<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2019 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2019 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เนสกาแฟ” ทุ่ม 1,200 ล้านบาท รักษาเจ้าตลาดทรีอินวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เมษายน 2562 นางสาวนาริฐา วิบูลยเสข ผู้จัดการธุรกิจกาแฟปรุงสำเร็จ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เผยว่า &amp;nbsp;ในช่วงที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าตลาดกาแฟมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เนื่องจากผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลาย ขณะที่พฤติกรรมของผู้บริโภคก็ไม่เหมือนก่อนเช่นเดียวกัน หรือในปัจจุบันการดื่มกาแฟเป็นมากกว่าการดื่มเพื่อตื่น แต่เป็นการดื่มด่ำกับความหอมกรุ่นจากกาแฟคุณภาพดี การดื่มกาแฟจึงเป็นโมเม้นท์ที่สร้างความสุขให้กับผู้บริโภค ทำให้บริษัทต้องนำเสนอสินค้าด้วยนวัตกรรมและบริการใหม่อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเนสกาแฟในฐานะผู้นำตลาด ได้มีการตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคตรงจุดนี้ และมองเห็นโอกาสว่าในตลาดกาแฟปรุงสำเร็จเมนสตรีม ผู้เล่นส่วนใหญ่ยังคงใช้กาแฟเพียงสายพันธุ์เดียวคือโรบัสต้าล้วน จึงเป็นครั้งแรกในเมืองไทยที่บริษัทนำกาแฟคั่วบดละเอียดสองสายพันธุ์มารวมกัน โดยใช้เทคโนโลยีพิเศษเอกสิทธิ์เฉพาะของเนสกาแฟที่ช่วยกักเก็บกลิ่น ให้ความหอมกรุ่นและรสชาติความอร่อยกลมกล่อมของกาแฟแท้ๆ คั่วบดละเอียด จึงได้เปิดตัว &amp;ldquo;เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู&amp;rdquo; สูตรใหม่ เป็นนวัตกรรมกาแฟปรุงสำเร็จผสมกาแฟคั่วบดละเอียดจาก 2 สายพันธุ์ที่คนไทยชื่นชอบมาไว้ด้วยกัน ได้แก่ แฟโรบัสต้าและอาราบิก้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวนาริฐา กล่าวว่า เพื่อเป็นโปรโมทเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู สูตรใหม่นี้ ได้จัดสรรงบประมาณกว่า 1,200 ล้านบาท ในการจัดแคมเปญสื่อสารการตลาดเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรูใหม่ โดยมี 2 แบรนด์แอมบาสเดอร์ซูเปอร์สตาร์ระดับแม่เหล็กอย่าง โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ เป็นตัวแทนของทีมเข้มอย่างกาแฟโรบัสต้า และเจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข เป็นตัวแทนทีมนุ่มอย่างกาแฟอาราบิก้า โดยตลาดเมืองไทยมีความสำคัญมาก เนื่องจากทรีอินวันเป็นอันดับ &amp;nbsp;2 ของโลก รองจากฟิลิปปินส์ อย่างสินค้าตัวใหม่ข้างต้นเมืองไทยก็เป็นประเทศแรกที่วางจำหน่ายตั้งแต่เดือน &amp;nbsp;มี.ค. ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผลการสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภคพบว่าคนไทยชื่นชอบกับเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ตัวใหม่มากกว่าตัวเดิม ซึ่งถือเป็นเจเนอเรชั่นที่ 3 ของเนสกาแฟปรุงสำเร็จที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเจเนอเรชั่นแรก คือเนสกาแฟ ริช อโรม่า ทรี-อิน-วัน ที่ได้รับความนิยมจากคนไทยนับล้านจากทั่วประเทศอย่างมาก จนผลักดันเนสกาแฟให้ก้าวสู่การเป็นแบรนด์กาแฟอันดับ 1 ในเมืองไทย ต่อมาในปี 2559 เปิดตัวกาแฟปรุงสำเร็จ เจเนอเรชั่นที่สอง คือเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู จนประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ด้วย ส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 52.9% และมียอดการดื่มเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู สูงถึง 1,500 ล้านแก้วต่อปี และในครั้งนี้ยังเป็นการเปิดตัวกาแฟปรุงสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของเนสกาแฟในรอบ 3 ปีอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34338</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดกาแฟ, ทรีอินวัน, นาริฐา วิบูลยเสข, บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190424/image_big_5cbfcfbcccc40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
