จะขายคงเหลือในตลาดมีน้อย และในการซื้อขายภาคเช้าวันนี้ สภาพการซื้อขายมีความผันผวนมากอยู่ที่ 31% ราคาเพิ่มขึ้น 15.66% มูลค่าการซื้อขายที่ 1,165 ล้านบาท
&amp;nbsp;
ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงขอให้ผู้ลงทุนใช้ความระมัดระวังและพิจารณาปัจจัยพื้นฐาน ประกอบกับสภาพการซื้อขายของ TQR ก่อนการตัดสินใจลงทุน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93574</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลท., หุ้น TQR, เตือนนักลงทุน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210219/image_big_602f89800f157.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2020 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2020 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตลท.เตือนนักลงทุนระมัดระวังซื้อหุ้น DELTA </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธ.ค. 2563 รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลท.ขอให้ผู้ลงทุนใช้ความระมัดระวังในการซื้อขายหลักทรัพย์ บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ &amp;nbsp;(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (DELTA) เนื่องจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สภาพการซื้อขายมีความผันผวนสูง โดยราคาปรับตัวจาก 378 บาท ขึ้นไปสูงสุดที่ 838 บาท และปิดที่ 474 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขายสูงเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8,000 ล้านบาทต่อวัน
&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา DELTA ได้มีการชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2563 เมื่อเวลา 8.33 น. ว่าไม่มีพัฒนาการสำคัญใดๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณและราคาการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท และตลาดหลักทรัพย์ฯ&amp;nbsp;อยู่ระหว่างติดตามและตรวจสอบสภาพการซื้อขายอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ตลท.จึงขอให้ผู้ลงทุนใช้ความระมัดระวังและพิจารณาปัจจัยพื้นฐาน ประกอบกับสภาพการซื้อขายของ DELTA ก่อนการตัดสินใจลงทุนด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88392</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180319/image_big_5aaf63032ae00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2020 20:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2020 20:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กำไรบจ.ครึ่งปีแรกวูบ 58.7%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค. 2563 นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) จำนวน 691 บริษัท หรือคิดเป็น 95.4% จากทั้งหมด 724 บริษัท (ไม่รวมกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน บริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ NC และบริษัทที่แก้ไขการดำเนินงานไม่ได้ตามกำหนด หรือ NPG) นำส่งผลการดำเนินงานงวดครึ่งแรกของปี 2563 และไตรมาส 2/2563 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563 พบว่า บจ. ที่รายงานผลกำไรสุทธิมีจำนวน 456 บริษัท สัดส่วนคิดเป็น 66.0% ของ บจ. ที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด
&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงาน บจ. ใน SET ในครึ่งแรกของปี 2563 มียอดขายรวม 5,026,268 ล้านบาท ลดลง 13.3% โดยมีกำไรจากการดำเนินงานหลัก (Core operating profit) 273,267 ล้านบาท ลดลง 43.8% และมีกำไรสุทธิ 187,901 ล้านบาท ลดลง 58.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน การลดลงของรายได้ทำให้ดัชนีชี้วัดความสามารถการทำกำไรลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross profit margin) ลดลงจาก 21.3% เป็น 20.5% มีอัตรากำไรจากการดำเนินงานหลัก (Core profit margin) ลดลงจาก 8.4% เป็น 5.4% และมีอัตรากำไรสุทธิ (Net profit margin) ลดลงจาก 7.8% เป็น 3.7%
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ หากไม่รวมหมวดธุรกิจพลังงานและปิโตรเคมีภัณฑ์ บจ. มียอดขายลดลง 5.6% มีกำไรจากการดำเนินงานหลักลดลง 13.3% และมีกำไรสุทธิลดลง 41.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 27.8% เป็น 28.5% มีอัตรากำไรจากการดำเนินงานหลักลดลงจาก 8.3% เป็น 7.6% และมีอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 9.7% เป็น 6.0% ซึ่งจะเห็นได้ว่าผู้ประกอบธุรกิจปรับตัวได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะการควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานหลักลดลงเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับยอดขายที่ลดลงในภาพรวม
&amp;nbsp;
ขณะที่ ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2563 บจ. มียอดขายรวม 2,263,438 ล้านบาท ลดลง 22.3% มีกำไรจากการดำเนินงานหลัก 143,901 ล้านบาท ลดลง 33.1% และมีกำไรสุทธิ 107,256 ล้านบาท ลดลง 47.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
&amp;nbsp;
&amp;ldquo; การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในไตรมาส 2/2563 ส่งผลให้ บจ. ไทยได้รับผลกระทบในวงกว้างเกือบทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ทั้งด้านยอดขายและกำไรสุทธิ อย่างไรก็ดี การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคจากมาตรการรักษาระยะห่าง (social distancing) ทำให้ บจ. มีการปรับตัวโดยเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าและบริการผ่านรูปแบบดิจิทัลมากขึ้น รวมถึงการทำงานจากบ้าน (work from home) ส่งผลให้ผู้บริโภคใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารมากขึ้น และทำให้กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารและกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ยังคงมีกำไรจากการดำเนินงานหลักปรับเพิ่มขึ้นได้ &amp;rdquo; นายแมนพงศ์ กล่าว
&amp;nbsp;
สำหรับฐานะการเงินของกิจการ ณ สิ้นไตรมาส 2/2563 บจ. ไทยมีหนี้สินเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) ปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 1.57 เท่า เทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนที่ 1.35 เท่า
&amp;nbsp;
ด้านผลการดำเนินงานของ บจ. ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) มียอดขายรวม 82,540 ล้านบาท ลดลง 7.9% มีกำไรจากการดำเนินงานหลัก 3,068 ล้านบาท ลดลง 8.4% และมีกำไรสุทธิ 1,086 ล้านบาท ลดลง 73.0% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75164</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไรบจ., ตลท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200821/image_big_5f3fc4fe97604.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2020 15:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2020 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตลท.ใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์พักการซื้อขาย SET รูด 125จุด           </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดัชนีหุ้นไทยดิ่งเหว! นักลงทุนตื่นโควิด-19 พาเหรดเทขายหนัก ตลท. สุดต้านต้องประกาศเซอร์กิตเบรกเกอร์ ด้าน &amp;ldquo;สมคิด&amp;rdquo; สั่งคลังลุยตั้งกองทุนพยุงหุ้น หลังสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ปกติ จี้เร่งศึกษาความเหมาะสมโดยด่วน ส่วน &amp;ldquo;ขุนคลัง&amp;rdquo; ยันไม่มีแนวคิดหั่นแวตกระตุ้นเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า ภาพรวมดัชนีหุ้นไทยในวันที่ 12 มี.ค. 2563 ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยทันทีที่เปิดทำการซื้อขาย ดัชนีปรับตัวลดลงอย่างหนักกว่า 65.73 จุด หรือคิดเป็น 5.26% อยู่ที่ 1,184.16 จุด และหลังจากทำการซื้อขายในช่วงบ่าย พบว่า ดัชนียังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ถึง 125.05 จุด หรือ 10% อยู่ที่ 1,124.84 จุด ในเวลา 14.38 น.ส่งผลให้ ตลท. ต้องประกาศหยุดทำการซื้อขายเป็นการชั่วคราว (เซอร์กิตเบรกเกอร์) ครั้งที่ 1 ระยะเวลา 30 นาที และกลับมาทำการซื้อขายต่อในเวลา 15.08 น. โดยการประกาศหยุดทำการซื้อขายชั่วคราวนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กระทรวงการคลัง เร่งศึกษาแนวทางการจัดตั้งกองทุนสร้างเสถียรภาพตลาดทุน หรือ กองทุนพยุงหุ้น ซึ่งได้บอกกับกระทรวงการคลัง และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่าแม้ขณะพื้นฐานตลาดหุ้นไทยจะดี แต่สถานการณ์เศรษฐกิจไม่ปกติ รุนแรงมาก จากการแพร่ระบาดโควิด 19 โดยเฉพาะกรณีสหรัฐฯ มีคำสั่งห้ามบางประเทศ เช่น กลุ่มอียู เดินทางเข้าสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลกระทบมาก และส่งผลต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จะต้องศึกษาแนวทางการจัดตั้งกองทุนพยุงหุ้นว่าจะออกมาในรูปแบบใด เพราะไม่ได้เป็นเรื่องง่ายเหมือนสมัยก่อนที่มีการจัดตั้งกองทุนวายุภักษ์ โดยได้ให้ นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ไปเร่งศึกษาแนวทางที่เหมาะสม ส่วนขนาดของกองทุนจะเป็นเท่าใด ให้ไปดูให้เหมาะสม ในระยะยาวจะจะต้องมีกำไร และทำให้ตลาดทุนมั่นใจว่า รัฐบาล กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พร้อมจะดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด กล่าวว่า ได้หารือกับกระทรวงการคลัง อีก 2 ประเด็น คือ 1.การเตรียมมาตรการชุดที่ 2 ดูแลผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 โดยจะเน้นไปที่กลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบ อาชีพอิสระ รายได้ประจำ ซึ่งได้ให้การบ้านทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องไปเตรียมมาตรการครบทุกกลุ่ม เพิ่มเติมจากชุดที่ 1 ที่ได้ดูแลผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจให้ชะลอการเลิกจ้างงานไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ให้กระทรวงการคลังเตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. ซึ่งมองว่าในช่วงดังกล่าว จำเป็นต้องมีการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ให้กระทรวงการคลังเตรียมวงเงิน และมาตรการไว้ เมื่อถึงเวลาต้องใช้ ก็เตรียมไว้พร้อมใช้ทันที ซึ่งยอมรับว่าเศรษฐกิจโลกในปีนี้จะหนักหนาพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง กล่าวว่า ได้รับรายงานจากผู้จัดการ ตลท. ว่าหุ้นไทยตกมากวันนี้ เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยมีสาเหตุมาจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศว่าเป็นโรคระบาดแพร่หลายกว้างขวาง เป็นเหตุให้ตลาดหุ้นทั่วโลกตกหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงการคลังก็ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด เชื่อว่าตลาดหุ้นและพื้่นฐานเศรษฐกิจของไทยมีพื้นฐานเข้มแข็ง ในส่วนของมาตรการดูแลตลาดหุ้นไทยจะมีการพิจารณาต่อเนื่อง หากมีความจำเป็นกระทรวงการคลังจะเสนอ นายกรัฐมนตรี และ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกมาตรการเพิ่มเพื่อดูแลตลาดหุ้นทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม กล่าวอีกว่า กระทรวงการคลังไม่มีแนวคิดที่จะลดภาษีเพื่อกระตุ้นการลงทุนในตลาดหุ้น ต้องติดตามสถานการณ์ก่อน มาตรการที่ออกมาต้องเหมาะสมกับเหตุการณ์ ที่ผ่านมาหุ้นตก 2-3 วัน ก็กลับมาปรับตัวขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เข้าใจว่านักลงทุนกังวลโรคโควิด-19 ซึ่งบางครั้ง อาจจะกังวลเกินเหตุ แม้ว่าตลาดหุ้นยังมีพื้นฐานแข็งแกร่ง ที่ผ่านมาการเกิดเหตุการณ์หลายครั้ง ดัชนีหุ้นก็ยังปรับขึ้นมาได้&amp;quot; นายอุตตม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ยืนยันว่า กระทรวงการคลังไม่มีแนวคิดลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) กระตุ้นเศรษฐกิจเหมือนประเทศญี่ปุ่นที่พิจารณาลดภาษีแวตเหลือ 0% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 อย่างรุนแรง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59583</URL_LINK>
                <HASHTAG>125จุด, ตลท., เซอร์กิตเบรกเกอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200312/image_big_5e69ed3f45e37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14104</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2018 19:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 19:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>TMB ขายทิ้ง บลจ.ทหารไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
TMB แจ้งตลท. ขายหุ้นบลจ.ทหารไทย ล็อตแรก 65% และตกลงขายส่วนที่เหลืออีก 35% ในอนาคต ให้พรูเด็นเชียล คอร์ปอเรชั่น เอเชีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค. 61 - รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) (TMB) แจ้งต่อตลท.ว่า ธนาคารตกลงที่จะขายหุ้นของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย จำกัด ในสัดส่วน 65% ให้แก่ บริษัท พรูเด็นเชียล คอร์ปอเรชั่น เอเชีย จำกัด (PCAL) รวมทั้งตกลงที่จะขายหุ้นในส่วนที่เหลือทั้งหมดอีก 35% ในอนาคต ทั้งนี้ เพื่อเข้าเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับ อีสท์สปริง อินเวสต์เมนทส์ (สิงคโปร์) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่ PCAL ถือหุ้นอยู่ทั้งหมดโดยทางอ้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม บลจ.ทหารไทย จะยังคงเป็นหนึ่งในบลจ.ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มีคุณภาพให้กับลูกค้าของธนาคารร่วมกับบลจ.อื่นๆ ตามปกติ ซึ่งการเข้าเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับอีสท์สปริง ที่ได้รับรางวัล เอเชีย ฟันด์ เฮ้าส์ แห่งปี จากเอเชียนอินเวสเตอร์ จะช่วยเพิ่มศักยภาพของบลจ.ทหารไทย และยังเป็นการสนับสนุนกลยุทธ์การขายกองทุนแบบเปิด ให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ดีเยี่ยมให้กับลูกค้าธนาคารได้มากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ธนาคารได้แต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงินจากธนาคารแห่งสหรัฐอเมริกาเมอริลล์ ลินช์ และธนาคารไอเอ็นจี และที่ปรึกษาทางกฎหมายจากบริษัท อัลเลน แอนด์ โอเวอรี่ ร่วมให้ความเห็นในการกำหนดเงื่อนไข และข้อตกลงต่างๆ ตลอดการเจรจาสัญญา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14104</URL_LINK>
                <HASHTAG>TMB, ขายหุ้น, ตลท., บลจ.ทหารไทย, พรูเด็นเชียล คอร์ปอเรชั่น เอเชีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180725/image_big_5b586723cc509.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
