<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116791</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 14:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>DITP ประกาศศักยภาพแบรนด์ไทย ‘Idea Lab Festival 2021’ เพื่อความสำเร็จในตลาดโลกที่ไม่ไกลเกินรอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จัดกิจกรรม &amp;lsquo;IDEA LAB FESTIVAL 2021&amp;rsquo; โครงการต่อเนื่องจาก โครงการส่งเสริมแบรนด์สินค้าและบริการไทยสู่ตลาดโลก (MOC 4i : Thai Brand Heroes Program) โดยความมุ่งมั่นของ เพื่อเติมศักยภาพแก่ผู้ประกอบการไทยยุคดิจิทัล สร้างความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการสามารถนำองค์ความรู้และทักษะต่างๆ จาก &amp;lsquo;ห้องเรียนการค้า&amp;rsquo; มาใช้จริง รวมถึงเวทีจริงที่ได้พบปะกับผู้นำเข้าจากต่างประเทศ (Business Matching) ในช่วงวันที่ 14 &amp;ndash; 16 กันยายน พร้อมพลักดันสู่ตลาดโลกที่เป็นไปได้จริง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มล.คฑาทอง ทองใหญ่ นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กิจกรรมโครงการ &amp;lsquo;IDEA LAB FESTIVAL 2021&amp;rsquo; ในครั้งนี้ จัดขึ้น ในรูปแบบออนไลน์ 100 เปอร์เซ็นต์ ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปของโลก ขณะเดียวกันก็เพื่อชูรูปแบบการจัดงานที่สอดคล้องกับบริบทแห่งการเรียนรู้ในปัจจุบัน และเน้นย้ำว่า แนวทางเหล่านี้เป็นหนึ่งในความมุ่งตั้งใจ เพื่อส่งเสริมและผลักดันให้ผู้ประกอบการแบรนด์ไทย เดินไปถึงฝั่งฝันให้สำเร็จ แม้สถานการณ์โลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ตาม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรมมุ่งหวังอยากเห็นผู้ประกอบการแบรนด์ไทย ก้าวเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก ทั้งวันนี้และอนาคต ดังนั้นนอกจากจะมุ่งเน้นส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าใจตลาด ตามนโยบายของ ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ &amp;lsquo;จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์&amp;rsquo; เรื่อง &amp;lsquo;ตลาดนำการผลิต&amp;rsquo; แล้ว ก็ยังมุ่งไปที่การให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ และการเพิ่มเติมองค์ความรู้ จนถึงทักษะต่างๆ เพื่อการทำการค้าในรูปแบบดิจิทัลที่มีทิศทางในการเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยโดยกิจกรรม Idea Lab Festival 2021 ในครั้งนี้หวังจะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างมูลค่าเพิ่ม ไปจนถึงสร้างความแตกต่างในการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลผ่านเครื่องมือต่างๆ อันจะเป็นแนวทางสู่ความสำเร็จบนเวทีโลกที่เกิดขึ้นได้จริง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการ &amp;lsquo;IDEA LAB FESTIVAL 2021&amp;rsquo; ในครั้งนี้ มีผู้ประกอบการผ่านเข้าร่วมโครงการ 22 แบรนด์ จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ใน 3 กลุ่มสินค้า ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม สุขภาพและความงาม และไลฟ์สไตล์และหัตถกรรม พร้อมได้ฝึกฝนทักษะต่างๆ ในห้องเรียนการค้าในเวลากว่า 2 เดือน ก่อนเข้าสู่กิจกรรมสำคัญในส่วนต่างๆ &amp;nbsp;เพื่อนำองค์ความรู้และทักษะที่ได้รับเหล่านั้นมาใช้งานจริง ทั้งการเพิ่มทักษะในการนำเสนอในเวลาจำกัด (Elevator Pitch) ด้วยการเข้าร่วมรายการเกมส์โชว์แบบ Live Streaming ทางไทยรัฐ ออนไลน์ รวมถึงนำเสนอขายสินค้าบนแพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง Lazada และเซ็นทรัล ผ่านการ Live Streaming ของผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด หรือ KOL พร้อมกับการจับคู่เจรจาธุรกิจออนไลน์ Online Business Matching (OBM) ระหว่างผู้ปะกอบการกับผู้นำเข้าจากทั่วโลก &amp;lsquo;IDEA LAB FESTIVAL 2021&amp;rsquo; จึงนับเป็นอีกหนึ่งเวทีใหญ่ที่ได้เผยให้เห็นศักยภาพของผู้ประกอบการไทย แบรนด์ไทย อย่างมาก ขณะเดียวกันก็ถือเครื่องยืนยันได้ว่า โอกาสในการประสบความสำเร็จบนเวทีโลกของแบรนด์ไทย ก็อยู่ไม่ไกลเกินรอ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116791</URL_LINK>
                <HASHTAG>Business Matching, Elevator Pitch, IDEA LAB FESTIVAL 2021, KOL, MOC 4i : Thai Brand Heroes Program, กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, กระทรวงพาณิชย์, การนำเสนอในเวลาจำกัด, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ตลาดนำการผลิต, ผู้ประกอบการแบรนด์ไทย, มล.คฑาทอง ทองใหญ่, สำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า, เติมศักยภาพแก่ผู้ประกอบการไทยยุคดิจิทัล, โครงการส่งเสริมแบรนด์สินค้าและบริการไทยสู่ตลาดโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_61419fb1c9127.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2020 18:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2020 18:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จุรินทร์ กับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ &quot;ตลาดนำการผลิต&quot; จากวิสัยทัศน์ &quot;เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด&quot; นำกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเศรษฐกิจภายใต้ 3 สถานการณ์วิกฤติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ยุคใหม่สมัยนี้ต้องการคนที่ทำงานอย่างทุ่มเทหนักมากเพราะเราอยู่ภายใต้ 3 สถานการณ์วิกฤตระดับโลกนั่นคือค่าการค่าเงินบาทแข็งค่า สงครามการค้าและโรคระบาดโควิด-19 ดังนั้น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จึงปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับทั้ง 3 สถานการณ์ และขณะนี้ก็ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนและภาคเกษตรเป็นอย่างดี ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต้องปรับตัวเพื่อรองรับการทำงานที่หนักมากกว่าเดิมหลายเท่าและเมื่อวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2563 ณ โรงแรม เดอะ กรีนเนอรี่ รีสอร์ท เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา นายจุรินทร์ ได้ไปมอบนโยบายให้กรมการค้าภายในหน่วยงานหลักอีกหน่วยของกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องขับเคลื่อนนโยบายเกษตรผลิตพาณิชย์ตลาด ภายใต้ยุทธศาสตร์ &amp;ldquo;ตลาดนำการผลิต&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า นายจุรินทร์ ต้องการให้ไทยเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการผลิตและการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารที่สาคัญของโลก โดยในปี 2562 ไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารอันดับที่ 11 ของโลกมีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่ง ในตลาดโลกร้อยละ 2.51 และคิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 16.5 ของมูลค่าการส่งออกรวมของไทยและใน 5 เดือน แรกของปี 2563 มีสัดส่วนถึงร้อยละ 17.4 ของมูลค่าการส่งออกรวมของไทย โดยได้ตั้งเป้าหมาย 1 สร้าง 3 เพิ่ม คือ สร้างประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพของโลก เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่ม GDP ประเทศ และเพิ่มรายได้เกษตรกรและผู้ประกอบการทุกระดับ และมีพันธกิจร่วม 4 ด้านคือสร้าง Single Big Data สนับสนุนข้อมูลราคา ความต้องการสินค้า แนวโน้มด้านการตลาด ต่อยอดจากศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ (National Agricultural Big Data Center : NABC) ใน 5 รายการสินค้า หลัก (ข้าว ยางพารา ปาล์มน้ามัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง) และจะขยายเพิ่มอีก 8 สินค้า สร้างแพลตฟอร์มกลางส่งเสริมการซื้อขายสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ในรูปแบบออนไลน์ สร้างความเชื่อมั่นด้วยคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อผลักดันให้สินค้าเกษตรได้รับการรับรองคุณภาพตามมาตรฐาน เช่น GAP HACCP มาตรฐานสินค้าอินทรีย์ และพัฒนาคนและผลิตภัณฑ์ให้ตรงความต้องการของตลาด รวมทั้งอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ให้เดินหน้าแบบ &amp;quot;พาณิชย์ทันสมัย&amp;quot; เน้นการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี ขยายตลาดในประเทศเชิงรุก สร้างทีมเซลล์แมนจังหวัด ซึ่งประกอบด้วยพาณิชย์จังหวัดและผู้ประกอบการในจังหวัด เพิ่มช่องทางการตลาดให้หลากหลาย เพิ่มโอกาสทางการตลาดด้านออนไลน์ ส่งเสริมการใช้แพลตฟอร์มรายสินค้า อีคอมเมิร์ซ รวมทั้งการสร้างองค์ความรู้ให้กับผู้ประกอบการและผู้ส่งออก และส่งเสริมการค้าผ่านช่องทางออนไลน์ทุกรูปแบบ อาทิ การทำ online business matching การจัด online instore promotion การจัดงานแสดงสินค้าออนไลน์เสมือนจริง(Virtual trade show) ด้านช่องทางออฟไลน์ จะส่งเสริมการขยายตลาดผ่านโมเดิร์นเทรด โมบายมาร์เก็ต ตลาดกลาง ตลาดต้องชม ร้านค้าธงฟ้า สมาร์ทโชห่วย ฯลฯ นอกจากนี้ จะส่งเสริมการทำเกษตรพันธสัญญา ที่ขณะนี้มีพระราชบัญญัติกำหนดไว้แล้ว เพื่อหาผู้รับซื้อสินค้าเกษตรจากเกษตรกรโดยตรง และสร้างความชัดเจนเรื่องปริมาณและราคา ต่อยอดจาก &amp;ldquo;อมก๋อยโมเดล&amp;quot; ซึ่งนายจุรินทร์นำเอากติกานี้ไปจัดการด้านเกษตรพันธสัญญาเพื่อเกษตรกรบนพื้นที่ไกลให้เป็นตัวอย่างของทุกจังหวัดและเกิดการซื้อขายจริงตามสัญญาการซื้อขาย ส่วนกระทรวงมีหน้าที่ติดตามการส่งมอบให้เกิดความเป็นธรรมและจะส่งเสริมการทำเคาน์เตอร์เทรด เพื่อให้เกิดการสร้างเวทีจับคู่แลกเปลี่ยนสินค้า โดยเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา ได้จัดงาน &amp;ldquo;เซลส์แมนจังหวัด จัดซื้อขายแลกเปลี่ยน Counter Trade&amp;rdquo; สามารถสร้างยอดซื้อขายแลกเปลี่ยนได้รวม 3,244 ล้านบาท โดยภารกิจนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายทีมเซลล์แมนจังหวัด นำโดยพาณิชย์จังหวัด ให้ทำงานล่วงหน้าจนทำให้ได้มูลค่าการซื้อขายแลกเปลี่ยน 778 ล้านบาท และมาต่อยอดกับมูลค่าการจับคู่ธุรกิจในงานอีก 2,466 ล้านบาท เราจะเดินหน้าเรื่องนี้แต่ทีมพาณิชย์จังหวัดต้องทำงานเหนื่อยหน่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp; นายจุรินทร์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการภายใต้วิสัยทัศน์ &amp;ldquo;เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด&amp;rdquo; ขึ้นมาแล้วโดยมี นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงนามร่วม เป็นสองรัฐมนตรีจากสองกระทรวง ที่แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต โดยมีปลัดจากทั้งสองกระทรวงเป็นผู้แต่งตั้งอนุกรรมการ 4 คณะมาเพื่อขับเคลื่อนงานจากคณะกรรมการร่วมข้างต้น โดยทั้งคณะอนุกรรมการทั้ง 4 คณะ ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการสร้างและใช้ข้อมูลจากฐานเดียวกัน (Single Big Data) คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการสร้างแพลตฟอร์มกลาง &amp;ldquo;เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด&amp;rdquo; คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัยและการ ตรวจสอบย้อนกลับ และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาคนและผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ มอบภารกิจหลักของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องขับเคลื่อนต่อเนื่องเพื่อดูแลเกษตรกรผู้ประกอบการผู้บริโภค ทั้งดูแลราคาสินค้าเกษตรในโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตร เพิ่มช่องทางตลาดสินค้าเกษตร ส่งเสริมและพัฒนาตลาดสินค้าเกษตร การพัฒนากลไกตลาด พัฒนาตลาดเดิมให้เข้มแข็ง ขยายตลาดใหม่ เชื่อมโยงการซื้อขายสินค้า เพิ่มศักยภาพ ผู้ขาย ผู้ประกอบการตลาด และเกษตรกร ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก โดยสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น ร้านค้าชุมชน ร้านค้าปลีกรายย่อย ให้ดูแลราคาสินค้าและบริการ โดยดูแลต้นทุนสินค้าให้เหมาะสม ดูแลสถานการณ์ราคาให้สอดคล้องกับต้นทุน ตรวจสอบภาวะการค้าและรับเรื่องร้องเรียน กำกับดูแลการชั่งตวงวัดเพื่อความเป็นธรรมแก่ประชาชนช่วยลดภาระค่าครองชีพแก่ประชาชน ด้วยการจัดกิจกรรมลดค่าครองชีพอย่างสม่ำเสมอ ตามนโยบายพาณิชย์ลดราคา ช่วยประชาชน ซึ่งในช่วงปี 2562 และครึ่งปีแรกของ 2563 เป็นนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ที่ประชาชนพอใจเป็นอันดับต้นๆ เรื่องนี้อยู่ในดีเอ็นเอของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ชื่อ&amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; ที่จะต้องเดินหน้าต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นางมัลลิกา บอกว่า โชคดีที่รัฐบาลชุดนี้มี &amp;quot;จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์&amp;quot; เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เพราะเป็นคนมีวิสัยทัศน์สามารถทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนได้เป็นอย่างดี มีความนอบน้อมและบูรณาการ มีประสบการณ์เป็นรัฐมนตรีมาหลายยุคสมัย จึงเข้าใจกลไกทุกอย่างของรัฐ การเดินหน้าประเทศด้วยภารกิจแต่ละเรื่องจึงกระชับฉับไว &amp;quot;ทำได้ไว ทำได้จริง&amp;quot; ทำให้คณะทำงานทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นข้าราชการการเมืองหรือข้าราชการประจำและทัพหน้าอย่างภาคเอกชนต้องปรับตัวและตามให้ทัน ทุกอย่างต้องทันต่อความเดือดร้อนของประชาชน ตรงตามเป้าหมายของนโยบายรัฐบาลและโปร่งใสตามแนวทางของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78157</URL_LINK>
                <HASHTAG>งมัลลิกา บุญมีตระกูล, ตลาดนำการผลิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200921/image_big_5f688f60ad7e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
