<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63445</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2020 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2020 15:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดตลาดนัดออนไลน์ขายสินค้าชุมชน-แลกอาหารสู้พิษเศรษฐกิจ/โควิด 19 ด้าน สช.จับมือ พอช. สร้าง ‘พลเมืองตื่นรู้’ แก้ปัญหาเร่งด่วน-ฟื้นฟู-ระยะยาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มวิสาหกิจมะม่วงมหาชนก&amp;nbsp; จ.กาฬสินธ์ ส่งมะม่วงขายตลาดต่างประเทศไม่ได้&amp;nbsp; หันมาขายทางออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ / พอช.เปิด &amp;lsquo;ตลาดนัดองค์กรชุมชน&amp;rsquo; ขายสินค้าออนไลน์ช่วยพี่น้ององค์กรชุมชน ทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบพิษเศรษฐกิจ-ไวรัสโควิด 19 พร้อมพักหนี้บ้านมั่นคง 3 เดือน&amp;nbsp; และเร่งโครงการบ้านพอเพียงชนบทกว่า 22,000 หลัง&amp;nbsp; เพื่อให้เกิดการจ้างงานสร้างรายได้ 50,000 คน&amp;nbsp; ด้านชาวเลหาดราไวย์ จ.ภูเก็ตได้รับผลกระทบจากการปิดจังหวัด&amp;nbsp; ระดมพลังทำประมงจับปลา-ตากแห้ง&amp;nbsp; 3,000 ก.ก.แลกข้าวสารจากพี่น้องกะเหรี่ยงและอีสาน 22 ตัน&amp;nbsp; ขณะที่ สช.หารือ พอช.ขยายความร่วมมือสร้าง &amp;lsquo;พลเมืองตื่นรู้&amp;rsquo; รองรับการแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วน-ระยะฟื้นฟู-ระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทั่วประเทศไทย&amp;nbsp; แม้ว่าสถานการณ์ในขณะนี้จะดีขึ้น&amp;nbsp; ผู้ติดเชื้อรายใหม่มีแนวโน้มลดจำนวนลง&amp;nbsp; แต่ผลกระทบจากมาตรการปิดเมือง&amp;nbsp; ปิดร้านค้า&amp;nbsp; และสถานบริการต่างๆ ทำให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม&amp;nbsp; โดยเฉพาะประชาชนที่มีรายได้น้อยที่ต้องขาดงาน&amp;nbsp; ขาดรายได้ หรือมีรายได้น้อยลง&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ซึ่งมีภารกิจในการสนับสนุนให้ชุมชนและองค์กรชุมชนทั่วประเทศเกิดความเข้มแข็ง&amp;nbsp; พึ่งพาตัวเองได้&amp;nbsp; จึงมีนโยบายและมาตรการต่างๆ ออกมาเพื่อช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระของพี่น้ององค์กรชุมชนในยามวิกฤตนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิด &amp;lsquo;ตลาดนัดองค์กรชุมชน&amp;rsquo; ขายสินค้าทางออนไลน์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้พี่น้ององค์กรชุมชนที่รวมกลุ่มกันผลิตสินค้าการเกษตรและสินค้าต่างๆ&amp;nbsp; ขายสินค้าได้น้อยลง&amp;nbsp; บางรายไม่สามารถส่งสินค้าไปจำหน่ายยังตลาดต่างประเทศได้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กลุ่มวิสาหกิจผลิตมะม่วงมหาชนก&amp;nbsp; อ.หนองกุงศรี&amp;nbsp; จ.กาฬสินธุ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีสมาชิก 40 ราย&amp;nbsp; พื้นที่เพาะปลูกประมาณ&amp;nbsp; 600 ไร่&amp;nbsp; มีผลผลิตประมาณปีละ 200-300 ตัน&amp;nbsp; ทำรายได้ประมาณปีละ 4-5 ล้านบาท&amp;nbsp; แต่ปีนี้ได้รับผลกระทบเนื่องจากบริษัทรับซื้อขาดแรงงาน&amp;nbsp; เพราะแรงงานต่างด้าวได้เดินทางกลับประเทศจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีกลุ่มมะม่วงคุณภาพบ้านวังน้ำบ่อ &amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.เนินมะปราง &amp;nbsp;จ.พิษณุโลก &amp;nbsp;ที่เคยส่งมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองไปจำหน่ายในตลาดยุโรป&amp;nbsp; แต่ขณะนี้ไม่สามารถขนส่งไปยุโรปได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จึงสนับสนุนให้พี่น้ององค์กรชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศเข้ามาขายสินค้าทางออนไลน์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีสินค้าจากเหนือจรดใต้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปลาแห้ง&amp;nbsp; ส้มไข่ปลาจากลุ่มน้ำโขง จ.บึงกาฬ&amp;nbsp; ก๋วยจั๊บสำเร็จรูปจาก จ.อำนาจเจริญ&amp;nbsp; มะม่วงสุกมหาชนกจาก จ.กาฬสินธุ์&amp;nbsp; มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองจาก จ.พิษณุโลก&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารแห้ง&amp;nbsp; จาก ต.หนองสาหร่าย&amp;nbsp; จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปลาเค็มจากมหาวิทยาลัยบ้านนอก&amp;nbsp; จ.ระยอง&amp;nbsp; น้ำบูดูสายบุรี&amp;nbsp; จ.ปัตตานี&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผักและผลไม้ปลอดสารเคมีจากสหกรณ์การเกษตรอินทรีย์ปราจีนบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; สินค้าชุมชนจาก อ.หนองม่วง&amp;nbsp; จ.ลพบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; และอื่นๆ อีกมากมาย &amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูสินค้าได้ที่ Facebook&amp;nbsp; ตลาดนัดองค์กรชุมชน&amp;nbsp; และสั่งซื้อสินค้าจากผู้ผลิตได้โดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอช.พักหนี้บ้านมั่นคง 3 เดือนช่วยชุมชนลดดอกเบี้ย 42 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากผลกระทบด้านเศรษฐกิจดังกล่าว&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; หรือ พอช. จึงมีมาตรการพักชำระหนี้ให้แก่องค์กรชุมชน&amp;nbsp; โดยไม่ต้องชำระเงินต้น &amp;nbsp;ดอกเบี้ย &amp;nbsp;และไม่คิดดอกเบี้ยในระยะเวลา 3 เดือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายน 2563&amp;nbsp; สำหรับองค์กรผู้ใช้สินเชื่อประมาณ 500 องค์กร&amp;nbsp; มีสมาชิกประมาณ 50,000 ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อด้านที่อยู่อาศัยตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; &amp;nbsp;วงเงินดอกเบี้ยที่ลดลงรวมประมาณ 42 ล้านบาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo;&amp;nbsp; เป็นโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศ&amp;nbsp; ทั้งในเมืองและชนบท&amp;nbsp; โดยชาวชุมชนที่มีความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ไม่มีความมั่นคงในที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เช่าที่ดิน&amp;nbsp; ปลูกสร้างบ้านในที่ดินของรัฐหรือเอกชน&amp;nbsp; รวมตัวกันแก้ไขปัญหาและบริหารงานในรูปแบบของสหกรณ์&amp;nbsp; โดยการซื้อที่ดินหรือเช่าอย่างถูกต้อง&amp;nbsp; หรือปรับปรุงบ้านในที่ดินเดิม&amp;nbsp; เพื่อให้มีความมั่นคงในที่ดินและที่อยู่อาศัย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โครงการบ้านมั่นคงทำให้ผู้ที่มีรายได้น้อยเข้าถึงสินเชื่อในระบบ&amp;nbsp; สร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยทั่วประเทศแล้วกว่า 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; แสนครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พอช. สนับสนุนงบประมาณและสินเชื่อระยะยาวให้แก่กลุ่ม&amp;nbsp; องค์กร&amp;nbsp; หรือสหกรณ์ที่ชาวชุมชนจัดตั้งขึ้นมา&amp;nbsp; แล้วผ่อนชำระคืนเป็นรายเดือนให้แก่ พอช.&amp;nbsp; เริ่มดำเนินโครงการบ้านมั่นคงตั้งแต่ปี 2546&amp;nbsp; ปัจจุบันดำเนินการไปแล้วทั่วประเทศ รวม&amp;nbsp; 1,231 โครงการ&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 112,777 ครัวเรือน&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม&amp;nbsp; และมีการพัฒนาคุณภาพชีวิตต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; กิจกรรมเด็ก&amp;nbsp; การจัดการขยะ&amp;nbsp; บำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp; การดูแลสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพิ่มการจ้างงานโครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; 50,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ยังปรับลดงบประมาณโครงการบ้านมั่นคงปี 2563 &amp;nbsp;เพื่อนำไปใช้ในโครงการ &amp;lsquo;บ้านพอเพียงชนบท&amp;rsquo;&amp;nbsp; เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์&amp;nbsp; และเกิดการจ้างงานในท้องถิ่นในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ&amp;nbsp; โดยจะซ่อมแซม/สร้างที่อยู่อาศัยครัวเรือนที่มีฐานะยากจน&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาพบ้านเรือนทรุดโทรมไม่เหมาะสมกับการอยู่อาศัย&amp;nbsp; รวมทั่วประเทศ &amp;nbsp;22,276 ครัวเรือน &amp;nbsp;รวมงบประมาณ 451 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; (รวมงบประมาณเดิมจากโครงการบ้านพอเพียงชนบทปี 2563)&amp;nbsp; หรือเฉลี่ยครัวเรือนละ 20,250 บาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;ตำบลละประมาณ 10-20 ครัวเรือน&amp;nbsp; ซึ่งจะทำให้เกิดการจ้างงานในชุมชนเพื่อช่วยกันซ่อมแซมบ้านได้ประมาณ 50,000 คนทั่วประเทศ&amp;nbsp; อัตราค่าจ้างไม่น้อยกว่าคนละ 300 บาท/วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมี &amp;lsquo;โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยในชุมชนเมืองและชนบท&amp;rsquo; วงเงิน 144 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; แยกเป็น 1.โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนเมือง &amp;nbsp;งบประมาณรวม 72 ล้านบาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;เป้าหมายเครือข่ายชุมชนเมือง 317 เครือข่าย/เมือง &amp;nbsp;รวมทั้งชุมชนเดี่ยวที่ยังไม่มีเครือข่าย&amp;nbsp; เครือข่ายชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; เครือข่ายสลัมสี่ภาค&amp;nbsp; และศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน 5 ศูนย์ &amp;nbsp;งบประมาณโครงการละ 30,000 -300,000 บาท &amp;nbsp;เน้นให้เครือข่ายชุมชนทั้งที่การทำโครงการบ้านมั่นคงและชุมชนรายได้น้อยอื่นๆ ในเมืองให้มีเชื่อมโยงกัน&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำรวจข้อมูล &amp;nbsp;วางแผนการพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งกรณีเฉพาะหน้า และระยะยาว &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;การทำครัวกลาง &amp;nbsp;จัดเตรียมข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารแห้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; การปลูกผักสวนครัว &amp;nbsp;การปรับ/พัฒนาทักษะอาชีพ&amp;nbsp; การตั้ง/ฟื้นฟูกองทุนชุมชน&amp;nbsp; การเชื่อมโยงสินค้าเมืองสู่ชนบท ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนชนบท&amp;nbsp; งบประมาณ 72 ล้านบาท &amp;nbsp;พื้นที่เป้าหมาย 1,500 ตำบล &amp;nbsp;เฉลี่ยตำบลละ 45,000 บาท &amp;nbsp;โดยเน้นให้เครือข่ายสภาองค์กรชุมชน &amp;nbsp;สวัสดิการชุมชน &amp;nbsp;ที่ดินที่อยู่อาศัยชนบท &amp;nbsp;ร่วมกับท้องที่ท้องถิ่น &amp;nbsp;จัดทำข้อมูล แผนพัฒนาคุณภาพชีวิตแผนพัฒนาที่อยู่อาศัย /ที่ดินทำกิน &amp;nbsp;ขับเคลื่อนงานบางเรื่องร่วมกัน &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;การสร้างความมั่นคงทางอาหาร แบ่งปันเมล็ดพันธุ์&amp;nbsp; ปลูกพืชผัก&amp;nbsp; พัฒนาอาชีพให้สอดคล้องกับสถานการณ์ &amp;nbsp;ค่าตอบแทน/ค่าอาหารในการช่วยซ่อม/สร้างบ้านผู้ยากลำบาก&amp;nbsp; การตั้ง/ฟื้นฟูกองทุนชุมชน&amp;nbsp; เชื่อมโยงสินค้าชนบทสู่เมือง ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;lsquo;ข้าวแลกปลา&amp;rsquo; แลกเปลี่ยนอาหารจากพี่น้องภาคเหนือ-อีสาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สู่ชุมชนชาวเลหาดราไวย์&amp;nbsp; จังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนิท&amp;nbsp; แซ่ฉั่ว&amp;nbsp; ตัวแทนชาวเลหาดราไวย์&amp;nbsp; จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ชาวเลส่วนใหญ่มีอาชีพประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; และทำงานรับจ้างทั่วไป&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีทั้งหมด 255 หลังคาเรือน&amp;nbsp; รวม 1,373 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อสถานการณ์ไวรัสระบาด&amp;nbsp; มีการปิดจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp; ทำให้ชาวเลขายสินค้าประมงไม่ได้&amp;nbsp; งานรับจ้างที่เคยทำก็ไม่มี&amp;nbsp; จึงไม่มีรายได้มาซื้อข้าวกิน&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่มชาวเลจึงร่วมกับหลายหน่วยงาน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ &amp;nbsp;มูลนิธิชุมชนไท&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์มนุษย์วิทยาสิรินธร&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร่วมกันประสานงานโครงการ &amp;lsquo;ข้าวแลกปลา&amp;rsquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยชาวเลหาดราไวย์จะออกเรือจับปลา &amp;nbsp;เพื่อนำมาทำปลาแห้งหรือปลาเค็มนำไปแลกเปลี่ยนกับข้าวสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวเลหาดราไวย์ กำลังช่วยกันทำปลาตากแห้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้เราช่วยกันจับปลากล้วยเหลือง&amp;nbsp; นำมาทำปลาแห้ง&amp;nbsp; โดยแบ่งกลุ่มกันทำ&amp;nbsp; มี 3 กลุ่มๆ&amp;nbsp; ละ 6-7 คน&amp;nbsp; ช่วยกันทำปลาแล้วเอาไปตากแห้ง&amp;nbsp; ถ้าแดดดีๆ&amp;nbsp; 3 วันก็แห้ง&amp;nbsp; เราตั้งเป้าจะทำปลาแห้งได้ทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp; 3,000 กิโลฯ&amp;nbsp; เอาไปแลกข้าวกับพี่น้องกะเหรี่ยง&amp;nbsp; 1,500 กิโลฯ&amp;nbsp; และพี่น้องชาวนาที่จังหวัดยโสธรอีก 1,500 กิโลฯ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ตัวแทนชาวเลหาดราไวย์บอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัวแทนชาวกะเหรี่ยง&amp;nbsp; ผู้ประสานงานโครงการข้าวแลกปลา&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ตอนนี้พี่น้องจากภาคเหนือ&amp;nbsp; ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวปาเกอะยอ (กะเหรี่ยง) ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนและเชียงใหม่&amp;nbsp; กำลังรวบรวมข้าวสารเพื่อนำมาแลกปลาแห้ง&amp;nbsp; ปลาเค็มกับพี่น้องชาวเลหาดราไวย์&amp;nbsp; ตั้งเป้าข้าวสารประมาณ 5,000 ก.ก.&amp;nbsp; ตอนนี้รวบรวมข้าวได้แล้วประมาณ&amp;nbsp; 2,000 ก.ก.&amp;nbsp; และจะเริ่มแลกเปลี่ยนภายในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้เป็นต้นไป&amp;nbsp; โดยมีบริษัทเอกชน&amp;nbsp; คือบริษัท 360 TRUCK &amp;nbsp;&amp;nbsp;ช่วยเรื่องรถบรรทุก&amp;nbsp; โดยนำข้าวจากจังหวัดเชียงใหม่ไปภูเก็ตและขากลับจะเอาปลาแห้งมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พี่น้องกะเหรี่ยงก็อยากจะกินปลา&amp;nbsp; จึงเอาข้าวไปแลก&amp;nbsp; เป็นข้าวไร่&amp;nbsp; หรือข้าวพันธุ์ดั้งเดิมของพี่น้องกะเหรี่ยง&amp;nbsp; ไม่ใช้สารเคมี แต่ก็ถือว่าเป็นการช่วยเหลือกันในยามยากมากกว่า&amp;nbsp; เพราะถ้าคิดตามราคาตลาด&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ข้าวสาร 4 กิโลฯ&amp;nbsp; (ราคาประมาณ 120 บาท)&amp;nbsp; จะเท่ากับปลาแห้ง 1 กิโลฯ&amp;nbsp; แต่ตอนนี้เราคิดอัตราใหม่&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; ข้าวสาร 7.5&amp;nbsp; ก.ก.ต่อปลาแห้ง 1 ก.ก. &amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวเล&amp;rdquo;&amp;nbsp; ตัวแทนชาวกะเหรี่ยงบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่น้องชาวกะเหรี่ยงช่วยกันรวบรวมข้าวสารไปให้พี่น้องชาวเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากคิดอัตราแลกเปลี่ยนข้าวสาร 7.5&amp;nbsp; ก.ก. ต่อปลาแห้ง 1 ก.ก. &amp;nbsp;พี่น้องชาวเลหาดราไวย์มีปลาแห้งทั้งหมด 3,000 ก.ก. จะแลกข้าวได้&amp;nbsp; 22,500 ก.ก.&amp;nbsp; หรือ 22.5 ตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ดร.สุวิชาน&amp;nbsp; ยังบอกถึงแผนงานต่อไปว่า&amp;nbsp; ในระยะยาวหลังจากหมดสถานการณ์โควิดแล้ว&amp;nbsp; พี่น้องชาวกะเหรี่ยง&amp;nbsp; ชาวเล&amp;nbsp; และพี่น้องทั่วไปก็อยากจะให้มีโครงการแลกข้าวปลาอาหารกันต่อไป&amp;nbsp; โดยไม่ต้องซื้อขาย&amp;nbsp; แต่ช่วงนื้ถือว่าเป็นการทดลอง&amp;nbsp; และช่วยเหลือกันเฉพาะหน้าก่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากนี้จะร่วมกันสรุปบทเรียน&amp;nbsp; และจะมีการพูดคุยวางแผนการทำงานร่วมกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เรื่องการขนส่งระหว่างภาคจะทำอย่างไร&amp;nbsp; อาจจะต้องมีรถบรรทุกห้องเย็น&amp;nbsp; เพื่อถนอมอาหารต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปลาสด&amp;nbsp; ผักสด&amp;nbsp; ผลไม้สด&amp;nbsp; หรือต้องมีโกดัง &amp;nbsp;(Were House) เพื่อเก็บสินค้าได้นาน &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; ในยามวิกฤต&amp;nbsp; ภัยพิบัติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อนำข้าวปลา&amp;nbsp; อาหาร สด&amp;nbsp; แห้ง&amp;nbsp; ไปแลกเปลี่ยนช่วยเหลือพี่น้องได้ทั่วประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สช.จับมือ พอช.สร้าง &amp;lsquo;พลเมืองตื่นรู้&amp;rsquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองรับปัญหาระยะเร่งด่วน-ฟื้นฟู-ระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)&amp;nbsp; และภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)&amp;nbsp; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &amp;nbsp;ได้บูรณาการแผนงาน&amp;nbsp; เครื่องมือ&amp;nbsp; และงบประมาณ&amp;nbsp; เพื่อหนุนช่วยการทำงานในพื้นที่ให้เกิดการขับเคลื่อน&amp;nbsp; จากประชาชนที่ตกอยู่ในภาะที่ตื่นกลัว&amp;nbsp; ให้ปรับเป็น &amp;nbsp;&amp;lsquo;พลเมืองที่ตื่นรู้&amp;rsquo; เพื่อสู้ภัยโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจะใช้พื้นที่ตำบลเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์&amp;nbsp; เป็นพื้นที่และฐานดำเนินงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง&amp;nbsp; และมีหน่วยงานต่างๆ จากส่วนกลางช่วยหนุนเสริม&amp;nbsp; เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแล&amp;nbsp; และป้องกันตัวเองได้นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 เมษายน&amp;nbsp; ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ถนนนวมินทร์&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; มีการประชุมหารือระหว่างคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กับคณะผู้บริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &amp;nbsp;และผู้แทนขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp; เพื่อ ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงาน &amp;nbsp;รวมทั้งการหารือแนวทางการขับเคลื่อนงานร่วมกันในระยะต่อไป&amp;nbsp; เพื่อให้พื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการรองรับปัญหาสังคมและเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การทำงานด้านสังคมของ พอช. ในช่วงสถานการณ์ไวรัสโควิด &amp;nbsp;ได้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ หรือ &amp;nbsp;&amp;lsquo;ศปก.&amp;nbsp; พอช. COVID-19&amp;rsquo;&amp;nbsp; ขึ้นมา &amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนงานด้านต่าง ๆ &amp;nbsp;โดยมีคณะทำงาน 6 ชุด &amp;nbsp;ประกอบด้วย &amp;nbsp;1. ทีมข้อมูลสื่อสาร &amp;nbsp;2.ทีมปฏิบัติการชุมชน 5 ภาค &amp;nbsp;3.ทีมแผนงานและงบประมาณ&amp;nbsp; 4.ทีมสำนักงานและบุคลากร &amp;nbsp;5.ทีมตลาดออนไลน์สินค้าชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;และ &amp;nbsp;6.ทีมระดมทุนและแลกเปลี่ยนสินค้า &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีผลการดำเนินงานสำคัญ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; 1.การจัดทำแผนเศรษฐกิจและแผนแก้ไขผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสในพื้นที่ 300 เมือง และประมาณ 2,500 ตำบล &amp;nbsp;&amp;nbsp;2.มาตรการการพักหนี้ชุมชน 3 เดือน 500 องค์กร &amp;nbsp;&amp;nbsp;3.การจัดทำแผนพัฒนาตำบลประมาณ 500 ตำบล &amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการประชุมร่วมระหว่าง สช.กับ พอช.และผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนครั้งนี้&amp;nbsp; ได้มีข้อสรุปการทำงานร่วมกันดังนี้&amp;nbsp; 1.ระดับนโยบาย &amp;nbsp;(1) ขยายความร่วมมือไปยังภาคียุทธศาสตร์อื่นที่มากกว่าปัจจุบัน &amp;nbsp;(2) &amp;nbsp;การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการสนับสนุนพื้นที่ &amp;nbsp;(3) การตั้งศูนย์ข้อมูลกลาง &amp;nbsp;(4) การสื่อสารเพื่อยกระดับการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ระดับพื้นที่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;(1) ระดับภาค &amp;nbsp;&amp;nbsp;การทำงานในระดับภาค พอช. ช่วยประสานงานเพื่อหนุนช่วยการทำงานในภาค&amp;nbsp;(2) ระดับเขต/กลุ่มจังหวัด &amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างกลไกหารือประสานความร่วมมือและข้อตกลงสนับสนุนตามบริบทพื้นที่&amp;nbsp; (3) ระดับจังหวัด &amp;nbsp;&amp;nbsp;เวทีกลางสร้างพลเมืองตื่นรู้ระดับจังหวัด&amp;nbsp; (4) ระดับอำเภอ &amp;nbsp;ใช้กลไก พชอ.(คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ) ติดตาม &amp;nbsp;สนับสนุน &amp;nbsp;รวบรวม&amp;nbsp; (5) ระดับตำบล &amp;nbsp;&amp;nbsp;ปักหมุดความดีสื่อสารพื้นที่รูปธรรม เครื่องมือ กระบวนการทำงานในพื้นที่ให้เกิดการขยายไปสู่พื้นที่อื่น &amp;nbsp;และสร้างมาตรการทางสังคม&amp;nbsp; ระยะเร่งด่วน (สถานการณ์โควิด)&amp;nbsp; ระยะฟื้นฟู (จัดทำแผนพัฒนาตำบลในด้านต่างๆ)&amp;nbsp; ระยะเยียวยา (การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การประชุมร่วมกันระหว่าง สช.กับ พอช.&amp;nbsp; และภาคีเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp; จะมีการประชุมเป็นระยะๆ&amp;nbsp; เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงาน &amp;nbsp;การสรุปผลการดำเนินงาน&amp;nbsp; รวมทั้งหารือแนวทางการขับเคลื่อนงานร่วมกันในระยะต่อไป&amp;nbsp; จนกว่าสถานการณ์โควิด &amp;ndash; 19&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะคลี่คลาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63445</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดนัดองค์กรชุมชน, ตลาดนัดออนไลน์, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ ‘พอช.’, โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e9966868d25d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
