<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ชัยนาท’ผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิดให้ตลาดนัดขนาดเล็กเปิดค้าขายได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค.2564 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่จังหวัดชัยนาท &amp;nbsp;ไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ ติดต่อกันมาเป็นเวลา 17 วันแล้ว &amp;nbsp;ทำให้จังหวัดได้ผ่อนคลายการบังคับใช้บางมาตรการในการป้องกันและการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp; เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการดำเนินชีวิตและการทำกิจกรรมด้านเศรษฐกิจ &amp;nbsp; โดยเฉพาะการค้าขาย &amp;nbsp;เพื่อให้เศรษฐกิจชุมชนกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง โดยอนุญาตให้ ตลาดชุมชน &amp;nbsp;ตลาดเกษตรกร &amp;nbsp;ตลาดประชารัฐ และตลาดนัดขนาดเล็ก &amp;nbsp;กลับมาเปิดค้าขายได้เหมือนเดิม &amp;nbsp;หลังจากที่มีคำสั่งปิดตลาดนัดไปเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2563 &amp;nbsp; แต่ตลาดนัดขนาดใหญ่ เช่น ตลาดนัดวันเสาร์ในอำเภอเมืองชัยนาท และตลาดนัดวันพระในอำเภอสรรคบุรี &amp;nbsp;ยังไม่อนุญาตให้เปิดค้าขาย &amp;nbsp;และอนุญาตให้เฉพาะ พ่อค้าแม่ค้า ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดชัยนาท ซึ่งได้ผ่านการคัดกรองโรคแล้วเท่านั้น &amp;nbsp;ที่จะสามารถมาเปิดแผงค้าขายได้ &amp;nbsp;และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด &amp;nbsp; ส่วนพ่อค้าแม่ค้าจากจังหวัดอื่นยังไม่อนุญาตให้เข้ามาค้าขายในจังหวัดชัยนาท &amp;nbsp;ตามมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;ของบุคคลในการเดินทางข้ามเขตจังหวัด โดยเฉพาะบุคคลที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากการที่ตลาดนัดขนาดเล็กได้กลับมาเปิดค้าขายอีกครั้ง ทำให้พ่อค้าแม่ค้าชาวชัยนาท ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดแผงค้าต่างดีใจ ที่จะมีรายได้เลี้ยงครอบครัว &amp;nbsp; โดยแม่ค้าน้ำพริกรายหนึ่งในตลาดประชารัฐ &amp;nbsp;บอกว่า ดีใจที่ได้กลับมาเปิดแผงค้าขายอีกครั้ง ยิ่งรัฐบาลเปิดให้คนลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง รอบเก็บตกในวันนี้ และจะมีเงินเยียวยาโครงการเราชนะ ก็คิดว่าจะช่วยให้ตนมีลูกค้าใหม่ๆเพิ่มขึ้น และจะทำให้ขายของได้มากขึ้นด้วย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดยังคงให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด &amp;nbsp;โดยผู้ค้าและประชาชน ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า &amp;nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ &amp;nbsp;ล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล เมื่อเข้าไปในตลาด และต้องมีการเว้นระยะห่าง &amp;nbsp;รวมทั้งมีการทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสภายในตลาด &amp;nbsp;และกำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในจังหวัดชัยนาท จำนวน 8 ราย &amp;nbsp;ได้รับการรักษาหายป่วยกลับบ้านแล้วทั้งหมด ส่วนการตรวจหาเชื้อในเชิงรุกกับบุคคลที่เดินทางมาจากจังหวัดพื้นที่เสี่ยงสูง &amp;nbsp;บุคคลที่เป็นกลุ่มเสี่ยง และแรงงานต่างด้าว ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90411</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยนาท, ตลาด, ผู้ป่วย, ผ่อนคลาย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210120/image_big_6007a3b55836a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68543</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2020 06:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2020 06:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลเผยคนไทยร้อยละ 83.1 ไปตลาดหลังผ่อนปรนมาตรการหยุดเชื้อเพื่อชาติ ส่วนใหญ่กังวลไปโรงหนัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;13 มิ.ย.63 - กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ &amp;nbsp;เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;คนไทยไปไหน...หลังผ่อนคลายมาตรการหยุดเชื้อเพื่อชาติ&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,204 คน พบว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานที่ที่ประชาชนได้ไปมากที่สุดภายหลังมาตรการหยุดเชื้อเพื่อชาติได้รับการผ่อนปรนคือ ตลาด ตลาดนัด ซุปเปอร์มาร์เก็ต (ร้อยละ 83.1) รองลงมาคือ &amp;nbsp;ห้างสรรพสินค้า (ร้อยละ 44.8) และร้านเสริมสวย ร้านตัดผม (ร้อยละ 40.1)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานที่ที่ประชาชนไม่คิดว่าจะไปเพราะกังวลการติดเชื้อมากที่สุดคือ โรงภาพยนตร์ (ร้อยละ 91.1) รองลงมาคือ &amp;nbsp; &amp;nbsp;การใช้สนามบินภายในประเทศ (ร้อยละ 83.8) และสถานบริการ สปา &amp;nbsp;ร้านนวด &amp;nbsp;(ร้อยละ 81.5) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าอยากให้มีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศช่วงเดือน ก.ค. &amp;ndash; ต.ค. 63 &amp;nbsp;เป็นอย่างไรพบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 51.8 อยากให้แจกเงินแบบให้เปล่า รองลงมาร้อยละ 24.1 นำใบเสร็จค่าที่พัก ค่าอาหาร มาลดหย่อนภาษี และร้อยละ 21.2 ให้วอชเชอร์ส่วนลดที่พักร้านอาหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สุดท้ายเมื่อถามถึงความคาดหวังต่อการหยุดชดเชยแทนวันสงกรานต์พบว่า ประชาชนร้อยละ 46.6 คาดหวังอยากให้ไปรวมกับวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลปีใหม่เลย รองลงมาร้อยละ 33.3 คาดหวังให้หยุด ในช่วงเดือนที่ไม่มีวันหยุดเลยเช่น เดือนกันยายน และร้อยละ 20.1 คาดหวังว่าจะหยุดยาวติดต่อกันไปเลย &amp;nbsp;ในช่วงวันหยุดยาวช่วงใดช่วงหนึ่ง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68543</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาด, ผ่อนคลาย, สำรวจความคิดเห็น, โควิด, โพล, โรงหนัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200613/image_big_5ee412a6ccd3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9719</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2018 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2018 15:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GOLDผุด&quot;โกลเด้นทาวน์บางแค&quot;โวสิ้นปีโกย16,000 ล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ เล็งตลาดแนวราบปี 61 ขยายตัว เชื่อความต้องการผู้บริโภคโตต่อเนื่อง ล่าสุดผุดอาณาจักร&amp;rdquo;โกลเด้น เอ็มไพร์ บางแค&amp;rdquo;มูลค่ากว่า 6,100 ล้านบาท คาดสิ้นปีนี้รับรู้รายได้จากโครงการแนวราบที่ระดับ 16,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค. 61 - นายภวรัญชน์ อุดมศิริ กรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาโครงการทาวน์โฮมและบ้านแฝด บมจ.แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (GOLD) หรือ โกลเด้นแลนด์ เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2561 นี้โดยมองว่าตลาดทาวน์โฮมจะมีการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งนี้บริษัทจึงได้มีการนำนวัตกรรม และการพัฒนารูปแบบบ้านให้ทันสมัยให้มีความหลากหลาย ล่าสุดบริษัทได้พัฒนาอาณาจักรแห่งที่ 3 ภายใต้ชื่อโครงการ&amp;rdquo;โกลเด้น เอ็มไพร์ บางแค&amp;rdquo;ซึ่งภายในโครงการประกอบไปด้วย 4 โครงการ บนพื้นที่กว่า 170 ไร่ มูลค่าโครงการรวมกว่า 6,100 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในปีนี้จะเปิดตัว 3 โครงการ บนพื้นที่รวม 135 ไร่ จำนวน 846 ยูนิต มูลค่า 4,915 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ โกลเด้น นีโอ บนพื้นที่ 30 ไร่ จำนวน 166 ยูนิต มูลค่า 1,080 ล้านบาท เปิดจองในเดือน มิ.ย. นี้ ราคาขายเริ่ม 5-6 ล้านบาท โครงการ แกรนดิโอ บนพื้นที่ 71 ไร่ จำนวน 284 ยูนิต มูลค่า 2,670 ล้านบาท เปิดจองในเดือน ก.ค.นี้ ราคาขายเริ่ม 7-10 ล้านบาท และ โครงการ โกลเด้น ทาวน์ บนพื้นที่ 34 ไร่ จำนวน 396 ยูนิต มูลค่า 1,165 ล้านบาท เปิดจอง ก.ค. นี้ ราคาขายเริ่ม 2-3 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในช่วงเวลาที่ผ่านมา บริษัทได้มีการนำโมเดลการพัฒนาอาณาจักร รวม 3 แห่ง มูลค่ารวมโครงการกว่า 14,000 ล้านบาท โดยอาณาจักรแรก คือ โกลเด้นท์ เลค โคโม อ่อนนุช-พัฒนาการ พัฒนาเป็นโครงการบ้าน 5 โครงการ บนพื้นที่ 180 ไร่ จำนวน 1,038 ยูนิต มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท อาณาจักรที่สอง ภายใต้ชื่อ บริติช อเวนิว ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ ภายในประกอบไปด้วย 5 โครงการ บนพื้นที่กว่า 120 ไร่ จำนวน 950 ยูนิต มูลค่ารวม 4,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามในปี 2561 นี้ บริษัทตั้งเป้ารับรู้รายได้จากโครงการแนวราบอยู่ที่ 16,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9719</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาด, ทาวน์โฮม, บ้าน, พร็อพเพอร์ตี้, อสังหา, แผ่นดินทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180522/image_big_5b03d53d2c4cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2026 07:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2018 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ่งอ่างฝนแรกขายไม่ต่ำกว่า4-5พันบาท/วัน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.2561 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า หลังจากเกิดฝนตกหนักติดต่อกันนานหลายวันในพื้นที่ จ.สุรินทร์ทำให้ชาวบ้านต่างพากันแห่ออกไปหาจับอึ่งอ่างที่ออกมาเล่นน้ำผสมพันธุ์และวางไข่ตามท้องไร่ ท้องนา เพื่อนำมาทำเมนูเด็ดเปิบพิสดารของแซบภาคอีสาน &amp;nbsp;และส่วนหนึ่งยังนำไปวางจำหน่ายสร้างรายได้เสริมเข้าครอบครัวในช่วงนี้กันได้อีกจำนวนมาก เพราะถือเป็นอาหารชั้นเลิศหารับประทานได้ยากในแต่ละปี โดยสร้างรายได้แก่พ่อค้าแม่ค้าวันละไม่น้อยกว่า 4-5 พันบาทเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยเฉพาะที่บริเวณตลาดสดเทศบาลตำบลท่าตูม อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ พบว่า&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ มีเกษตรกรชาวบ้านจากตำบลรอบนอก ต่างพากันนำอึ่งอ่างมาวางขายให้กับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าหลายราย ด้วยการนำมาใส่กะละมัง วางขายให้กับชาวบ้านนำไปประกอบอาหารได้หลายเมนู&amp;nbsp;


แทงสล็อต อาทิ ผัดกะเพรา ต้มยำอ่อม ปิ้ง ย่างหรือจะนำไปทำเป็นปลาร้า โดยเฉพาะต้มอึ่งใส่ใบมะขามอ่อน โดยชาวบ้านหลายรายต่างมาหาเลือกซื้ออึ่งอ่าง นำกลับไปประกอบอาหารที่บ้านรับประทานร่วมกันในครอบครัวกันอย่างคึกคัก&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นางสมพล แต้มทอง อายุ 34 ปี แม่ค้าขายอึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 165 บ้านบัลลังก์ ม. 10 ต.ท่าตูม อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ &amp;nbsp;กล่าวว่า อึ่งที่จับได้ในช่วงฝนใหม่นี้จะจับได้วันหนึ่ง 20-30 กิโลกรัม หรือมากกว่านั้นอึ่งจะขายในราคากิโลกรัมละ 160 บาท&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น และบางวันรวมขายอึ่งที่จับมาได้เป็นจำนวนเงินสูงถึง 3,000-4,000บาทต่อวัน ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในช่วงนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9570</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาด, ผสมพันธุ์, ฝนตก, วางไข่, สุรินทร์, อึ่งอ่าง, เปิดพิสดาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180520/image_big_5b010c5552b75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5868</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2018 15:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2018 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อี้ แทนคุณ&#039;ถอยแล้วประกาศยุติล่าชื่อ-ขอโทษคิดไม่ละเอียดรอบคอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแทนคุณ จิตต์อิสระ หรืออี้ &amp;nbsp;อดีตสส.กรุงเทพฯดอนเมือง พรรคประชาธิปัตย์ ทวีตข้อความขอยุติรวบรวมรายชื่อช่วยเหลือผู้ค้าในหมู่บ้านเสรีวิลล่า สวนหลวง หลังถูกสังคมโซเชียลโจมตีอย่างหนักว่า &amp;ldquo;เรื่องการรวบรวมรายชื่อเพื่อนำมาสู่การเจรจาขอฟื้นฟูวิถีชุมชนหน้าสวนหลวง ผมขอยุติแนวคิดนั้นครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะคิดว่าเป็นความไม่รอบคอบของผมเอง และไม่มีเจตนาอื่นใดทางการเมือง เพราะคนละพื้นที่ แต่บ้านผมอยู่สวนหลวง ผมลงพื้นที่ดอนเมือง ผมขออภัยทุกท่านด้วยครับที่ไม่ละเอียดรอบครอบพอ ขอบคุณครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นายแทนคุณ ได้โพสต์ข้อความในกลุ่มผู้สื่อข่าวประจำปชป. ว่า &amp;ldquo;ผมถอยแล้วครับ ช่วยด้วยตั้งใจ ไม่ใช่หวังหาเสียง เพราะเข้าใจว่าพื้นที่สีเหลืองทำตลาดได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านข่าวประกอบ &amp;#39;อี้&amp;#39;เละ! โซเชียลฯรุมถล่มห่วงคะแนนเสียงมากกว่ากฎหมาย-ปชป.สะเทือน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5868</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาด, ปชป., ป้าทุบรถ, อี้ แทนคุณ, แทนคุณ จิตต์อิสระ, โซเชียลโจมตี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8ab950f2c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2018 21:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อี้&#039;เละ! โซเชียลฯรุมถล่มห่วงคะแนนเสียงมากกว่ากฎหมาย-ปชป.สะเทือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค. 61 -&amp;nbsp;กรณีที่นายแทนคุณ จิตต์อิสระ หรือ &amp;quot;อี้&amp;quot; อดีตส.ส. กรุงเทพฯ &amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;จะยื่นเรื่องต่อ พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้มีการผ่อนผันเปิดตลาดในช่วงรอพิพากษาคดี &amp;nbsp;โดยให้สัมภาษณ์รายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง Amarin TV เมื่อวานนี้ &amp;nbsp;ว่า &amp;quot;ผมมองว่าสังคมอย่าอ่อนไหวมากกับกระแสโซเชียลทางฝ่ายป้าทุบรถ อย่าฟังความข้างเดียว และจากการที่ผมปรึกษาทนาย พบว่ามีพื้นที่บางส่วนใกล้ ๆ บ้านป้าทุบรถ เป็นพื้นที่สีเหลืองที่สามารถตั้งตลาดได้ คือ เป็นพื้นที่หนาแน่นน้อย และระบุว่า ห้ามมีตลาด แต่ยกเว้นข้อดังต่อไปนี้ คือมีตลาดได้ แต่ต้องมีพื้นที่ประกอบการไม่เกิน 1,000 ตารางเมตร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดวันนี้สังคมออนไลน์ได้หยิบมาเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง &amp;nbsp;โดยที่น่าสนใจคือผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ &amp;nbsp;Pat Hemasuk &amp;nbsp;โพสต์ข้อความว่า &amp;nbsp;&amp;quot;กฎหมายไม่เป็นกฎหมายเพราะนักการเมืองห่วงคะแนนเสียงและผลประโยชน์ ระบบอุปถัมภ์คือสิ่งที่กัดกินพื้นฐานของสังคมมานานแล้ว เพิ่งจะเบาลงได้หลังจากหมดนักการเมืองท้องถิ่นและการปราบคอรัปชั่นในวงราชการอย่างเข้มข้นมาได้ไม่นานนี้เอง กฏเกณฑ์มีไว้บังคับใช้เพื่อความสงบของสังคม การผ่อนผันให้ผู้ทำผิดกฎหมายกลุ่มเล็กๆ เหมือนไม่สนใจผู้เดือดร้อนกลุ่มใหญ่กว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นคือสิ่งที่เรียกว่าการฆ่าธรรมาภิบาลของสังคมทิ้ง จากเห็นแก่ประโยชน์คนกลุ่มเล็กมากกว่าผลประโยชน์ของประชาชนกลุ่มใหญ่ และเป้าหมายสุดท้ายคือผลประโยชน์ของคนที่กลุ่มเล็กลงไปอีก นั่นคือนักการเมืองไม่กี่คนที่ต้องการคะแนนเสียงในการเลือกตั้งของตัวเองและพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคประชาธิปัตย์อย่าหาเสียงด้วยวิธีนี้เลยครับ เพราะการทำแบบนี้คือการทำลายสังคม และทำลายฐานเสียงที่แท้จริงของพรรคประชาธิปัตย์ในกรุงเทพ คนกรุงเทพแท้ๆ ที่มีบัตรประชาชนในกรุงเทพเบื่อกับเรื่องแบบนี้เต็มทีแล้ว แม่ค้าพวกนี้มีกี่คนที่มีบัตรประชาชนในกรุงเทพ วันเลือกตั้งส่วนมากก็ขายของไม่กลับไปเลือกตั้งที่ภูมิลำเนาหรอกครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมถือว่าเป็นเวรเป็นกรรมของคนไทยที่จะได้คนแบบนี้และพรรคแบบนี้มาดูแลบ้านเมืองในการเลือกตั้งครั้งหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เฟซบุ๊ก Sutin Wannabovorn ของนายสุทิน วรรณบวร อดีตนักข่าวชื่อดัง และเคยร่วมชุมนุมกับกลุ่มกปปส. ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ดาวยั่วตัวป่วนกวนเมือง ยั่วยุท้าทายกฏหมายหากินกับการสร้างกระแสป่วนเมือง แทนที่พวกมึงจะช่วยกันปรามมึงดันบอกให้นายกฟังเสียงทำตามคนพวกนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่ค้ามักง่ายเห็นแก่ได้สร้างความเดือดร้อนละเมิดกฏหมายจนเกิดความวุ่น แทนที่มึงจะช่วยปัญหา มึงกลับช่วยเหลือให้ท้าย ส่งเสริมพวกมักง่ายเห็นแก่ได้ให้ละเมิดกฏหมายมากขึ้น มึงกลัวพรรคจะไม่ฉิบหายไปมากกว่านี้หรือไง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโพสต์ของทั้งสองมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นโจมตีนายแทนคุณ โยงไปถึงพรรคประชาธิปัตย์อย่างดุเดือด.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5808</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาด, ป้าทุบรถ, อี้ แทนคุณ, แม่ค้า, โซเซียล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8ab950f2c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2018 23:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตลาดโผล่เย้ย&#039;ป้า&#039; เขตอ้างที่ส่วนตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ลองดีคำสั่งศาล ตลาดนัดโผล่อีกแล้ว ห่างจากจุดเดิมแค่ 50 เมตร ผอ.เขตประเวศอ้างพื้นที่ส่วนบุคคล กฎหมายเอื้อมไม่ถึง ทั้งต้องเห็นใจคนทำมาหากิน ทำได้แค่ตั้งแผงเหล็กพร้อมประกาศขู่จับปรับ 2 พัน รองโฆษกศาลปกครองชี้ใครเดือดร้อนยื่นฟ้องได้ทันที ชี้เขตต้องรับผิดชอบความขัดแย้งของคนในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 มีนาคมนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;Ajapim Aroonlucksana&amp;quot; ระบุว่า เป็นผู้อาศัยอยู่ในซอยศรีนครินทร์ 55 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ ได้โพสต์รูปภาพจำนวน 9 รูป เผยให้เห็นบรรยากาศภายในซอยศรีนครินทร์ 55 ที่เกิดการตั้งตลาดขนาดย่อมขึ้น หลังจากที่ทางผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสั่งปิดตลาดทั้ง 5 แห่งที่ล้อมบ้าน น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ จนเกิดการฟ้องร้องและศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว น.ส.บุญศรี แต่กลับมีตลาดเถื่อนผุดขึ้นมาห่างจากจุดที่มีปัญหาประมาณ 50 เมตร และมีผู้มาซื้อขายเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ผู้โพสต์ได้ระบุข้อความว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขำๆ หรือขำไม่ออกไม่รู้ค่ะ คุ้มครองบ้านป้าทุบรถ สั่งปิดทุกตลาด แต่ไหงมาเปิดใหม่ตรงรั้วบ้านดิชั้นคะคุณ ห่างกัน 50 เมตร ไม่ถึง เมื่อครั้งนึงเคยเห็นใจแม่ค้า แต่ตอนนี้คิดว่าแม่ค้าดันทุรัง ไม่รักษากฎหมาย แถมมีรัฐเพิกเฉย คงต้องทนๆ ไป ใช่ไหมคะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องราวดังกล่าวมีการแชร์ต่อในโลกโซเชียลกว่า 500 ครั้ง พร้อมคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งบางรูปที่ถูกโพสต์จะสังเกตเห็นเจ้าหน้าที่เทศกิจนั่งเฉย ปล่อยปละละเลยให้มีการจัดตั้งตลาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนะสิทธิ์ เมธพันธ์เมือง ผอ.เขตประเวศ กล่าวว่า พื้นที่ที่พ่อค้าแม่ค้าไปเปิดแผงขายนั้นเป็นถนนส่วนบุคคล ดังนั้นจึงเกินอำนาจกฎหมายที่จะดำนินการ แต่ตนขอชี้แจงว่า กลุ่มคนที่ปรากฏตามภาพแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1.กลุ่มผู้ค้า ซึ่งได้รับผลกระทบ 500-600 ราย แต่จะมีเพียงกว่า 20 รายที่เข้ามาค้าขายบริเวณดังกล่าว โดยการเปิดท้ายรถขายอยู่บนถนนส่วนบุคคล ซึ่งเป็นพื้นที่ต่อเนื่องจากพื้นที่ที่เขตสั่งควบคุมห้ามจำหน่ายสินค้า 2.ประชาชนที่มาออกกำลังกาย สวนหลวง ร.9 นำอาหารมารับประทานกันเป็นกลุ่มบนทางเท้า หรือเดินมาซื้อของกินหลังเสร็จจากการออกกำลังกาย และ 3.กลุ่มพ่อค้าแม่ค้านอกพื้นที่เข้ามาขาย แต่อย่างไรก็ดี แม้จะเป็นถนนส่วนบุคคล ตนก็ไม่ได้นิ่งเฉย ขณะนี้ได้เจรจากับผู้ค้าเพื่อทำความเข้าใจ และย้ำกับเจ้าหน้าที่เทศกิจว่าอย่าใช้ไม้แข็ง ให้ใช้วิธีพูดคุยทำความเข้าใจ เพื่อลดแรงปะทะที่อาจจะเกิดขึ้นหรือทวีความรุนแรงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนะสิทธิ์กล่าวว่า ตนเห็นใจคนทำมาหากิน ไม่อยากใช้วิธีจับปรับ จึงพยายามหาทางออกให้โดยได้ทำความเข้าใจกับเจ้าของบ้าน ว่าบริเวณที่เกิดตลาดใหม่เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล และจะนำแผงเหล็กมากั้นให้เป็นสัดส่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพตลาดดังกล่าวเป็นตลาดแผงลอยสลับกับรถเข็นจำนวนมาก ยึดผิวจราจรถนนของหมู่บ้านเสรีวิลล่า หน้าสวนหลวง ร.9 ที่มีอยู่ 2 ช่องจราจร ไป 1 ช่องจราจร ขายของตั้งแต่เช้ามืดจนถึงเวลา 12.00 น. แม้ว่าทางสำนักงานเขตประเวศจะนำแผงเหล็กและเชือกมากั้น พร้อมติดป้ายห้ามขายของบริเวณดังกล่าว ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 2,000 บาท ก็ไม่มีพ่อค้าแม่ค้ารายใดเกรงกลัว ต่างขายของตามปกติ กระทั่งในช่วงบ่าย หลังข่าวดังกล่าวรวมทั้งมีผู้โพสต์วิจารณ์ในโลกโซเชียลกันมากขึ้น จึงมีเจ้าหน้าที่เทศกิจสำนักงานเขตประเวศ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประเวศ มาถ่ายรูปบริเวณตลาดนัดดังกล่าวแล้วกลับไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวชิระ ชอบแต่ง รองโฆษกศาลปกครอง กล่าวว่า เรื่องนี้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนรำคาญจากการรบกวนของการมีตลาดนัดเกิดขึ้นใหม่ในหมู่บ้านเสรีวิลล่า สามารถจะนำความเดือดร้อนมาร้องต่อศาลปกครองเป็นคดีได้เลย โดยอาจไม่ต้องทำกระบวนการร้องเรียนไปยังสำนักงานเขตประเวศหรือ กทม.อีก เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ที่เป็นข้อพิพาทเรื่องการจัดตั้งตลาดโดยไม่ชอบ และอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง ซึ่งโดยหลักการ สำนักงานเขตประเวศในฐานะเป็นหน่วยงานทางปกครองที่รับผิดชอบพื้นที่ ไม่ควรปล่อยให้เกิดความขัดแย้งในพื้นที่เพิ่มขึ้นมาอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา ศาลปกครองกลาง แผนกคดีสิ่งแวดล้อม ได้มีคำสั่งเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำบังคับของศาลปกครอง ในคดีระหว่าง น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ กับพวกรวม 4 คน ผู้ฟ้องคดี กับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ 1 ผู้อำนวยการเขตประเวศ ที่ 2 สำนักงานเขตประเวศ ที่ 3 กรุงเทพมหานคร ที่ 4 ผู้ถูกฟ้องคดี เรื่องได้รับความเดือดร้อนจากการจัดตั้งตลาด โดยศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณา และมีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2556 ให้ผู้ถูกฟ้องที่ 1 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 และ พ.ร.บ.อื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมิให้ผู้ใดก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่ที่เกิดจากการจัดตั้งตลาดในพื้นที่ที่เป็นมูลคดีพิพาทไว้ชั่วคราวก่อนการพิพากษา จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ต่อมาปรากฏว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 มีการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามคำสั่งศาล ปฏิบัติล่าช้าเกินสมควร ศาลจึงมีคำสั่งตักเตือนผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และปรับผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 เป็นเงิน 5 พันบาท และให้สำนักบังคับคดีปกครอง สำนักงานศาลปกครอง ติดตามผลการดำเนินการให้เป็นไปตามคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4745</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ตลาด, ป้าทุบรถ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เขตประเวศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180311/image_big_5aa53cb56fb82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
